- หน้าแรก
- ยอดกวีขยี้บัลลังก์
- บทที่ 1283 - ยัยเด็กโง่
บทที่ 1283 - ยัยเด็กโง่
บทที่ 1283 - ยัยเด็กโง่
บทที่ 1283 - ยัยเด็กโง่
ฮองเฮาจางซุนทรงพระดำเนินชมห้องสมุดอยู่นาน จนกระทั่งรู้สึกหิวถึงได้พาหลี่จื้อและอวี้จางเสด็จกลับ
พวกเฉิงฉู่มั่วและจางซุนชงมองตามขบวนเสด็จของฮองเฮาที่ค่อยๆ ห่างออกไป พวกเขาแทบจะเก็บความตื่นเต้นไว้ไม่อยู่ ถึงกับโยนไม้กวาดไม้ถูพื้นในมือขึ้นฟ้า
ไม้กวาดไม้ถูพื้นวันนี้ไม่ได้แบกเสียเปล่า ฮองเฮาและไท่จื่อเสด็จมาจริงๆ แถมยังทรงอ่านป้ายจารึกคุณูปการอย่างตั้งใจ และยังตรัสชมห้องสมุดไม่ขาดปาก ดังนั้นในใจของพวกเขาจึงดีใจมาก ไม่เพียงแต่ดีใจแต่ยังรู้สึกโล่งใจอีกด้วย โล่งใจที่ตอนนั้นตัดสินใจช่วยซูเฉิงรวบรวมหนังสือ
จนถึงตอนนี้ ความเหนื่อยยากทั้งหมดล้วนคุ้มค่าแล้ว
ขบวนเสด็จอันยิ่งใหญ่เกรียงไกรเดินทางกลับมาถึงจวนกั๋วกง ภายในจวนได้จัดเตรียมงานเลี้ยงฉลองอย่างยิ่งใหญ่รอไว้แล้ว ฮองเฮาจางซุน องค์หญิงฉางเล่อ และองค์หญิงอวี้จางประทับร่วมโต๊ะเดียวกันอยู่ด้านใน ส่วนซูเฉิงก็อยู่เป็นเพื่อนหลี่จื้ออยู่ด้านนอก...
เนื่องจากชายหญิงไม่ควรอยู่ร่วมโต๊ะกัน อีกทั้งยังมีฮองเฮาจางซุนประทับอยู่ด้วย ซูเฉิงจึงทำได้แค่คอยอยู่เป็นเพื่อนหลี่จื้ออยู่ข้างนอก
ทว่า หลี่จื้อที่มักจะซุกซนกลับดูซึมกระทือไม่พูดไม่จา
"เจ้าเป็นอะไรไป? ทำไมถึงดูซึมกระทือแบบนี้ล่ะ?" ซูเฉิงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น เมื่อกี้ที่ห้องสมุดยังเห็นเล่นสนุกอยู่เลยนี่นา
หลี่จื้อหันซ้ายหันขวา ทำท่าทางลับๆ ล่อๆ "พี่เขย เสด็จแม่จะเลือกหนังสือบางส่วนส่งเข้าวัง แล้วแบบนี้จะทำยังไงดีล่ะ?"
ซูเฉิงถามอย่างงุนงง "ก็เลือกหนังสือส่งเข้าวังไปสิ มันจะเป็นอะไรล่ะ?"
หลี่จื้อได้ยินก็ถอนหายใจยาวเหมือนผู้ใหญ่ตัวน้อย "พี่เขย ท่านว่าทำไมชีวิตข้าถึงได้รันทดขนาดนี้นะ!"
ซูเฉิงได้ยินก็ไม่ได้พูดอะไร ทำเพียงแค่มองดูการแสดงของหลี่จื้อด้วยรอยยิ้มแฝงความนัย
"หลายปีมานี้ หนังสือสะสมในวังก็ยิ่งมีแต่เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ คิดดูสิตอนที่พี่ใหญ่กับพี่สี่ยังเด็ก หนังสือยังไม่เยอะขนาดนี้เลย แต่พอถึงตาข้าตอนเด็ก หนังสือกลับเยอะแยะขนาดนี้ แล้วเสด็จแม่ยังจะไปเอาหนังสือจากพี่เขยมาเพิ่มในวังอีก ทำไมชีวิตข้าถึงได้น่าสงสารขนาดนี้นะ!" หลี่จื้อเริ่มแหกปากโวยวาย
ซูเฉิงยังคงมองการแสดงเรียกคะแนนความสงสารของหลี่จื้อด้วยรอยยิ้มแฝงความนัย
หลี่จื้อทำหน้าตาน่าสงสาร "พี่เขย ท่านทนดูข้าต้องมาทนรับความทุกข์ทรมานตั้งแต่เด็กได้ลงคอหรือ?"
ซูเฉิงพยักหน้ายิ้มกว้าง "ใช่ ข้าทนได้สิ!"
หลี่จื้ออ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง หมดรักแล้ว หมดรักกันแล้วจริงๆ นี่ใช่พี่เขยแสนดีของข้าจริงๆ หรือ?
ซูเฉิงรู้สึกขำ จึงลูบหัวเล็กๆ ของเขาแล้วหัวเราะ "เอาล่ะๆ เลิกคิดมากได้แล้ว ลำพังหนังสือในวังตอนนี้เจ้าก็อ่านไม่หมดไปตลอดชีวิตแล้วล่ะ เพราะงั้น จะมีเพิ่มมาอีกสักหน่อยก็ไม่เป็นไรหรอก"
หลี่จื้อเงยหน้าขึ้นมองด้วยความสิ้นหวัง พี่เขย ท่านมันปีศาจชัดๆ!
ซูเฉิงหัวเราะฮ่าๆ "วางใจเถอะ หนังสือที่ฮองเฮาเลือกไปนั้นไม่ได้เอาไว้ให้เจ้าอ่านตอนเด็กๆ หรอก แต่พอเจ้าโตขึ้น เจ้าก็สามารถตัดสินใจด้วยตัวเองได้แล้ว ดังนั้น เจ้าจะกังวลไปทำไมกัน?"
หลี่จื้อเกาหัว ดูเหมือนจะเป็นอย่างนั้นนะ วันนี้เขาไปห้องสมุดแล้วถูกหนังสือมากมายในนั้นทำให้ตกใจไปหน่อย
จนกระทั่งขบวนเสด็จของฮองเฮาเสด็จกลับจากจวนกั๋วกง องค์หญิงอวี้จางก็ยังไม่มีโอกาสได้พูดคุยกับซูเฉิงอีกเลย
รถม้าเคลื่อนตัวออกจากหมู่บ้านตระกูลซูมุ่งหน้ากลับพระราชวังอย่างราบรื่น องค์หญิงอวี้จางที่นั่งอยู่ในรถม้าเท้าคางมองออกไปนอกหน้าต่างด้วยสายตาเหม่อลอย มุมปากปรากฏรอยยิ้มบางๆ
แม้ตลอดเวลาที่ผ่านมานางจะแอบชอบซูเฉิงอยู่เงียบๆ แต่ก็ไม่เคยได้มีเวลาอยู่ด้วยกันตามลำพังกับซูเฉิงเลย วันนี้นางไม่เพียงแต่เปิดเผยความในใจให้ซูเฉิงรับรู้ แต่ยังได้นั่งอ่านหนังสือด้วยกันกับซูเฉิงที่ชั้นสองของห้องสมุดอีกด้วย
แม้จะเป็นเพียงช่วงเวลาสั้นๆ แต่สำหรับนางแล้ว มันก็เพียงพอให้นางได้นึกถึงไปอีกนาน นี่เป็นสิ่งที่นางไม่เคยกล้าคิดฝันมาก่อน
นางเคยคิดว่าตัวเองจะไม่มีวันเปิดเผยความในใจให้ซูเฉิงได้รับรู้ ทำได้เพียงเก็บซ่อนความรู้สึกอันเร่าร้อนไว้ในส่วนลึกของหัวใจ เมื่อพบหน้าซูเฉิงก็ทำได้เพียงย่อกายทำความเคารพแล้วเรียกเขาว่า 'พี่เขย' เท่านั้น จะไม่ให้มีอะไรมากไปกว่านั้น
ทว่า เรื่องราวที่เกิดขึ้นในวันนี้กลับเป็นเหมือนเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่สำหรับนาง ต่อไปเมื่อนางเริ่มดำเนินงานของสมาคมการกุศล นางก็จะมีโอกาสได้ใกล้ชิดกับซูเฉิงมากขึ้น แม้จะเป็นเพียงแค่การได้พูดคุยกัน นางก็รู้สึกพึงพอใจและคาดหวังเป็นอย่างมากแล้ว
หลังจากส่งฮองเฮาจางซุนเสด็จกลับ ซูเฉิงก็เดินทอดน่องกลับมาที่เรือนด้านใน องค์หญิงฉางเล่อเอนกายพักผ่อนอยู่บนตั่งนุ่ม ใบหน้ามีร่องรอยความเหนื่อยล้าเล็กน้อย แต่สีหน้ากลับดูเบิกบานใจ
ตั้งแต่รู้ตัวว่าตั้งครรภ์ สิ่งที่นางตั้งตารอมากที่สุดก็คือการได้คุยเรื่องส่วนตัวกับเสด็จแม่ บัดนี้ก็สมปรารถนาแล้ว
ซูเฉิงก้าวเดินเข้ามา ถามยิ้มๆ "เป็นไงบ้าง? วันนี้มีความสุขไหม?"
องค์หญิงฉางเล่อตอบด้วยรอยยิ้มหวาน "มีความสุขสิคะ แน่นอนว่ามีความสุข แต่ข้ากลับรู้สึกว่ามีคนหนึ่งที่มีความสุขยิ่งกว่าข้าเสียอีก"
"เจ้าหมายถึงฮองเฮาหรือ? ฮองเฮาคงทรงดีพระทัยจากใจจริงนั่นแหละ" ซูเฉิงยิ้มตอบ
องค์หญิงฉางเล่อส่ายหน้าเบาๆ แย้มยิ้มหวาน "เสด็จแม่ก็ทรงดีพระทัยแน่นอนค่ะ แต่คนที่ข้าหมายถึงไม่ใช่เสด็จแม่หรอกนะคะ"
ซูเฉิงชะงักไปเล็กน้อย ยิ้มถามว่า "ถ้าจะให้พูดว่าใครดีใจที่สุด ก็คงหนีไม่พ้นจื้อหนูนั่นแหละ เล่นประตูกระจกหมุนในห้องสมุดซะสนุกสุดเหวี่ยงเลย"
องค์หญิงฉางเล่อยังคงแย้มยิ้ม "คนที่ข้าหมายถึงก็ไม่ใช่จื้อหนูเหมือนกันค่ะ แต่เป็นอวี้จางต่างหาก"
ซูเฉิงหัวเราะ "องค์หญิงอวี้จางหรือ ความสัมพันธ์ระหว่างนางกับเจ้าสนิทสนมกันมาก พอเจ้าตั้งครรภ์ นางก็ย่อมต้องดีใจเป็นธรรมดา"
องค์หญิงฉางเล่อพยักหน้าเบาๆ "ข้าตั้งครรภ์ อวี้จางย่อมต้องดีใจแน่นอนค่ะ แต่ข้ากลับสังเกตเห็นว่าพอนางกลับมาจากห้องสมุด นางดูเปลี่ยนไปเลยนะคะ ราวกับว่าปลดเปลื้องภาระในใจลงได้ จู่ๆ ก็ดูโปร่งใสขึ้นมาเลย ทั้งคนดูผ่อนคลายขึ้นเยอะเลยค่ะ"
"มีด้วยเหรอ? ข้าไม่เห็นจะรู้สึกเลย" ซูเฉิงตอบหน้าตาย ต้องยอมรับเลยว่าสัมผัสที่หกของสตรีที่ว่าลึกลับซับซ้อนนั้นมันน่ากลัวจริงๆ
องค์หญิงฉางเล่อพยักหน้าเบาๆ "มีสิคะ ข้ารู้จักอวี้จางดีเกินไป ข้าสงสัยมากเลยค่ะว่าท่านพี่ไปทำอะไรมา ทำไมถึงทำให้อวี้จางคลายปมในใจลงได้คะ?"
ซูเฉิงหัวเราะไม่ได้ร้องไห้ไม่ออก "ตอนอยู่ที่ห้องสมุด ข้าจะไปทำอะไรได้ล่ะ? ก็แค่เดินดูรอบๆ ห้องสมุด แล้วก็หาที่นั่งอ่านหนังสือด้วยกันสักพัก"
ตอนที่หลี่จื้อไปห้องสมุด ก็ต้องวิ่งไปเล่นประตูกระจกหมุนแน่ๆ ดังนั้นซูเฉิงก็ต้องไปเป็นเพื่อนอวี้จางเข้าห้องสมุด นั่นก็ถือเป็นการอยู่กันตามลำพังระหว่างอวี้จางกับซูเฉิงครั้งแรก ชายหญิงอยู่ด้วยกันตามลำพัง แถมอวี้จางยังมีใจให้ซูเฉิงอีก นางเลยนึกว่าสองคนนี้จะเกิดประกายไฟอะไรกันเสียอีก
โดยเฉพาะพอเห็นอวี้จางกลับมาแล้วดูโปร่งใสขึ้น นางก็นึกว่าอวี้จางกับซูเฉิงคงเปิดอกคุยกันและผูกพันกันลึกซึ้งแล้ว นึกไม่ถึงเลยว่าแค่ได้นั่งอ่านหนังสือด้วยกันสักพักก็ทำให้อวี้จางมีความสุขได้ถึงขนาดนี้
พอคิดมาถึงตรงนี้ องค์หญิงฉางเล่อก็อดไม่ได้ที่จะกุมขมับ "อวี้จาง ยัยเด็กโง่เอ๊ย!"
(จบแล้ว)