- หน้าแรก
- ปลุกพลังหลุมดำมฤตยู ข้านี่แหละผู้ไร้เทียมทาน
- บทที่ 18 - หลินเทียนอัปเลเวลคลั่ง ราชันอสูรขอบเขตจักรพรรดิและหญิงสาวปริศนา
บทที่ 18 - หลินเทียนอัปเลเวลคลั่ง ราชันอสูรขอบเขตจักรพรรดิและหญิงสาวปริศนา
บทที่ 18 - หลินเทียนอัปเลเวลคลั่ง ราชันอสูรขอบเขตจักรพรรดิและหญิงสาวปริศนา
สัตว์อสูรเกือบพันตัวมอบแต้มให้หลินเทียนถึงสองแสนแต้ม แถมการกลืนกินยังทำให้พลังของเขาก้าวกระโดดขึ้นไปถึงขอบเขตวิญญาณขั้นเจ็ด
เห็นผลลัพธ์แบบนี้ หลินเทียนก็ตื่นเต้นจนเนื้อเต้น
เสียดายก็แต่สัตว์อสูรพวกนี้ระดับไม่ค่อยสูง เลยให้แต้มกับพลังงานได้แค่นิดหน่อย
แต่ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังทึ่งกับความโกงของทักษะแบล็กโฮลอยู่ดี การอัปเลเวลพุ่งพรวดๆ โดยไม่ต้องเสียเวลานั่งบำเพ็ญเพียรนี่มันโคตรจะสะใจเลย
"ด้วยความเร็วระดับนี้ วันนี้จะทะลวงถึงขอบเขตราชัน หรือขอบเขตจุนก็คงไม่ใช่ปัญหา"
หลินเทียนนั่งขัดสมาธิลงบนพื้นเพื่อปรับสมดุลพลังในร่าง
พลังที่ได้จากการกลืนกินมันต่างจากพลังที่ระบบแจกให้ พลังจากการกลืนกินต้องใช้เวลาดูดซับและหลอมรวมให้ฐานพลังมั่นคงเสียก่อน
ใช้เวลาไม่นาน หลินเทียนก็ดูดซับพลังจนสมบูรณ์
เวลาแค่ไม่กี่วัน เขาก้าวกระโดดจากผู้ฝึกยุทธขั้นหนึ่งมาถึงขอบเขตวิญญาณขั้นเจ็ดได้ ต่อให้เป็นอัจฉริยะระดับท็อปก็ยังทำไม่ได้ขนาดนี้เลย
จากนั้นหลินเทียนก็หันไปมองฝูงหมาป่าทมิฬ
เขายื่นมือออกไป กลืนกินพวกมันเปลี่ยนเป็นแต้มและพลังงานอย่างไม่ลังเล
พริบตาเดียว พลังของหลินเทียนก็ทะลวงถึงขอบเขตวิญญาณขั้นเก้า ห่างจากขั้นสมบูรณ์เพียงแค่ก้าวเดียวเท่านั้น
"ฟู่..."
หลินเทียนเป่าลมออกจากปาก ลุกขึ้นยืนด้วยดวงตาที่เป็นประกาย พื้นที่ด้านหลังเขาว่างเปล่า ฝูงหมาป่าทมิฬอันตรธานหายไปจนหมดสิ้น
ส่วนแต้มของเขาก็พุ่งไปถึงสามแสนแล้ว
"ดูเหมือนว่าถ้าอยากได้แต้มเยอะกว่านี้ คงต้องไปล่าสัตว์อสูรระดับสูงๆ ซะแล้ว"
หลินเทียนไม่มีความปรานีต่อสัตว์อสูรเลยสักนิด สัตว์อสูรในเทือกเขานี้ไม่มีตัวไหนดีหรอก ถ้าเขาอ่อนแอ คงโดนฝูงหมาป่าทมิฬขย้ำตายไปนานแล้ว
ที่ควบคุมพวกมันก็แค่รีดเค้นประโยชน์ให้คุ้มค่าที่สุดเท่านั้นเอง
ขณะที่หลินเทียนเตรียมจะบุกเข้าไปในส่วนลึกของเทือกเขาเพื่อหาสัตว์อสูรระดับสูง จู่ๆ ก็มีเสียงกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวมาจากที่ไกลๆ แผ่นดินสะเทือนเลื่อนลั่น
หลินเทียนหันขวับไปมองตามเสียง
สัมผัสได้ถึงคลื่นพลังมหาศาลที่กำลังปะทะกันอย่างดุเดือด พลังรุนแรงราวกับจะฉีกกระชากห้วงมิติให้ขาดสะบั้น
แถมเขายังสังเกตเห็นฝูงสัตว์อสูรกลุ่มใหญ่กำลังวิ่งหนีตายมาทางนี้ ฝูงสัตว์อสูรมืดฟ้ามัวดินถาโถมมาราวกับคลื่นยักษ์ เสียงฝีเท้าดังกึกก้อง บนใบหน้าของพวกมันเต็มไปด้วยความหวาดกลัวสุดขีด ราวกับมีหายนะครั้งใหญ่เกิดขึ้นที่นั่น จนพวกมันต้องเผ่นหนีตาย
"หืม?"
หลินเทียนมองฝูงสัตว์อสูรด้วยความสงสัย
เขาเห็นว่าในฝูงนั้นมีสัตว์อสูรระดับขอบเขตราชันและขอบเขตจุนปะปนอยู่ด้วย หลินเทียนแอบคิดในใจว่า ตัวตนระดับไหนกันนะที่ทำให้พวกมันหวาดกลัวได้ขนาดนี้?
หรือว่าจะมีสัตว์อสูรขอบเขตจักรพรรดิกำลังสู้กันอยู่ที่นั่น?
คิดไปคิดมา ก็ดูเหมือนจะมีแค่ความเป็นไปได้เดียว หลินเทียนเริ่มรู้สึกสนุกขึ้นมาทันที ถ้าเขาได้กลืนกินสัตว์อสูรขอบเขตจักรพรรดิ พลังของเขาจะพุ่งไปถึงระดับไหนกันนะ?
แค่คิด หลินเทียนก็ยิ้มจนแก้มปริแล้ว
วาจาสิทธิ์ของเขาใช้ได้กับสิ่งมีชีวิตทุกชนิดนี่นา
โอกาสทองแบบนี้ เขาไม่มีทางปล่อยให้หลุดมือไปแน่
แต่คลื่นสัตว์อสูรตรงหน้าก็น่าล่อตาล่อใจไม่เบา ถึงจะไม่มีขอบเขตจักรพรรดิ แต่ระดับราชันกับระดับจุนก็มีอยู่เพียบ
"มาเป็นแต้มให้ฉันซะเถอะ"
หลินเทียนแสยะยิ้มชั่วร้าย ก่อนจะใช้วาจาสิทธิ์ออกคำสั่ง
เขาควบคุมสัตว์อสูรขอบเขตจุนที่แข็งแกร่งที่สุดในฝูงสิบกว่าตัวเอาไว้ ในจำนวนนั้นมีตัวนึงที่บรรลุถึงขอบเขตจุนขั้นเก้าแล้วด้วย
เขาสั่งให้พวกมันไล่อัดสัตว์อสูรตัวอื่นๆ ในฝูงให้ปางตาย เหลือลมหายใจไว้ร่อแร่ก็พอ
หนึ่งชั่วโมงต่อมา
สัตว์อสูรนับสิบตัวที่ถูกหลินเทียนควบคุม ตอนนี้สภาพสะบักสะบอมเต็มไปด้วยบาดแผล ถึงพวกมันจะเป็นขอบเขตจุน เป็นจ้าวแห่งสัตว์อสูร แต่ต้องมารับมือกับคลื่นสัตว์อสูรนับหมื่น ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆ เลย โชคดีที่หลินเทียนลงมือช่วยควบคุมเพิ่มอีกหลายตัว เลยร่นเวลาไปได้เยอะ
มองดูสัตว์อสูรที่นอนร้องโอดครวญเกลื่อนกลาด หลินเทียนไม่มีความหวาดกลัวเลยสักนิด กลับตื่นเต้นจนตัวสั่น ถ้าฆ่าพวกมันหมดนี่ เขาจะได้แต้มมหาศาลขนาดไหนกันนะ?
เห็นว่าจัดการไปได้เยอะแล้ว หลินเทียนก็ตวัดมือ
แบล็กโฮลปรากฏขึ้น ดูดกลืนพวกมันทั้งหมดเข้าไปอย่างตะกละตะกลาม
[ติ๊ง... สังหารสัตว์อสูรระดับเทียน ได้รับแต้ม 312]
[ติ๊ง... สังหารสัตว์อสูรขอบเขตวิญญาณ ได้รับแต้ม 1,341]
[ติ๊ง... สังหารสัตว์อสูรขอบเขตจุน ได้รับแต้ม 9,315]
[ติ๊ง... สังหารสัตว์อสูรขอบเขตจุน ได้รับแต้ม 12,437]
...
มองดูแต้มที่พุ่งกระฉูดไม่หยุด หลินเทียนก็ยิ้มจนกรามจะค้าง
สะใจ! โคตรสะใจเลย!
แบล็กโฮลอันน่าสะพรึงกลัวทำให้สัตว์อสูรพวกนั้นหวาดกลัวจนจับขั้วหัวใจ แต่ตอนนี้พวกมันขยับตัวไม่ได้แล้ว ไม่มีทางต้านทานพลังของแบล็กโฮลได้เลย ทำได้แค่ส่งเสียงร้องโหยหวนขณะถูกแบล็กโฮลกลืนกินเข้าไปทีละตัว
หลังจากดูดซับพลังงานมหาศาลเข้าไปจนหมด หลินเทียนก็รู้สึกว่าร่างกายเปี่ยมไปด้วยพลังล้นปรี่
"ระบบ เปิดหน้าต่างสถานะ"
โฮสต์: หลินเทียน
ระดับพลัง: ขอบเขตจุนขั้นแปด
ของวิเศษที่ปลุกได้: แบล็กโฮล (ระดับเทพ), ลิงวานรทองคำ (ระดับ SSS), เพลิงลาวาสีชาด (ระดับ SS), หัตถ์ปีศาจ (ระดับ B)
ทักษะ: วาจาสิทธิ์
แต้ม: 13,421,549
ช่องเก็บของ: ว่างเปล่า
"พลังของแบล็กโฮล น่ากลัวจริงๆ"
เห็นระดับพลังของตัวเองตอนนี้ หลินเทียนก็สูดปากด้วยความทึ่ง แต้มพุ่งไปถึงสิบสามล้านกว่าแล้ว
แต่ที่ทำให้เขาแปลกใจนิดหน่อยคือ สัตว์อสูรเป็นหมื่นๆ ตัว กลับดันพลังเขาให้ถึงแค่ขอบเขตจุนขั้นแปดเอง
ในคลื่นสัตว์อสูรมีระดับจุนตั้งสิบกว่าตัวแท้ๆ ทำไมถึงดันให้ถึงแค่ขั้นแปดล่ะ ไม่ทะลุไปถึงกึ่งเทพเลยล่ะ?
ระบบโผล่มาไขข้อข้องใจให้หลินเทียนทันที
[ในแต่ละระดับขั้น โฮสต์ต้องการพลังงานไม่เท่ากัน ยิ่งระดับพลังสูงขึ้น พลังงานที่ต้องใช้ก็ยิ่งมหาศาล สัตว์อสูรพวกนี้ดันให้โฮสต์ไปถึงขอบเขตจุนขั้นแปดได้ โฮสต์ก็ควรจะแอบยิ้มดีใจได้แล้วนะ]
น้ำเสียงตอนท้ายของระบบแฝงความเหยียดหยามสุดๆ
ฟังที่ระบบพูด หลินเทียนก็พยักหน้าเห็นด้วย เขาคงโลภมากไปเองแหละ แค่วันเดียวพุ่งจากระดับเทียนมาถึงขอบเขตจุนได้ เขาก็ควรจะพอใจมากๆ แล้ว
พยายามจะดันให้ถึงขอบเขตจักรพรรดิขั้นสมบูรณ์ หรือแม้แต่กึ่งเทพเลยงั้นเหรอ? ฝันไปเถอะ
หลังจากปรับสมดุลพลังเสร็จ หลินเทียนก็ทอดสายตาไปไกล การต่อสู้ตรงนั้นยังไม่จบ แถมยังทวีความดุเดือดขึ้นเรื่อยๆ
หลินเทียนรีบเหาะทะยานไปทางนั้นทันที
ตอนนี้เขาอยู่ขอบเขตจุนแล้ว สามารถเหาะเหินเดินอากาศได้ ความเร็วเลยพุ่งปรี๊ด
ณ ใจกลางเทือกเขาสัตว์อสูร
กลางอากาศมีร่างของหญิงสาวสวมผ้าคลุมหน้าลอยอยู่ ถึงจะมองไม่เห็นหน้า แต่ทรวดทรงองค์เอวเย้ายวนขนาดนั้น มองปราดเดียวก็รู้ว่าต้องเป็นสาวงามแน่ๆ
หญิงสาวปริศนาแผ่กลิ่นอายพลังอันน่าสะพรึงกลัวออกมา ฝั่งตรงข้ามของเธอคือสัตว์ร้ายรูปร่างคล้ายสิงโตผสมเสือ ทั่วทั้งร่างมีลวดลายสีม่วงทองงดงามวิจิตร บนหลังมีปีกคู่หนึ่งสยายอยู่ ทว่าตอนนี้สภาพของมันสะบักสะบอมเต็มไปด้วยบาดแผลสาหัส
มันเบิกตาสีม่วงประกายวาววับ จ้องมองยอดฝีมือเผ่ามนุษย์ตรงหน้าด้วยความเคียดแค้น
ผลจากการปะทะกันของทั้งสองฝ่าย ทำให้พื้นที่รอบๆ พังพินาศ พื้นดินแตกระแหง ร่องรอยการต่อสู้อันดุเดือดปรากฏให้เห็นชัดเจน
"ราชสีห์ม่วงทอง ข้าแค่ต้องการหยาดทิพย์แก่นโลกของเจ้าเพียงหยดเดียวเท่านั้น ไม่ได้คิดจะเอาชีวิตเจ้า ถ้าเจ้ายอมมอบมันมา ข้าจะปล่อยเจ้าไปอย่างปลอดภัย"
น้ำเสียงเย็นชาของหญิงสาวปริศนาดังขึ้น กระบี่สีขาวในมือส่งเสียงร้องหึ่งๆ แผ่ไอเย็นเยียบออกมา
หลินเทียนที่แอบซุ่มดูอยู่ไกลๆ เบิกตากว้าง เขาได้ยินคำพูดของหญิงสาวชัดเจน
ราชสีห์ม่วงทอง?
นั่นมันหนึ่งในสามราชันอสูรไม่ใช่เหรอ?
มันอยู่ถึงขอบเขตจักรพรรดิขั้นแปดเชียวนะ แต่กลับโดนหญิงสาวปริศนาคนนี้ไล่อัดจนสภาพดูไม่จืดเลย
นี่ก็หมายความว่า หญิงสาวคนนี้ต้องอยู่ขอบเขตจักรพรรดิขั้นเก้า? หรือไม่ก็ขั้นสมบูรณ์สินะ?
หลินเทียนมองหญิงสาวปริศนาด้วยความทึ่ง บนตัวเธอไม่มีรอยขีดข่วนเลยสักนิด ตัดภาพมาที่ราชสีห์ม่วงทองที่เลือดอาบตัว นี่มันต้อนอยู่ฝ่ายเดียวชัดๆ!