- หน้าแรก
- เป็นม่ายยุคเจ็ดศูนย์แล้วไง ขนสมบัติแม่ผัวไปเลี้ยงลูกจนได้ดี
- บทที่ 16 กวาดเรียบ! กลับบ้าน!
บทที่ 16 กวาดเรียบ! กลับบ้าน!
บทที่ 16 กวาดเรียบ! กลับบ้าน!
บทที่ 16 กวาดเรียบ! กลับบ้าน!
พี่น้องกู้เจ๋อหมิงช่วยอธิบายอย่างใจเย็น พวกเขาไปสืบราคาตลาดล่วงหน้ามาแล้ว เมื่อเทียบกับการซื้อของใหม่ ของมือสองพวกนี้คุ้มค่าสุดๆ
นี่ไง ผ่านไปไม่ทันไร คนก็แห่กันมาจนแน่นลานบ้าน มีทั้งพวกที่มามุงดูเฉยๆ แล้วก็พวกที่ตั้งใจมาสอยของดีราคาถูกจริงๆ
บ้านหัวหน้าฝ่ายผลิตเองก็อยากได้ตู้เย็นมาตั้งนานแล้ว คนในบ้านมีทำงานที่โรงงานเนื้อสัตว์ด้วย ปกติก็ได้เนื้อกลับมาไม่น้อย ถ้ามีตู้เย็นก็จะสะดวกขึ้นเป็นกอง
แถมงานนี้ยังแถมของในตู้เย็นให้อีก พอถามราคา ตู้เย็นตู้นี้ขายแค่แปดร้อยหยวน ถูกกว่าตั้งครึ่งค่อน ที่สำคัญคือไม่ต้องใช้คูปอง! จะไปหาของดีราคาถูกแบบนี้ได้ที่ไหนอีกล่ะ
ยุคสมัยนี้มีเงินอย่างเดียวใช่ว่าจะซื้อของได้ ปัญหาหลักคือไม่มีคูปอง ต่อให้มีคูปองก็ใช่ว่าจะมีของให้ซื้อเสมอไป
ตู้เย็นตู้นี้ก็เลยตกเป็นของบ้านหัวหน้าฝ่ายผลิตไปโดยปริยาย
จากนั้นก็ได้รับสายตาอิจฉาตาร้อนจากคนรอบข้าง ความจริงก็มีหลายคนที่อยากได้ แต่ถ้าไม่ติดว่าไม่มีเงิน ก็คือเสียดายเงินก้อนใหญ่ สุดท้ายก็ได้แต่มองตาปริบๆ ปล่อยให้คนอื่นสอยไป
แต่ก็มีหลายคนที่รู้ว่าโอกาสทองแบบนี้หายาก เพราะงั้นถึงเวลาต้องควักกระเป๋าก็ไม่รีรอ
ไม่ทันไร ข้าวของชิ้นใหญ่ก็ถูกกว้านซื้อไปจนเกลี้ยง แม้แต่ภรรยาของผู้อำนวยการโรงงานยังโผล่มาเลย เป้าหมายหลักของเธอคือโซฟาตัวนี้แหละ
ก่อนหน้านี้มีคนแวะเวียนมาที่บ้านรองผู้อำนวยการตั้งเยอะ ต่างก็เอ่ยปากชมว่าบ้านนี้มีโซฟาดี๊ดี ตอนนั้นเอาไปคุยอวดใครต่อใครก็หน้าบานจะตาย
ตอนนี้ในเมื่อเขาจะขาย ราคาก็พอรับได้ เธอก็เลยตาลุกวาวขึ้นมาทันที
ถึงจะเป็นของมือสอง แต่สภาพยังดีเยี่ยม ลองนั่งดูแล้วก็นุ่มสบายจริงๆ แบบนี้จะไม่ให้ใจสั่นได้ยังไง
จากนั้นเธอก็ดึงกู้เจ๋อหมิงไปต่อรองราคาอยู่มุมหนึ่ง แล้วก็ตกลงซื้อขายกันตรงนั้นเลย
พี่น้องกู้เจ๋อหมิงช่วยกันแบกโซฟาไปส่งถึงบ้านผู้อำนวยการโรงงาน แถมยังพูดจาประจบประแจงไปอีกสองสามประโยค
เสร็จสรรพก็รับเงินเดินยิ้มกริ่มกลับมา
ส่วนกู้ซืออวี๋ที่อยู่ชั้นบนก็ค้นเจอช่องลับพวกนั้นแล้ว ได้ยินมาว่าเมื่อก่อนเขาซ่อนเงินไว้ตรงนี้ ตอนแรกเธอก็ถอดใจนึกว่าจะไม่เจออะไรแล้ว ที่ไหนได้ ดันเจอทองแท่งตั้งหลายแท่งซ่อนอยู่ข้างในจริงๆ!
กู้ซืออวี๋: ......
เก็บสิรออะไร!
พูดกันตามตรง วิลล่าหลังนี้เป็นของฟู่เหิงทั้งหมด คนกันเองจะหยิบฉวยของในบ้านไปบ้างจะเป็นไรไปล่ะ
ข้างล่างคึกคักวุ่นวายอยู่พักใหญ่ ส่วนเธอก็กวาดของดีๆ จากชั้นบนมาได้เพียบ ไม่คิดเลยว่าคนพวกนี้จะทำตัวเหมือนหนู ขุดรูซ่อนของไว้ทั่วบ้าน ที่พีคสุดคือ ในรูพวกนั้นดันมีของดีซ่อนอยู่ซะด้วย!
เธอเก็บของไปยิ้มไปอย่างมีความสุข ส่วนพี่ชายสองคนข้างล่างก็กำลังเพลิดเพลินกับการโกยเงินเข้ากระเป๋า
ในที่สุด ข้าวของชิ้นเล็กชิ้นใหญ่ก็ถูกขายไปจนเกลี้ยง ลานบ้านกลับมาโล่งโจ้งอีกครั้ง
สองพี่น้องเดินหน้าแดงระเรื่อเข้ามาในบ้าน พอเห็นสภาพบ้านที่ว่างเปล่า ก็อดรู้สึกแปลกๆ ไม่ได้
"น้องเล็ก ไปกันเถอะ พวกเราเอาเงินก้อนนี้ไปฝากธนาคารก่อน แล้วค่อยไปหาอะไรกินข้างนอกกัน"
ก็ตอนนี้ในบ้านไม่มีแม้แต่โต๊ะเก้าอี้ จะให้ทำกับข้าวกินเองก็คงเป็นไปไม่ได้แล้วล่ะ
"ได้จ้ะ รอเดี๋ยวนะ"
พูดจบ กู้ซืออวี๋ก็หอบเอาของที่ขุดเจอลงมาจากชั้นบน
พอเอามาวางแหมะตรงหน้าพี่ชายทั้งสอง พวกเขาก็ถึงกับตาเหลือก
ปฏิกิริยาแรกของกู้เจ๋อหมิงคือหันขวับไปล็อคประตู แถมยังดึงผ้าม่านปิดจนมิดชิด
"ไปขุดของพวกนี้มาจากไหนเยอะแยะเนี่ย"
"ก็บนห้องไง ฟู่เหิงเคยบอกที่ซ่อนไว้ให้ฉันรู้ก่อนแล้ว ไม่คิดเลยว่าจะมีเยอะขนาดนี้!" กู้ซืออวี๋เองก็ยังแทบไม่เชื่อสายตาตัวเอง
"งั้นของพวกนี้เธอก็เก็บไว้เองเถอะ เมื่อก่อนเธอต้องเลี้ยงลูกคนเดียวก็ลำบากแย่แล้ว ถ้าเกิดช็อตเงินขึ้นมาจริงๆ ของพวกนี้แหละจะได้เอาไว้ใช้ยามฉุกเฉิน"
ถึงพี่ชายทั้งสองจะช็อกที่เห็นของมีค่าเยอะขนาดนี้ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกอิจฉาตาร้อนเลยสักนิด ในทางทฤษฎีแล้ว ของพวกนี้เป็นของตระกูลฟู่ทั้งหมด ตอนนี้ฟู่เหิงก็จากไปแล้ว น้องสาวก็ยังมีลูกต้องเลี้ยงดู พี่ชายอย่างพวกเขาช่วยอะไรไม่ได้มาก แต่อย่างน้อยก็ไม่คิดจะฮุบสมบัติของน้องสาวแน่นอน
"อืม งั้นพวกเราไปกันก่อนเถอะ เอาเงินไปฝากไว้ให้เรียบร้อย จะได้รีบไปซื้อตั๋วรถไฟกลับบ้านกันสักที" กู้ซืออวี๋เอ่ยขึ้น
ความจริงแล้วเธอก็คิดถึงบ้านเหมือนกัน ไม่รู้ว่าป่านนี้ทางนั้นจะเป็นยังไงบ้างแล้ว?
ว่าแล้วสามพี่น้องก็มุ่งหน้าไปที่ทำการไปรษณีย์ก่อนเป็นอันดับแรก จัดการเปิดสมุดบัญชีแล้วเอาเงินทั้งหมดฝากเข้าไป เสร็จแล้วก็ส่งสมุดบัญชีให้กู้ซืออวี๋เก็บไว้ พี่ชายทั้งสองไม่ได้ชายตามองเงินก้อนนั้นเลยแม้แต่น้อย
กู้ซืออวี๋ก็ไม่เล่นตัว เลี้ยงข้าวพี่ชายทั้งสองเป็นมื้อใหญ่ แล้วอาศัยจังหวะที่ยังไม่ค่ำมืด ตรงดิ่งไปสถานีรถไฟเพื่อจองตั๋ว ตั๋วเที่ยวที่เร็วที่สุดคือช่วงเย็นวันพรุ่งนี้
ตกดึก พวกเขาก็กลับมาเก็บข้าวของเตรียมตัว เตรียมใจว่าพรุ่งนี้จะออกไปซื้อของฝากให้คนทางบ้านอีกสักรอบ แล้วค่อยเดินทางกลับ
วันรุ่งขึ้น สามพี่น้องหอบหิ้วสัมภาระออกจากบ้านแต่ไก่โห่ มุ่งหน้าไปห้างสรรพสินค้า แล้วก็เริ่มปฏิบัติการกวาดซื้อของอย่างเมามัน ต้องยอมรับเลยว่า ไม่ว่าจะยุคสมัยไหน การช้อปปิ้งมันก็เป็นอะไรที่ฟินสุดๆ ไปเลยจริงๆ
ก่อนหน้านี้ก็ซื้อตุนไว้บ้างแล้ว คราวนี้ก็เลยซื้อเพิ่มอีกเพียบ ของแปลกๆ ที่แถวบ้านไม่มีขาย กู้ซืออวี๋ก็เหมามาอย่างละนิดอย่างละหน่อย
ด้วยท่าทีการจับจ่ายที่บ้าระห่ำแบบนี้ ของชิ้นใหญ่บางอย่างที่ขนไปไม่ไหว ก็จัดการแพ็คส่งไปรษณีย์ไปซะเลย
พอตกเที่ยงก็แวะไปกินข้าวเที่ยงที่ร้านอาหารของรัฐให้อิ่มหนำสำราญ เสร็จแล้วก็แวะไปโทรเลขบอกที่บ้านว่าจะขึ้นรถไฟกลับตอนบ่ายนี้
กู้อันปังที่รับสาย พอได้ยินว่าลูกสาวสุดที่รักกำลังจะกลับบ้าน ก็ดีใจจนเนื้อเต้น
แต่ก็ไม่วายย้ำแล้วย้ำอีกให้ลูกชายทั้งสองดูแลกู้ซืออวี๋ให้ดีๆ
ซึ่งแน่นอนว่าสองพี่น้องก็รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ
จากนั้นทั้งสามคนก็เดินทางไปที่สถานีรถไฟ ตอนแรกก็นึกว่าจะต้องทนปวดหลังกับตู้นอนแบบแข็งซะแล้ว แต่พอถึงเวลาขึ้นรถ พนักงานตรวจตั๋วกลับเดินมาบอกว่าสามารถอัปเกรดเป็นตู้นอนตู้พิเศษให้ได้! ปกติแค่ตู้นอนแบบแข็งก็หายากจะแย่อยู่แล้ว
แต่นี่กลับได้ตู้นอนตู้พิเศษมาครอบครอง ยุคสมัยนี้ถ้าไม่มีจดหมายแนะนำตัวจากหน่วยงานต้นสังกัด หรือเส้นสายระดับบิ๊กๆ ก็อย่าหวังว่าจะได้เหยียบตู้นอนตู้พิเศษเลย
เหมือนพนักงานตรวจตั๋วจะอ่านสีหน้าฉงนของพวกเขาออก เลยรีบอธิบาย "ผู้บังคับบัญชาของเราสั่งมาน่ะครับ ท่านบอกว่าสหายกู้กำลังตั้งครรภ์อยู่ ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ!"
กู้ซืออวี๋ถึงบางอ้อทันที
สงสัยจะเป็นการจัดแจงของท่านผู้ใหญ่คนไหนสักคนแน่ๆ ช่างใส่ใจรายละเอียดซะจริง
กู้ซืออวี๋ฝากคำขอบคุณผ่านพนักงานตรวจตั๋วไป ก่อนจะพาพี่ชายทั้งสองก้าวขึ้นรถไฟ สมกับเป็นตู้นอนตู้พิเศษจริงๆ ไม่ต้องไปเบียดเสียดยัดเยียดกับใครให้วุ่นวาย สองพี่น้องตระกูลกู้ก็เลยได้อานิสงส์เปิดหูเปิดตาไปด้วย
พอนึกย้อนไปตอนขามาที่ต้องทนเบียดกับฝูงชนจนแทบจะกลายเป็นปลากระป๋อง ถ้าไม่ได้ส่วนสูงช่วยไว้ มีหวังโดนบี้แบนแต๊ดแต๋ไปแล้ว
ตอนแรกก็ยังกังวลว่ากู้ซืออวี๋จะต้องมาเบียดเสียดจนอาจจะเป็นอันตรายต่อเด็กในท้อง แต่ตอนนี้ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้นอีกแล้ว
พอทั้งสามคนเข้ามาในตู้นอนตู้พิเศษ ซึ่งเป็นห้องส่วนตัวมิดชิด ความเป็นส่วนตัวถือว่าดีเยี่ยม กู้ซืออวี๋ก็เอาผ้าปูที่นอนที่เตรียมมาเองปูทับลงไป แล้วทิ้งตัวลงนั่งทันที วันนี้เดินตะลอนมาทั้งวัน เริ่มจะปวดเท้าขึ้นมาตงิดๆ แล้วสิ
"น้องเล็ก พักผ่อนไปก่อนนะ เดี๋ยวพี่สามไปตักน้ำมาให้ล้างหน้าล้างตา แล้วจะชงนมมอลต์ให้ดื่มสักแก้ว!" กู้ซิวหย่วนสั่งให้กู้เจ๋อหมิงดูแลกู้ซืออวี๋ ส่วนตัวเองก็ลุกออกไปจัดการธุระ พอกลับมาพร้อมน้ำ กู้ซืออวี๋ก็ล้างหน้าล้างตาจนรู้สึกสดชื่นขึ้นเป็นกอง
ผ่านไปยี่สิบนาที รถไฟก็เริ่มเคลื่อนขบวนดังกึกกัก กู้ซืออวี๋ทอดสายตามองวิวทิวทัศน์ที่ค่อยๆ เลื่อนผ่านไปทางหน้าต่าง แววตาเต็มไปด้วยความคาดหวัง อีกไม่นานก็จะได้เจอครอบครัวแล้วสินะ
ในขณะเดียวกัน ทางฝั่งกองพลจินหลัววาน ฟู่หยาก็ได้รับโทรเลขเข้าจริงๆ พอเห็นข้อความในนั้น เธอก็ยังรู้สึกจุกแน่นที่หน้าอก ถ้าไม่ใช่เพราะกู้อันปังมาบอกเรื่องที่กู้ซืออวี๋เล่าในโทรศัพท์ให้ฟังก่อนหน้านี้ล่ะก็ เธออาจจะหลงเชื่อไปแล้วก็ได้
แต่เพราะกู้ซืออวี๋เตรียมการมาดี ต่อให้ต้องเจอข่าวร้ายแบบนี้ เธอก็ยังฮึดสู้ทนไหว แถมกู้ซืออวี๋ยังโทรมาบอกอีกว่าใกล้จะถึงบ้านแล้ว เธอใกล้จะได้อุ้มหลานแล้ว ในใจก็ยิ่งตื่นเต้นตั้งตารอ
ส่วนโทรเลขของหลินอวี้ฉินที่ส่งมา เธอรู้อยู่เต็มอกว่ามันแฝงเจตนาร้ายอะไรไว้ ก็แค่อยากจะหาเรื่องเหยียบย่ำให้เธอจมดินนั่นแหละ ฝันไปเถอะ!
(จบบท)