เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 13 จิตดาราประทับร่าง ประกายดาบแผลงฤทธิ์!

บทที่ 13 จิตดาราประทับร่าง ประกายดาบแผลงฤทธิ์!

บทที่ 13 จิตดาราประทับร่าง ประกายดาบแผลงฤทธิ์!


บทที่ 13 จิตดาราประทับร่าง ประกายดาบแผลงฤทธิ์!

ตู้ม!

ในเสี้ยววินาทีที่ดาบเหมันต์ของกู่เฉินกำลังจะฟันร่างผู้ดูแลสาม ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งก็พุ่งเข้ามาขวางหน้าผู้ดูแลสามไว้

ฝ่ามือใหญ่นั้นกำหมัดชกเข้าใส่ดาบของกู่เฉิน ทำลายพลังดาบจนแตกสลายไปในพริบตา

"พรวด..."

กู่เฉินที่ถือดาบอยู่ถูกพลังสะท้อนกลับกระเด็นลอยละลิ่ว เลือดสดๆพ่นออกมากลางอากาศ ก่อนจะร่วงหล่นลงกระแทกพื้นริมแม่น้ำลาวาอย่างแรง ห่างจากแม่น้ำลาวาเพียงไม่ถึงครึ่งเมตรเท่านั้น หากตกลงไปคงต้องตายอย่างอนาถแน่

"ท่านหัวหน้า!"

เมื่อเห็นคนที่ปรากฏตัวขึ้น ผู้ดูแลสามและผู้ดูแลสี่ต่างก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก

แต่กู่จ้านไม่ได้สนใจพวกเขาสายตาจับจ้องไปที่กู่เฉิน "กู่เฉิน ไม่คิดเลยว่าเพียงไม่กี่วันเจ้าจะเก่งกาจกว่าตอนที่ยังไม่ถูกทำลายวรยุทธ์เสียอีก!"

"แล้วไง?"

กู่เฉินใช้ดาบยันพื้นค่อยๆลุกขึ้นยืนช้าๆ กลืนยาสมานแผลระดับสี่ลงไปสองเม็ดแล้วจ้องมองกู่จ้านด้วยสายตาเย็นชา

"ด้วยพรสวรรค์ของเจ้า หากต้องตายก็คงน่าเสียดาย ท่านผู้นำตระกูลเป็นคนรักคนเก่ง เจ้าเองก็เป็นบุตรบุญธรรม หากเจ้ายอมกลับไปกับข้า ข้าจะไปขอร้องท่านผู้นำให้ แค่เจ้ายอมก้มหัวให้ท่านผู้นำก็อาจจะหายโกรธและยกโทษให้ เรื่องนี้ก็ให้มันแล้วไป เจ้าก็ยังคงเป็นนายน้อยตระกูลกู่ต่อไป ดีหรือไม่?"

การที่สามารถควบแน่นจิตดาราขึ้นมาใหม่ได้ภายในเวลาไม่ถึงสามวัน ซ้ำยังเก่งกาจกว่าตอนที่อยู่ในจุดสูงสุดเสียอีก สิ่งนี้ไม่อาจใช้คำว่า "อัจฉริยะ" มาอธิบายได้แล้ว ยอดอัจฉริยะเช่นนี้หากฆ่าทิ้งก็น่าเสียดายเกินไป!

"ลูกผู้ชายบางครั้งก็ควบคุมความต้องการของตัวเองไม่ได้ ถึงตอนนั้นตระกูลกู่จะประกาศออกไปว่าสาวใช้ของเจ้าเป็นฝ่ายยั่วยวนให้เจ้าทำผิด..."

"หุบปาก!"

ไม่ทันที่กู่จ้านจะพูดจบกู่เฉินก็ตวาดสวนกลับทันที

"ตอนที่กู่เต้าเทียนและกู่เยวี่ยเอ๋อร์ทำลายจุดตันเถียนของข้า แย่งชิงจิตดาราของข้าไป เจ้าไปมุดหัวอยู่ที่ไหน?"

"ตอนที่พวกมันหยามเกียรติข้า ส่งคนมาฆ่าข้าหลายต่อหลายครั้ง เจ้ามัวไปทำอะไรอยู่?"

กู่เฉินถลึงตาใส่กู่จ้าน "ตอนนี้เพิ่งจะมาทำตัวเป็นคนดีงั้นหรือ!"

"ดี ดี ดี ในเมื่อข้าพูดดีๆแล้วไม่ฟัง กลับใส่ร้ายท่านผู้นำและคุณหนูใหญ่ ช่างดื้อด้านเสียจริง!"

กู่จ้านชักดาบที่เอวออกมาจ่อหน้ากู่เฉิน "ในเมื่อไม่ยอมรับข้อเสนอ ก็จงไปลงนรกซะเถอะ!"

วืด!

เมื่อดาบถูกชักออกพลังอันมหาศาลก็ก่อตัวขึ้น พริบตาที่ตวัดดาบเสียงคำรามของพยัคฆ์ก็ดังกึกก้องออกมาจากดาบ กรงเล็บพยัคฆ์ยักษ์ปรากฏขึ้นปกคลุมร่างของกู่เฉินเอาไว้

"จิตดาราประทับร่าง?"

เมื่อเห็นเช่นนั้นผู้ดูแลสามและผู้ดูแลสี่ที่อยู่ด้านหลังก็ถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก

"กู่เฉิน ท่านหัวหน้าให้เกียรติเจ้ามากแล้ว ที่ให้เจ้าตายด้วยจิตดาราประทับร่าง เจ้าจงตายตาหลับเถอะ!"

จิตดาราประทับร่างคือทักษะที่ร้ายกาจยิ่ง มีเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์เท่านั้นจึงจะทำได้ โดยการแผ่พลังจิตดาราในจุดตันเถียนออกมาห่อหุ้มร่างกายไว้ ทำให้ทั่วร่างเต็มไปด้วยพลังจิตดารา การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยก็สามารถปลดปล่อยอานุภาพจิตดาราอันน่าสะพรึงกลัวออกมาได้

ยิ่งจิตดาราระดับสูงพลังของจิตดาราประทับร่างก็จะยิ่งทรงอานุภาพ และเมื่อก้าวเข้าสู่ระดับปรมาจารย์เท่านั้นความแตกต่างของระดับจิตดาราจึงจะเผยให้เห็นอย่างแท้จริง

จิตดาราของกู่จ้านคือจิตดาราพยัคฆ์คลั่งระดับสี่ชั้นฟ้า!

เมื่อเห็นดาบพยัคฆ์คลั่งกำลังจะฟันลงบนร่างของกู่เฉิน นัยน์ตาของลั่วเยวี่ยจู๋ที่อยู่ไม่ไกลก็หดเกร็งลง "แย่แล้ว กู่เฉินกำลังตกอยู่ในอันตราย!"

นางเตรียมจะลงมือช่วยเหลือ แม้กู่เฉินจะมีจิตดาราคู่ที่ดวงหนึ่งเป็นเศษขยะ แต่เขาก็สามารถหลอมรวมพลังวิญญาณได้ซึ่งเป็นพรสวรรค์ที่หาได้ยากยิ่ง พรสวรรค์เช่นนี้ภายภาคหน้าย่อมต้องประสบความสำเร็จเป็นแน่ ไม่สมควรต้องมาตายอยู่ที่นี่!

"คุณหนู ข้าจัดการเอง ท่านร่างกายยังไม่หายดี อย่าเพิ่งขยับเลย!" ซินเอ๋อร์ที่อยู่ข้างๆรีบห้ามไว้พร้อมกับพุ่งตัวลงจากหน้าผาตรงไปยังจุดที่มีการต่อสู้

นางไม่ได้อยากช่วยไอ้โรคจิตนี่หรอก แต่นางรู้ใจคุณหนูดี หากนางไม่ลงมือคุณหนูจะต้องลงมือเองแน่ นางจะยอมให้คุณหนูที่กำลังบาดเจ็บต้องออกโรงได้อย่างไร!

วืด!

มีดบินเล่มหนึ่งพุ่งเข้าปะทะกับตัวดาบก่อนที่ดาบพยัคฆ์คลั่งจะฟันถึงตัวกู่เฉิน พลังอันรุนแรงทำให้ดาบพยัคฆ์คลั่งเบี่ยงเบนทิศทาง ฟันเฉียดร่างกู่เฉินไปกระแทกหินลาวาจนแหลกละเอียด

กู่เฉินอาศัยจังหวะนั้นกลิ้งตัวหลบออกไปได้หลายเมตร ร่างของซินเอ๋อร์ก็มาปรากฏตัวอยู่ข้างกู่เฉิน เสียงของนางลอยเข้าหูกู่เฉิน "ไอ้โรคจิต ข้าไม่ได้อยากช่วยเจ้าหรอกนะ แต่คุณหนูของข้าไม่อยากเห็นเจ้าตายต่างหาก!"

"ข้าต้องการให้เจ้าช่วยงั้นหรือ?" กู่เฉินขมวดคิ้ว

"ฮึ!" ซินเอ๋อร์แค่นเสียงไม่พูดอะไรอีก นางพุ่งตัวเข้าใส่กู่จ้านทันที

"เจ้าเป็นใคร?" กู่จ้านไม่คาดคิดเลยว่าจะมีคนโผล่มาแทรกแซง "แค่เบิกนภาขั้นที่เก้าก็กล้ามาขวางข้างั้นหรือ รนหาที่ตาย!"

เมื่อสัมผัสได้ถึงระดับการฝึกตนของอีกฝ่ายกู่จ้านก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง พุ่งเข้าปะทะกันทันที

"สิบห้าหยด!" กู่เฉินอาศัยจังหวะนี้ตรวจสอบหยาดวิญญาณในต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ก่อกำเนิด มันเพิ่มขึ้นมาอีกสิบห้าหยด! เมื่อรวมกับห้าสิบห้าหยดก่อนหน้านี้ก็กลายเป็นเจ็ดสิบหยดพอดี!

วืด!

วินาทีที่กู่เฉินตรวจสอบ พลังวิญญาณอันมหาศาลก็พุ่งทะลักออกจากต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ก่อกำเนิดเข้าสู่ร่างกายของกู่เฉิน ฟื้นฟูพลังที่สูญเสียไปจนเต็มเปี่ยมในพริบตา ซ้ำยังผลักดันระดับการฝึกตนให้ทะยานสู่เบิกนภาขั้นที่แปดอีกด้วย!

ปัง!

และในตอนนั้นเองซินเอ๋อร์ก็ถูกกู่จ้านเตะกระเด็น ร่างของนางเฉียดร่างกู่เฉินไปและกำลังจะร่วงลงสู่แม่น้ำลาวาที่อยู่ด้านหลัง

ระดับการฝึกตนของทั้งสองห่างชั้นกันเกินไป เบิกนภาขั้นที่เก้ากับระดับปรมาจารย์แม้จะดูเหมือนห่างกันเพียงขั้นเดียว แต่ความจริงแล้วต่างกันราวฟ้ากับเหว! ซินเอ๋อร์ไม่ใช่คู่มือของกู่จ้านเลยแม้แต่น้อย

เมื่อเห็นซินเอ๋อร์กำลังจะตกลงไปในแม่น้ำลาวา กู่เฉินส่ายหน้าเบาๆแล้วยื่นมือออกไปคว้าตัวนางกลางอากาศดึงกลับมาได้สำเร็จ

เขาไม่ได้อยากช่วยผู้หญิงน่ารำคาญคนนี้หรอก แต่ในเมื่ออีกฝ่ายมาช่วยเขารับมือกับกู่จ้าน เขาก็ไม่อาจทนนิ่งดูดายได้

"แฮกๆ..." ซินเอ๋อร์ที่เพิ่งรอดตายมาหวุดหวิดหอบหายใจถี่รัว หน้าผากชุ่มไปด้วยเหงื่อเย็น แต่ถึงกระนั้นนางก็ยังไม่ลืมหันมาแขวะกู่เฉิน "อย่าหวังว่าข้าจะซาบซึ้งใจล่ะ!"

กู่เฉินไม่ตอบ

"ผู้ดูแลสาม ผู้ดูแลสี่ ฆ่านางซะ!" กู่จ้านขมวดคิ้วสั่งการ "กู่เฉิน ข้าจะลงมือเอง!" สิ้นเสียงทุกคนก็ลงมืออีกครั้ง

แม้ระดับการฝึกตนจะเลื่อนขึ้นหนึ่งขั้นแต่การรับมือกับกู่จ้านก็ยังถือว่าหนักหนาเอาการ กู่จ้านที่ใช้จิตดาราประทับร่างนั้นแข็งแกร่งกว่ากู่เฉินถึงสองเท่า ดาบแต่ละครั้งที่ฟันลงมาราวกับพยัคฆ์ร้ายที่พร้อมขย้ำเหยื่อ น่ากลัวยิ่งกว่าราชันย์พยัคฆ์เพลิงเสียอีก

"ดาบพุ่งดุจพยัคฆ์!"

"ประกายดาบดั่งสายฟ้า!"

"ปราณดาบแหวกอากาศ ทะลวงไม่ยั้ง..."

ท่ามกลางการต่อสู้กู่เฉินสัมผัสได้ถึงกระบวนท่าดาบของกู่จ้าน ราวกับจะบรรลุสัจธรรมบางอย่างเขาพึมพำกับตัวเองเบาๆ ไม่นานนัยน์ตาของเขาก็สาดประกายเจิดจ้า

"ข้าเข้าใจแล้ว!"

สิ้นเสียงดาบไล่ล่าสายลมก็ถูกตวัดออกไปอีกครั้ง ทว่าพริบตาที่ตวัดดาบ แสงสว่างนับหมื่นสายก็เปล่งประกายออกมาจากตัวดาบ ดาบไล่ล่าสายลมสาดประกายแสงเจิดจรัส!

ตู้ม!

เสียงปะทะดังสนั่นกู่จ้านถึงกับถูกกระแทกถอยหลังไปสามก้าว ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกตะลึง

"ประกายดาบงั้นหรือ?!"

ประกายดาบคือหนึ่งในวิถีแห่งดาบ! เป็นขั้นที่เหนือกว่าปราณดาบคือขั้นที่สองของวิถีแห่งดาบ สามารถเพิ่มอานุภาพของดาบให้ทรงพลังขึ้นเป็นเท่าตัว! เป็นเส้นทางที่ผู้ฝึกยุทธ์วิถีดาบทุกคนต้องก้าวผ่าน และเป็นเครื่องหมายที่บ่งบอกว่าผู้ฝึกยุทธ์ได้ก้าวเข้าสู่วิถีแห่งผู้ใช้ดาบอย่างแท้จริง!

กู่จ้านไม่คาดคิดเลยว่ากู่เฉินจะสามารถบรรลุวิถีแห่งประกายดาบได้ในระหว่างการต่อสู้กับเขา! ต้องเป็นอัจฉริยะวิถีดาบที่เก่งกาจปานใดจึงจะทำได้ถึงเพียงนี้?

ไม่ใช่แค่กู่จ้าน ลั่วเยวี่ยจู๋ที่เฝ้าสังเกตการณ์อยู่ไม่ไกลก็ตกตะลึงไม่แพ้กัน แม้แต่นางที่บรรลุวิถีแห่งประกายดาบมานานแล้ว แต่กว่าจะมาถึงจุดนี้ได้นางก็ต้องใช้เวลาฝึกฝนภายใต้การชี้แนะของปรมาจารย์วิถีดาบถึงสองปีเต็ม ทว่ากู่เฉินกลับบรรลุได้ด้วยตัวเอง!

นี่คือสิ่งที่อัจฉริยะวิถีดาบที่แท้จริงเท่านั้นที่จะทำได้!

"ต่อให้เจ้าจะบรรลุวิถีแห่งประกายดาบ ก็มีแต่ต้องตายด้วยน้ำมือข้าเท่านั้น!" กู่จ้านขบกรามแน่น นัยน์ตาสาดประกายสังหาร

จบบทที่ บทที่ 13 จิตดาราประทับร่าง ประกายดาบแผลงฤทธิ์!

คัดลอกลิงก์แล้ว