เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 11 ถูกหอต่อสู้ไล่ล่า โต้กลับในยามวิกฤต!

บทที่ 11 ถูกหอต่อสู้ไล่ล่า โต้กลับในยามวิกฤต!

บทที่ 11 ถูกหอต่อสู้ไล่ล่า โต้กลับในยามวิกฤต!


บทที่ 11 ถูกหอต่อสู้ไล่ล่า โต้กลับในยามวิกฤต!

"เพิ่มมาอีกห้าหยด!"

ริมแม่น้ำลาวากู่เฉินตรวจสอบต้นไม้ศักดิ์สิทธิ์ก่อกำเนิดในจุดตันเถียน ตอนที่สู้กับสาวใช้ซินเอ๋อร์เพิ่มมาหนึ่งหยด แต่ตอนกอดลั่วเยวี่ยจู๋กลับเพิ่มมาถึงสี่หยด!

สิ่งนี้ทำให้กู่เฉินอดไม่ได้ที่จะนึกเสียดายว่าทำไมถึงไม่กอดให้นานกว่านี้!

ร้อนน่ะมันก็ร้อนอยู่หรอกแต่เพื่อเพิ่มหยาดวิญญาณแล้วเขาทนได้ ที่สำคัญคือ... มันนุ่มจริงๆ...

ทว่าหากเขาทำเช่นนั้นจริงๆเกรงว่าคงถูกนังหน้าเหม็นนั่นแล่เนื้อเถือหนังเป็นแน่!

"ไม่รู้เหมือนกันว่าแม่นางคนนี้เป็นคุณหนูตระกูลใหญ่จากที่ใด!" กู่เฉินส่ายหน้าเบาๆและเลิกใส่ใจ

หลังจากผ่านเรื่องของกู่ยวี่เอ๋อร์มา ความไว้ใจที่กู่เฉินมีต่อผู้หญิงก็ไม่เหลือชิ้นดี! ไม่ยุ่งเกี่ยวด้วยน่าจะดีกว่า!

นี่คือเหตุผลที่เขาขอตัวลาจากมาอย่างเด็ดขาด

เพียงไม่ถึงครึ่งวันถุงมิติของกู่เฉินก็เต็มไปด้วยแร่หินวิญญาณเพลิง กู่เฉินจึงหยุดมือ

"เหลือเวลาอีกสี่วันครึ่ง"

กู่เฉินใช้นิ้วลูบไล้คมดาบในมืออย่างแผ่วเบา วินาทีนี้ดวงตาของเด็กหนุ่มเย็นเยียบจนน่ากลัว "ในงานประชุมตระกูล ข้าจะใช้ดาบเล่มนี้ในมือบอกให้พวกเจ้าสองพ่อลูกรู้ว่าฝันร้ายมันเป็นอย่างไร!"

"จะเป็นฝันร้ายของคนอื่นหรือไม่ข้าไม่รู้ แต่ที่ข้าแน่ใจคือวันนี้จะเป็นฝันร้ายของเจ้า กู่เฉิน!"

สิ้นเสียงของกู่เฉิน ทันใดนั้นก็มีเสียงหัวเราะเยือกเย็นดังมาจากไม่ไกล

เมื่อเงยหน้าขึ้นก็เห็นคนกลุ่มหนึ่งปรากฏตัวขึ้นรวมทั้งหมดสิบสามคน!

"กู่จ้าน!"

เมื่อเห็นผู้เป็นหัวหน้าดวงตาของกู่เฉินก็หดแคบลง คนพวกนี้ตามมาถึงที่นี่เชียวหรือ!

กู่จ้านคือหัวหน้าใหญ่แห่งหอต่อสู้ตระกูลกู่ เบื้องหลังกู่จ้านคือผู้ดูแลสี่และผู้ดูแลห้าแห่งหอต่อสู้ รวมถึงสมาชิกหอต่อสู้อีกสิบคนที่ล้วนถือดาบและกระบี่ยืนหยัด แววตาของพวกเขาแฝงไปด้วยรังสีอำมหิต

ในตระกูลกู่ ผู้ที่จะเข้าสังกัดหอต่อสู้ได้ล้วนต้องมีฝีมือแข็งแกร่ง ระดับการฝึกตนขั้นต่ำสุดก็ต้องอยู่เหนือเบิกนภาขั้นที่หก

ผู้ดูแลทั้งสองคนมีระดับการฝึกตนถึงเบิกนภาขั้นที่เก้า

ในฐานะหัวหน้าใหญ่กู่จ้านยิ่งมีพลังระดับปรมาจารย์ที่แข็งแกร่ง หากมองดูทั่วทั้งตระกูลกู่ก็เป็นรองเพียงผู้อาวุโสทั้งห้าและผู้นำตระกูลกู่เต้าเทียนเท่านั้น

"สองพ่อลูกกู่เต้าเทียนช่างให้เกียรติข้าเสียจริง!"

กู่เฉินเลิกคิ้วเล็กน้อยพลางกระชับดาบในมือแน่น นัยน์ตาสาดประกายสังหาร

"กู่เฉิน ท่านผู้นำตระกูลเลี้ยงดูเจ้ามาถึงสิบหกปี เจ้าไม่เพียงไม่รู้คุณ กลับทำเรื่องบัดสีทำลายชื่อเสียงตระกูลกู่ ตอนนี้ยังกล้ามาแช่งชักหักกระดูกท่านผู้นำตระกูลอีก เจ้ามันก็แค่สุนัขเลี้ยงไม่เชื่องตัวหนึ่ง!"

น้ำเสียงที่ลอยมาเข้าหูทำให้ใบหน้าของกู่จ้านเต็มไปด้วยความเหยียดหยาม แววตาของผู้ดูแลสี่แห่งหอต่อสู้ที่มองกู่เฉินก็เต็มไปด้วยความดูถูกเช่นกัน "ท่านหัวหน้า จะไปต่อปากต่อคำกับสุนัขเลี้ยงไม่เชื่องทำไม ฆ่ามันทิ้งเสียเพื่อล้างมลทินให้ตระกูล!"

"สุนัขเลี้ยงไม่เชื่องงั้นหรือ?"

เมื่อได้ยินคำนี้กู่เฉินก็ส่ายหน้า เขาไม่ได้ปฏิเสธและไม่คิดจะอธิบาย

หอต่อสู้ตระกูลกู่รับคำสั่งจากผู้นำตระกูลเพียงผู้เดียวมาโดยตลอด เป็นกำลังรบที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลกู่และเป็นสมุนรับใช้ผู้ภักดีที่สุดของกู่เต้าเทียนเช่นกัน ในสายตาของคนพวกนี้ ไม่ว่าคำพูดใดก็ล้วนไร้ผล คำอธิบายใดๆก็เป็นเพียงการแก้ตัว

กู่เฉินกระชับดาบในมือแน่น มีเพียงดาบเล่มนี้เท่านั้นที่จะอธิบายทุกสิ่งได้!

"ดาบบั่นเศียร!"

เมื่อตวัดดาบประกายดาบก็สว่างวาบ ร่างของเด็กหนุ่มพุ่งเข้าใส่คนของหอต่อสู้พร้อมกับดาบในมือ

"โอ้ ยังนับว่าใจสู้ใช้ได้ มีเพียงข้อนี้แหละที่ดูเหมือนคนตระกูลกู่หน่อย!" กู่จ้านแค่นเสียงต่ำก่อนจะโบกมือ "ฆ่ามันซะ!"

"ขอรับ ท่านหัวหน้า!"

สมาชิกหอต่อสู้ทั้งสิบคนตวาดก้องก่อนจะพุ่งเข้าหากู่เฉิน เพียงพริบตาก็เปิดฉากปะทะกัน

"ไม่รู้จริงๆว่าท่านผู้นำตระกูลจะส่งพวกเรามาทำไม แค่กู่เฉินคนเดียวเหตุใดต้องระดมกำลังมามากมายเพียงนี้!"

"อย่างน้อยการมาครั้งนี้ก็ไม่สูญเปล่า ได้พบเหมืองแร่เพลิงแห่งหนึ่ง มากพอให้ตระกูลกู่ใช้สอยไปได้ถึงสิบปี!"

ผู้ดูแลสามและผู้ดูแลสี่แห่งหอต่อสู้ยืนอยู่เคียงข้างกู่จ้าน มุมปากของพวกเขาประดับรอยยิ้ม ในสายตาของพวกเขาการฆ่ากู่เฉินสักคนยังไม่มีค่าเท่ากับการขุดแร่หินวิญญาณเพลิงสักก้อนด้วยซ้ำ!

ฉึก!

ทว่าวินาทีต่อมาศีรษะขนาดใหญ่ก็กลิ้งหล่นมาตรงหน้าคนทั้งสาม ทำให้แววตาของทั้งสามหดเกร็งลงทันที พวกเขาหันขวับไปมองจุดปะทะพร้อมกัน

กลับเห็นร่างของเด็กหนุ่มที่แม้จะถูกคนของหอต่อสู้รุมล้อม แต่เด็กหนุ่มกลับใช้ดาบในมือสลายการโจมตีจากรอบด้านได้อย่างง่ายดาย

ตวัดปราณดาบเพียงไม่กี่ครั้งก็มีสามคนล้มลงไปนอนจมกองเลือดแล้ว

"ดาบช่างร้ายกาจนัก!" คนทั้งสามอดไม่ได้ที่จะตื่นตระหนก

พวกเขารู้ดีว่ากู่เฉินมีฝีมือไม่เลวและมีพรสวรรค์สูงส่ง มิเช่นนั้นก็คงไม่อาจเป็นนายน้อยตระกูลกู่ได้ แต่นั่นมันคือเรื่องในอดีต!

"เขาไม่ได้ถูกท่านผู้นำตระกูลและคุณหนูใหญ่ทำลายวรยุทธ์ด้วยมือตัวเองหรอกหรือ?" นัยน์ตาของผู้ดูแลสี่ฉายแววสงสัย

"เจ้านี่ควบแน่นจิตดาราขึ้นมาใหม่ได้ แถมยังกลายเป็นผู้ใช้ดาบอีกด้วย! แต่จะเป็นไปได้อย่างไร!"

"เบิกนภาขั้นที่เจ็ด!"

"มิน่าเล่ากู่หลินไห่และพวกถึงได้ตายตก ไอ้พวกจวนเจ้าเมืองสารเลวนั่นถึงกับกล้าปิดบังความจริง! พวกเจ้าสองคนก็เข้าไปช่วยด้วย!" กู่จ้านตวาดสั่ง ผู้ดูแลสามและผู้ดูแลสี่ก็พุ่งเข้าไปทันที

ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วว่าเหตุใดผู้นำตระกูลจึงส่งเขามาด้วยตัวเอง เป็นท่านผู้นำตระกูลที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลจริงๆ!

เมื่อผู้ดูแลทั้งสองเข้าร่วมวงล้อม กู่เฉินก็ถูกกดดันให้ต้องถอยร่นทันที

การโจมตีของยอดฝีมือเบิกนภาขั้นที่เก้าทั้งสองคนนั้นรุนแรงและเฉียบขาดนัก แม้แต่กู่เฉินก็ไม่กล้าปะทะตรงๆเพื่อไม่ให้คนอื่นฉวยโอกาสโจมตีซ้ำ ได้แต่ถอยร่นเพื่อหาจังหวะโต้กลับ

"คุณหนู ไอ้โรคจิตนั่นมีเรื่องกับคนอื่นแล้ว!"

ไม่ไกลออกไปซินเอ๋อร์และลั่วเยวี่ยจู๋ที่ถูกปลุกให้ตื่นเช่นกันยืนหลบอยู่ตรงมุมหน้าผา จับตาดูเหตุการณ์ในการต่อสู้อย่างใกล้ชิด

"มีคนเป็นสิบแถมระดับการฝึกตนแต่ละคนก็ไม่ต่ำกว่าไอ้โรคจิตนั่นเลย คราวนี้ไอ้โรคจิตเฒ่าคงไม่รอดแน่!" ซินเอ๋อร์พูดอย่างได้ใจ "นี่แหละผลกรรมของการแอบดูคุณหนู! ไม่คิดเลยว่าจะตามสนองเร็วปานนี้!"

ลั่วเยวี่ยจู๋ตวัดสายตามองซินเอ๋อร์ "ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่ได้จดจำคำพูดของข้าเลยนะ!"

"อื้อ!" ซินเอ๋อร์รีบหุบปากทันที แต่ในใจกลับหัวเราะร่า สาปแช่งให้ไอ้โรคจิตนั่นรีบๆตายไปซะ ถือเป็นการปัดเป่าภัยพาลให้ยุทธภพแล้ว

...

"ดาบไล่ล่าสายลม!"

ท่ามกลางการต่อสู้กู่เฉินอาศัยจังหวะที่ผู้ดูแลสามและผู้ดูแลสี่ผลัดเปลี่ยนการโจมตี ตวัดปราณดาบออกไปอย่างรวดเร็ว

สมาชิกหอต่อสู้คนหนึ่งถูกฟันขาดครึ่งท่อน เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังก้องไปทั่วถ้ำใต้ดิน

พริบตาที่ทุกคนกำลังตกตะลึง กู่เฉินก็ถอยร่นไปหลายสิบเมตรจนไปถึงริมแม่น้ำลาวา

คลื่นความร้อนระอุที่แผ่พุ่งขึ้นมาจากแม่น้ำลาวาทำให้คนของหอต่อสู้ที่ไล่ตามมาต้องแบ่งพลังส่วนหนึ่งไปต้านทานความร้อน

ส่วนกู่เฉินก็อาศัยจังหวะนี้สังหารไปได้อีกสองคน

พริบตาเดียวก็เหลือเพียงผู้ดูแลสาม ผู้ดูแลสี่ และสมาชิกหอต่อสู้อีกสองคนเท่านั้น

"กู่เฉิน!! เจ้าบังอาจเข่นฆ่าคนของหอต่อสู้ วันนี้ข้าจะไม่ปรานีเจ้าแน่!" ผู้ดูแลสามคำรามก้อง พลังฝึกตนขั้นที่เก้าปะทุอานุภาพอันน่าสะพรึงกลัวออกมา ปราณหมัดพุ่งทะยานราวกับราชสีห์คำรามเข้าใส่กู่เฉิน

ผู้ดูแลสี่ก็ลงมือพร้อมกัน ดาบในมือเปล่งประกายอันตราย ทั้งสองคนตีขนาบซ้ายขวาปิดทางหนีของกู่เฉินไว้จนหมด

ไม่กระโดดลงไปตายในแม่น้ำลาวาก็ต้องถูกพวกเขาสับเป็นชิ้นๆ!

"งั้นหรือ?" มุมปากของกู่เฉินเหยียดยิ้มเย็นชา วินาทีต่อมาก็เอื้อนเอ่ยสามคำ "เคล็ดวิชาเหมันต์ยะเยือก!"

จบแล้ว

จบบทที่ บทที่ 11 ถูกหอต่อสู้ไล่ล่า โต้กลับในยามวิกฤต!

คัดลอกลิงก์แล้ว