- หน้าแรก
- ระบบปรมาจารย์ ปั้นศิษย์ระดับเทพมาตบหน้าพวกเนรคุณ
- บทที่ 50 - ข้อเสนอของทัณฑ์สวรรค์ แม่ลูกแดนเซียน
บทที่ 50 - ข้อเสนอของทัณฑ์สวรรค์ แม่ลูกแดนเซียน
บทที่ 50 - ข้อเสนอของทัณฑ์สวรรค์ แม่ลูกแดนเซียน
บทที่ 50 - ข้อเสนอของทัณฑ์สวรรค์ แม่ลูกแดนเซียน
เมื่อสัมผัสได้ถึงสิ่งมีชีวิตที่แข็งแกร่งกว่าตนเองอย่างมหาศาล
อวิ๋นหนิงก็เปิดใช้งานเขตแดนสงครามหมื่นโลกทันที
เขาไม่อาจรับประกันได้ว่าสิ่งมีชีวิตนี้จะไม่โจมตีเขาอย่างกะทันหัน
หากไม่ป้องกันไว้ก่อน เกรงว่าเดี๋ยวจะไม่มีโอกาสแม้แต่จะเปิดเขตแดนสงครามหมื่นโลกด้วยซ้ำ
ชั่วพริบตานั้น แสงสีทองก็ปกคลุมไปทั่วผิวหนังของอวิ๋นหนิง
จากภายนอกดูเหมือนไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง
แต่เขากลับรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าระดับชีวิตของเขาได้อยู่เหนือสิ่งมีชีวิตตรงหน้าไปแล้ว
เมื่อสิ่งมีชีวิตนั้นเข้ามาใกล้ อวิ๋นหนิงก็เอ่ยปากอย่างเยือกเย็น "เจ้าเป็นใคร มาที่นี่มีจุดประสงค์อะไร"
ทัณฑ์สวรรค์ระดับหนึ่งจ้องมองอวิ๋นหนิง
เมื่อกี้จู่ๆ เขาก็เริ่มมองอวิ๋นหนิงไม่ออกขึ้นมา
เรื่องนี้ทำให้เขารู้สึกสับสนมาก
ในดินแดนบูรพาแห่งนี้ ยังมีสิ่งที่แม้แต่เขาก็มองไม่ออกอีกงั้นหรือ
ทัณฑ์สวรรค์ระดับหนึ่งเอ่ยขึ้น "ข้าคือทัณฑ์สวรรค์แห่งโลกนี้ ควบคุมดูแลดินแดนรอบนอกจงโจวทั้งหมดหลายหมื่นแห่ง"
เมื่อได้ยินคำตอบนั้น อวิ๋นหนิงก็ชะงักไปครู่หนึ่ง
ชาติที่แล้วเขาก็อ่านนิยายมาไม่น้อย ย่อมรู้จักการมีอยู่ของทัณฑ์สวรรค์ดี
แต่เขาไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าทัณฑ์สวรรค์มันหน้าตาเป็นยังไง
วันนี้ได้เห็นชัดๆ แล้ว หน้าตามันเป็นแบบนี้นี่เอง
แต่การที่ทัณฑ์สวรรค์โผล่มาดื้อๆ แบบนี้ คงไม่ใช่เรื่องดีแน่
อวิ๋นหนิงถาม "เจ้ามาที่นี่มีจุดประสงค์อะไร"
ทัณฑ์สวรรค์ตอบกลับ "ข้าสัมผัสได้ว่าที่นี่มีคลื่นพลังชีวิตที่ไม่ควรจะมีอยู่ในที่แห่งนี้ปรากฏขึ้น"
อวิ๋นหนิงยิ้มมุมปาก นี่มันกะจะมาเก็บเขาสินะ
ของที่ทัณฑ์สวรรค์พูดถึง ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าคือแท่นดอกบัวเหินฟ้า
เขาตอบกลับอย่างเรียบเฉย "นั่นของของข้า ทำไม ทัณฑ์สวรรค์จะเข้ามาก้าวก่ายแม้กระทั่งเรื่องของวิเศษของคนอื่นเชียวหรือ"
พูดจบ อวิ๋นหนิงก็ทำท่าจะยกมือขึ้น พลังกดดันอันน่าสะพรึงกลัวพัดกวาดไปทั่วห้วงอวกาศในพริบตา
"นี่มัน..." เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังกดดันนั้น ทัณฑ์สวรรค์ก็ตัวสั่นเทา
ชัดเจนว่าเกิดอาการตื่นตระหนก
มันรีบพูดขึ้นทันที "ผู้อาวุโสโปรดไว้ชีวิตด้วย ข้าคือทัณฑ์สวรรค์แห่งโลกนี้ มีบางเรื่องที่ข้าต้องเข้ามาจัดการ แต่ข้าก็ใช่ว่าจะพูดกันไม่รู้เรื่อง หากผู้อาวุโสยอมรับข้อเสนอของข้าข้อหนึ่ง ข้าก็จะทำเป็นมองไม่เห็นเรื่องนี้"
ชะงักไปครู่หนึ่ง อาจจะกลัวว่าอวิ๋นหนิงจะไม่สนใจ มันจึงพูดต่อว่า "ผู้อาวุโสแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ ย่อมต้องรู้ว่าข้าเป็นเพียงทัณฑ์สวรรค์ระดับต่ำสุด หากข้ารายงานเรื่องการมีอยู่ของท่านขึ้นไป จะต้องมีทัณฑ์สวรรค์ที่แข็งแกร่งกว่าข้ามาหาท่านอย่างแน่นอน"
อวิ๋นหนิง "..."
ข้ารู้พ่องมึงสิ ไอ้เซียนหัวขวด
แต่เขาก็ไม่คิดว่าทัณฑ์สวรรค์ตรงหน้าจะโกหกเขา
หากฆ่าทัณฑ์สวรรค์ตรงหน้านี้ทิ้งไป จะต้องมีทัณฑ์สวรรค์ตัวอื่นตามมาอีกแน่
ถึงตอนนั้น ถ้าเขาไม่มีเขตแดนสงครามหมื่นโลกคอยช่วยคงจะลำบาก
การตกลงรับข้อเสนอกับทัณฑ์สวรรค์ตรงหน้าย่อมเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด
แต่เขาไม่ใช่พวกยอมเสียเปรียบฟรีๆ จึงเอ่ยปากว่า "ข้ารับข้อเสนอของเจ้า แล้วข้าจะได้อะไร"
ทัณฑ์สวรรค์ระดับหนึ่งตอบ "รอจนผู้อาวุโสแข็งแกร่งพอ ช่วยข้าสังหารทัณฑ์สวรรค์ระดับสองของจงโจวที"
"ส่วนเรื่องที่ผู้อาวุโสต้องการอะไร... ข้ามีให้ได้แค่ของระดับจักรพรรดิเท่านั้น"
ใบหน้าของทัณฑ์สวรรค์เปลี่ยนเป็นสีแดง ระเรื่อราวกับมนุษย์
ในสายตาของมัน พลังของอวิ๋นหนิงเหนือกว่าเซียนตี้ไปมาก ของระดับจักรพรรดิสำหรับเขาคงไร้ค่า
แต่มันก็มีแค่ของพวกนี้ที่จะมอบให้อวิ๋นหนิงได้
อวิ๋นหนิงรู้สึกแปลกใจ ทัณฑ์สวรรค์ก็หน้าแดงเป็นด้วยแฮะ
แต่ของระดับจักรพรรดิเขาไม่สนใจหรอก ระบบสุ่มให้ของระดับจักรพรรดิบ่อยๆ อยู่แล้ว
แถมยังเป็นของระดับจักรพรรดิที่เหนือกว่าของระดับจักรพรรดิทั่วไปเสียอีก
ระบบบอกว่าเป็นระดับจักรพรรดิ แต่อวิ๋นหนิงกลับรู้สึกว่าของบางอย่างมันไม่น่าจะใช่แค่ระดับจักรพรรดินะ
บางทีในมุมมองของระบบ ของพวกนั้นอาจจะถูกจัดอยู่ในหมวดระดับจักรพรรดิก็ได้
อวิ๋นหนิงมองสิ่งมีชีวิตเลือนรางตรงหน้า
เขาไม่ได้ขาดแคลนของวิเศษ แต่เขานึกถึงประโยชน์อีกอย่างของทัณฑ์สวรรค์ขึ้นมาได้
วินาทีต่อมา อวิ๋นหนิงก็ยกมือขึ้นทันที
เพลิงเทพโกลาหลอันน่าสะพรึงกลัวสายหนึ่งพุ่งเข้าไปในร่างของทัณฑ์สวรรค์
"อึก"
ทัณฑ์สวรรค์ชะงักงัน ไม่อยากจะเชื่อ
อวิ๋นหนิงเอ่ยว่า "นี่คือเพลิงเทพโกลาหล หากข้าตาย มันก็จะดับสูญไปด้วย แต่ถ้าอยู่ในตัวเจ้า..."
"ปัง"
จู่ๆ อวิ๋นหนิงก็ตวาดลั่น ทำเอาทัณฑ์สวรรค์สะดุ้งโหยงด้วยความกลัว
จากนั้นเขาก็พูดต่อ "พลังของข้ามีเวลาจำกัด ในเวลาอื่น เจ้าจงมาเป็นลูกน้องของข้าก็แล้วกัน"
"แต่เจ้าไม่ต้องห่วง ข้ารับข้อเสนอของเจ้าแล้ว"
ทัณฑ์สวรรค์ถึงกับอึ้ง
กว่าจะรู้ตัวว่าโดนหลอกเข้าให้แล้ว
แต่ตอนนี้พูดอะไรก็สายไปเสียแล้ว
ตราบใดที่ตัวเองไม่คิดร้ายกับคนตรงหน้า บางทีเรื่องนี้ก็อาจจะไม่ใช่เรื่องแย่เสมอไป
เมื่อคิดได้เช่นนั้น มันจึงโยนหยกชิ้นหนึ่งให้อวิ๋นหนิง แล้วกล่าวว่า "ผู้อาวุโส หยกชิ้นนี้สามารถติดต่อข้าได้ตลอดเวลา แต่เรื่องเล็กๆ น้อยๆ อย่ามาเรียกข้านะ ปกติข้าก็ยุ่งอยู่แล้ว"
อวิ๋นหนิงยิ้มบางๆ ได้ลูกน้องมาใช้งานฟรีๆ ก็ไม่เลวเลยทีเดียว
"วางใจเถอะ เจ้าไปได้แล้ว"
มองดูแผ่นหลังของทัณฑ์สวรรค์ที่จากไป อวิ๋นหนิงยังไม่รีบกลับ
เขตแดนสงครามหมื่นโลกมีเวลาจำกัดหนึ่งชั่วโมง ตอนนี้เพิ่งผ่านไปแค่สิบกว่านาที เขายังทำอะไรได้อีกเยอะ
จะทำอะไรดีล่ะ
เขามีอาชีพเป็นอาจารย์ แน่นอนว่าต้องไปรับลูกศิษย์สิ
คิดได้ดังนั้น อวิ๋นหนิงก็ก้าวเท้าออกไป ทะลวงผ่านเขตแดนความว่างเปล่าไปในพริบตา
มาถึงฝั่งตรงข้ามของเขตแดนความว่างเปล่า จงโจว
พลังเซียนอันคุ้นเคยพัดโชยมาปะทะใบหน้า "นี่คือดินแดนเซียนงั้นหรือ"
แต่ไม่นานเขาก็พบว่า พลังเซียนที่นี่เหมือนกับพลังที่ปล่อยออกมาจากชีพจรวิญญาณระดับจักรพรรดิของเขาเป๊ะเลย
อวิ๋นหนิงมองลงไปเบื้องล่างอย่างไม่ใส่ใจ ก่อนจะเอ่ยว่า "ระบบ สแกนหาสิว่าแถวนี้มีศิษย์ที่ผ่านเกณฑ์หรือเปล่า"
"ติง กำลังสแกน..."
"ติง พบศิษย์ที่เข้าเกณฑ์ โปรดรีบไปรับศิษย์โดยด่วน"
...
ท่ามกลางหน้าผาสูงชันและหุบเขาลึก เด็กสาวคนหนึ่งกำลังกระโดดข้ามไปมาอย่างบ้าคลั่ง
ชายกระโปรงของนางถูกย้อมด้วยเลือดไปกว่าครึ่ง ฝีเท้าเริ่มโซเซ
แม้ยามนี้ใบหน้าของนางจะซีดเซียว แต่ก็ยังพอมองออกว่าเป็นหญิงงามที่หาตัวจับยากคนหนึ่ง
ด้านหลังเด็กสาว มีชายชุดดำกว่าพันคนกำลังวิ่งไล่ตามมาอย่างไม่ลดละ
พวกเขาไม่ได้เข้ามาใกล้จนเกินไป แต่รักษาระยะห่างที่ปลอดภัยจากเด็กสาวไว้เสมอ
"ท่านแม่ ข้าจะทนไม่ไหวแล้ว"
เสิ่นชิงอู๋เอ่ยขึ้นด้วยความสิ้นหวัง
พลังวิญญาณของนางเหือดแห้งไปจนหมดแล้ว คงจะหนีไปได้อีกไม่ไกล
ขณะที่พูด ในมือนางก็รวบรวมพลังงานบางอย่างขึ้นมา ก่อนจะปาเป็นค่ายกลเคลื่อนที่ออกไปในพริบตา
ชายชุดดำนับสิบคนไม่ทันระวังตัว ติดกับดักในค่ายกลทันที
ชายชุดดำที่เหลือชะงักฝีเท้า "บัดซบ วิถีค่ายกลของนังนี่มันพิลึกเกินไปแล้ว"
แต่พวกเขาก็ไม่ยอมล้มเลิกการไล่ล่า เพียงแต่ทิ้งระยะห่างจากเสิ่นชิงอู๋ให้ไกลขึ้นไปอีกหน่อย
ภายในหัวของเสิ่นชิงอู๋ จู่ๆ ก็มีเสียงหวานหยดย้อยดังขึ้น "ชิงอู๋ เจ้าหนีไปเถอะ แม่จะถ่วงเวลาให้เอง"
สีหน้าของเสิ่นชิงอู๋เปลี่ยนไปทันที นางรีบปฏิเสธ "ไม่ได้เด็ดขาด"
พวกที่ตามมาด้านหลังล้วนเป็นคนของสำนักมารหรรษา
ท่านแม่ของนางมีกายาเตาหลอมชั้นยอด กายาเซียนหยินลี้ลับ
หากตกไปอยู่ในมือของพวกมัน เสิ่นชิงอู๋ไม่อยากจะคิดเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น
"ท่านแม่ หากท่านทิ้งข้าไป ข้าก็คงไม่มีหน้ามีชีวิตอยู่ต่อไปอีกแล้ว..."
เมื่อพูดถึงตรงนี้ น้ำเสียงของเสิ่นชิงอู๋ก็เริ่มสั่นเครือคล้ายจะร้องไห้
เมื่อหนึ่งเดือนก่อน ท่านพ่อของนางทรยศพวกนางแม่ลูก โดยการขายท่านแม่ให้กับสำนักมารหรรษา
ภายใต้แผนการของท่านพ่อ คนทั้งตระกูลเสิ่นต่างเพิกเฉยต่อชะตากรรมของพวกนางสองแม่ลูก
ท่านแม่คือผู้ครอบครองกายาเซียนหยินลี้ลับ สำหรับสำนักมารหรรษาแล้ว นี่คือสุดยอดสมบัติล้ำค่าอย่างแท้จริง
[จบแล้ว]