- หน้าแรก
- ติ๊ง! ระบบโกงอัปเกรดศักยภาพไร้ขีดจำกัด
- บทที่ 110 - แนะนำให้เลิกเป็นศัตรูกับเขา
บทที่ 110 - แนะนำให้เลิกเป็นศัตรูกับเขา
บทที่ 110 - แนะนำให้เลิกเป็นศัตรูกับเขา
บทที่ 110 - แนะนำให้เลิกเป็นศัตรูกับเขา
หลังจากสนทนากันได้ครู่หนึ่ง เจียงเหิงก็เอ่ยขึ้นมาอย่างกะทันหัน
"ข้าจะไปหาบิดาของเจ้าสักหน่อย"
เวินฉิงเสวี่ยยิ้มแย้มสดใส
"พอดีเลย ข้าก็ไม่ได้พบท่านพ่อมาพักใหญ่แล้ว เราไปพร้อมกันเถอะ!"
หลังจากเวินฉิงเสวี่ยเลื่อนขั้นเป็นศิษย์สืบทอดและย้ายไปอยู่บนยอดเขาที่ห้าเพียงลำพัง หากไม่ฝึกตนก็ออกไปทำภารกิจ ถือได้ว่าแยกตัวออกมาเป็นอิสระแล้ว จึงแทบไม่ได้กลับไปที่บ้านบนยอดเขาที่แปดเลย
"การไปครั้งนี้ ข้าอยากจะถามเขาต่อหน้า ว่าภารกิจที่มอบหมายให้ข้าในตอนนั้น มีจุดประสงค์อื่นแอบแฝงหรือไม่"
เจียงเหิงเอ่ยต่อ
รอยยิ้มของเวินฉิงเสวี่ยชะงักไป
"เช่นนั้นข้าไม่ไปดีกว่า เจ้าก็รู้จักหนักเบาให้ดีแล้วกัน"
เจียงเหิงพยักหน้า ก่อนจะลุกขึ้นยืนแล้วเดินจากไป
ณ เขตพักอาศัยของผู้อาวุโสบนยอดเขาที่แปด
จวนผู้อาวุโสเวิน
หลังจากแจ้งชื่อ เจียงเหิงก็ถูกเชิญเข้าไปในห้องรับแขก
ไม่นานนัก ผู้อาวุโสเวินก็เดินเข้ามาจากนอกประตู
"หลานเจียง ได้ยินว่าเจ้าเก็บตัวฝึกตนอยู่ข้างนอกเพียงลำพังหลายเดือน กลับมาตั้งแต่เมื่อใดรึ?"
ผู้อาวุโสเวินหัวเราะร่วน ราวกับไม่มีความขุ่นเคืองใจใดๆ จากการที่เจียงเหิงเคยปฏิเสธความหวังดีของเขามาก่อน
"เพิ่งกลับมาวันนี้ขอรับ"
เจียงเหิงลุกขึ้นยืน ค้อมกายลงเล็กน้อยอย่างมีมารยาท แสดงท่าทีนอบน้อมถ่อมตนในฐานะผู้เยาว์
หลังจากทั้งสองนั่งลง ผู้อาวุโสเวินก็ทอดถอนใจ
"เผลอแป๊บเดียว เจ้าก็กลายเป็นศิษย์สืบทอดอันดับหนึ่งไปเสียแล้ว ความแข็งแกร่งยังเหนือกว่าข้าด้วยซ้ำ"
"ข้ายังจำตอนที่เจ้าเพิ่งเกิดได้ ใบหน้าเล็กเท่าฝ่ามือ ดวงตากระจ่างใสดั่งดวงดาวบนท้องฟ้า ข้ายังบอกกับพี่เจียงเลยว่า เด็กคนนี้โตขึ้นต้องได้เป็นใหญ่เป็นโตแน่"
"แม้ตอนเด็กเจ้าจะดูธรรมดาๆ แต่ตอนนี้ เจ้าก็กลายเป็นยอดฝีมือระดับท็อปที่ทั่วหล้าต่างจับตามอง เป็นอัจฉริยะผู้ไร้เทียมทานที่มีอนาคตไกลอย่างที่คาดไว้จริงๆ"
เขากล่าวพลางหันไปมองเจียงเหิงที่เอาแต่นั่งยิ้มรับฟังอย่างเงียบๆ
"ขออภัยด้วย พอเห็นเจ้าประสบความสำเร็จถึงเพียงนี้ ข้าก็เลยอดไม่ได้ที่จะรำลึกความหลัง ว่าแต่ วันนี้เจ้ามาหาข้า มีเรื่องอันใดหรือ?"
เจียงเหิงมีรอยยิ้มบางๆ ประดับอยู่บนใบหน้า เขาเอ่ยถาม
"ไม่ทราบว่าท่านอาเวินมีความคิดเห็นอย่างไรกับผู้อาวุโสซุนหรือขอรับ?"
"ผู้อาวุโสซุนเฟยอวี่ ที่ส่งคนไปลอบสังหารเจ้าน่ะรึ?"
เมื่อเห็นเจียงเหิงพยักหน้า ผู้อาวุโสเวินก็กล่าวต่อ
"เพราะข้าสนิทสนมกับบิดาของเจ้า ข้าจึงพอจะรู้เรื่องของสองพ่อลูกตระกูลซุนอยู่บ้าง"
"โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากที่ซุนซิงตาย ผู้อาวุโสซุนก็มองพี่เจียงเป็นหนามยอกอก มักจะคอยหาเรื่องอยู่เสมอ ส่วนข้าที่มักจะไปทำภารกิจกับบิดาของเจ้าอยู่บ่อยครั้ง ก็ถือว่าเคยมีเรื่องบาดหมางกับเขาอยู่บ้าง"
"ในสายตาข้า ผู้อาวุโสซุนเป็นคนมีแต่กำลังไร้ปัญญา นิสัยใจคอยังเหมือนเด็กวู่วาม โกรธง่าย มีอะไรก็แสดงออกทางสีหน้าหมด"
"มิฉะนั้น ด้วยฐานะผู้อาวุโสของสำนัก เขาจะจัดการกับพี่เจียงที่ตอนนั้นยังเป็นเพียงศิษย์แก่นแท้ไม่ได้เชียวรึ"
เจียงเหิงเอ่ยถามต่อ
"ก่อนหน้านี้ ข้าไม่เคยรู้เลยว่าท่านพ่อมีศัตรูเช่นนี้อยู่ และยิ่งไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะเอาความแค้นที่เสียบุตรชายมาลงที่ข้า ท่านอาเวิน ท่านเองก็คงคาดไม่ถึงว่าผู้อาวุโสซุนจะทำเช่นนี้ใช่หรือไม่ขอรับ?"
เมื่อเห็นสายตาที่มีความหมายแฝงของเจียงเหิง ผู้อาวุโสเวินก็สีหน้าไม่เปลี่ยน เขาทอดถอนใจด้วยความรู้สึกผิด
"เฮ้อ! เวลาผ่านไปหลายปี ข้าก็ลืมเรื่องผู้อาวุโสซุนไปเสียสนิท และยิ่งคิดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะมาลงคั่งแค้นเอากับเจ้า"
"โชคดีที่เจ้ามีพรสวรรค์สูงส่ง จึงรอดพ้นวิกฤตินั้นมาได้ มิฉะนั้นข้าคงกินไม่ได้นอนไม่หลับไปตลอดชีวิต"
"ตอนที่เจ้ากลับมาที่สำนัก ข้าถึงได้มอบถุงมือให้เจ้า ความจริงก็เพื่อเป็นการขอโทษ เพราะภารกิจนั้นข้าเป็นคนจัดการเอง เป็นความสะเพร่าของข้าเอง"
เจียงเหิงนิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะลุกขึ้นยืน
"ในเมื่อเป็นเช่นนี้ เรื่องราวในอดีตก็ไม่ต้องพูดถึงอีกแล้ว ฟ้าก็เริ่มมืดแล้ว ข้าขอตัวลาก่อนขอรับ"
เจียงเหิงหันหลังเดินออกจากห้องรับแขกไป
อันที่จริง ก่อนที่เจียงเหิงจะมา เขาก็รู้ดีอยู่แล้วว่าคำถามนี้ไม่มีทางได้คำตอบ เพราะไม่ว่าผู้อาวุโสเวินจะมีเจตนาแอบแฝงหรือไม่ เขาก็ไม่มีทางยอมรับออกมาตรงๆ อยู่แล้ว
เพราะผู้อาวุโสเวินไม่ได้เป็นคนลงมือเอง เพียงแค่มอบหมายภารกิจธรรมดาๆ ให้เจียงเหิงทำเท่านั้น
เจียงเหิงเองก็ไม่ได้คาดหวังให้ผู้อาวุโสเวินยอมรับ
จุดประสงค์หลักในการมาครั้งนี้ ก็เพื่อหยั่งเชิงปฏิกิริยาของอีกฝ่าย
เขาไม่ได้หมกมุ่นอยู่กับการลอบสังหารในครั้งนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ เขาต้องการยืนยันว่าผู้อาวุโสเวินมีเจตนาร้ายต่อเขาจริงๆ หรือไม่
หากไม่มี ก็ถือเป็นเรื่องดี
แต่หากมีเจตนาร้าย นั่นก็หมายความว่าเรื่องนี้ไม่ธรรมดาแล้ว
"สมกับที่ป๋ายฮ่าวชางเรียกว่าจิ้งจอกเฒ่า ดูจากท่าทีแล้วมองไม่ออกถึงความผิดปกติเลยแม้แต่น้อย"
เจียงเหิงลอบทอดถอนใจ
...
ตกดึกคืนนั้น
ภายในเรือนหลังเล็กอันเงียบสงบแห่งหนึ่งในสำนักต้าหลัว
ชายชราสวมชุดสีเขียวกำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนเบาะรองนั่ง หลับตาฝึกตนอย่างเงียบสงบ
ทันใดนั้น ร่างเงาสายหนึ่งก็ผลักประตูเข้ามาอย่างเงียบเชียบ แล้วนั่งลงฝั่งตรงข้ามกับชายชรา
"ศิษย์พี่หวัง ภารกิจล้มเหลว ศิษย์พี่หลินตายแล้ว!"
ผู้ที่มาคือประมุขสำนักป๋ายฮ่าวชาง
ศิษย์พี่หวังที่เขาเอ่ยถึง ก็คือหนึ่งในสองผู้อาวุโสสูงสุดของสำนักต้าหลัว
เพียงแต่ในสำนัก ต่อให้จะต่างรุ่นต่างวัยกัน ส่วนใหญ่ก็มักจะเรียกขานกันว่าศิษย์พี่ศิษย์น้อง
เมื่อได้ยินดังนั้น ศิษย์พี่หวังก็ลืมตาขึ้นทันที
กลิ่นอายอันหนักหน่วงแผ่ปกคลุมไปทั่วทั้งห้อง แม้ป๋ายฮ่าวชางจะแข็งแกร่งเพียงใด ก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหายใจติดขัดเล็กน้อย
"เกิดอะไรขึ้น? มีผู้ใดสอดมือเข้ามางั้นรึ?"
น้ำเสียงทุ้มต่ำและทรงพลังของศิษย์พี่หวังดังก้องไปทั่วห้อง
ป๋ายฮ่าวชางมีสีหน้าเศร้าหมอง เขาส่ายหน้าแล้วกล่าวว่า
"ไม่มีผู้ใดสอดมือเข้ามา เป็นเจียงเหิงที่ลงมือเอง สังหารศิษย์พี่หลินตายในพริบตา"
"ดูจากพลังปราณแท้ในร่างของเจียงเหิงแล้ว เขายังคงอยู่ในขอบเขตทะเลวิญญาณ ทว่าระดับการบ่มเพาะกายาของเขา จะต้องก้าวล้ำเกินกว่าที่พวกเราคาดการณ์ไว้มากอย่างแน่นอน"
"วิชาตัวเบาของเขารวดเร็วมาก จนแม้แต่ศิษย์พี่หลินก็ยังไม่สามารถตอบสนองได้ทันท่วงที"
"ร่างกายของเขาแข็งแกร่งมาก สามารถรับมือกับการโจมตีด้วยปราณกระบี่ของศิษย์พี่หลินได้ด้วยมือเปล่า และยังบีบทำลายมันได้อย่างง่ายดาย"
"พลังระเบิดของเขาก็น่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก เพียงพริบตาเดียวก็สามารถทำลายเกราะพลังปราณแท้ของศิษย์พี่หลิน และยังระเบิดศีรษะของศิษย์พี่หลินไปพร้อมกันด้วย"
"ดูจากสิ่งที่เกิดขึ้นกับศิษย์พี่หลินแล้ว ความแข็งแกร่งของเจียงเหิง คงจะเรียกได้ว่าไร้เทียมทานในขอบเขตเสวียนจ้างเลยทีเดียว"
"ด้วยความเร็วในการเติบโตที่น่าหวาดหวั่นเช่นนี้ ข้าขอเสนอให้องค์กรเลิกตั้งตนเป็นศัตรูกับเขาเถอะ"
ศิษย์พี่หวังถึงกับเงียบงัน
เขารู้ดีว่าป๋ายฮ่าวชางไม่มีทางโกหกเขาในเรื่องเช่นนี้
แต่ด้วยเหตุนี้เอง เขาจึงรู้สึกว่าเรื่องนี้มันช่างน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก
เมื่อไม่กี่เดือนก่อน องค์กรยังมองว่าเจียงเหิงเป็นเพียงผู้เยาว์ที่มีพรสวรรค์ หลังจากดึงตัวมาเป็นพวกไม่สำเร็จ ก็กะจะสังหารศัตรูในอนาคตผู้นี้ทิ้งเสีย เพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ป๋ายฮ่าวชางถูกเปิดเผยความผิดปกติ
ในตอนนั้น ขอเพียงไม่กลัวว่าตัวตนจะถูกเปิดเผย แค่ส่งสมาชิกธรรมดาไปสักคนก็สามารถสังหารเขาได้อย่างง่ายดาย
ทว่าคิดไม่ถึงเลยว่า เพียงไม่กี่เดือนผ่านไป อีกฝ่ายจะก้าวหน้ามาจนถึงขั้นที่รับมือได้ยากยิ่งถึงเพียงนี้
แม้แต่สมาชิกระดับสี่ดาวซึ่งถือเป็นกำลังหลักขององค์กร ก็ยังถูกเขาสังหารได้อย่างง่ายดาย
"ข้าจะไปรายงานเรื่องนี้ให้ท่านประธานทราบ ให้ท่านประธานเป็นผู้ตัดสินใจก็แล้วกัน"
ศิษย์พี่หวังสูดลมหายใจเข้าลึก แล้วกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งเครียด
"ศิษย์พี่หวัง ข้าได้พูดเรื่ององค์กรให้เจียงเหิงฟังแล้ว เขาไม่เห็นด้วยกับอุดมการณ์ของพวกเรา แต่ก็รับปากว่าจะเลิกแล้วต่อกัน และจะไม่ก้าวก่ายซึ่งกันและกัน"
ป๋ายฮ่าวชางยังกล่าวไม่ทันจบ ก็ถูกเสียงตวาดของศิษย์พี่หวังขัดจังหวะ
"เหลวไหล! เจ้ากล้าฝ่าฝืนกฎขององค์กร นำข้อมูลขององค์กรไปเปิดเผยงั้นรึ!"
"ตอนนี้องค์กรยังอยู่ในช่วงหลบซ่อนสะสมกองกำลัง หากข้อมูลหลุดรอดไปถึงหูดินแดนศักดิ์สิทธิ์ อาจจะนำพาหายนะมาสู่พวกเราได้!"
[จบแล้ว]