- หน้าแรก
- พ่อครัวเทพจุติสะเทือนแดนเซียน
- บทที่ 970 - ทำศึกที่ใดกัน?
บทที่ 970 - ทำศึกที่ใดกัน?
บทที่ 970 - ทำศึกที่ใดกัน?
บทที่ 970 - ทำศึกที่ใดกัน?
บรรดาสำนักใหญ่ต่างตัดสินใจที่จะลงมือพึ่งพาตนเอง
แน่นอนว่าพวกเขาย่อมไม่บุกเข้าไปปะทะกับเผ่ามารซึ่งหน้า ท้ายที่สุดแล้วเป้าหมายก็เพียงเพื่อต้องการหาวัตถุดิบ หากสามารถใช้เล่ห์เหลี่ยมลอบกัดได้ ย่อมดีกว่าการปะทะตรงๆ อย่างไม่ต้องสงสัย
ดังนั้น จนกระทั่งเข้าสู่ยามวิกาล บรรดาสำนักใหญ่จึงเริ่มลงมือเคลื่อนไหว อาศัยความมืดมิดเป็นเครื่องกำบัง ลอบเร้นกายออกจากที่ตั้งค่าย และเป้าหมายของพวกเขาก็คือบริเวณรอบนอกของที่ตั้งค่ายเผ่ามาร
ความแข็งแกร่งของเทพมารนั้นบรรดาสำนักใหญ่ย่อมตระหนักดี และเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะกล้าไปยั่วยุเทพมารก่อน ส่วนบริเวณรอบนอกของที่ตั้งค่ายเผ่ามาร โดยพื้นฐานแล้วล้วนเป็นเผ่ามารที่มีความแข็งแกร่งน้อยที่สุด ซึ่งง่ายต่อการจัดการ จึงกลายเป็นเป้าหมายชั้นเลิศสำหรับบรรดาสำนักใหญ่ไปโดยปริยาย
ไป๋เค่อนำพายอดฝีมือแห่งหุบเขาดาบสวรรค์ ลอบเร้นกายเข้าใกล้ที่ตั้งค่ายของเผ่ามารอย่างไร้สุ้มเสียง ก่อนหน้านี้เผ่ามารก็เพิ่งจะถูกลอบโจมตีไปครั้งหนึ่งแล้ว ทว่าเผ่ามารเหล่านี้กลับยังคงไม่มีการป้องกันตัวเลยแม้แต่น้อย กระทั่งเวรยามสักตนก็ยังไม่มีให้เห็น
"การป้องกันของเผ่ามารช่างหละหลวมเสียจริง"
"เช่นนี้ไม่ยิ่งดีหรือ"
"เลิกพูดจาไร้สาระได้แล้ว รีบลงมือ ทำเสร็จก็รีบหนี ห้ามยืดเยื้อการต่อสู้เด็ดขาด"
"ตกลง"
การที่เผ่ามารไม่มีการป้องกันเลย สำหรับทุกคนแล้ว ย่อมเป็นข่าวดีอย่างหาที่เปรียบไม่ได้ เพราะมันหมายความว่าพวกเขาจะสามารถจัดการได้ง่ายดายยิ่งขึ้น
เฉกเช่นเดียวกับคนของสามดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก่อนหน้านี้ ทุกคนค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ที่ตั้งค่ายของเผ่ามาร อาศัยจังหวะเหมาะเจาะแล้วจึงลงมือจู่โจมตีในทันที ส่วนเผ่ามารเหล่านี้ กลับถูกสยบลงโดยไม่มีปฏิกิริยาตอบโต้ใดๆ เลยแม้แต่น้อย
เมื่อเห็นว่าทุกอย่างดำเนินไปอย่างราบรื่นถึงเพียงนี้ ทุกคนก็เริ่มมีความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น ความเร็วในการลงมือก็ฉับไวขึ้นไม่น้อย
ทว่าเมื่อจำนวนเผ่ามารที่จับกุมได้มีมากขึ้นเรื่อยๆ ในท้ายที่สุดย่อมไม่อาจหลีกเลี่ยงการถูกค้นพบได้
เพียงไม่นาน เผ่ามารก็ถูกรบกวน พร้อมกับเสียงคำรามก้องดังขึ้น ผู้คนจากสำนักใหญ่ต่างก็ชะงักไปในทันที
"บัดซบ ใครแม่งมารนหาที่ตายวะเนี่ย?"
มีคนปลุกให้เผ่ามารตื่นขึ้นมา เมื่อมองไปทางต้นเสียง ก็ต้องพบกับความประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง ท่ามกลางความมืดมิดนั้น กลับมีผู้คนซ่อนตัวอยู่มากมายก่ายกอง คนจากสำนักใหญ่แทบจะมากันครบทุกสำนักเลยทีเดียว
"เวรเอ๊ย พวกเจ้าก็มาด้วยหรือ?"
"พวกเจ้าก็มาเหมือนกันมิใช่หรือ"
พอสอบถามกันไปมา ก็พบว่าทุกคนต่างใจตรงกันโดยไม่ได้นัดหมาย เมื่อไม่รู้ตัว บริเวณรอบนอกของที่ตั้งค่ายเผ่ามารทั้งปวง ก็เกือบจะถูกคนจากสำนักใหญ่ของเผ่ามนุษย์โอบล้อมเอาไว้หมดแล้ว ก่อนหน้านี้ทุกคนต่างรักษาระยะห่างกันอยู่ไม่ไกล และต่างคนต่างต่อสู้ในพื้นที่ของตน
อย่าว่าแต่ฝ่ายเผ่ามนุษย์เลย ฝ่ายเผ่ามารเองก็ยังงุนงงสับสนไม่แพ้กัน เมื่อจู่ๆ ก็ถูกปลุกให้ตื่น พอลืมตาขึ้นมา ก็เห็นว่าแม่งเอ๊ย เหตุใดถึงมีผู้คนมากมายถึงเพียงนี้?
กวาดสายตามองไปรอบๆ ภายใต้ความมืดมิดนั้น เต็มไปด้วยเงาร่างของผู้ฝึกตนเผ่ามนุษย์ยืนอัดแน่นกันอยู่ ทำเอาเผ่ามารเหล่านี้ถึงกับสติหลุดไปเลย นี่ตนเองนอนหลับจนเบลอ แล้วเผลอเดินมาโผล่ที่ค่ายของเผ่ามนุษย์งั้นหรือ? เหตุใดคนถึงเยอะขนาดนี้?
ทว่าเมื่อเพ่งมองให้ชัดเจน ก็มั่นใจได้ว่าพวกมันไม่ได้เปลี่ยนสถานที่แต่อย่างใด ทว่าผู้ฝึกตนเผ่ามนุษย์เหล่านี้...
โฮก...
ท่ามกลางความสับสนงุนงง พร้อมกับเสียงคำรามก้อง เผ่ามารก็พุ่งพรวดขึ้นมาในพริบตา ส่วนคนของบรรดาสำนักใหญ่ สิ่งแรกที่พวกเขาเลือกทำในเสี้ยววินาทีนั้นก็คือการล่าถอย สับตีนแตกหนีไปอย่างรวดเร็ว
ส่วนเผ่ามาร ย่อมไม่มีเรื่องพลิกโผ พวกมันเกิดความคุ้มคลั่งขึ้นมาอีกครั้ง แล้วไล่กวดตามไปอย่างไม่คิดชีวิต
เมื่อสัมผัสได้ถึงความคุ้มคลั่งของเผ่ามาร ภายในด่านเทียนหง คนของสามดินแดนศักดิ์สิทธิ์ก็พากันสะดุ้งตื่น อวิ๋นเซียนไถ สือชิงเฟิง และบรรพชนระดับมหาจักรพรรดิท่านอื่นๆ รีบมุ่งหน้ามายังกำแพงเมืองในทันที
คืนนี้ไม่มีแผนปฏิบัติการอันใดนี่นา แล้วเผ่ามารพวกนี้เป็นอะไรไปอีกล่ะ? หรือว่าจะโกรธแค้นจนทนไม่ไหว หมายจะบุกโจมตีอีกครั้ง?
เมื่อมองออกไปแต่ไกล ก็พบว่าเผ่ามารที่อยู่ตรงข้ามด่านเทียนหง กลับไม่ได้มีท่าทีผิดปกติอันใด ที่นั่นคือศูนย์รวมกองกำลังชั้นยอดของเผ่ามาร บรรดาเทพมาร และยอดฝีมือของเผ่ามารจำนวนมากล้วนรวมตัวกันอยู่ที่นั่น
ทว่าในเวลานี้ที่นั่นกลับไม่มีปัญหาอันใด ถ้าเช่นนั้นความวุ่นวายที่เกิดขึ้นเมื่อครู่นี้...
เมื่อทอดสายตามองไปยังบริเวณขอบเขตรอบนอกของที่ตั้งค่ายเผ่ามารทั้งสองฝั่ง บรรดาบรรพชนระดับมหาจักรพรรดิต่างก็ตะลึงงัน พวกเขาเห็นว่า เผ่ามารทั้งสองฝั่งกำลังส่งเสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยว และที่เบื้องหน้าของพวกมัน ก็มีผู้ฝึกตนเผ่ามนุษย์จำนวนมากกำลังวิ่งหนีเอาชีวิตรอดอย่างสุดกำลัง
"นี่... ใครแม่งเป็นคนสั่งการให้รบ? ใครเป็นคนสั่งให้พวกเขาลงมือ?"
บรรดาบรรพชนระดับมหาจักรพรรดิเห็นภาพนี้แล้วก็ถึงกับงุนงงเป็นไก่ตาแตก วันนี้ไม่ได้มีคำสั่งให้บุกโจมตีนี่นา เหตุใดคนพวกนี้ถึงไปโผล่อยู่ที่นั่นได้?
ในเวลานี้ไม่ต้องคิดก็รู้ว่า จะต้องเป็นคนพวกนี้แน่ๆ ที่เป็นต้นเหตุทำให้เผ่ามารคุ้มคลั่ง ทว่าแม่งเอ๊ย คนพวกนี้ไปโผล่อยู่ที่นั่นได้อย่างไร?
"ใคร ใครสั่งให้พวกเขาลงมือ?"
"นี่ไม่ต้องเดาก็รู้ ดูปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเพื่อแย่งชิงวัตถุดิบมิใช่หรือ"
อวี๋มั่วเป็นคนแรกที่ไหวตัวทัน เมื่อสังเกตเห็นว่าบนตัวคนพวกนี้ล้วนแบกวัตถุดิบมาด้วยไม่น้อย เห็นได้ชัดว่าเป้าหมายของพวกเขาก็คือวัตถุดิบอย่างไม่ต้องสงสัย
ยิ่งไปกว่านั้น คนพวกนี้ก็ไม่ได้มีทีท่าว่าจะยืดเยื้อการต่อสู้เลยแม้แต่น้อย ท่าทางเช่นนี้ มองปราดเดียวก็รู้แล้วว่าตั้งใจจะหาวัตถุดิบได้แล้วก็เผ่นหนี
เมื่อได้ยินคำพูดของอวี๋มั่ว บรรดาบรรพชนระดับมหาจักรพรรดิต่างก็ชะงักไป นี่แอบไปขโมยวัตถุดิบกันอีกแล้วหรือ?
คราวนี้เผ่ามารโกรธแค้นจนเลือดขึ้นหน้าจริงๆ พวกมันไล่กวดตามมาอย่างไม่ลดละ ดวงตาแดงก่ำเป็นสายเลือด แม้ว่าจะสื่อสารกันคนละภาษา ทว่าจากเสียงคำรามอันดังกึกก้องฟ้าดินของเผ่ามาร ก็ไม่ยากที่จะสัมผัสได้ถึงความโกรธเกรี้ยวของพวกมัน
แม่งเอ๊ย มนุษย์พวกนี้มันจะเอาใหญ่แล้วนะ เมื่อคืนเพิ่งจะลอบโจมตีไปหมาดๆ คืนนี้แม่งก็มาลอบโจมตีอีกแล้ว ซ้ำยังใช้วิธีการสกปรกต่ำช้าเช่นนี้อีก ไม่กล้าแม้แต่จะเผชิญหน้าปะทะกับพวกมันตรงๆ ด้วยซ้ำ
เผ่ามารไล่ล่าตามมาติดๆ คำรามลั่นอย่างไม่ขาดสาย ส่วนผู้ฝึกตนจากบรรดาสำนักใหญ่ที่แย่งชิงอาหารมาได้นั้น กลับไม่มีทีท่าว่าจะหยุดวิ่งเลยแม้แต่น้อย บรรดาประมุขสำนักต่างตะโกนสั่งการซ้ำแล้วซ้ำเล่า
"เร็วเข้า ถอย ห้ามยืดเยื้อการต่อสู้"
"ถอย"
ทุกคนพากันวิ่งหนีสุดชีวิต เผ่ามารเองก็ไม่ยอมเลิกรา กระทั่งบรรดาเทพมารก็ยังถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมา เมื่อเห็นว่าเผ่ามนุษย์อาศัยความมืดมิดมาลอบโจมตีอีกแล้ว บรรดาเทพมารก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ การต่อสู้ครั้งใหญ่ระหว่างทั้งสองฝ่ายจึงปะทุขึ้นอีกครั้ง
ส่วนภายในด่านเทียนหง บรรดาศิษย์ของสามดินแดนศักดิ์สิทธิ์ เมื่อเห็นสถานการณ์เช่นนี้ ก็เตรียมพร้อมรับมือในทันที
"เร็วเข้าๆ วัตถุดิบมาส่งถึงที่แล้ว"
"จับมาให้เยอะๆ หน่อยนะ สมาคมพ่อครัววิญญาณบ่นว่าวัตถุดิบไม่พออยู่"
"วางใจเถอะ วันนี้ต้องกวาดมาให้เกลี้ยงแน่"
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการบุกโจมตีของเผ่ามาร ในดวงตาของบรรดาศิษย์สามดินแดนศักดิ์สิทธิ์ล้วนเปี่ยมไปด้วยความตื่นเต้นยินดีอย่างล้นเหลือ นี่มันท่าทีของอาหารมาเยือนถึงที่ชัดๆ
เรื่องดีงามเช่นนี้ในยามดึกดื่น จะพลาดได้อย่างไร?
การปะทะอันดุเดือดปะทุขึ้น ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เผ่ามนุษย์กวาดต้อนวัตถุดิบกลับมาได้อีกเป็นจำนวนมาก กระทั่งบรรดาศิษย์สำนักใหญ่ที่ถอยกลับไปยังค่ายที่พัก หลังจากวางวัตถุดิบลงแล้ว ก็หมุนตัวพุ่งกลับเข้าสู่สมรภูมิรบอีกครั้งในทันที
"เร็วเข้าๆ จับวัตถุดิบมาเพิ่มอีก"
ไม่เพียงแต่ด่านเทียนหงเท่านั้นที่มีค่ายกล เพื่อเตรียมรับมือกับเผ่ามาร ที่ตั้งค่ายของแต่ละสำนัก สมาคมค่ายกลก็ยังได้วางค่ายกลเอาไว้ไม่น้อยเช่นกัน แม้จะไม่อาจเทียบได้กับด่านเทียนหง ทว่าพลังป้องกันก็ไม่อาจดูแคลนได้เลย
ยิ่งไปกว่านั้น เผ่ามารที่บรรดาสำนักใหญ่ต้องรับมือนั้น ล้วนไม่ใช่กองกำลังหลักของเผ่ามาร ความกดดันจึงไม่หนักหนาสาหัสเท่ากับสามดินแดนศักดิ์สิทธิ์ ดังนั้นการต้านทานพวกมันเอาไว้จึงไม่ใช่ปัญหาอันใด
ด้วยข้อได้เปรียบจากค่ายกล คนของสำนักใหญ่ก็พุ่งทะลวงฟันไร้ต้าน วัตถุดิบเผ่ามารจึงถูกลำเลียงเข้าไปในค่ายอย่างเป็นล่ำเป็นสัน
ส่วนทุกคน เมื่อเห็นวัตถุดิบมากมายถึงเพียงนี้ ต่างก็ยิ้มแก้มปริกันไปตามๆ กัน โชคดีจริงๆ ที่เผ่ามารเหล่านี้ยังเสนอหน้ามาให้จับถึงที่เสียด้วย เรื่องนี้มันช่างง่ายดายอะไรเช่นนี้
"อย่าฆ่าให้ตายนะ จับเป็นมา"
"ข้ารู้แล้ว"
"เจ้าแม่งจะใช้ยันต์อาคมระดับเก้าทำบ้าอะไรวะเนี่ย? ถ้าเกิดมันตายขึ้นมาจะทำอย่างไร?"
"ช่างมันเถอะ ตายก็ตาย เอากลับมาให้หมดนั่นแหละ"
การต่อสู้ของทั้งสองฝ่ายยืดเยื้อดำเนินไปจนตลอดทั้งคืน เผ่ามารสูญเสียอย่างหนักหน่วงอีกครั้ง ส่วนฝ่ายเผ่ามนุษย์ก็กอบโกยจนเต็มไม้เต็มมืออีกเช่นเคย วัตถุดิบอาหารกองโตได้รับการเติมเต็ม ทุกคนต่างยิ้มร่าจนหุบปากไม่ลง
(จบแล้ว)