เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 1305 - ต้องเป็นแผนหลอกลวงของพวกแมลงแน่ๆ!

บทที่ 1305 - ต้องเป็นแผนหลอกลวงของพวกแมลงแน่ๆ!

บทที่ 1305 - ต้องเป็นแผนหลอกลวงของพวกแมลงแน่ๆ!


คนที่เมื่อกี้ยังฟาดฟันกันเอาเป็นเอาตาย เริ่มทยอยหยุดมือ บางคนยังง้างมีดค้างไว้ แต่ก็ไม่ยอมฟาดลงมาสักที
มีคนโยนอาวุธในมือทิ้ง

"เดี๋ยวนะ แล้วเมื่อกี้พวกเราทำบ้าอะไรกันอยู่เนี่ย?"

น้ำเสียงของเขาฟังดูสติแตกนิดๆ
อีกคนนั่งยองๆ อยู่กับพื้น สองมือปิดหน้า เสียงอู้อี้ลอดออกมา

"เมื่อกี้ข้าเพิ่งจะแย่งน้ำอึกสุดท้ายมาจากเพื่อนซี้เองนะเว้ย"

คนข้างๆ สวนกลับนิ่งๆ

"งั้นเพื่อนแกก็ตายฟรีสิ!"

คำพูดนี้ช่างตรงไปตรงมา ไร้ซึ่งความเห็นใจใดๆ
พอได้ยินแบบนั้น ไอ้คนที่นั่งยองๆ อยู่ก็สติหลุด ร้องไห้โฮออกมาทันที!
เขาหงายหลังลงไปนอนกองกับพื้น สองมือทึ้งผมตัวเอง เสียงสะอื้นปนแหบแห้ง

"ทำไม! ทำไมเพิ่งมาบอกเอาตอนนี้ว่าจะมีเสบียงมาแจก!"

เสียงของเขาดังก้องไปทั่วซากปรักหักพัง ฟังดูน่าเวทนาสุดๆ
คนข้างๆ สมทบ

"เมื่อกี้แกยังบอกอยู่เลยว่า น้ำอึกนั้นคือความหวังในการมีชีวิตอยู่ของแก"

คนนั้นเด้งตัวลุกขึ้นนั่ง ชี้หน้าด่าฟ้า

"นั่นมันเมื่อกี้! ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้วว้อย!"

ก่อนหน้านี้ ตอนที่พวกเขาเห็นแมลงยักษ์ร่อนลงที่จักรวรรดิเหยียนหลง พวกเขานึกว่าดาวดวงนี้จะถึงคราวอวสานแล้วเสียอีก!
ความรู้สึกกดดันตอนนั้น มันทำให้ทุกคนคิดว่าวินาทีต่อไปคงเป็นจุดจบ
พวกเขาถึงได้คลุ้มคลั่งกันขนาดนี้
ใครจะไปคิดว่า เผลอแป๊บเดียว จักรวรรดิเหยียนหลงจะมาแจกเสบียงซะงั้น!
ความพลิกผันนี้ ทำเอาพวกเขารับมือกันไม่ถูกเลยทีเดียว

มีคนตะโกนลั่น

"เป็นไปไม่ได้! ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!"

เขาตะโกนไปถอยหลังไป เหมือนพยายามจะสลัดข่าวที่เพิ่งได้ยินออกไปจากหัว
มีอีกคนพูดเสริม

"ใช่แล้ว ทั้งหมดนี้... ต้องเป็นแผนหลอกลวงของพวกแมลงแน่ๆ!"

เขาพูดอย่างจริงจัง แถมยังพยักหน้าหงึกๆ เหมือนพยายามจะสะกดจิตตัวเองให้เชื่อตามนั้น

แต่หลังจากนั้นไม่นาน หุ่นรบมังกรพยัคฆ์ของจักรวรรดิเหยียนหลง ก็บินลงมาจากฟากฟ้าจริงๆ
ตัวหุ่นอันมหึมาลงจอดอย่างนิ่มนวล แรงลมตีฝุ่นกระจาย
แขนกลยืดออก วางลังเสบียงที่แพ็กมาอย่างดีลงบนพื้นทีละลังๆ
เจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบการแจกจ่าย ประกาศผ่านเครื่องกระจายเสียง

"กรุณาต่อแถวรับเสบียง ห้ามแย่งกัน"

ภาพที่เห็นกับตา ทำให้ความคลางแคลงใจของทุกคนพังทลายลงทันที
มีคนจ้องมองเสบียงพวกนั้นตาค้าง

"นี่มัน... ของจริงเหรอเนี่ย?"

คนข้างๆ เอื้อมมือไปแตะลังเบาๆ พอรู้ว่าไม่ได้ตาฝาด เสียงก็เริ่มสั่น

"ของจริงว่ะ"

ไกลออกไปหน่อย มีคนเงยหน้ามองฟ้า

"เมื่อกี้ข้าเพิ่งจะวิ่งไล่ตามคนตั้งสามช่วงตึก เพื่อแย่งขนมปังครึ่งก้อนเองนะ"

ตอนที่เขาพูด น้ำเสียงราบเรียบจนดูน่ากลัว
คนข้างๆ ถอนหายใจ

"ส่วนข้า เมื่อกี้เพิ่งจะฟ้องคนอื่นเรื่องขนมปังครึ่งก้อนของแกเอง"

คนแรกค่อยๆ หันมามองหน้า

"งั้นเดี๋ยวแกอย่ามาต่อแถวรับเสบียงหน้าข้านะเว้ย"

อีกคนเถียงคอเป็นเอ็น

"ไม่ได้สิ ที่ข้าฟ้องก็เพื่อเอาชีวิตรอด แต่ที่ข้ามาต่อแถวก็เพื่ออนาคตไง"

ทั้งสองคนสบตากัน บรรยากาศแอบกระอักกระอ่วนนิดๆ
ไม่ไกลจากตรงนั้น มีคนนั่งกุมขมับอยู่บนพื้น

"เมื่อกี้ข้าเพิ่งจะนั่งทบทวนความหมายของชีวิตอยู่เลยนะ"

น้ำเสียงของเขาจริงจังมาก เหมือนกำลังขบคิดปรัชญาชีวิตอยู่จริงๆ
คนข้างๆ ตบไหล่เขาปุบๆ

"ตอนนี้ไม่ต้องคิดแล้วล่ะ ไปต่อแถวก่อนเถอะ"

คนนั้นเงยหน้ามองแถวที่เริ่มยาวขึ้นเรื่อยๆ นิ่งไปพักนึง แล้วพูดว่า

"แกพูดถูก"

เขาลุกขึ้นยืน ปัดฝุ่นตามตัว แล้วก็เดินไปต่อแถว

ไม่นานนัก บรรยากาศของทั้งพื้นที่ก็เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ
เมื่อกี้ยังสู้กันแทบตาย ตอนนี้เริ่มมีคนมาถกกันแล้วว่า

"ตกลงให้ต่อแถวตามคิวก่อนหลัง หรือตามผลงานการต่อสู้วะ?"

มีคนยกมือขึ้นมาเสนอตัวอย่างจริงจัง

"เมื่อกี้ข้าคิลไปเยอะ ขอคิวแรกๆ ได้ป่ะ?"

ตอนพูดนี่ยืดอกเชียว เหมือนกำลังพรีเซนต์ผลงาน
คนข้างๆ สวนกลับทันควัน

"ของแกมันแค่คิลเยอะ แต่ของข้าคือเวลาเอาชีวิตรอดนานกว่า ข้าว่าของข้าน่าจะสำคัญกว่านะ"

อีกคนโผล่มาแทรก

"ข้าขอเสนอให้เรียงตามอาการบาดเจ็บ สภาพข้าตอนนี้ควรจะได้สิทธิ์นั้นก่อนใครเพื่อน"

มีคนก้มมองมือตัวเอง

"เมื่อกี้ข้านิ้วหักไปนิ้วนึง จะได้คะแนนพิเศษป่ะ?"

คนข้างๆ เหลือบมอง

"ไอ้นิ้วนั้น แกทำตัวเองล้มหักไม่ใช่รึไง"

เสียงประกาศจากเครื่องบินรบดังขึ้นมาขัดจังหวะ

"ขอให้ทุกคนรักษาความสงบ และเข้ารับเสบียงอย่างเป็นระเบียบด้วยครับ!"

มีคนบนพื้นเงยหน้าขึ้นมาบอก

"ได้ยินไหม เป็นระเบียบเว้ย"

พูดจบ ก็จัดแจงเสื้อผ้าตัวเองซะเรียบร้อย
แล้วหันไปบอกคนข้างๆ

"อย่ามาเบียดข้านะเว้ย"

อีกคนสวนกลับ

"แหม ทีตอนแกไล่ฟันข้ามาสามช่วงตึกเมื่อกี้ ไม่เห็นจะเกรงใจกันบ้างเลย"

คนแรกหน้าด้านตอบกลับ

"ก็นั่นมันตอนสงคราม ตอนนี้มันตอนสงบสุขแล้วเว้ย!"

ในขณะเดียวกัน เหตุการณ์คล้ายๆ กันนี้ก็เกิดขึ้นที่สหพันธ์วงแหวนดาวด้วย!
ตามท้องถนนในเมืองที่กลายเป็นซากปรักหักพัง เต็มไปด้วยความวุ่นวาย!
ตึกสูงที่เคยตั้งตระหง่านอย่างเป็นระเบียบ ตอนนี้กระจกแตกกระจาย ผนังด้านนอกดำเมี่ยมจากรอยไหม้ ตามถนนมีรถคว่ำและตู้กดน้ำอัตโนมัติที่ถูกทุบพังกระจุยกระจาย
กลิ่นฝุ่นและควันไฟคลุ้งไปทั่ว เสียงปืนและเสียงระเบิดยังคงดังแว่วมาเป็นระยะๆ

หลังจากที่ซูเปอร์มาร์เก็ตและตลาด ถูกปล้นชิงจนเหี้ยนเตียนโดยชาวสหพันธ์วงแหวนดาวบางกลุ่ม พวกเขาก็เข้าสู่โหมด 'เกมเอาชีวิตรอด' ทันที!
บางคนกอดกระป๋องอาหารที่ปล้นมาได้ไว้แน่น วิ่งหน้าตั้งพลางหันกลับไปยิงปืนสวน
บางคนก็ซุ่มอยู่หลังที่กำบังตรงมุมถนน ถือปืนสอดส่องไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง แม้แต่เสียงหายใจยังต้องกลั้นไว้
สภาพความวุ่นวายในตอนนี้ มันก็คือเกม GTA ในชีวิตจริงชัดๆ!

ตามตรอกซอกซอย มีฉากแปลกๆ ให้เห็นไม่ขาดสาย
บางคนเอามอเตอร์ไซค์เหาะมาดัดแปลงเป็นรถถังชั่วคราว เอาหม้อไหกะละมังมาผูกติดเป็นเกราะกันกระสุน
บางคนก็เข็นรถเข็นซูเปอร์มาร์เก็ตออกมาเป็นที่กำบังเคลื่อนที่ เข็นไปยิงไป
ที่หลุดโลกไปกว่านั้นคือ มีคนขี่หุ่นยนต์ดูดฝุ่นเคลื่อนที่ไปตามถนนช้าๆ กะจะ 'ลอบเร้นแบบเนียนๆ'
คนผ่านไปผ่านมาเห็นเข้า ถึงกับหลุดด่า

"นี่แกลอบเร้น หรือจะมาแจกแต้มกันแน่วะ?"

ด้วยความที่สหพันธ์วงแหวนดาวมีปืนเถื่อนเกลื่อนเมือง ตอนนี้ที่นี่เลยกลายเป็นสมรภูมิขนาดย่อมไปแล้ว!
บางคนก็โยนของลงมาจากหน้าต่าง บางคนก็ขึ้นไปซุ่มยิงกันบนดาดฟ้าตึก บางคนถึงขนาดใช้โดรนทิ้งระเบิดทำเองด้วยซ้ำ
ที่สี่แยกแห่งหนึ่ง มีคนสองกลุ่มเพิ่งจะสาดกระสุนใส่กันเสร็จ ปลอกกระสุนเกลื่อนกลาดเต็มพื้น
คนนึงชะโงกหน้าออกไปดูอย่างระแวดระวัง

"พวกมันน่าจะไปแล้วมั้ง?"

คนข้างๆ บอก

"แกก็ลองออกไปดูสิ"

คนนั้นมองบน

"แล้วทำไมแกไม่ไปเองวะ?"

ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังเกี่ยงกันอยู่ จู่ๆ ก็มีเสียงเครื่องยนต์คำรามดังมาจากไกลๆ
วินาทีต่อมา รถหุ้มเกราะดัดแปลงเละเทะคันนึงก็พุ่งพรวดออกมาจากมุมถนน มีคนยืนอยู่บนหลังคารถ โบกป้ายโฆษณาที่ไปดึงมาจากไหนก็ไม่รู้
เขาโบกป้ายไปมา พลางตะโกนลั่น

"ที่นี่ถิ่นข้าเว้ย!"

แต่พอพูดจบปุ๊บ กระสุนปืนใหญ่ปริศนาก็พุ่งเฉียดหลังคารถไป ทำเอาเขาตกใจจนต้องรีบมุดหัวลงไปหลบ
บรรยากาศทั้งถนน เต็มไปด้วยความวุ่นวายที่แอบมีความฮาซ่อนอยู่

จบบทที่ บทที่ 1305 - ต้องเป็นแผนหลอกลวงของพวกแมลงแน่ๆ!

คัดลอกลิงก์แล้ว