- หน้าแรก
- เจ้าของร้านสุดแกร่งกับเหล่าลูกค้าระดับจักรพรรดิ
- บทที่ 520 - หลิวฉี่ผู้ตกตะลึง
บทที่ 520 - หลิวฉี่ผู้ตกตะลึง
บทที่ 520 - หลิวฉี่ผู้ตกตะลึง
บทที่ 520 - หลิวฉี่ผู้ตกตะลึง
เยิ่นเสี่ยวเทียนเอ่ยด้วยความขบขัน "อู๋หวัง? คุณหมายถึงหลิวปี้ใช่ไหมฮะ? คุณเข้าใจผิดแล้วล่ะฮะ พวกเราไม่ใช่นักฆ่าที่หลิวปี้ส่งมาจับคุณหรอกฮะ เรื่องนี้อธิบายยากอยู่เหมือนกัน เอาเป็นว่าพวกคุณสองคนตามพวกเราเข้าไปในลานบ้านก่อนดีไหมฮะ? แล้วผมจะค่อยๆ อธิบายสถานการณ์ให้ฟัง"
หลิวฉี่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เอาเถอะ ในเมื่อตอนนี้ก็ตกอยู่ในเงื้อมมือของอีกฝ่ายแล้ว ลำพังแค่เขากับเฉาชั่วสองคนยังไงก็คงหนีไม่รอด ในเมื่อเป็นเช่นนี้ ก็สู้ตามอีกฝ่ายเข้าไปเสียดีกว่า อย่างน้อยก็จะได้ไม่เสียเกียรติของฮ่องเต้ อีกอย่าง เขาก็อยากจะฟังดูเหมือนกันว่าอีกฝ่ายต้องการจะพูดอะไร
"ตกลง เช่นนั้นเจิ้นจะตามพวกเจ้าไปสักครั้ง" หลิวฉี่สะบัดชายชุดหลงเปาอย่างแรง แล้วเชิดหน้าก้าวเข้าไปในเรือนพัก
เมื่อเห็นท่าทางราวกับเตรียมใจตายของหลิวฉี่ เยิ่นเสี่ยวเทียนก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขบขันปนระอา คุณจะทำตัวให้อย่างกับไปรับโทษประหารทำไมกันล่ะฮะ? พวกเราไม่ได้จะเอาชีวิตคุณเสียหน่อย
พอเข้ามาในลานบ้าน หลิวฉี่ก็ทิ้งตัวนั่งลงบนตำแหน่งประธานของโซฟาทันที ดูท่าฮ่องเต้อย่างเขาก็ตาถึงใช้ได้ แค่มองแวบเดียวก็รู้แล้วว่าโซฟามีไว้นั่ง
"ของสิ่งนี้ยอดเยี่ยมยิ่งนัก นั่งสบายกว่าบัลลังก์มังกรของเจิ้นเสียอีก" หลิวฉี่ขยับตัวไปมาบนโซฟา ก่อนจะพึมพำเบาๆ
เฉาชั่วกระซิบข้างหูเขา "ฝ่าบาท ระวังจะหมกมุ่นของเล่นจนเสียปณิธานนะพ่ะย่ะค่ะ อีกอย่าง ตอนนี้ฐานะของคนเหล่านี้ยังไม่แน่ชัด ฝ่าบาททรงระมัดระวังพระองค์ไว้ก่อนจะดีกว่าพ่ะย่ะค่ะ"
หลิวฉี่หน้าดำคร่ำเครียด เจ้าเฉาชั่วนี่ช่างไม่รู้จักกาลเทศะเอาเสียเลยในการถวายคำแนะนำ เจิ้นก็แค่เห็นว่าของสิ่งนี้นั่งสบายดีเท่านั้น เหตุใดจึงต้องยกเรื่องนี้ไปโยงกับเรื่องหมกมุ่นของเล่นจนเสียปณิธานด้วยเล่า?
หลิวปังมองหลิวฉี่ที่นั่งอย่างสบายใจเฉิบอยู่ตรงนั้น ในใจก็อดไม่ได้ที่จะด่าทออยู่สองสามคำ ปู่ของเจ้ายังไม่ได้นั่งเลยนะ ไอ้เด็กบ้าอย่างเจ้ากลับชิงนั่งที่ประธานไปเสียแล้ว ไม่รู้จักคำว่าเด็กผู้ใหญ่เอาเสียเลยใช่หรือไม่?
เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลิวปังจึงอดไม่ได้ที่จะเดินวนรอบๆ หลิวฉี่ไปหลายรอบ พร้อมกับกระแอมไอเสียงดังเพื่อเป็นการเตือนหลิวฉี่
หลิวฉี่ถูกเสียงไอของหลิวปังดึงดูดความสนใจ ก่อนจะมองหลิวปังด้วยสายตาแปลกๆ
"ตาเฒ่า เจ้าป่วยหรือ? หากป่วยก็ไปหาหมอสิ อย่ามาเดินวนไปวนมาให้รกหูรกตาเจิ้นเลย"
หลิวปังแทบจะกระอักเลือดออกมา ไอ้เด็กเมื่อวานซืนหลิวฉี่นี่มันลูกเต้าเหล่าใครกันล่ะเนี่ย? ถึงได้กล้าพูดจาแบบนี้กับปู่ของตัวเองได้? หืม? ข้าพูดถูกไหมล่ะ? เจ้าสี่? หลิวปังตวัดสายตาโกรธขึ้งไปทางหลิวเหิงที่ยืนอยู่ข้างๆ
หลิวเหิงที่เดิมทียังคงยืนเหม่อลอยอยู่ถึงกับสะดุ้งโหยง
หลิวอิ๋งมองออกว่าหลิวเหิงกำลังกลัว จึงปลอบใจว่า "วางใจเถิดสี่ตี้ เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวอันใดกับเจ้า"
เยิ่นเสี่ยวเทียนกระแอมเบาๆ แล้วกล่าว "ขอแนะนำตัวหน่อยนะฮะ ผมเป็นคนจากยุคหลังของคุณสองพันปีฮะ แล้วผมก็เป็นเจ้าของเรือนพักแห่งนี้ด้วย คุณเรียกผมว่าเยิ่นเสี่ยวเทียนก็ได้ฮะ"
หลิวฉี่ลูบเคราอย่างแรงพลางเอ่ยอย่างมึนงง "สองพันปีให้หลัง? คนยุคหลัง? ช่างเป็นเรื่องเหลวไหลไร้สาระสิ้นดี เจ้าคิดว่าเจิ้นจะเชื่อเรื่องหลอกลวงของเจ้าหรือ?"
ปฏิกิริยาของหลิวฉี่ก็อยู่ในความคาดหมายของเยิ่นเสี่ยวเทียนอยู่แล้ว เพราะถ้าเชื่อตั้งแต่แรกเลยล่ะก็ เขาคงต้องสงสัยสติปัญญาของหลิวฉี่แล้วล่ะ
"ใจเย็นๆ ฮะ ฟังผมค่อยๆ อธิบายนะฮะ เรือนพักของผมแห่งนี้ ปกติก็มักจะต้อนรับฮ่องเต้จากราชวงศ์ต่างๆ ในประวัติศาสตร์อยู่เป็นประจำฮะ พอมาถึงตาคุณก็เป็นองค์ที่ยี่สิบกว่าแล้ว จำนวนเป๊ะๆ ผมก็จำไม่ได้เหมือนกันฮะ แน่นอนว่า ในจำนวนนี้ก็มีฮ่องเต้ของต้าฮั่นของพวกคุณรวมอยู่ด้วยหลายองค์เลยล่ะฮะ อยากให้ผมแนะนำให้รู้จักไหมฮะ?"
หลิวฉี่แค่นหัวเราะ "โอ๊ะ? เช่นนั้นเจิ้นก็อยากจะเห็นเสียหน่อยแล้ว ไม่ทราบว่าฮ่องเต้ต้าฮั่นที่เจ้าพูดถึงมีผู้ใดบ้างล่ะ?"
"หลิวเช่อ หรือก็คือลูกชายของคุณที่ชื่อหลิวจื้อ คนที่คุณเพิ่งเจอไปเมื่อกี้ไงล่ะฮะ ฮ่องเต้องค์ต่อจากคุณก็คือเขาคนนี้แหละ ส่วนตาแก่ที่คุณเพิ่งด่าไปเมื่อกี้ก็คือปู่ของคุณ หลิวปัง เขาเป็นใครผมคงไม่ต้องบอกแล้วใช่ไหมฮะ? ส่วนสองท่านนี้ ท่านหนึ่งคือฮั่นฮุ่ยตี้หลิวอิ๋ง อีกท่านคือพ่อของคุณ หลิวเหิงฮะ สำหรับฮั่นอายตี้หลิวซินท่านนี้ผมคงไม่ต้องพูดอะไรมากหรอกฮะ ถึงพูดไปคุณก็คงไม่รู้จักอยู่ดี" พูดจบเยิ่นเสี่ยวเทียนก็ดึงตัวหลิวอิ๋งกับหลิวเหิงออกมาจากกลุ่มคน
หลิวปังเชิดคางขึ้นสูงและจ้องมองหลิวฉี่เขม็ง
หลิวฉี่ระเบิดหัวเราะลั่น "ฮ่าๆๆๆๆ ช่างเป็นเรื่องเหลวไหลที่น่าขันเสียจริง เกาจู่ ฮุ่ยตี้ และเสด็จพ่อสวรรคตไปตั้งหลายปีแล้ว เจ้ากลับบอกว่าพวกเขาทั้งหมดอยู่ที่นี่! ไอ้หนุ่มจอมโอหัง เจ้าคงไม่รู้สินะว่านี่คือโทษฐานล่วงละเมิดเบื้องสูง?! ลำพังแค่ข้อหานี้ เจิ้นก็สามารถสั่งประหารล้างโคตรเจ้าได้แล้ว!"
หลิวอิ๋งซับเหงื่อเย็นๆ บนหน้าผากพลางเอ่ย "สี่ตี้ บุตรชายในอนาคตของเจ้านี่ท่าทางจะดุดันไม่เบาเลยนะ ขนาดเสด็จพ่อของพวกเราเขายังกล้าปรามาสถึงเพียงนี้ เดี๋ยวก็คงได้ทำให้เสด็จพ่อกริ้วจนได้แหละ"
หลิวเหิงหลับตาพึมพำกับตัวเอง "นี่ไม่ใช่บุตรชายของข้า นี่ไม่ใช่บุตรชายของข้า ข้าไม่มีบุตรชายที่โอหังกำเริบเสิบสานเช่นนี้ อืม ไม่มีแน่ๆ"
หลิวฉี่ที่กำลังหัวเราะร่าอยู่นั้น จู่ๆ สายตาก็ไปปะทะเข้ากับหลิวเหิงที่กำลังพึมพำอยู่กับตัวเอง
จากนั้นเขาก็ขยี้ตาตัวเองอย่างแรงราวกับไม่อยากจะเชื่อสายตา
"ท่าน... ท่านคือ" หลิวฉี่ลุกขึ้นยืนโดยไม่รู้ตัว และเดินเข้าไปหาหลิวเหิง
"เจ้าจะทำอันใด?! เสด็จพี่ช่วยข้าด้วย!" เนื่องจากหลิวเหิงในยามนี้ยังเป็นเพียงเด็กน้อย เมื่อเห็นหลิวฉี่เดินเข้ามาใกล้ก็คิดว่าอีกฝ่ายจะทำมิดีมิร้ายกับตน จึงรีบไปหลบอยู่หลังหลิวอิ๋ง
เวลานี้หลิวอิ๋งก็แสดงบารมีขององค์รัชทายาทออกมาอย่างเต็มเปี่ยม เขาปกป้องหลิวเหิงไว้ด้านหลัง ก่อนจะจ้องมองหลิวฉี่และตวาดเสียงดัง "เจ้าจะทำอันใด?!"
"เหมือน ช่างเหมือนเหลือเกิน พวกเจ้าไปหาเด็กคนนี้มาจากที่ใดกัน? เหตุใดจึงได้มีใบหน้าละม้ายคล้ายคลึงกับเสด็จพ่อของเจิ้นถึงเพียงนี้?!" หลังจากพึมพำเสียงเบาอยู่สองสามประโยค หลิวฉี่ก็ลุกขึ้นถามเยิ่นเสี่ยวเทียน
เยิ่นเสี่ยวเทียนยักไหล่ "พวกเราจะไปหามาจากไหนได้ล่ะฮะ? อย่างที่คุณเห็นนั่นแหละ เด็กคนนี้ก็คือหลิวเหิงพ่อของคุณนั่นเอง เพียงแต่ว่าตอนนี้เขายังเป็นแค่ลูกชายคนที่สี่ที่ไม่ค่อยมีบทบาทของหลิวปังเท่านั้นเองฮะ"
หลิวฉี่ขมวดคิ้ว "ที่เจ้าพูดหมายความว่าอย่างไร?!"
เยิ่นเสี่ยวเทียนส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ "คุณยังไม่เข้าใจอีกเหรอฮะ? หลิวเหิงคนนี้เดินทางมาจากยุคของเกาจู่หลิวปัง เขาถึงได้ยังเป็นเด็กอยู่ไงล่ะฮะ ไม่อย่างนั้นคุณคิดว่าหลิวจื้อลูกชายของคุณจู่ๆ จะโตขึ้นมาขนาดนี้ได้ยังไงล่ะฮะ? พูดง่ายๆ ก็คือ พวกคุณมาจากห้วงมิติเวลาที่แตกต่างกันนั่นแหละฮะ"
หลิวฉี่ส่ายหน้าแรงๆ ดูเหมือนจะยังไม่เข้าใจสิ่งที่เยิ่นเสี่ยวเทียนพูดเลยสักนิด
เยิ่นเสี่ยวเทียนถอนหายใจ จากนั้นก็อธิบายทฤษฎีเรื่องห้วงมิติเวลาให้หลิวฉี่ฟังอย่างง่ายๆ อีกครั้ง
"เจ้าหมายความว่าเขาคือเสด็จพ่อของเจิ้นจริงๆ หรือ? เพียงแต่เขามาจากยุคสมัยของเกาจู่เท่านั้นหรือ?" หลิวฉี่หลังจากฟังคำอธิบายจบก็พอจะเรียบเรียงความคิดได้บ้าง หันไปมองเฉาชั่วที่อยู่ข้างๆ ก็ดูเหมือนจะยังคงตกตะลึงอยู่ ผ่านไปตั้งครึ่งค่อนวันก็ยังไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองใดๆ
เยิ่นเสี่ยวเทียนพยักหน้า "อืม ก็ประมาณนั้นแหละฮะ"
"เป็นไปได้อย่างไร... จะเป็นไปได้อย่างไร... เจิ้นยังไม่อยากจะเชื่อว่าเขาคือเสด็จพ่อของเจิ้น... เขายังเป็นเพียงเด็กคนหนึ่งแท้ๆ" หลิวฉี่ทรุดตัวลงจากโซฟา พึมพำอย่างเลื่อนลอยด้วยดวงตาที่ไร้แวว
เยิ่นเสี่ยวเทียนเอ่ยอย่างหน่ายใจ "คุณจะไปมัวยึดติดอะไรกับหลิวเหิงนักหนาล่ะฮะ? หลิวปังกับหลิวอิ๋งยังไม่พอจะพิสูจน์ตัวตนของพวกเขาอีกเหรอฮะ?"
จิ๋นซีฮ่องเต้หัวเราะ "เสี่ยวเทียน เจ้าคิดอะไรง่ายเกินไปแล้ว ตอนที่หลิวปังตาย หลิวฉี่ยังไม่เกิดเลยนะ ห่างกันตั้งสิบปี ส่วนปีที่หลิวอิ๋งป่วยตาย ก็เป็นปีเดียวกับที่หลิวฉี่เกิดพอดี ยิ่งไปกว่านั้น ยุคของพวกเขาก็ไม่มีรูปถ่ายให้ดูเหมือนยุคของพวกเจ้าเสียหน่อย หลิวฉี่ไม่เคยเห็นหน้าพวกเขาสองคนเลย แล้วจะให้เขาเชื่อตัวตนของพวกเขาสองคนได้อย่างไรเล่า"
เยิ่นเสี่ยวเทียนพยักหน้า "อ้อ เป็นแบบนี้นี่เองฮะ เวลาผมอ่านหนังสือประวัติศาสตร์ สิ่งที่ผมไม่ชอบที่สุดก็คือการจำปีนี่แหละ ข้อนี้ผมผิดเอง เฮ้ หลิวฉี่ ตอนนี้คุณเชื่อที่ผมพูดแล้วใช่ไหมฮะ?"
หลิวฉี่นั่งนิ่งอยู่ที่เดิมโดยไม่มีการตอบสนองใดๆ ราวกับยังคงตกตะลึงกับเรื่องราวทั้งหมดที่เพิ่งได้รับรู้
(จบแล้ว)