- หน้าแรก
- เจ้าของร้านสุดแกร่งกับเหล่าลูกค้าระดับจักรพรรดิ
- บทที่ 429 - อาวุธแบบใหม่ของต้าฉิน
บทที่ 429 - อาวุธแบบใหม่ของต้าฉิน
บทที่ 429 - อาวุธแบบใหม่ของต้าฉิน
บทที่ 429 - อาวุธแบบใหม่ของต้าฉิน
เฮ่อรั่วปี้หัวเราะเยาะ ในสายตาของเขา ซือหม่ากานยังไม่นับว่าเป็นขุนพลระดับสามด้วยซ้ำ การต้องมาประมือกับคนแบบนี้ถือเป็นการดูถูกตัวเองชัดๆ แต่เนื้อยุงถึงจะน้อยก็ยังถือว่าเป็นเนื้อ ยิ่งไปกว่านั้นฮ่องเต้หยางเจียนก็ยังเฝ้ามองอยู่ตรงนั้น
เฮ่อรั่วปี้ไม่ได้มีความคิดที่จะไว้ชีวิตซือหม่ากานแต่อย่างใด เขาควบม้าพุ่งทะยานเข้าไปอีกครั้ง
ซือหม่ากานเห็นท่าไม่ดีจึงรีบหันหัวม้าหนี แต่กลับถูกทหารของตัวเองขวางทางหนีเอาไว้
"ไสหัวไป! ไสหัวไป!" ซือหม่ากานแผดเสียงร้องลั่น เขาแทบจะได้ยินเสียงฝีเท้าม้าของขุนพลฝ่ายศัตรูอยู่ข้างหลังแล้ว
"แม่ทัพศัตรูจะหนีไปไหน!" ซือหม่ากานที่กำลังหนีหัวซุกหัวซุน ถูกเฮ่อรั่วปี้ฟันเข้าอย่างจัง
เขารู้สึกเพียงความเจ็บปวดแปลบที่ต้นคอ จากนั้นทั้งร่างก็ราวกับลอยละล่องขึ้นไป ภาพสมรภูมิรบเบื้องล่างปรากฏชัดเจนเต็มสองตา เดี๋ยวก่อน... ทำไมร่างไร้หัวนั่นถึงดูคุ้นตานักล่ะ?
"อ่า... ที่แท้ข้าก็ถูกตัดหัวแล้วนี่เอง" นี่คือความคิดสุดท้ายของซือหม่ากานที่หลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้
เฮ่อรั่วปี้ใช้ดาบเสียบศีรษะของซือหม่ากานขึ้นมาพลางตะโกนลั่น "แม่ทัพศัตรูตายแล้ว! พวกที่เหลือยังไม่ยอมจำนนอีกหรือ?!"
กองทัพของซือหม่ากานเดิมทีก็มีคนไม่มากอยู่แล้ว ยิ่งตอนนี้แม่ทัพถูกฆ่าตายไปอีก ทหารที่เหลือก็สูญเสียความตั้งใจที่จะต่อสู้ ต่างทิ้งอาวุธในมือ ยอมจำนนให้ทหารสุยของเฮ่อรั่วปี้จับมัดแต่โดยดี
"ฝ่าบาท กระหม่อมไม่ทำให้ทรงผิดหวังพ่ะย่ะค่ะ!" เมื่อฝุ่นควันจางลง เฮ่อรั่วปี้ก็กลับมารายงานหยางเจียน
หยางเจียนยิ้มบางๆ "แม่ทัพเฮ่อเหนื่อยแล้ว เจ้าไปพักผ่อนก่อนเถอะ เรื่องปูนบำเหน็จรางวัล รอให้ศึกสงบเจิ้นจะจัดการให้เอง"
แม้เฮ่อรั่วปี้จะยังฆ่าไม่สะใจ แต่เมื่อหยางเจียนตรัสเช่นนี้ เขาก็ไม่อาจดึงดันต่อไปได้
ซือหม่าเจาไม่ได้ใส่ใจเรื่องการตายของซือหม่ากานมากนัก แม้ทั้งสองจะเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน แต่ความสัมพันธ์ก็ไม่ได้สนิทสนมอะไรนัก ยิ่งไปกว่านั้นซือหม่ากานยังไร้ความสามารถ ไม่อาจใช้งานสำคัญได้ หากไม่ใช่เพราะเห็นแก่ความเป็นพี่น้อง ซือหม่าเจาคงเตะเขาไปให้พ้นทางตั้งนานแล้ว
สิ่งที่ซือหม่าเจาให้ความสำคัญมากกว่าก็คือผลแพ้ชนะฝั่งจงฮุ่ยต่างหาก เพราะนั่นคือศึกที่จะชี้ชะตาความเป็นความตายของเขา
ในเวลานี้ จงฮุ่ยเองก็กำลังโอดครวญอยู่ในใจ แม้เขาจะมั่นใจว่าสติปัญญาของตนนั้นเทียบชั้นได้กับจางเหลียงในยุคต้นราชวงศ์ฮั่น แต่กลยุทธ์ต่างๆ กลับแทบไม่มีประโยชน์อะไรเลยในการต่อสู้ที่เน้นแต่พละกำลังแบบนี้
กองทัพที่ฮ่องเต้เด็กไปหามาจากไหนก็ไม่รู้ช่างแข็งแกร่งจนน่าตกใจ โดยเฉพาะทหารม้าที่ชูธงตัวอักษร 'เฉา' กลุ่มนั้น มันคือเครื่องบดเนื้อในสนามรบชัดๆ ฝั่งของเขาก็ใช่ว่าจะไม่มีทหารม้า แต่เมื่ออยู่ต่อหน้าทหารม้าฝั่งศัตรู ไม่ว่าจะเป็นอาวุธยุทโธปกรณ์ ม้าศึก หรือแม้แต่คุณภาพของทหาร ก็ยังห่างชั้นกันลิบลับ บ่อยครั้งที่ทหารม้าฝ่ายเขาสี่ห้าคนต้องยอมแลกด้วยชีวิต เพียงเพื่อทิ้งบาดแผลที่ไม่ได้ร้ายแรงอะไรไว้บนร่างของทหารม้าศัตรูเท่านั้น
จงฮุ่ยตะโกนก้อง "ต้านเอาไว้! ฝั่งศัตรูมีคนน้อย ทนได้อีกไม่นานหรอก! ข้าให้คนไปส่งข่าวขอกำลังเสริมจากเมืองใกล้เคียงแล้ว กำลังเสริมจะมาถึงในไม่ช้านี้!"
เมื่อได้ยินข่าวเรื่องกำลังเสริม ทหารรักษาเมืองลั่วหยางก็มีขวัญกำลังใจฮึกเหิมขึ้นมาทันที ปะทุพลังการต่อสู้ที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น จนทำให้การบุกของทัพม้าพยัคฆ์เสือดาวที่เคลื่อนตัวอย่างเชื่องช้ามาตลอด ต้องชะงักงันลงชั่วขณะ
"จับโจรต้องจับหัวหน้า ดูข้าจับเป็นไอ้หมอนี่ให้ดู!" สวี่ฉู่ที่ตีฝ่าเข้าไปไม่ได้เสียทีจนเริ่มหงุดหงิด ควงดาบใหญ่พุ่งทะยานเข้าหาจงฮุ่ยทันที ยังไงซะตอนนี้โจโฉก็ไม่ต้องให้เขาคอยคุ้มกันแล้ว เขาจึงสามารถไปจัดการจงฮุ่ยได้อย่างสบายใจ
"รีบขวางมันไว้!" ท้ายที่สุดจงฮุ่ยก็เป็นเพียงขุนนางฝ่ายบุ๋น ไม่ถนัดการต่อสู้ประชิดตัว เมื่อเห็นสวี่ฉู่พุ่งเข้ามา เขาก็รีบสั่งให้ทหารเข้าไปขวางทันที
สวี่ฉู่บุกเดี่ยวทะลวงเข้าไปในค่ายศัตรู ไม่นานก็ตกอยู่ในวงล้อม จางเหลียวและสวีหวงเกรงว่าเขาจะพลาดท่า จึงรีบรุดเข้าไปช่วยดึงตัวเขาออกมา
"ความกล้าหาญของคนพาล ไม่มีอะไรน่ากลัวเลยสักนิด" จงฮุ่ยเห็นสวี่ฉู่ถอยกลับไป รอยยิ้มเย้ยหยันก็ผุดขึ้นที่มุมปาก
ทว่ายังไม่ทันที่เขาจะดีใจเสร็จ จู่ๆ ก็รู้สึกเย็นวาบที่สันหลัง จึงรีบก้มตัวหลบหลบลงทันที
ลูกธนูดอกหนึ่งเฉี่ยวหัวเขาไปอย่างเฉียดฉิว ทะลวงร่างองครักษ์คนสนิทที่อยู่ด้านหลังเขาจนขาดใจตายคาที่
"ถือว่าดวงแข็งไป!" เซี่ยโหวหยวนที่ไม่ได้ผลลัพธ์ดั่งใจสบถด้วยความหงุดหงิด ก่อนจะง้างธนูเล็งไปที่จงฮุ่ยอีกครั้ง
จงฮุ่ยตกใจกลัวจนไม่กล้าโผล่หัวออกมา ภายใต้การคุ้มกันของทหารองครักษ์ เขาหนีไปซ่อนตัวอยู่หลังกองทัพ
"ช่างเจ้าเล่ห์นัก!" เซี่ยโหวหยวนลดธนูยาวลงพลางบ่นอุบอิบ
"เหล่าเฉา จะปล่อยให้ยืดเยื้อต่อไปไม่ได้แล้วนะ ถ้าเกิดกำลังเสริมของศัตรูมาถึงจริงๆ คงยุ่งยากแน่" เยิ่นเสี่ยวเทียนขยับเข้าไปพูดกับโจโฉ
โจโฉพยักหน้า สีหน้าเคร่งเครียด หากพูดถึงกำลังรบของกองทัพ ถึงจะไม่ถึงกับบดขยี้ทหารรักษาเมืองลั่วหยางได้ราบคาบ แต่ก็คงไม่ต่างกันมากนัก ทว่าปัญหาคือถนนในเมืองนั้นคับแคบ พื้นที่ที่กองทัพจะปะทะกันได้มีจำกัด เขาเองก็รู้สึกจนปัญญาเหมือนกัน
"พวกท่านทั้งสองคอยดูเจิ้นก็แล้วกัน" จูโฮ่วจ้าวหัวเราะหึๆ ก่อนจะสั่งให้ทหารปืนใหญ่หันกระบอกปืนเล็งไปที่กองทัพของจงฮุ่ย
หางตาของซือหม่าเจากระตุก รีบสั่งการทันที "พลธนู รีบยิงสกัดก้อนเหล็กพวกนั้นไว้ให้ได้ ห้ามปล่อยให้พวกมันทำร้ายกองทัพของจงฮุ่ยเด็ดขาด!"
แม้แผนของซือหม่าเจาจะฟังดูดี แต่เมื่อต้องรับมือกับทัพหมิงที่มีการเตรียมตัวมาอย่างดี ก็ไม่อาจสร้างความเสียหายอะไรได้มากนัก
สิ้นเสียงปืนใหญ่ดังสนั่นหวั่นไหว กองทัพของจงฮุ่ยก็แตกพ่ายโกลาหลไปในพริบตา
แต่ปืนใหญ่ขนาดเล็กก็มีอานุภาพทำลายล้างที่จำกัด ประกอบกับจงฮุ่ยก็เป็นแม่ทัพที่มีฝีมือในการคุมกองทัพอยู่แล้ว ทหารรักษาเมืองลั่วหยางจึงจัดกระบวนทัพใหม่ได้อย่างรวดเร็ว และสกัดกั้นทัพม้าพยัคฆ์เสือดาวไว้ได้อีกครั้ง
เมื่อเห็นสถานการณ์เป็นเช่นนี้ จูโฮ่วจ้าวก็คิดจะใช้วิธีเดิมอีกครั้ง แต่ซือหม่าเจาได้ตัดสินใจเสี่ยงส่งหน่วยกล้าตายออกมาก่อกวนการทำงานของทหารปืนใหญ่ แม้จะไม่ได้สร้างความสูญเสียให้ทัพหมิงมากนัก แต่ก็สามารถชะลอการระดมยิงปืนใหญ่ได้สำเร็จจริงๆ
เยิ่นเสี่ยวเทียนรำพึงรำพัน "ซือหม่าเจา จิ้งจอกเฒ่าตัวนี้ประมาทไม่ได้เลยจริงๆ นะครับ"
โจโฉยิ้มเจื่อน "ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาชมศัตรูนะ เสี่ยวเทียน รีบคิดหาวิธีอื่นเร็วเข้า"
จูโฮ่วจ้าวทนรอไม่ไหว ร้องโวยวายขึ้นมา "ปืนใหญ่ใช้ไม่ได้ผล งั้นเอาปืนไฟไปยิงสิ!"
เยิ่นเสี่ยวเทียนส่ายหน้า "ในสถานการณ์แบบนี้ปืนไฟก็ทำอะไรได้ไม่มากหรอกครับ เว้นแต่เราจะได้เปรียบเรื่องพื้นที่สูง"
จูโฮ่วจ้าวมองไปรอบๆ "ที่นี่ไม่มีกำแพงเมืองหรือหอคอยเลย แล้วจะไปหาพื้นที่สูงจากไหนล่ะ"
โจโฉพูดอย่างสิ้นหวัง "ถ้าอย่างนั้นอาวุธปืนไฟที่จิ๋นซีฮ่องเต้ให้ข้ามา ก็เปล่าประโยชน์แล้วสิ?"
เยิ่นเสี่ยวเทียนได้ยินดังนั้นก็หันไปมองทหารของโจโฉโดยสัญชาตญาณ ทันใดนั้นสายตาก็ไปสะดุดเข้ากับสิ่งที่แขวนอยู่ตรงเอวของทหารทัพเฉา
"เหล่าเฉา นั่นมันอะไรน่ะครับ? จิ๋นซีฮ่องเต้ให้คุณมาเหมือนกันหรือ?"
โจโฉมองตามเสียงแล้วอธิบาย "อืม นั่นจิ๋นซีฮ่องเต้ก็ให้ข้ามาเหมือนกัน ข้าเองก็ไม่รู้ว่ามันใช้ทำอะไร พอถามจิ๋นซีฮ่องเต้ เขาก็บอกแค่ว่าเสี่ยวเทียน เจ้ารู้วิธีใช้"
เยิ่นเสี่ยวเทียนตบหน้าขาด้วยความตื่นเต้น "ให้ตายสิ มีของแบบนี้ทำไมไม่บอกแต่แรกล่ะครับ?"
โจโฉงุนงง "นั่นมันคืออะไรกัน? เหตุใดเจ้าถึงตื่นเต้นขนาดนั้น?"
เยิ่นเสี่ยวเทียนอธิบาย "นั่นคืออาวุธปืนไฟชนิดหนึ่งในยุคหลังของพวกเรา เรียกว่า 'ระเบิดมือ' ครับ ถ้าจะให้เปรียบก็คงคล้ายๆ กับปืนใหญ่แบบพกพานั่นแหละ ผมก็ไม่คิดเหมือนกันว่าจิ๋นซีฮ่องเต้จะสร้างของพรรค์นี้ขึ้นมาได้ ถือว่าเป็นเซอร์ไพรส์ชิ้นใหญ่เลยล่ะครับ"
โจโฉมีท่าทีกระตือรือร้นขึ้นมาทันที "โอ้? แล้วระเบิดมือนี่มันใช้ยังไงล่ะ?"
(จบแล้ว)