- หน้าแรก
- เจ้าของร้านสุดแกร่งกับเหล่าลูกค้าระดับจักรพรรดิ
- บทที่ 410 - หานซิ่นปะทะเฉินชิ่งจือ?
บทที่ 410 - หานซิ่นปะทะเฉินชิ่งจือ?
บทที่ 410 - หานซิ่นปะทะเฉินชิ่งจือ?
บทที่ 410 - หานซิ่นปะทะเฉินชิ่งจือ?
เยิ่นเสี่ยวเทียนยักไหล่แล้วเล่าต่อ "สถานการณ์ในสนามรบพลิกผันได้ในพริบตา พอเอ่อร์จูหรงปราบปรามกบฏทางเหนือเสร็จสิ้น ในที่สุดเขาก็พอจะปลีกตัวมาจัดการกับหยวนเฮ่าได้ เขาเคลื่อนกองทัพชั้นยอดลงมาทางใต้และเริ่มทำศึกกับหยวนเฮ่า แม้ในการปะทะกันครั้งแรก เฉินชิ่งจือจะสามารถขับไล่กองทัพใหญ่ของเอ่อร์จูหรงถอยไปได้ แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้พวกเขาสูญเสียกำลังหลักอะไรเลย ไม่นานนักเอ่อร์จูหรงก็รวบรวมกำลังและหวนกลับมาบุกใหม่อีกครั้ง เฉินชิ่งจือรู้ดีว่ากองทัพศัตรูยิ่งใหญ่เกรียงไกร ลำพังแค่กองกำลังของเขากับหยวนเฮ่าย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้อย่างแน่นอน เขาจึงเสนอให้หยวนเฮ่าไปขอความช่วยเหลือจากราชวงศ์หนานเหลียงอีกครั้ง แต่หยวนเฮ่ากลับปฏิเสธโดยอ้างว่าเกรงกองทัพต่างถิ่นเข้ามาแล้วจะทำให้ราษฎรตื่นตระหนก เหตุการณ์หลังจากนั้นก็พอจะเดากันได้ กองทัพของหยวนเฮ่าถูกกองทัพใหญ่ของเอ่อร์จูหรงตีจนแตกพ่ายยับเยิน แม้แต่ตัวหยวนเฮ่าเองก็ยังถูกพลทหารชั้นผู้น้อยในอำเภอสังหารตายระหว่างทางที่หลบหนีกลับไปยังหนานเหลียง เมื่อเฉินชิ่งจือเห็นว่าหยวนเฮ่าตายไปแล้ว และทัพของเอ่อร์จูหรงก็ยากจะต้านทานไหว จึงทำได้เพียงนำกองทัพถอยกลับหนานเหลียงไป ทว่าเคราะห์ซ้ำกรรมซัด ตอนที่เฉินชิ่งจือนำทัพผ่านภูเขาซงซานกลับเจอเข้ากับน้ำป่าไหลหลากจนกองทัพแทบจะถูกกลืนหายไปทั้งหมด เมื่อต้องเผชิญกับการไล่ล่าของเอ่อร์จูหรง เฉินชิ่งจือจำต้องกล้ำกลืนฝืนทนโกนผมและโกนหนวดเครา ปลอมตัวเป็นหลวงจีนถึงได้รอดชีวิตมาได้อย่างหวุดหวิด เมื่อกลับถึงหนานเหลียง เฉินชิ่งจือก็ได้รับการปูนบำเหน็จจากเซียวเหยี่ยน ทำให้เขาได้เลื่อนขั้นอย่างรวดเร็วราวกับก้าวขึ้นสวรรค์ ได้รับตำแหน่งข้าหลวงใหญ่คุมการทหารสี่มณฑล และเป็นข้าหลวงมณฑลซือโจวทั้งเหนือและใต้ หลังจากนั้นเขาก็ยังได้ปราบปรามกบฏภายใน และขับไล่การรุกรานของเป่ยเว่ยและตงเว่ยได้อีกหลายครั้ง นอกจากการพ่ายแพ้ให้กับยอดขุนพลแห่งตงเว่ยอย่างเหยาซีองไปสองครั้งแล้ว ผลงานที่เหลือของเขาก็นับว่าโดดเด่นเกรียงไกรมากทีเดียว แม้แต่ในตอนที่โหวจิ่งซึ่งยังไม่ได้สวามิภักดิ์ต่อหนานเหลียงยกทัพมารุกรานฉู่โจว ก็ยังถูกเฉินชิ่งจือนำทัพตีจนพ่ายแพ้ยับเยินกลับไป หลังจากนั้นไม่กี่ปี เฉินชิ่งจือก็ล้มป่วยและเสียชีวิตลงในวัยห้าสิบหกปี หากจะสรุปชีวิตของเฉินชิ่งจือแล้วล่ะก็ แม้ใน 'บันทึกเหลียงซู' จะมีส่วนที่เขียนเกินจริงไปบ้าง แต่เขาก็นับว่าเป็นยอดขุนพลแห่งยุคคนหนึ่งอย่างแน่นอนครับ"
จิ๋นซีฮ่องเต้พยักหน้าพลางกล่าว "คนผู้นี้ไม่ธรรมดาจริงๆ เหมิงอี้ หลังจากจัดการธุระที่นี่เสร็จ เจ้าจงไปยังหนานเหลียงเพื่อหาจางหานและหานซิ่น แล้วอธิบายเรื่องของเฉินชิ่งจือให้พวกเขากระจ่าง กว๋าเหรินเชื่อว่าด้วยความสามารถของพวกเจ้าสามคนที่ร่วมมือกัน เฉินชิ่งจือก็คงไม่ใช่คู่มือที่เกินกำลังหรอก"
"รับด้วยเกล้าพ่ะย่ะค่ะ!" เหมิงอี้ประสานมือคารวะ
จูตี้เลิกคิ้วถาม "จิ๋นซีฮ่องเต้ ท่านส่งหานซิ่นไปที่หนานเหลียงด้วยหรือ? ถ้าอย่างนั้นท่านจะไปกังวลอะไรกับเฉินชิ่งจือเล่า? ลำพังหานซิ่นคนเดียวก็รับมือเขาได้ตั้งหลายคนแล้วไม่ใช่หรือ?"
จิ๋นซีฮ่องเต้หัวเราะ "กว๋าเหรินเรียกตัวหานซิ่นกลับมาจากใต้บังคับบัญชาของเหมิงเถียนเป็นการชั่วคราว เขายังไม่เคยผ่านการขัดเกลาในสนามรบมามากนัก กว๋าเหรินจึงจัดให้เขาเป็นรองแม่ทัพของจางหานไปก่อน รอจนกว่าจะปราบหนานเหลียงราบคาบแล้ว กว๋าเหรินค่อยพิจารณาให้เขาเป็นแม่ทัพคุมทัพหลักสักทัพหนึ่ง"
จูตี้เดาะลิ้น "ให้หานซิ่นไปเป็นรองแม่ทัพให้จางหาน ท่านนี่ใช้คนได้สิ้นเปลืองเหลือเกินนะ อ้อ อย่าลืมเรื่องที่ท่านรับปากข้าไว้ล่ะ ถึงเวลาให้หานซิ่นไปอยู่ฝั่งข้าสักระยะหนึ่งด้วยนะ"
จิ๋นซีฮ่องเต้โบกมือ "รู้แล้วๆ กว๋าเหรินไม่ลืมหรอก รอปราบหนานเหลียงเสร็จ ต้าฉินก็ไม่มีศึกสงครามอะไรมากแล้ว ถึงตอนนั้นกว๋าเหรินจะให้หานซิ่นเดินทางไปหาเจ้าก็แล้วกัน แต่พวกเราต้องตกลงกันก่อนนะ เจ้าเด็กนี่ เจ้าห้ามกักตัวเขาไว้ที่ฝั่งเจ้านะ ไม่อย่างนั้นกว๋าเหรินต้องไปคิดบัญชีกับเจ้าแน่!"
จูตี้ส่ายหน้าหัวเราะร่วน "จะเป็นอย่างนั้นไปได้อย่างไร? ท่านยังไม่รู้ใจข้าอีกหรือ? ข้าเคยผิดคำพูดเสียที่ไหนกัน"
จูเก๋อเลี่ยงเดินเข้ามาใกล้จิ๋นซีฮ่องเต้แล้วกระซิบเสียงเบา "ฝ่าบาทจิ๋นซีฮ่องเต้ เหลียงมีคำขอที่ไม่สมควรเรื่องหนึ่ง ไม่ทราบว่าท่านจะทรงตกลงหรือไม่?"
"โอ้? ไม่ทราบว่าจูเก๋อเฉิงเซี่ยงมีเรื่องอันใดจะกล่าวกับกว๋าเหรินหรือ?" จิ๋นซีฮ่องเต้มีความรู้สึกที่ดีต่อขุนนางผู้จงรักภักดีที่ทุ่มเทเพื่อสู่ฮั่นอย่างจูเก๋อเลี่ยง จึงเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม
จูเก๋อเลี่ยงกล่าวด้วยความเกรงใจเล็กน้อย "ก็คือเรื่องของเฉินชิ่งจือนั่นแหละพ่ะย่ะค่ะ เหลียงคิดว่าเขาเป็นบุคลากรที่มีความสามารถจริงๆ ท่านก็น่าจะทราบดีว่านับตั้งแต่ท่านกวนอวิ๋นฉางจากไป สู่ฮั่นของพวกเราก็ขาดแคลนแม่ทัพใหญ่ที่จะคุมกองทัพอย่างหนัก ไม่ทราบว่าหากต้าฉินสามารถจับตัวเฉินชิ่งจือได้ จะโปรดมอบเขาให้เหลียงเป็นผู้จัดการได้หรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?"
จิ๋นซีฮ่องเต้ขมวดคิ้วใช้ความคิดอยู่ครู่หนึ่ง ตอนนี้เขามีเหมิงเถียน, เหมิงอี้, หวังเปิน, หวังหลี, จางหาน และหานซิ่นอยู่ใต้บังคับบัญชา ขาดเฉินชิ่งจือไปสักคนก็ไม่ได้เดือดร้อนอะไร การมอบเฉินชิ่งจือให้จูเก๋อเลี่ยงก็ถือว่าเป็นการทำดีเอาหน้า วันข้างหน้าตนอาจจะมีความจำเป็นต้องพึ่งพาสู่ฮั่นบ้างก็ได้
เมื่อคิดได้ดังนั้น จิ๋นซีฮ่องเต้ก็กล่าวว่า "ได้ก็ย่อมได้อยู่หรอก แต่กว๋าเหรินไม่อาจรับปากเจ้าได้ว่าจะจับเป็นเฉินชิ่งจือได้เสมอไป ยิ่งไปกว่านั้น ต่อให้จับเป็นเฉินชิ่งจือได้ เขาก็อาจจะไม่ยอมจำนนต่อสู่ฮั่นของพวกเจ้าก็ได้นะ"
จูเก๋อเลี่ยงตอบกลับ "เรื่องนั้นเหลียงย่อมเข้าใจดีพ่ะย่ะค่ะ หากถึงตอนนั้นสามารถจับเป็นเฉินชิ่งจือได้ เรื่องหลังจากนั้นก็ปล่อยให้เหลียงเป็นคนจัดการเองเถิดพ่ะย่ะค่ะ"
จิ๋นซีฮ่องเต้พยักหน้า "ตกลง ถ้าเช่นนั้นกว๋าเหรินจะสั่งให้จางหานพยายามไว้ชีวิตเฉินชิ่งจือก็แล้วกัน"
"ตกลงจะกินกันอยู่ไหมเนี่ย? กับข้าวจะเย็นหมดแล้วนะ" เตียวหุยไม่สนเรื่องของเฉินชิ่งจืออะไรนั่นหรอก เขานั่งรออยู่ที่โต๊ะอาหารแล้วโวยวายขึ้นมา
"อา มาๆๆ ทุกคน ดื่มกินกันต่อเถอะ อย่าให้เซียวเหยี่ยนมาทำให้หมดสนุกเลย กว๋าเหรินขอเชิญดื่มสักจอกก่อนแล้วกัน" จิ๋นซีฮ่องเต้ได้สติกลับมาจึงยกจอกสุราขึ้นกล่าว หลังจากอยู่ที่นี่ของเยิ่นเสี่ยวเทียนมานาน แม้แต่คำทักทายตอนชนแก้วแบบยุคปัจจุบัน เขาก็ยังนำมาประยุกต์ใช้ได้อย่างคล่องแคล่ว
"ชน!" เมื่อเห็นจิ๋นซีฮ่องเต้ยกจอกขึ้น ทุกคนก็พากันยกจอกของตนขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมด
บรรยากาศบนโต๊ะอาหารกลับมาครึกครื้นอีกครั้งอย่างรวดเร็ว
——————————————————————————————————————————————
เช้าวันรุ่งขึ้น เมื่อเยิ่นเสี่ยวเทียนตื่นนอน ฮ่องเต้ส่วนใหญ่ก็แยกย้ายกันกลับไปหมดแล้ว ท้ายที่สุดเหล่าฮ่องเต้ก็ไม่ได้มีเวลาว่างล้นเหลือแบบเยิ่นเสี่ยวเทียน พวกเขายังต้องไปว่าราชการเช้ากันต่อ
เยิ่นเสี่ยวเทียนเดินออกมาที่ลานบ้าน ยืดเส้นยืดสายบิดหัวไหล่ที่ปวดเมื่อยพลางเอ่ยถาม "เอ๊ะ หลี่เค่อย่งล่ะครับ?"
หลี่ชุนเสี้ยวตอบด้วยน้ำเสียงทุ้มลึก "พ่อบุญธรรมตามฝ่าบาทไท่จงกลับไปแล้ว เขาบอกว่าจะรอให้เกาจู่เตรียมตัวให้พร้อมก่อนแล้วค่อยว่ากันอีกที"
เยิ่นเสี่ยวเทียนล้างหน้าล้างตาพลางกล่าว "ผมก็ยุ่งจนหัวหมุน ลืมเรื่องนี้ไปเสียสนิทเลย คุณรออยู่ที่นี่ก่อนสักสองสามวันเถอะนะ รอหยางหย่งฝั่งโน้นเขาว่างแล้ว คุณค่อยตามเขาไปก็แล้วกัน"
หลี่ชุนเสี้ยวพยักหน้าตอบรับ ก่อนจะเงียบเสียงลงแล้วนั่งเหม่อลอยอยู่ตรงนั้นต่อไป
"ท่านอาจารย์ ท่านตื่นแล้วหรือ?" เมื่อเห็นเยิ่นเสี่ยวเทียนเดินออกมาที่ลานบ้าน เฉียนหลงก็รีบพาเหอเซินเข้ามาหาทันที
เยิ่นเสี่ยวเทียนถามด้วยความประหลาดใจ "อ้าว คุณยังไม่กลับไปอีกหรือครับ? เมื่อคืนผมก็อธิบายทุกอย่างให้คุณฟังหมดแล้วไม่ใช่หรือ? ดูสิ ยงเจิ้งเขากลับไปทรงงานตั้งนานแล้วนะ คุณอย่าแอบอู้งานสิครับ"
เฉียนหลงยิ้มแห้งๆ "เจิ้นยังมีคำถามอยากจะถามท่านอีกสักหน่อย ก็เลยยังไม่รีบกลับไปน่ะ"
เยิ่นเสี่ยวเทียนแปรงฟันไปพลาง บ่นพึมพำอู้อี้ไปพลาง "มีคำถามอะไรก็ถามมาเลยครับ"
"ก็ไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อะไรหรอก ก็แค่เรื่องเหอเซินน่ะ... เจิ้นไม่ควรใช้งานเขาแล้วใช่หรือไม่?"
สิ้นประโยคนี้ เหอเซินก็ถึงกับเหงื่อแตกพลั่กไปทั้งตัว ต้องฝืนยันตัวไว้ไม่ให้ทรุดล้มลงไป คำว่า 'ไม่ควรใช้งาน' ไม่ได้หมายถึงแค่การปล่อยเกาะเฉยๆ แต่อาจจะหมายถึงการที่ชีวิตน้อยๆ ของเขาจะต้องดับดิ้นไปด้วยใช่ไหมเนี่ย?
เยิ่นเสี่ยวเทียนบ้วนปากเสร็จก็ตอบกลับ "ใครบอกล่ะครับว่าใช้งานเหอเซินไม่ได้? เขาเป็นคนมีความสามารถ แถมยังหัวไว ทำงานเก่ง รู้จักสังเกตสีหน้าคน ก็ไม่แปลกหรอกครับที่อนาคตคุณจะโปรดปรานเขามากขนาดนั้น คุณยังใช้งานเขาต่อไปได้ตามปกติแหละครับ ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมากหรอก แค่คอยจับตาดูเขาให้ดี อย่าปล่อยให้เขาใช้อำนาจบิดเบือนปิดบังความจริงก็พอแล้ว"
เหอเซินรีบคุกเข่าโขกศีรษะลงกับพื้นทันที "ฝ่าบาท! บ่าวขอสาบานว่าจะจงรักภักดีต่อพระองค์อย่างหาที่สุดไม่ได้! หากวันหน้าบ่าวกล้ายักยอกเงินแม้แต่ตำลึงเดียว ขอฝ่าบาททรงสั่งลงโทษหลิงฉือบ่าวได้เลยพ่ะย่ะค่ะ!"
เยิ่นเสี่ยวเทียนถึงกับหลุดขำ ถ้าเหอเซินไม่โกงกิน แล้วเขาจะเป็นเหอเซินหรือครับ?
(จบแล้ว)