- หน้าแรก
- เจ้าของร้านสุดแกร่งกับเหล่าลูกค้าระดับจักรพรรดิ
- บทที่ 363 - เทพสงครามอับดับหนึ่งแห่งเอเชีย
บทที่ 363 - เทพสงครามอับดับหนึ่งแห่งเอเชีย
บทที่ 363 - เทพสงครามอับดับหนึ่งแห่งเอเชีย
บทที่ 363 - เทพสงครามอับดับหนึ่งแห่งเอเชีย
"พอกลับไปแล้วก็ทำตัวให้เป็นปกติที่สุด อย่าเพิ่งรีบเผยไต๋ให้ฟู่ไท่เฮากับพวกนั้นจับสังเกตได้ล่ะ รอทางหลิวเช่อเตรียมตัวพร้อมเมื่อไหร่ ผมจะติดต่อนายไปเองนะ" เยิ่นเสี่ยวเทียนกำชับทิ้งท้ายก่อนจะเดินเข้าครัวไปทำกับข้าว
หลังจากเยิ่นเสี่ยวเทียนเดินลับไป หลิวปังก็ส่ายหน้าเบาๆ พึมพำกับตัวเอง "งานนี้ติดหนี้บุญคุณเสี่ยวเทียนก้อนโตเลยแฮะ"
หลังจากกินมื้อค่ำกันง่ายๆ เสร็จ ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับเข้าห้องไปพักผ่อน
พอตื่นเช้ามา หลิวปังกับหลิวซินก็มากล่าวลาเยิ่นเสี่ยวเทียนแล้วเดินทางกลับไป
——————————————————————————————————————
เวลาล่วงเลยผ่านไปราวหนึ่งเดือน
ในช่วงที่ผ่านมา เยิ่นเสี่ยวเทียนพาหลิวซินไปรับการรักษาที่โรงพยาบาลอีกหลายครั้ง อาการของหลิวซินแม้จะไม่ได้ดีขึ้นแบบก้าวกระโดด แต่ก็ไม่เคยเกิดอาการหายใจไม่ออกขึ้นอีกเลย
ส่วนหลิวเช่อก็รักษาสัญญา เขาส่งตัวต่งจ้งซูและคนอื่นๆ เดินทางไปยังยุคของหลิวซิน อันที่จริงในยุคของหลิวเช่อตอนนี้ราชสำนักก็เริ่มมั่นคงแล้ว การที่ต่งจ้งซูกับพวกหายตัวไปชั่วคราวก็ไม่ได้ส่งผลกระทบอะไรมากนัก
นอกจากนี้ หลิวเช่อยังไปยืมตัวเฉิงเย่าจิน, หนิวจิ้นต๋า และจางซื่อกุ้ยมาจากหลี่ซื่อหมิน เพื่อส่งไปช่วยหลิวซินด้วย ไม่รู้เหมือนกันว่าหลิวเช่อแอบไปตกลงยื่นข้อเสนออะไรให้หลี่ซื่อหมินบ้างถึงได้ยอมปล่อยตัวมา
วันหนึ่ง ขณะที่เยิ่นเสี่ยวเทียนกำลังนั่งคุยสัพเพเหระอยู่กับหยางเจียนและจ้าวควงอิ้น จูตี้ที่หายหน้าหายตาไปพักใหญ่ก็โผล่มา
จูตี้เดินดุ่มๆ เข้ามาในลานบ้าน ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา คว้าถ้วยชาของเยิ่นเสี่ยวเทียนไปกระดกพรวดเดียวจนเกลี้ยง
"พี่สี่ ท่านไปหงุดหงิดอะไรมาเนี่ย? นั่นมันชาผมนะ" เยิ่นเสี่ยวเทียนร้องท้วง
จูตี้เงยหน้าขึ้นมาตอบ "ของใครก็เหมือนกันแหละ ข้าคอแห้งจะตายอยู่แล้ว ช่วงที่ผ่านมามัวแต่วุ่นวายอยู่กับการทำศึก ในค่ายทหารที่ไหนจะมีเวลาว่างมานั่งต้มน้ำชงชาล่ะ นี่พอข้าถอนทัพกลับราชสำนักปุ๊บก็พุ่งมาหาเจ้าที่นี่เลยนะ"
หยางเจียนชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะถาม "ท่านนี้คือ..."
จูตี้ยิงฟันยิ้ม "อ้อ เจิ้นคือฮ่องเต้หย่งเล่อแห่งต้าหมิง จูตี้ ยังไม่ได้ถามเลยว่าท่านคือใคร?"
"อ้อ~ ที่แท้ก็ท่านนี่เอง เจิ้นได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของท่านมานานแล้ว เจิ้นคือฮ่องเต้ต้าสุย หยางเจียน ก่อนหน้านี้เจิ้นก็เพิ่งได้พบกับบิดาของท่านไป" พอหยางเจียนรู้ว่าอีกฝ่ายคือจูตี้ ก็ทักทายกลับด้วยรอยยิ้ม
จูตี้เกาหัวแกรกๆ "เสด็จพ่อมาที่นี่แล้วเหรอ? ไม่ใช่ว่าพระองค์กำลังวุ่นอยู่กับการทำศึกในยุคของฉงเจินหรอกรึ?"
เยิ่นเสี่ยวเทียนช่วยอธิบาย "ผมเป็นคนเรียกอามาเองแหละครับ ก่อนหน้านี้หยางเจียนฝากให้ผมส่งตัวหยางก่วงไปดัดนิสัยกับอาสักพักนึงน่ะครับ"
จูตี้ร้องอ้อ "เป็นอย่างนี้นี่เอง ข้าก็งงอยู่ว่าทำไมเสด็จพ่อถึงโผล่มาที่นี่ได้"
"เรื่องนั้นช่างมันก่อนเถอะ ตกลงก่อนหน้านี้ท่านไปรบกับใครมา? แล้วผลเป็นไงบ้าง?" เยิ่นเสี่ยวเทียนหยิบถ้วยชาใบใหม่มารินน้ำให้จูตี้พลางถาม
จูตี้ตบหน้าอกตัวเองดังป้าบ เอ่ยอย่างภาคภูมิใจ "เจ้าก็ดูสิว่าข้าเป็นใคร ข้าลงมือเองทั้งที จะมีแพ้ด้วยเหรอ?"
จ้าวควงอิ้นหัวเราะ "เจ้าเด็กนี่ก็ยังไม่ค่อยจะถ่อมตัวเหมือนเดิมเลยนะ ทำไม? เจ้าเพิ่งไปตีกระหน่ำพวกมองโกลในยุคของเจ้ามางั้นรึ?"
จูตี้ส่ายหน้า "พวกมองโกลไม่ได้รับมือยากขนาดนั้นหรอก เจิ้นเพิ่งยกทัพไปตีชาวโชซอน (เกาหลี) มาต่างหากล่ะ"
"โชซอน? มันคือประเทศอะไรกัน? ทำไมเจิ้นถึงไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อนเลย?" หยางเจียนหันไปมองหน้าคนอื่นๆ อย่างงุนงง
จ้าวควงอิ้นแบมือ "ท่านอย่ามาถามเจิ้นเลย เจิ้นเองก็ไม่เคยได้ยินชื่อประเทศโชซอนเหมือนกัน"
เยิ่นเสี่ยวเทียนหัวเราะร่วนแล้วอธิบาย "พวกท่านไม่เคยได้ยินก็ไม่แปลกหรอกครับ คำว่าโชซอนเนี่ย อาของผมเป็นคนตั้งชื่อให้พวกเขาเอง ในยุคของพวกท่าน ดินแดนแถวนั้นเขายังเรียกว่าโกคูรยอ กับโครยอ อยู่เลยครับ"
พอได้ยินคำว่า 'โกคูรยอ' หยางเจียนก็อดไม่ได้ที่จะนึกไปถึงวีรกรรมของหยางก่วงที่ยกทัพไปตีโกคูรยอถึงสามครั้งสามครา สีหน้าของเขาพลันเปลี่ยนเป็นซับซ้อนทันที
"จูตี้ เจ้าอยู่ดีๆ จะยกทัพไปตีโครยอทำไมกัน?" เนื่องจากโครยอกับซ่งเหนือถูกคั่นกลางด้วยแคว้นเหลียว จ้าวควงอิ้นจึงไม่ค่อยมีความรู้เกี่ยวกับประเทศนี้มากนัก
พอพูดถึงเรื่องนี้ จูตี้ก็ไฟลุกพรึ่บทันที "ทำไมต้องตีพวกมันน่ะเรอะ? ก็ใครใช้ให้พวกมันแต่งเรื่องสร้างข่าวลือ ใส่ร้ายป้ายสีทหารต้าหมิงของข้าล่ะ? ข้าไม่ตีมันแล้วจะให้ไปตีใคร?"
"สรุปมันเรื่องอะไรกันแน่? ทำไมยิ่งฟังเจิ้นก็ยิ่งงงล่ะเนี่ย?" จ้าวควงอิ้นหันไปถามจูตี้ด้วยความสับสน
เยิ่นเสี่ยวเทียนกลอกตาครุ่นคิด ก่อนจะถามขึ้น "พี่สี่ วันก่อนท่านแอบดูซีรีส์เกาหลีมาใช่ไหมล่ะ?"
จูตี้ตบโต๊ะป้าบ ตะโกนลั่น "ใช่เลย! ก็เพราะไอ้ซีรีส์บ้าบอนั่นแหละ ข้าถึงได้ตัดสินใจยกทัพไปกวาดล้างพวกโชซอน!"
หยางเจียนอ้าปากค้าง ถามด้วยความตกตะลึง "ซีรีส์เรื่องอะไรถึงทำให้เจ้าโกรธเป็นฟืนเป็นไฟได้ขนาดนี้? เสี่ยวเทียนก็เคยบอกแล้วไม่ใช่รึว่าเรื่องพวกนั้นมันถูกแต่งเติมขึ้นมาทั้งนั้นน่ะ?"
จูตี้ยังคงอารมณ์ค้าง "ก็เพราะมันแต่งขึ้นมานั่นแหละข้าถึงได้โมโห! ท่านรู้ไหมไอ้ซีรีส์ 'ลีซุนชิน' อะไรนั่น มันปู้ยี่ปู้ยำทหารต้าหมิงของข้าซะเละเทะแค่ไหน? เฉินหลินที่เป็นถึงแม่ทัพใหญ่ฝ่ายต้าหมิงที่ยกทัพไปช่วยรบแท้ๆ กลับถูกพรรณนาว่าพอเห็นทหารญี่ปุ่นก็กลัวหัวหด ทหารใต้บังคับบัญชาก็พากันร้องไห้ขี้มูกโป่ง สุดท้ายก็กลายเป็นว่าต้องพึ่งพาลีซุนชิน ชาวโชซอนคนนี้ถึงจะเอาชนะทหารญี่ปุ่นได้ ตกลงว่าต้าหมิงอุตส่าห์ส่งทหารไปช่วยโชซอนแท้ๆ แต่สุดท้ายกลับต้องพึ่งพาพวกโชซอนถึงจะรอดกลับมาได้อย่างงั้นรึ? ท่านว่าเรื่องพรรค์นี้มันบัดซบแค่ไหนล่ะ? ข้าก็เลยอยากจะไปดูให้เห็นกับตาซะหน่อย ว่าไอ้พวกโชซอนมันจะแน่สักแค่ไหน จะเก่งกาจสมกับที่โม้ไว้ในซีรีส์หรือเปล่า!"
หยางเจียนกับจ้าวควงอิ้นไม่เคยดูซีรีส์เรื่อง "ลีซุนชิน ขุนพลอมตะ" (The Immortal Yi Sun-sin) มาก่อน จึงไม่เข้าใจเรื่องราวที่จูตี้พูดถึงเลยแม้แต่น้อย
จ้าวควงอิ้นถามอย่างงุนงง "ลีซุนชินคือใครกัน? เขาเป็นแม่ทัพของทางโชซอนงั้นรึ?"
เยิ่นเสี่ยวเทียนยักไหล่อย่างเอือมระอา "ใช่ครับ เขาเป็นแม่ทัพฝ่ายบู๊ของเกาหลี ในยุคปัจจุบัน พวกประเทศกิมจิเขายกย่องให้ชายคนนี้เป็นเทพสงครามอับดับหนึ่งแห่งเอเชีย และเป็นหนึ่งในสามมหาขุนพลของโลกเชียวนะครับ"
จ้าวควงอิ้นชะงักไป "เขาเก่งกาจปานนั้นเชียวรึ? โครยอเล็กๆ นั่นสามารถให้กำเนิดบุคลากรระดับนี้ได้ด้วยหรือ?"
เยิ่นเสี่ยวเทียนเบ้ปาก "เก่งบ้าบออะไรล่ะครับ ขืนโยนเขาเข้ามาในหน้าประวัติศาสตร์ของหัวเซี่ยล่ะก็ คงไม่สร้างแรงกระเพื่อมอะไรเลยด้วยซ้ำ มีแต่พวกประเทศกิมจิหน้าด้านหน้าทนนั่นแหละที่ยกหางตัวเองซะเลิศเลอขนาดนั้น ก็เพราะประเทศกิมจิมันแทบไม่มีบุคคลสำคัญในประวัติศาสตร์ที่เอามาอวดอ้างได้เลยน่ะสิครับ ถึงต้องอวยลีซุนชินซะเว่อร์วังเกินจริงขนาดนั้น พวกท่านก็รู้นี่ว่าประเทศนี้เขาขึ้นชื่อเรื่องความหน้าหนามาแต่ไหนแต่ไร ใครก็ตามที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์หัวเซี่ย พวกเขาก็อยากจะเหมาเอาว่าเป็นของตัวเองไปซะหมด วันดีคืนดีก็ยังกล้าประกาศปาวๆ ว่าโกคูรยอเป็นบรรพบุรุษของพวกเขาอีกต่างหาก แต่ความจริงแล้ว โกคูรยอนับเป็นสาขาหนึ่งของหัวเซี่ย ไม่เพียงแต่จะไม่เกี่ยวอะไรกับชาวโชซอนเลย แต่ยังเคยเกือบจะลบล้างอาณาจักรชินหลัว (ซิลลา) ที่เป็นบรรพบุรุษของชาวโชซอนให้สิ้นซากไปแล้วด้วยซ้ำ ถ้าต้าถังไม่ยื่นมือเข้ามาแทรกแซงล่ะก็ ชินหลัวกับป๋อจี้ (แพ็กเจ) คงโดนโกคูรยอกวาดล้างจนไม่เหลือซากไปตั้งนานแล้ว"
หยางเจียนลูบเคราตัวเองเบาๆ "เอ่อ... แล้วตกลงลีซุนชินคนนี้มีความสามารถระดับไหนกันแน่?"
เยิ่นเสี่ยวเทียนพยายามอธิบายอย่างใจเย็น "ลีซุนชินก็ถือว่ามีความสามารถอยู่บ้างแหละครับ แต่ก็ยังห่างชั้นจากที่ประเทศกิมจิอวยไว้เยอะ อย่างมากก็ถือว่าเป็นแม่ทัพเรือระดับพอใช้ได้ แต่ถ้าให้มารบบนบกก็ถือว่าไม่เอาถ่านเลย แต่ถ้าเทียบกับประวัติศาสตร์อันน้อยนิดของประเทศกิมจิ เขาก็คงเป็นบุคลากรเพียงคนเดียวที่พอจะเอามาอวดได้นั่นแหละครับ ตอนนั้นโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ ผู้กุมอำนาจตัวจริงของญี่ปุ่นนำทัพเข้ารุกรานโชซอน กษัตริย์โชซอนสู้ไม่ได้ก็เลยต้องไปร้องขอความช่วยเหลือจากต้าหมิง ฮ่องเต้ว่านลี่แห่งต้าหมิงจึงส่งแม่ทัพหลี่หรูซงให้นำทัพไปช่วยโชซอนครับ"
(จบแล้ว)