- หน้าแรก
- เจ้าของร้านสุดแกร่งกับเหล่าลูกค้าระดับจักรพรรดิ
- บทที่ 350 - ผู้สืบทอดราชบัลลังก์คนใหม่
บทที่ 350 - ผู้สืบทอดราชบัลลังก์คนใหม่
บทที่ 350 - ผู้สืบทอดราชบัลลังก์คนใหม่
บทที่ 350 - ผู้สืบทอดราชบัลลังก์คนใหม่
เมื่อจ้าวเกาเห็นท่าไม่ดี เขาก็ค่อยๆ ถอยหลังไปสองสามก้าว หวังจะอาศัยฝูงชนเป็นกำบังเพื่อหลบหนีออกจากตำหนัก
อย่างไรเสียในเมืองเสียนหยางก็ยังมีกองทหารประจำการอยู่อีกไม่น้อย ขอเพียงเขาหนีออกไปได้ ก็สามารถระดมกองทัพมากวาดล้างพวกจิ๋นซีฮ่องเต้ได้อย่างง่ายดาย
"ไอ้สารเลวจ้าวเกากำลังจะหนีแล้ว!" หยางเจียนจ้องมองจ้าวเกามาตั้งแต่เมื่อครู่ เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะหนี หยางเจียนก็ตะโกนขึ้นทันที
"วางใจเถอะ เขาหนีไม่รอดหรอก เตียนอุย ไปลากตัวหมอนั่นมาที" เยิ่นเสี่ยวเทียนตบไหล่เตียนอุยแล้วกล่าว
เตียนอุยหัวเราะหึๆ ก่อนจะก้าวยาวๆ พุ่งเข้าหาจ้าวเกา
จ้าวเกาใช้ชีวิตอยู่ในวังลึกมานาน ขาดการออกกำลังกาย ประกอบกับในใจก็หวาดกลัวสุดขีด จะวิ่งหนีเตียนอุยพ้นได้อย่างไร?
เขาวิ่งไปได้ไม่กี่ก้าวก็ถูกเตียนอุยกระโจนเข้าใส่จนล้มคว่ำลงไปกองกับพื้น
"ปล่อยข้า! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!" จ้าวเกาผู้ผอมแห้งถูกเตียนอุยหิ้วขึ้นมาอย่างง่ายดายราวกับก้านไม้ไผ่เรียวยาว
"เถ้าแก่ ไม่ทำให้ผิดหวัง ข้าจับตัวมันมาให้ท่านแล้ว" เตียนอุย 'หิ้ว' จ้าวเกาเดินกลับมาหาทุกคน
เยิ่นเสี่ยวเทียนเสนอแนะกับจิ๋นซีฮ่องเต้ว่า "จะขังเขาไว้ก่อนไหมครับ? เดี๋ยวค่อยจัดการให้ตายทีหลัง"
จิ๋นซีฮ่องเต้โบกมือปฏิเสธและกล่าวว่า "ไม่ต้องให้ยุ่งยากหรอก คนพรรค์นี้ปล่อยให้มีชีวิตอยู่ก็รังแต่จะน่ารำคาญ ฝูซู จ้าวเกาคนนี้ข้ามอบให้เจ้าเป็นคนจัดการประหารเขาในตำหนักแห่งนี้เสีย! เพื่อให้เหล่าขุนนางในราชสำนักได้เห็นว่า ต้าฉินแห่งนี้ ใครกันแน่ที่เป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจ!"
ฝูซูประสานมือและกล่าวว่า "น้อมรับพระราชโองการ!"
พูดจบเขาก็หยิบทวนยาวที่ตกอยู่บนพื้นขึ้นมาแล้วเดินไปหาเตียนอุย
"ท่านผู้กล้าเตียน รบกวนท่านวางจ้าวเกาลงเถอะ"
เตียนอุยเหลือบมองเยิ่นเสี่ยวเทียน เมื่อได้รับสายตายืนยันจากเขาก็โยนจ้าวเกาลงกับพื้น
"องค์ชายไว้ชีวิตด้วย องค์ชายไว้ชีวิตด้วย บ่าวแก่คนนี้มันโง่เขลาเบาปัญญาไปเอง! บ่าวแก่จะกลับตัวกลับใจอย่างแน่นอน ขอองค์ชายโปรดไว้ชีวิตบ่าวแก่ด้วยเถิด!" จ้าวเกาคุกเข่าลงกับพื้น โขกศีรษะให้ฝูซูอย่างบ้าคลั่งพลางร้องไห้คร่ำครวญ
สีหน้าของฝูซูฉายแววความเวทนาและกล่าวว่า "ใต้เท้าจ้าว เหตุใดจึงต้องทำถึงเพียงนี้ ตัวข้านั้นทนดูภาพเช่นนี้ไม่ได้หรอก เอาเป็นว่าเจ้าไปเถอะ ส่วนทางเสด็จพ่อเดี๋ยวข้าจะไปอธิบายให้ท่านฟังเอง"
จ้าวเกาดีใจสุดขีดทันที "ขอบพระทัยองค์ชายในความกรุณา! ขอบพระทัยองค์ชายในความกรุณา"
จากนั้นจ้าวเกาก็ลุกขึ้นแล้วรีบวิ่งหนีออกไปนอกตำหนัก ใบหน้าของเขาเผยให้เห็นรอยยิ้มที่ชั่วร้ายและเคียดแค้น
'ฝูซูเอ๋ยฝูซู เจ้าตายไปครั้งหนึ่งแล้วก็ยังไม่พัฒนาขึ้นเลยนะ ยังคงมีความเมตตาแบบสตรีเหมือนเดิมไม่มีผิด แต่เห็นแก่ที่เจ้าปล่อยข้าไปในครั้งนี้ เมื่อกองทัพบุกเข้ามาแล้ว ข้าจะเหลือศพที่สมบูรณ์ไว้ให้เจ้าก็แล้วกัน!'
จิ๋นซีฮ่องเต้เองก็ขมวดคิ้วแน่น รู้สึกผิดหวังในตัวฝูซูอีกครั้ง
"สาม สอง หนึ่ง" ฝูซูเห็นจ้าวเกาวิ่งออกไปได้ระยะหนึ่งแล้ว ก็นับตัวเลขสามตัวในใจ
จากนั้นเขาก็กระชับทวนยาวในมือแล้ววิ่งไล่ตามจ้าวเกาไป
เวลานี้จ้าวเกากำลังจมอยู่กับภาพจินตนาการที่ตัวเองนำกองทัพมาปราบปรามพวกกบฏเหล่านี้ ใครจะไปคิดว่าจะถูกฝูซูแทงเข้าที่ด้านหลังอย่างจัง
ฝูซูแทงทะลุร่างของจ้าวเกาแล้วแต่ยังไม่หยุดฝีเท้า จนกระทั่งปลายทวนยาวปักทะลุร่างของจ้าวเกาไปติดอยู่กับผนังตำหนัก
ภาพนี้ทำเอาทุกคนรวมถึงจิ๋นซีฮ่องเต้ถึงกับตะลึงงันไปตามๆ กัน
"ให้ตายสิ ฝูซู คุณเล่นแรงขนาดนี้เลยเหรอเนี่ย?" เยิ่นเสี่ยวเทียนได้สติกลับมาหลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็อดไม่ได้ที่จะโพล่งออกมา
ฝูซูกล่าวอย่างเขินอาย "เอ่อ... จูตี้เป็นคนสอนข้ามาน่ะ เขาบอกว่าเวลาล่าสัตว์ต้องปล่อยให้เหยื่อมีความหวังที่จะรอดชีวิตแล้ววิ่งหนีไปสักพักก่อน แล้วค่อยเอาชีวิตมัน แบบนั้นมันถึงจะสนุกยิ่งกว่า"
เยิ่นเสี่ยวเทียนฟังจบก็มีเส้นดำพาดผ่านหน้าผาก
จูตี้ในยุคหงอู่นี่สอนอะไรให้ฝูซูกันแน่เนี่ย?
เดิมทีฝูซูเป็นถึงองค์ชายผู้แสนดี ทำไมตอนนี้ถึงกลายเป็นคนโรคจิตเหมือนลุงฮันนิบาลไปได้ล่ะเนี่ย?
"องค์ชาย ท่านบอกว่าจะปล่อยบ่าวแก่ไปไม่ใช่หรือ..." จ้าวเกาที่ถูกแทงทะลุหัวใจรู้ตัวดีว่าคงไม่รอดแล้ว เขาปากคอสั่นระริกเอ่ยถามด้วยความไม่ยินยอม
ฝูซูโบกมือปฏิเสธและกล่าวว่า "อ้อ ข้าหลอกเจ้าต่างหากล่ะ คำพูดแค่นี้เจ้าก็เชื่อ ดูท่าเจ้าจะโง่เขลาเอามากๆ เลยนะจ้าวเกา"
"เจ้า!" จ้าวเกาถูกคำพูดของฝูซูกระตุ้น เลือดลมตีกลับจนต้องแผดเสียงร้องออกมา ก่อนจะสิ้นใจตายไปอย่างสงบ
เยิ่นเสี่ยวเทียนเกาหัว
ถ้านับครั้งนี้ด้วย ก็ถือว่าจ้าวเกาถูกจิ๋นซีฮ่องเต้สั่งประหารเป็นครั้งที่สองแล้วสินะ ช่างน่าเวทนาเสียจริง
"นี่... นี่ใช่คุณชายฝูซูที่พวกเรารู้จักแน่หรือ? ใต้เท้าฉุนอวี๋ นี่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราสำนักขงจื๊อสอนเขานะ" ขุนนางจากสำนักขงจื๊อคนหนึ่งลอบดึงชายเสื้อของฉุนอวี๋เยว่แล้วกระซิบเบาๆ
(ไม่มีบันทึกว่าฉุนอวี๋เยว่เสียชีวิตเมื่อใด ก็ถือเสียว่าเขายังมีชีวิตอยู่ก็แล้วกัน)
ฉุนอวี๋เยว่ตั้งสติแล้วกล่าวว่า "ไม่เป็นไรหรอก องค์ชายยังมีชีวิตอยู่ก็นับว่าเป็นเรื่องน่ายินดีอย่างยิ่งแล้ว ส่วนความกังวลของเจ้านั้นไม่มีปัญหาอะไรหรอก ขอเพียงข้าคอยชี้แนะองค์ชายให้ดีในภายภาคหน้า องค์ชายก็จะสามารถกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้องได้อย่างแน่นอน"
ขุนนางคนนั้นมองฝูซูที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยเลือดแล้วก็เบ้ปาก
ท่านด็อกเตอร์ฉุนอวี๋ ข้าว่าท่านมองโลกในแง่ดีเกินไปหน่อยแล้วล่ะ
"เสด็จพ่อ เรื่องทั้งหมดนี้เป็นความคิดของจ้าวเกาและหลี่ซือนะพ่ะย่ะค่ะ ลูกเพียงแค่ทำตามคำสั่งของพวกเขาเท่านั้นเอง" เมื่อหูไห่เห็นจ้าวเกาถูกฝูซูฆ่าตาย เขาก็รีบคลานเข้าไปกอดขาจิ๋นซีฮ่องเต้พลางร้องไห้คร่ำครวญทันที
หลี่ซือที่อยู่ในกลุ่มขุนนางมีใบหน้าหมองคล้ำ เขารู้ดีว่าครั้งนี้ตนเองคงไม่รอดแน่
จิ๋นซีฮ่องเต้เตะหูไห่ออกไปอย่างนึกรังเกียจ
"งั้นเรื่องที่จะฆ่าเจียงหลวีก็เป็นความคิดของจ้าวเกาด้วยล่ะสิ? เจ้าไม่มีความคิดแบบนั้นอยู่ในหัวเลยแม้แต่นิดเดียวงั้นรึ?"
หูไห่เหงื่อแตกพลั่กทันที เขาพึมพำแก้ตัว "เอ่อ... นี่ ใช่! เป็นความคิดของจ้าวเกาทั้งหมดเลย เขาบอกว่ากลัวเจียงหลวีกับคนอื่นๆ จะเป็นภัยต่อลูก ก็เลยวางแผนร่วมกับลูกเพื่อที่จะฆ่าเจียงหลวี ทั้งหมดนี้เป็นสิ่งที่จ้าวเกาคิดขึ้นมาทั้งนั้น ไม่เกี่ยวกับลูกเลยจริงๆ นะพ่ะย่ะค่ะ!"
จิ๋นซีฮ่องเต้เตะเข้าที่หน้าของหูไห่อีกครั้งแล้วตวาดลั่น "เขาให้เจ้าฆ่าเจ้าก็ฆ่ารึ? เจ้าไม่รู้หรือไงว่าเจียงหลวีเป็นพี่ชายแท้ๆ ของเจ้าน่ะ? ข้าดูแล้วเจ้าคงไม่ได้คิดจะฆ่าแค่เจียงหลวีคนเดียวหรอกมั้ง? แล้วบรรดาพี่น้องของเจ้าน่ะ เจ้าคิดจะไว้ชีวิตสักกี่คนกันล่ะ?!"
เมื่อความในใจถูกเปิดโปง หูไห่ก็ตัวอ่อนระทวยทรุดลงไปกองกับพื้น ไม่รู้จะอธิบายอย่างไรดี
เฟิงชวี่จี๋ถึงกับตัวสั่นเทา หลังจากที่จิ๋นซีฮ่องเต้พูดออกมา เขาถึงได้เข้าใจว่าเรื่องกบฏของเจียงหลวีนั้นเป็นฝีมือของจ้าวเกาและหูไห่ที่วางแผนกันเอาไว้
และจากคำพูดของจิ๋นซีฮ่องเต้ เขาก็ยังฟังออกอีกว่า หูไห่ดูเหมือนจะไม่ปล่อยองค์ชายคนอื่นๆ ไปด้วยเช่นกัน
"ฝ่าบาท ในเมื่อพระองค์เสด็จกลับมาอย่างปลอดภัยแล้ว ตำแหน่งฮ่องเต้นี้ก็สมควรเป็นของพระองค์ต่อไปพ่ะย่ะค่ะ แม้ว่าองค์ชายหูไห่จะเพิ่งขึ้นครองราชย์ในวันนี้ แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมาเขาก็กระทำการอันโหดเหี้ยมไร้เมตตาไปมากมายแล้ว ตอนนี้พวกขุนนางหกแคว้นต่างก็กำลังเริ่มเคลื่อนไหว ต้าฉินกำลังต้องการให้พระองค์กลับมานั่งบัลลังก์เพื่อควบคุมสถานการณ์นะพ่ะย่ะค่ะ!" เฟิงชวี่จี๋ยืนอยู่ตรงหน้าจิ๋นซีฮ่องเต้และกล่าวด้วยน้ำเสียงหนักแน่น
จิ๋นซีฮ่องเต้ส่ายหน้าและกล่าวว่า "ข้ายังมีเรื่องอื่นต้องทำอีก ดังนั้นตำแหน่งฮ่องเต้นี้ ข้าจึงได้เตรียมการไว้แล้ว"
เฟิงชวี่จี๋รีบกล่าวด้วยความร้อนใจ "ไม่ได้นะพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท นอกจากพระองค์แล้ว ยังมีใครอีกที่จะสามารถสะกดพวกกบฏหกแคว้นเหล่านั้นได้?"
จิ๋นซีฮ่องเต้ชี้ไปที่ฝูซูแล้วกล่าวว่า "คนที่จะมาเป็นฮ่องเต้องค์ใหม่ข้าได้เลือกไว้แล้ว คนผู้นั้นก็คือฝูซูบุตรชายคนโตของข้านั่นเอง"
"ฝ่าบาททรงพระปรีชา! องค์ชายฝูซูคือบุคคลที่เหมาะสมที่สุดจริงๆ พ่ะย่ะค่ะ!"
เมื่อพวกขุนนางจากสำนักขงจื๊ออย่างฉุนอวี๋เยว่ได้ยินดังนั้น ต่างก็พากันร้องสนับสนุนฝูซูกันยกใหญ่
"ตุบ"
เมื่อหลี่ซือได้ยินดังนั้น ทั้งร่างของเขาก็ล้มฟุบลงไปกับพื้น
เขารู้เรื่องนี้ดีที่สุด
หากฝูซูขึ้นครองราชย์ ก็หมายความว่าสำนักนิติธรรมจะถูกละทิ้งโดยสิ้นเชิง และกิจการที่เขาอุตส่าห์ทุ่มเทสร้างมาหลายปีก็จะต้องพังทลายลงนับตั้งแต่นี้ไป
(จบแล้ว)