เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 71 เสียทั้งฮูหยินและรี้พล!

บทที่ 71 เสียทั้งฮูหยินและรี้พล!

บทที่ 71 เสียทั้งฮูหยินและรี้พล!


บทที่ 71 เสียทั้งฮูหยินและรี้พล!

ยังไม่ทันที่หลี่ม่อจะตอบสนองอะไร ฉินเจิ้งหนานที่อยู่ด้านข้างก็ตกใจจนร้องอุทานออกมาก่อน

"อะไรนะ? ท่านอาหวังปี้ ท่านถึงกับยอมนำกระดูกมังกรจู๋หลงออกมาเลยงั้นหรือ?"

พูดจบ ฉินเจิ้งหนานก็รีบหันไปพูดกับหลี่ม่อทันที "หลี่ม่อ นายรีบรับปากท่านอาหวังเร็วเข้า คราวก่อนปู่ของฉันเสนอเงื่อนไขที่ให้ผลตอบแทนสูงลิ่ว ท่านอาหวังยังไม่ยอมตัดใจนำกระดูกมังกรจู๋หลงออกมาเลยนะ นั่นมันของล้ำค่าก้นหีบของเขาเลยนะ!"

จากปฏิกิริยาของฉินเจิ้งหนาน พอจะเดาได้ว่ากระดูกมังกรจู๋หลงชิ้นนี้จะต้องเป็นของดีเยี่ยมอย่างแน่นอน อย่างน้อยระดับของมันก็ไม่ด้อยไปกว่าดวงตาราชันย์มารจอมปลอมของเขาเลย

แต่ปฏิกิริยาแรกของหลี่ม่อกลับไม่ใช่ความประหลาดใจดีใจ แต่เป็นความสงสัย

เขากับหวังปี้ไม่ได้เป็นญาติมิตรหรือรู้จักมักจี่กันมาก่อน เงื่อนไขอะไรกันที่คุ้มค่าพอจะทำให้หวังปี้นำของล้ำค่าของตัวเองออกมา แถมยังต้องลงมือปลูกถ่ายให้หลี่ม่อด้วยตัวเองอีก?

แบบนี้มันไม่เรียกว่าเสียทั้งฮูหยินและรี้พลหรอกหรือ?

ต่อให้หวังปี้จะเป็นพ่อพระผู้ใจบุญที่สุดในโลก เขาก็ไม่มีทางทำธุรกิจที่ขาดทุนย่อยยับขนาดนี้แน่

ยิ่งไปกว่านั้น ดูจากตารางราคาของเขาก็รู้แล้วว่า หมอนี่มันพ่อค้าหน้าเลือดชัดๆ!

ค่าดัดแปลงร่างกายที่เอะอะก็พุ่งปรี๊ดไปหลายร้อยล้าน มีแต่พวกตระกูลเทพยุทธ์เท่านั้นแหละที่จ่ายไหว!

แม้จะมีความสงสัยอยู่บ้าง แต่หลี่ม่อก็ยังเอ่ยปากถามถึงที่มาของกระดูกมังกรจู๋หลงชิ้นนี้ก่อน

ที่แท้มันก็คือของล้ำค่าที่อดีตหมอเทวดา เหลียงอวี้เทียน มอบให้กับหวังปี้

ในฐานะหมอเทวดา สิ่งที่เหลียงอวี้เทียนชื่นชอบที่สุดในชีวิตก็คือการตระเวนรวบรวมชิ้นส่วนจากสัตว์อสูรชนิดต่างๆ ตามสถานที่ต่างๆ แล้วนำมาใช้กับตัวเอง

เขาเชี่ยวชาญการดัดแปลงร่างกายให้คนอื่น แต่เชี่ยวชาญการดัดแปลงร่างกายให้ตัวเองยิ่งกว่า!

ว่ากันว่าเขาดัดแปลงร่างกายของตัวเองมาแล้วกว่าพันครั้ง!

เรียกได้ว่าชิ้นส่วนต่างๆ ทั่วทั้งร่างกาย แทบจะไม่มีส่วนไหนที่เป็นชิ้นส่วนดั้งเดิมของเขาเลย

และสาเหตุที่เขาทำเช่นนั้น ก็เพราะร่างกายของมนุษย์นั้นมีขีดจำกัด

นับตั้งแต่พลังวิญญาณฟื้นฟูในยุคปฏิทินใหม่จนถึงปัจจุบัน มีเพียงคนเดียวที่สามารถทะลวงผ่านระดับเทพยุทธ์ไปได้ นั่นก็คือจอมพลเฉินหาน ส่วนสาเหตุที่เทพยุทธ์คนอื่นๆ ไม่สามารถทะลวงผ่านไปได้ ก็เพราะพวกเขาไม่พบวิธีที่จะทะลวงขีดจำกัดทางร่างกายของมนุษย์นั่นเอง

เหลียงอวี้เทียนต้องการบุกเบิกเส้นทางสายนั้น เส้นทางแห่งการบรรลุธรรมด้วยจักรกล!

ใช้การดัดแปลงตัวเองเพื่อทะลวงพันธนาการแห่งฟ้าดิน จากนั้นก็ก้าวข้ามขอบเขตของเทพยุทธ์!

น่าเสียดายที่ท้ายที่สุดเขาก็ไม่ประสบความสำเร็จ!

ถึงแม้จะไม่สำเร็จ แต่เขาก็ทิ้งวัตถุดิบชั้นดีไว้ให้หวังปี้มากมาย

และในกองวัตถุดิบเหล่านั้น กระดูกมังกรจู๋หลงก็จัดว่าเป็นของที่โดดเด่นที่สุด

ย้อนกลับไปเมื่อร้อยห้าสิบปีก่อน เหลียงอวี้เทียนเดินทางท่องเที่ยวไปตามทะเลตะวันออกของต้าเซี่ย และบังเอิญค้นพบเขตหวงห้ามแห่งหนึ่งใต้ทะเล

ในตอนนั้น เขตหวงห้ามแห่งนั้นกำลังให้กำเนิดสัตว์อสูรระดับเทพยุทธ์ตัวหนึ่งพอดี และสัตว์อสูรตัวนั้นก็คือสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ยุคบรรพกาล มังกรจู๋หลง!

ต้องรู้ไว้ก่อนว่า ในเวลานั้นเหลียงอวี้เทียนได้ก้าวเข้าสู่จุดสูงสุดของระดับเทพยุทธ์มานานแล้ว หากเป็นสัตว์อสูรระดับเทพยุทธ์ทั่วๆ ไป เขาสามารถจัดการได้อย่างง่ายดาย

ทว่าสิ่งที่เขาไม่คาดคิดก็คือ เขาถึงกับไม่ใช่คู่ต่อสู้ของมังกรจู๋หลงตัวนั้น!

หนึ่งคนหนึ่งอสูรต่อสู้กันอย่างดุเดือดถึงสามวันสามคืน ในที่สุดเหลียงอวี้เทียนก็จำต้องหนีเอาตัวรอดออกมาอย่างทุลักทุเล

โดยทั่วไปแล้ว หากสัตว์อสูรระดับเทพยุทธ์ตัวใดที่แม้แต่ยอดฝีมือจุดสูงสุดระดับเทพยุทธ์ยังเอาชนะไม่ได้ อาณาเขตที่มันอาศัยอยู่ก็จะถูกจัดให้เป็นเขตหวงห้ามระดับสิบสองทันที

ถึงแม้การต่อสู้ตัวต่อตัวจะไม่ใช่คู่ต่อสู้ แต่เหลียงอวี้เทียนก็ไม่ใช่คนหัวรั้นที่คิดหน้าไม่คิดหลัง หลังจากหนีกลับมาที่ต้าเซี่ย เขาก็รีบเรียกเพื่อนเก่าหลายคนให้ออกไปปราบสัตว์ประหลาดตัวนี้ด้วยกันทันที

เพื่อนของหมอเทวดาเหลียงอวี้เทียน ย่อมไม่ใช่คนธรรมดาอยู่แล้ว

ในตอนนั้นมีทั้งหมดห้าคนที่ออกเดินทางไปปราบมังกรจู๋หลง ซึ่งหนึ่งในนั้นก็รวมถึงเทพยุทธ์อันดับหนึ่งของต้าเซี่ย เยว่อู่หยุน ส่วนอีกสามคนที่เหลือก็ล้วนเป็นยอดฝีมือจุดสูงสุดระดับเทพยุทธ์ทั้งสิ้น เรียกได้ว่าเป็นกลุ่มคนที่แข็งแกร่งที่สุดในยุคนั้นเลยก็ว่าได้

ในที่สุด ภายใต้การรุมกินโต๊ะของคนทั้งห้า มังกรจู๋หลงก็สิ้นชีพลง

เหลียงอวี้เทียนจึงได้กระดูกมังกรของมังกรจู๋หลงตัวนั้นมาหลายข้อ

กระดูกมังกรมีทั้งหมดสามข้อ ข้อหนึ่งเหลียงอวี้เทียนนำไปปลูกถ่ายให้ตัวเอง อีกข้อหนึ่งเขามอบให้กับเทพยุทธ์อีกท่านหนึ่ง ส่วนข้อสุดท้ายนี้ ย่อมตกมาอยู่ในมือของหวังปี้อย่างไม่ต้องสงสัย

ของล้ำค่าหาที่เปรียบไม่ได้เช่นนี้ ย่อมมีคนมากมายยอมเสนอราคาสูงลิ่วเพื่อขอซื้อ ทว่าผ่านไปหลายปี หวังปี้ก็ยังไม่ยอมตัดใจนำกระดูกมังกรจู๋หลงข้อนี้ออกมาเสียที

หวังปี้แตกต่างจากเหลียงอวี้เทียน เขาแค่รับดัดแปลงร่างกายให้คนอื่น แต่ไม่ดัดแปลงให้ตัวเอง

ตามที่เขาพูด เขาแค่ยังไม่เจอค่าตอบแทนที่คู่ควรพอให้เขายอมนำกระดูกมังกรจู๋หลงออกมาเท่านั้น!

หลังจากรอจนหวังปี้อธิบายจบ หลี่ม่อก็ยิ่งรู้สึกกลัดกลุ้มเข้าไปใหญ่

เขากับหวังปี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันเลย เมื่อเทียบกับฉินเจิ้งหนานหรือใครก็ตามบนเรือลำนี้ เขาสามารถเรียกได้ว่ายากจนข้นแค้นเลยด้วยซ้ำ

เขามีอะไรในตัวที่คู่ควรกับค่าตอบแทนของกระดูกมังกรจู๋หลงข้อนี้กัน?

นี่มันคือของวิเศษที่แม้แต่เทพยุทธ์ยังไขว่คว้ามาไม่ได้เลยนะ!

ในจังหวะนั้นเอง สายตาของหวังปี้ก็จ้องมองไปที่ทวนจิงตี้ในมือของหลี่ม่ออย่างกะทันหัน

หลี่ม่อเข้าใจความหมายของหวังปี้ในทันที เขาปฏิเสธแทบจะโดยไม่ลังเลเลยว่า "หมอเทวดาหวัง หากท่านต้องการทวนจิงตี้ล่ะก็ ผมต้องขออภัยด้วย นี่คือของล้ำค่าที่ท่านจอมพลเยว่มอบให้ผม ผมไม่มีทางมอบของสิ่งนี้ให้ใครเด็ดขาด!"

หากสิ่งที่หวังปี้ต้องการคือทวนจิงตี้ ทุกอย่างก็ฟังดูมีเหตุผลขึ้นมาทันที

นี่คือสิ่งเดียวที่หลี่ม่อมีพอจะอวดอ้างได้ และมันยังล้ำค่ายิ่งกว่าเคล็ดวิชาดาราโกลาหลของเขาเสียอีก

เอาทองหมื่นชั่งมาแลกก็ไม่ยอม!

ทว่าเมื่อเผชิญกับคำพูดของหลี่ม่อ หวังปี้กลับแค่นเสียงเหยียดหยาม แล้วพ่นลมหายใจอย่างดูแคลน "ชิ! ฉันจะเอาทวนจิงตี้นี่ไปทำซากอะไร? ฉันไม่ใช่คนใช้ทวนสักหน่อย! อีกอย่างฉันก็ไม่ได้ขัดสนเงินทองด้วย!"

"ทวนจิงตี้ถึงแม้จะล้ำค่า แต่สำหรับฉันแล้ว มันเทียบกับกระดูกมังกรจู๋หลงไม่ได้เลยแม้แต่น้อย!"

หลี่ม่อร้องเอ๊ะด้วยความสงสัย "แล้วท่านต้องการอะไรล่ะ?"

จู่ๆ หวังปี้ก็หัวเราะหึๆ ออกมา จากนั้นก็กล่าวว่า "หึหึ! น้องชาย สิ่งที่ฉันต้องการนั้นง่ายมาก แค่นายพูดกับทวนจิงตี้นี่คำเดียว ว่าขอยกเลิกเงื่อนไขการเดิมพันทั้งหมดระหว่างอาจารย์ของฉันกับท่านจอมพลเยว่ก็พอ!"

หลี่ม่อในตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่า ตราบใดที่มีทวนจิงตี้อยู่ในมือ หวังปี้ก็แทบไม่ต่างอะไรกับทาสของหลี่ม่อเลย

ไม่เพียงแต่ต้องคอยมารับใช้เมื่อเรียกหา แต่ยังต้องทำงานให้อย่างสุดความสามารถอีกด้วย

ตราบใดที่เงื่อนไขการเดิมพันยังมีอยู่ หวังปี้ก็ไม่มีอิสรภาพใดๆ ทั้งสิ้น

แต่หากหลี่ม่อเป็นตัวแทนของเยว่อู่หยุนยกเลิกการเดิมพันเหล่านั้น ในอนาคตหวังปี้ก็ไม่จำเป็นต้องคอยดูสีหน้าของทวนจิงตี้อีกต่อไป

เมื่อเทียบกับอิสรภาพ กระดูกมังกรจู๋หลงแค่ข้อเดียวจะนับเป็นอะไรได้

หวังปี้ต้องการใช้ประโยชน์จากช่องว่างของข้อมูลนี้ ฉวยโอกาสตอนที่หลี่ม่อยังไม่รู้เรื่องการเดิมพันเหล่านี้ ให้หลี่ม่อยกเลิกการเดิมพันทั้งหมดทิ้งไปซะ!

ทว่าการกระทำของหวังปี้ในครั้งนี้ กลับทำให้หลี่ม่อรู้สึกระแวงขึ้นมาแทน

แค่ยกเลิกการเดิมพัน ถึงกับสามารถแลกกระดูกมังกรจู๋หลงที่แม้แต่เทพยุทธ์ยังหาไม่ได้มาครอบครอง ในโลกนี้มีเรื่องดีๆ แบบนี้ด้วยหรือ?

หลี่ม่อไม่เคยเชื่อว่าจะมีพายเนื้อตกลงมาจากฟ้าฟรีๆ หากมีจริง พายเนื้อชิ้นนั้นก็คงไม่ได้ตกลงมาเปล่าๆ แน่

มันอธิบายได้แค่ว่า มูลค่าของการเดิมพันนั้นแพงยิ่งกว่ากระดูกมังกรจู๋หลงเสียอีก!

เมื่อคิดได้เช่นนี้ หลี่ม่อก็เปลี่ยนความคิดทันที จู่ๆ เขาก็ยื่นทวนจิงตี้ไปตรงหน้าหวังปี้ แล้วเอ่ยช้าๆ ว่า "หมอเทวดาหวัง ถ้าหากผมไม่ยกเลิกการเดิมพันที่ท่านว่า แต่ใช้ทวนจิงตี้เล่มนี้สั่งให้ท่านมอบกระดูกมังกรจู๋หลงให้ผมล่ะ?"

เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจิ้งเจียหาวและฉินเจิ้งหนานต่างก็มองหลี่ม่อด้วยความตกตะลึง ความคิดที่ตรงกันของพวกเขาทั้งสองคนในตอนนี้ก็คือ ความกล้าของหลี่ม่อช่างมีมากเกินไปแล้ว

ทวนจิงตี้นี่มันเป็นตราลัญจกรหยกหรือยังไง?

หยิบออกมาปุ๊บก็สามารถสั่งเอาของล้ำค่าที่สุดในใต้หล้าได้เลยงั้นเหรอ?

แต่จะว่าไปแล้ว สำหรับหวังปี้ ทวนจิงตี้เล่มนี้ก็ไม่ต่างอะไรกับตราลัญจกรหยกจริงๆ นั่นแหละ!

วัตสัน นายเจอจุดบอดเข้าแล้ว!

หน้าของหวังปี้โกรธจนกลายเป็นสีตับหมูไปแล้ว คราวนี้สิถึงจะเรียกว่าเสียทั้งฮูหยินและรี้พลของแท้...

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 71 เสียทั้งฮูหยินและรี้พล!

คัดลอกลิงก์แล้ว