เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 การทดสอบเข้าเกณฑ์ทหาร! กฎใหม่!

บทที่ 5 การทดสอบเข้าเกณฑ์ทหาร! กฎใหม่!

บทที่ 5 การทดสอบเข้าเกณฑ์ทหาร! กฎใหม่!


บทที่ 5 การทดสอบเข้าเกณฑ์ทหาร! กฎใหม่!

แม้แต่หลี่ม่อเองก็คาดไม่ถึง ว่าเฉาอวิ๋นจะเปลี่ยนสีหน้าได้รวดเร็วขนาดนี้

หมอนี่มันก็แค่ไอ้คนหน้าไหว้หลังหลอกจริงๆ!

จางหรูเสวี่ยถึงกับแสดงสีหน้าไม่พอใจ ร่างกายของเธอปลดปล่อยจิตสังหารอันแข็งแกร่งออกมา แม้แต่หลี่ม่อยังสัมผัสได้ถึงรังสีอำมหิต

"คุณเห็นกองทัพของเราเป็นตัวอะไร? สมุดพกเกณฑ์ทหารก็อยู่ที่นี่ ตัวเขาเองก็บอกว่าจะเข้ากองทัพ คำพูดของมหาวิทยาลัยซิงคงเป็นเรื่องล้อเล่นงั้นเหรอ?"

แม้ว่ามหาวิทยาลัยซิงคงจะเป็นสถาบันการศึกษาระดับแนวหน้าของประเทศ แต่ก็ไม่กล้าล่วงเกินกองทัพหรอก

เฉาอวิ๋นเองก็ถูกรังสีอำมหิตจากตัวของจางหรูเสวี่ยข่มขวัญเอาไว้

แนวหน้ามันไม่เหมือนกับการฝึกฝนธรรมดาๆ ในมหาวิทยาลัยผู้ฝึกยุทธนะ

นั่นคือพวกทหารผ่านศึกที่กรำศึกฆ่าฟันฝ่ากองซากศพและทะเลเลือดมาแล้วทั้งนั้น

ทั้งต้องปะทะกับศัตรูต่างชาติ และต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรที่น่าสะพรึงกลัวอยู่ตลอดเวลา ภาพที่โหดร้ายที่สุดของมหาวิทยาลัยผู้ฝึกยุทธก็เป็นแค่การทำให้บาดเจ็บหรือพิการตอนประลองบนเวทีเท่านั้นเอง

แต่เฉาอวิ๋นก็ไม่อยากปล่อยให้หลี่ม่อจากไปแบบนี้ จึงพูดขึ้นว่า "ผิดก็คือผิดนั่นแหละ! เราลงชื่อผิดคนไม่ได้เหรอไง? คนของกองทัพเดี๋ยวนี้ทำไมถึงได้กร่างขนาดนี้! นึกจะพาคนไปก็พาไปเลยงั้นเหรอ?"

"เราควรจะถามความสมัครใจของเด็กคนนี้ดูหน่อยไหมล่ะ! ว่าเขาจะอยู่มหาวิทยาลัยต่อ หรือจะไปเกณฑ์ทหาร?"

เฉาอวิ๋นช่างหน้าด้านพูดโกหกตาใสได้ลงคอ ก่อนหน้านี้ชัดเจนว่าเป็นเขาเองที่ดึงดันจะไล่หลี่ม่อออก ตอนนี้กลับมาบอกว่าเป็นความผิดพลาดของมหาวิทยาลัย

ในมุมมองของเฉาอวิ๋น มหาวิทยาลัยซิงคงคือมหาวิทยาลัยชั้นนำที่มีรากฐานยาวนานถึงสามร้อยปี ยิ่งไปกว่านั้น นับตั้งแต่การฟื้นฟูพลังวิญญาณเริ่มต้นขึ้น มหาวิทยาลัยแห่งนี้ก็ติดอันดับท็อปทรีของมหาวิทยาลัยผู้ฝึกยุทธทั่วประเทศมาโดยตลอด

ขอเพียงแค่หลี่ม่อไม่ได้โง่ เขาก็จะไม่มีทางทิ้งข้อเสนอดีๆ จากมหาวิทยาลัยเพื่อไปเข้ากองทัพแน่

ในจุดนี้ เขามีความมั่นใจอย่างเต็มเปี่ยม

กระทั่งคุณอาของหลี่ม่อก็ยังเกลี้ยกล่อมหลี่ม่อว่า "ลูกเอ๊ย เชื่อฟังอาจารย์เขานะ! รีบไปขอโทษอาจารย์เขาเร็วเข้า เดี๋ยวอาจะจ่ายค่าเทอมให้ เรามาเรียนต่อกันนะ"

คุณอาของหลี่ม่อเป็นเพียงผู้หญิงซื่อๆ ที่มองไม่ออกถึงลูกไม้ตื้นลึกหนาบางในเรื่องนี้เลย

แต่หลี่ม่อเข้าใจดีว่า ตอนนี้สถานการณ์มันเปลี่ยนไปแล้ว!

มหาวิทยาลัยขยะแบบนี้ ต่อให้ให้สัญญาอะไรมา หลี่ม่อก็ไม่มีวันเชื่ออีกแม้แต่ครึ่งคำ

ดังนั้นหลี่ม่อจึงพูดช้าๆ ว่า "คุณอาครับ ผมตัดสินใจแล้ว ผมจะเข้าร่วมกองทัพ! สถานที่แบบนี้ไม่มีอะไรให้น่าอยู่หรอกครับ!"

เมื่อเห็นสายตาอันแน่วแน่ของหลี่ม่อ คุณอาก็เข้าใจว่าหลี่ม่อตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว เธอจึงไม่ขัดขวางอีก

ยิ่งไปกว่านั้น คำพูดของเฉาอวิ๋นก่อนหน้านี้ที่ว่าหลี่ม่อเป็นพวกขยะไม่มีอนาคต ก็ทำให้คุณอารู้สึกไม่พอใจเป็นอย่างมาก

หากไม่ใช่เพราะมีเรื่องต้องขอร้อง ด้วยนิสัยของเธอ เธอคงจะด่าเฉาอวิ๋นไปนานแล้ว หลานของเธอจะแย่แค่ไหน ก็ไม่ใช่เรื่องที่คนนอกจะมาวิจารณ์!

เมื่อเห็นเช่นนั้น เฉาอวิ๋นกลับร้อนรนขึ้นมาทันที ถ้าเป็นหลี่ม่อคนก่อน เขาคงไม่ชายตาแล แต่กับหลี่ม่อในตอนนี้มันต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่ระดับขั้นของหลี่ม่อในตอนนี้ หากสามารถอยู่ในชั้นเรียนของเฉาอวิ๋นต่อไปได้ อย่างน้อยเฉาอวิ๋นก็จะได้รับผลประโยชน์มากมายจากทางมหาวิทยาลัย

เฉาอวิ๋นพูดอย่างร้อนรนว่า "หลี่ม่อ นายคิดดูให้ดีนะ! ทุนการศึกษาเต็มจำนวนที่เราเคยสัญญาไว้กับนายก่อนหน้านี้ ยังคงมีผลอยู่นะ! แถมยังยกเว้นค่าเล่าเรียนทุกอย่างให้อีก!"

"ไม่เพียงแค่นั้น ทางมหาวิทยาลัยยังจะจัดการฝึกพิเศษให้กับนายเป็นการส่วนตัวด้วย! นี่เป็นข้อเสนอที่หลายคนแย่งกันแทบตายก็ยังไม่ได้เลยนะ!"

เมื่อเผชิญหน้ากับบุคลากรชั้นยอด มหาวิทยาลัยซิงคงก็กล้าที่จะทุ่มทุนสร้างจริงๆ

เพราะผลตอบแทนที่จะได้รับจากการปั้นผู้ฝึกยุทธที่แข็งแกร่งขึ้นมาได้นั้น มันมีมากกว่าหลายเท่านัก

และก็เพราะมีรากฐานเช่นนี้นี่แหละ มหาวิทยาลัยซิงคงถึงยังคงยืนหยัดมาได้จนถึงทุกวันนี้

พอจะคาดเดาได้ว่า หากหลี่ม่อยังคงเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยต่อไป เขาจะได้รับผลประโยชน์มากมายอย่างคาดไม่ถึง

ทว่าเมื่อเผชิญกับข้อเสนอเหล่านี้ หลี่ม่อกลับทิ้งไว้เพียงสองคำ

"ลาก่อน!"

มองดูแผ่นหลังของหลี่ม่อที่ค่อยๆ เดินจากไป จู่ๆ เฉาอวิ๋นก็รู้สึกแขนขาอ่อนแรงทรุดตัวลงนั่งบนเก้าอี้ เขารู้ตัวดีว่า เขาได้ทำความผิดพลาดที่ไม่อาจแก้ไขได้ลงไปแล้ว

ไม่เพียงแต่ทำให้มหาวิทยาลัยสูญเสียอัจฉริยะที่หาตัวจับยากไป แต่ยังอาจจะไปล่วงเกินว่าที่ยอดฝีมือที่แข็งแกร่งที่สุดในอนาคตอีกด้วย!

...

"ลูกเอ๊ย ของกินพวกนี้ลูกเอาไว้นะ อาได้ยินมาว่าอาหารในกองทัพไม่ค่อยดีเท่าไหร่"

"แล้วก็เงินพวกนี้ ลูกเอาไปให้หมดเลยนะ! อาอยู่คนเดียว ไม่จำเป็นต้องใช้เงินอะไรหรอก"

ที่หน้าขบวนรถไฟ คุณอาของหลี่ม่อพร่ำสั่งเสียหลี่ม่อครั้งแล้วครั้งเล่าราวกับเป็นแม่แท้ๆ ทำเอาหลี่ม่อรู้สึกอบอุ่นในใจ

มองดูแผ่นหลังที่ค่อมลงของคุณอา หลี่ม่อสาบานว่าจะต้องไปได้ดีในกองทัพให้ได้ และจะทำให้คุณอาได้รับการดูแลที่ดีที่สุด

ผ่านไปพักใหญ่ ในที่สุดคุณอาก็สั่งเสียเสร็จ เธอส่งหลี่ม่อจากไปด้วยน้ำตาแห่งความอาลัย

เมื่อหลี่ม่อกลับมานั่งที่เดิม แม้แต่จางหรูเสวี่ยที่อยู่ข้างๆ ก็ยังอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ "คุณอาของนายดีจริงๆ นะ"

หลี่ม่อกัดหมั่นโถวที่คุณอาทำมาให้ กดยิ้มบางๆ "ใช่ครับ เธอเป็นญาติเพียงคนเดียวของผมแล้ว"

รถไฟค่อยๆ เคลื่อนตัวออก มุ่งหน้าสู่แนวหน้าที่อยู่ห่างไกลออกไปนับพันลี้

ระหว่างทาง จู่ๆ จางหรูเสวี่ยก็ยื่นแบบฟอร์มใบหนึ่งให้กับหลี่ม่อ

นี่เป็นคนละอย่างกับสมุดพกเกณฑ์ทหารเลย

ไม่เพียงแต่ต้องกรอกข้อมูลพื้นฐานอย่างชื่อ อายุ ภูมิลำเนาลงในแบบฟอร์มเท่านั้น ที่สำคัญยิ่งกว่าคือต้องกรอกพรสวรรค์ของตัวเองและอื่นๆ ลงไปด้วย

หลี่ม่อไม่เคยได้ยินมาก่อนเลยว่าก่อนจะเกณฑ์ทหารต้องกรอกข้อมูลพรสวรรค์ด้วย

"นี่คือ..."

จางหรูเสวี่ยตอบอย่างไม่ใส่ใจว่า "อ้อ ลืมเตือนนายไปเลย จากมติของเบื้องบน เริ่มตั้งแต่ปีนี้เป็นต้นไป ทหารใหม่ที่จะเกณฑ์เข้ามาทุกคน จะต้องผ่านการทดสอบประเมินก่อนเข้าเกณฑ์"

"ทหารที่ไม่ผ่านการทดสอบ แม้จะยังอยู่ในกองทัพได้ แต่ก็จะให้ไปทำงานธุรการอย่างพวกหน่วยเสบียง หน่วยสื่อสารแทน และจะไม่ได้รับเหรียญตราทหารใหม่ จะถูกเปลี่ยนไปอยู่หน่วยอื่นแทน"

ช่วงหลายปีที่ผ่านมา ทหารใหม่ที่เข้าสู่กองทัพนั้นมีทั้งคนเก่งและคนไม่ได้เรื่องปะปนกันไป

อย่างเช่นพวกมหาวิทยาลัยซิงคง ที่ส่งนักศึกษาที่รั้งท้ายสุดของมหาวิทยาลัยมาให้กองทัพ ทำให้กองทัพยิ่งปวดหัวกับการฝึกฝนพวกเขา

ทุกปีจะมีทหารใหม่เกณฑ์เข้ามาประมาณสี่หมื่นถึงห้าหมื่นคน แต่คนที่เรียกได้ว่าสามารถฝึกฝนให้เป็นนักรบที่ออกไปรบแนวหน้าได้นั้น กลับมีไม่ถึงห้าพันคน!

ในจำนวนนั้น ส่วนใหญ่ถ้าไม่กินเงินเดือนเปล่าๆ ทำตัวไร้ค่า พอออกแนวหน้าก็ตาย ไม่ก็ขี้ขลาดตาขาว แถมยังมีพวกหนีทหารอีกเพียบ

เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้ ทางกองทัพจึงได้จัดตั้งการทดสอบเข้าเกณฑ์นี้ขึ้นมา

ด้วยวิธีนี้ก็จะสามารถคัดกรองคนที่มีศักยภาพออกมาได้

ส่วนพวกพนักงานธุรการที่เหลือนั้น ถึงยังไงก็ไม่ได้ติดยศทหารอยู่แล้ว ตอนนี้งบประมาณกองทัพในแต่ละปีมีมากพอ จะให้พวกเขาแบ่งไปกินบ้างก็ไม่เป็นไร

วิธีการของกองทัพถือว่ามีมนุษยธรรมมาก แม้จะยังคงยึดถือหลักผู้แข็งแกร่งเป็นใหญ่ แต่อย่างน้อยก็ยังทำให้ผู้อ่อนแอพอมีที่ยืนอยู่บ้าง

เพียงแต่หลี่ม่อไม่ได้คาดคิดว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้

ต้องรู้ก่อนนะว่าเขามีภารกิจสำหรับมือใหม่ของระบบอยู่นะ!

ภารกิจนี้จะสำเร็จได้ก็ต่อเมื่อได้รับเหรียญตราทหารใหม่เท่านั้น...

ถ้าเกิดหลี่ม่อไม่ผ่านการทดสอบเข้าเกณฑ์ทหารล่ะก็ ไม่จบเห่เลยเหรอ?

อาจจะเป็นเพราะเป็นพวกปลายแถวมานานเกินไป หลี่ม่อถึงได้ลืมไปว่าเขาเคยเป็นอัจฉริยะมาก่อน

แม้แต่จางหรูเสวี่ย พอเห็นสีหน้าที่ดูเป็นกังวลของหลี่ม่อ ก็ยังรู้สึกแปลกใจ

"นายกังวลอะไรอยู่ล่ะ? ด้วยระดับขั้นของนาย ต่อให้ไม่ผ่านการทดสอบแบบนี้ ปีนี้คงจะไม่มีทหารใหม่คนไหนได้เข้าเกณฑ์ทหารอย่างเป็นทางการแล้วล่ะมั้ง?"

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 5 การทดสอบเข้าเกณฑ์ทหาร! กฎใหม่!

คัดลอกลิงก์แล้ว