- หน้าแรก
- พลิกตำนานทหารชายแดน
- บทที่ 220 - สร้างเรือฝึกทหาร
บทที่ 220 - สร้างเรือฝึกทหาร
บทที่ 220 - สร้างเรือฝึกทหาร
บทที่ 220 - สร้างเรือฝึกทหาร
★★★★★
แบบแปลนของเรือยักษ์จะกลายเป็นจริงได้จำเป็นต้องมีรากฐานทางวัตถุที่แข็งแกร่งโดยเฉพาะอย่างยิ่งเหล็กกล้าชั้นยอด!
ไม่ว่าจะเป็นการสร้างโครงเรือให้ใหญ่และแข็งแรงขึ้นที่ต้องใช้ตะปูเหล็ก สลักเกลียว และชิ้นส่วนเสริมโครงกระดูกงูขนาดใหญ่ หรือแม้แต่ปืนใหญ่อันหนักอึ้งนับสิบกระบอกบนเรือ ล้วนขาดความสามารถในการถลุงและหลอมเหล็กที่แข็งแกร่งไปไม่ได้
สายตาของฟางหนานทอดมองไปยังพื้นที่ราบเรียบใกล้แหล่งน้ำบริเวณรอบนอกอู่ต่อเรือ ที่นี่จะเป็นสถานที่ให้กำเนิดขุมพลังของเรือยักษ์ นั่นคือโรงหลอมเหล็กและโรงตีเหล็ก
"สือโถว!"
"ข้าน้อยอยู่นี่ขอรับ!"
"รีบจัดคนมาตรงนี้" ฟางหนานใช้แส้ม้าวาดอาณาเขตเป็นบริเวณกว้างบนพื้น "ตั้งโรงเรือน! ต้องสูงและแข็งแรง! ปรับพื้นดินให้แน่น! พร้อมทั้งขุดคลองชักน้ำเข้ามา!"
"รับคำสั่ง!" สือโถวรับคำสั่งแล้วจากไป
ฟางหนานเรียกผู้ติดตามมาสั่งการอีก "ถือป้ายคำสั่งของข้าควบม้าเร็วกลับไปที่เขตศักดินา เกณฑ์ช่างตีเหล็ก ช่างหลอมเหล็ก ช่างกลึง รวมถึงเครื่องตีเหล็กพลังน้ำและเครื่องกลึงทั้งหมดในโรงงานมาที่เฉวียนโจว!"
ในเวลาเดียวกันก็มีการประกาศรับสมัครช่างตีเหล็กในพื้นที่ควบคู่ไปด้วย ประกาศถูกติดขึ้นอีกครั้ง
ประกาศรับสมัครช่างตีเหล็กและคนงานเหมือง
รับสมัครหัวหน้าช่างหลอมเหล็กและช่างตีเหล็กผู้มีฝีมือเป็นเลิศ! รวมถึงคนงานเหมืองผู้มีประสบการณ์!
ค่าตอบแทนอย่างงามจ่ายค่าแรงสูงเป็นสองเท่า! ผู้ใดค้นพบแหล่งแร่เหล็กหรือเหมืองถ่านหินคุณภาพดีจะได้รับรางวัลอย่างงาม
สถานที่: โรงหลอมเหล็กอู่ต่อเรืออ่าวสือหู
ช่างตีเหล็กและคนงานเหมืองที่มีพละกำลังจากในเมืองเฉวียนโจวและเมืองรอบนอกต่างพากันมาสมัคร
ช่างตีเหล็กวัยกลางคนชื่อเหลยว่านจวิน ตีเหล็กมาแล้วกว่ายี่สิบปีมีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆผิวสีแทนเป็นมันเงา พาบรรดาลูกศิษย์มาด้วย "เรื่องตีเหล็กพวกเราถนัดขอรับ ใต้เท้าอยากได้ปืนใหญ่หรือตะปูเหล็กยักษ์ขอแค่ได้สู้กับพวกโจรสลัดญี่ปุ่นพวกเราจัดให้ได้หมด!"
หนึ่งเดือนต่อมา คณะช่างฝีมือจากเขตศักดินาของฟางหนานภายใต้การนำของเฒ่าหวังก็เดินทางมาถึงด้วยสภาพที่เหน็ดเหนื่อยจากการเดินทาง
"คุณชายน้อย เครื่องตีเหล็กพลังน้ำและเครื่องกลึงขนมาถึงแล้วกำลังติดตั้งและปรับแต่งอยู่ขอรับ เพียงแต่..." เฒ่าหวังมีสีหน้ากังวล "การหลอมเหล็กขนานใหญ่ต้องใช้แร่เหล็กและถ่านไม้ชั้นดีจำนวนมาก เกรงว่าเสบียงในพื้นที่จะไม่พอใช้ขอรับ"
ฟางหนานพยักหน้า "ข้าสั่งการไปแล้ว ด้านหนึ่งให้เร่งการทำเหมืองของทางการในเมืองเฉวียนโจวและเกณฑ์ชาวบ้านมาช่วย อีกด้านหนึ่งให้ส่งกองคาราวานออกไปซื้อแร่เหล็กและถ่านไม้ชั้นยอดจากเมืองรอบนอกและหัวเมืองชั้นในด้วยราคาสูง กองกำลังคนงานเหมืองก็กำลังขยายตัวโดยให้คนงานเหมืองเก่าที่คุ้นเคยกับสภาพภูเขาในพื้นที่เป็นผู้นำเพื่อค้นหาแหล่งแร่ใหม่ๆ"
"เหลยว่านจวิน!"
"ข้าน้อยอยู่นี่ขอรับ!" เหลยว่านจวินขานรับ
"เจ้านำคนไปช่วยเฒ่าหวัง เรื่องการหลอมและการตีเหล็กให้เฒ่าหวังเป็นคนดูแลทั้งหมด เจ้ามีหน้าที่จัดการกำลังคน ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีแร่และเชื้อเพลิงเพียงพอ กำลังคนในการตีเหล็กก็ต้องตามให้ทันเพื่อให้ผลิตเหล็กหลอมและเหล็กกล้าชั้นยอดออกมาได้อย่างต่อเนื่อง"
"ใต้เท้าวางใจได้เลยขอรับ ข้าน้อยไม่มีอะไรดีนอกจากพละกำลัง เตาหลอมไม่มีวันดับเหล็กหลอมไม่มีวันขาดแน่นอนขอรับ!" เหลยว่านจวินตบหน้าอกรับประกัน
ไม่นานนักเตาหลอมหลายสิบเตาก็พ่นควันดำโขมงขึ้นสู่ท้องฟ้าบริเวณชายขอบอู่ต่อเรืออ่าวสือหู
เครื่องตีเหล็กพลังน้ำขนาดยักษ์ในโรงตีเหล็กส่งเสียง "ตู้ม! ตู้ม!" ดังกึกก้อง ทุบตีแท่งเหล็กที่เผาจนแดงฉานซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนสะเก็ดไฟกระเด็นกระจาย
เครื่องกลึงแบบง่ายๆหมุนด้วยพลังน้ำส่งเสียงเสียดสีแหลมปรี๊ด เปลี่ยนเหล็กดิบให้กลายเป็นชิ้นส่วนที่แม่นยำ
เฒ่าหวังเดินตรวจตราไปตามโรงงานต่างๆคอยให้คำแนะนำเรื่องขั้นตอนและควบคุมคุณภาพ เหลยว่านจวินคอยสั่งการคนงานเหมืองและคนงานขนส่งให้นำแร่เหล็ก ถ่านโค้ก และถ่านไม้อัดส่งเข้าโรงงานอย่างไม่ขาดสาย
ทหารกล้าสามพันนายจากค่ายทัพหน้าใต้บังคับบัญชาของฟางหนานถูกผนวกรวมเข้ากับ 'ทัพเรือจิ้งไห่' ที่เพิ่งตั้งขึ้นใหม่ทั้งหมด ทั้งยังเกณฑ์ทหารเพิ่มมาอีกสองพันนายจากกองทัพของท่านเจิ้นกั๋วกง
ศัตรูคนแรกที่ทหารทุกคนต้องเผชิญหน้าไม่ใช่พวกโจรสลัดญี่ปุ่นที่โหดเหี้ยม แต่เป็นสิ่งที่พวกเขาไม่เคยได้ใกล้ชิดมาก่อน นั่นคือ... ท้องทะเล
ฟางหนานเตรียมจะฝึกทหารเหล่านี้ให้เดินบนเรือได้คล่องแคล่วราวกับเดินบนพื้นดิน สามารถสู้กับเกลียวคลื่น และสามารถกระโดดข้ามเรือเพื่อต่อสู้ระยะประชิดแบบทหารนาวิกโยธิน
สนามฝึกถูกเลือกไว้ที่ชายหาดน้ำตื้นที่ค่อนข้างราบเรียบและมีความลึกเหมาะสม น้ำทะเลในต้นฤดูใบไม้ผลิยังคงเย็นยะเยือกเสียดกระดูก
ฟางหนานยืนอยู่บนแท่นไม้ที่สร้างขึ้นชั่วคราว สวมชุดกันน้ำบางๆเหมือนกับทหารคนอื่นๆ ทอดสายตามองทหารสามพันนายที่เคยทำให้ศัตรูบนบกต้องหวาดกลัวจนหัวหด
"พี่น้องทั้งหลาย! มองมาที่ข้า!"
ทุกคนเงยหน้าขึ้นพร้อมกัน
"ข้ารู้ว่าพวกเจ้ากำลังคิดอะไรอยู่ บนบกพวกเจ้าคือเสือร้าย คือนักรบผู้กล้าหาญ!"
"แต่ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปสมรภูมิของเราเปลี่ยนไปแล้ว บนท้องทะเลอันกว้างใหญ่นี้ แค่ขี่ม้าฟันดาบเป็นมันไม่พอ พวกเจ้าต้องเป็นผู้ที่สามารถบังคับเรือ ยิงปืนใหญ่ และกระโดดข้ามเรือเพื่อแย่งชิงเรือข้าศึกได้ ต้องกลายเป็นมังกรทะเลที่ทำให้พวกโจรสลัดญี่ปุ่นหวาดผวาแม้แต่อยู่กลางทะเล!"
ฟางหนานชี้มือไปที่ท้องทะเลอันกว้างใหญ่เบื้องหลัง
"เห็นไหม! นั่นคือลานล่าสัตว์แห่งใหม่ของเรา พวกโจรสลัดญี่ปุ่นคิดว่าซ่อนตัวอยู่บนเกาะซ่อนตัวอยู่บนเรือแล้วเราจะทำอะไรไม่ได้หรือ ไร้สาระ! พวกเราจะตามล่าพวกมันไปจนสุดหล้าฟ้าเขียว พลิกคว่ำเรือของพวกมันและบดขยี้รังของพวกมันให้แหลกละเอียด!"
การฝึกฝนเริ่มต้นขึ้นอย่างโหดร้ายและยากลำบาก
ฟางหนานหาช่างต่อเรือที่ว่ายน้ำเก่งและมีประสบการณ์มาหลายสิบคน รวมถึงทหารเรือเก่าที่รอดชีวิตจากศึกทางทะเลและคุ้นเคยกับการรบทางน้ำมาทำหน้าที่ครูฝึก
ชายฉกรรจ์ห้าพันคนถูกครูฝึกต้อนลงไปในน้ำทะเลที่เย็นเฉียบอย่างไม่ปรานี
น้ำทะเลในต้นฤดูใบไม้ผลิเย็นจนทำให้คนฟันกระทบกันและขนลุกซู่ไปทั้งตัว
เริ่มจากการลงน้ำตื้นเพื่อเอาชนะความกลัวน้ำ ฝึกการลอยตัวและย่ำน้ำ
บรรยากาศวุ่นวายไปหมด เสียงสำลักน้ำ เสียงไอ เสียงจาม และเสียงกรีดร้องด้วยความตกใจดังระงม
หลี่ต้าหนิวนายกองค่ายม่อเตาผู้มีส่วนสูงแปดฉื่อและมีพละกำลังมหาศาล เป็นยอดขุนพลทะลวงฟันบนบก
ทว่าตอนนี้เขากลับยืนหน้าซีดเผือดอยู่ในน้ำทะเลระดับเอว ขาทั้งสองข้างหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่วจนก้าวไม่ออก
เมื่อคลื่นลูกหนึ่งซัดเข้ามา ร่างอันใหญ่โตของหลี่ต้าหนิวก็โงนเงนไปมา เขาคว้าตัวทหารที่อยู่ข้างๆเอาไว้ด้วยความลุกลี้ลุกลนเพื่อไม่ให้ล้มลง เรียกเสียงหัวเราะจากทหารรอบข้าง
ส่วนนายกองหวังชง พอลงน้ำปุ๊บก็รู้สึกหน้ามืดตาลายทันที เมื่อสำลักน้ำทะเลเข้าไปก็ไออย่างรุนแรง น้ำตาและน้ำมูกไหลเปรอะเปื้อนไปหมด เขาพยายามตะเกียกตะกายอย่างทุลักทุเลเพื่อทรงตัวแต่ยิ่งตะเกียกตะกายก็ยิ่งจม โชคดีที่ครูฝึกจางซุ่นตาไวคว้าตัวเขาขึ้นมาได้ทัน
"ผ่อนคลาย! ยิ่งดิ้นยิ่งจมเร็ว กางแขนขาออก" จางซุ่นตะโกนลั่น
การฝึกพายเรือและบังคับหางเสือบนเรือสำปั้นขนาดเล็กในอ่าวที่สงบนิ่งยังพอทำได้ แต่พอออกไปรอบนอกที่มีคลื่นลมบ้าง อาการเมาเรือก็กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่สุด
หลี่เถี่ยจู้ผู้สังหารคนมานับไม่ถ้วนในสนามรบ ตอนนี้กลับนอนฟุบอยู่ข้างกราบเรือ อาเจียนอย่างหนักจนแทบจะอาเจียนเอาน้ำดีออกมา ใบหน้าเหลืองซีด
เฉียนช่วนจื่อหัวหน้าหมู่ใต้บังคับบัญชาฝืนกลืนความคลื่นไส้พายเรือไปพลางบ่นหน้ามุ่ยไปพลาง "หัวหน้า... พวกเรา... พวกเราฟันคนบนบกยังกับหั่นผัก... ทำไม... ทำไมพอลงน้ำแล้วถึง... ถึงได้อ่อนแอกว่าไก่ป่วยอีกวะ..."
บนเรือขนาดกลางของพวกโจรสลัดที่ยึดมาและซ่อมแซมแล้ว พวกเขาฝึกซ้อมการเดินบนเรือ การปีนเสากระโดงเรือ การรักษาสมดุลบนดาดฟ้าเรือที่โคลงเคลง รวมถึงการใช้ตะขอและไม้พาดเพื่อกระโดดข้ามเรือ
สือโถวมีจุดศูนย์ถ่วงที่มั่นคงมาก การต่อสู้บนบกของเขาหนักแน่นดั่งหินผา แต่พอพยายามจะวิ่งบนดาดฟ้าเรือที่กำลังโคลงเคลงเขาก็ล้มหน้าคะมำอย่างจัง หน้าผากกระแทกเข้ากับกราบเรือจนบวมปูดเป็นลูกมะนาว
สือโถวลุกขึ้นคลำลูกมะนาวบนหัวพลางแยกเขี้ยวแต่ไม่ปริปากบ่นสักคำ แววตากลับยิ่งดุดันขึ้นราวกับกำลังเอาชนะดาดฟ้าเรือแห่งนี้อยู่
มีทหารคนหนึ่งกำลังฝึกปีนตาข่ายเชือกขึ้นเสากระโดงเรือ พอปีนไปได้ครึ่งทางก้มลงมองดาดฟ้าเรือและน้ำทะเลที่กำลังโคลงเคลงอยู่เบื้องล่างก็กลัวจนขาสั่น กอดเชือกไว้แน่นไม่กล้าขยับตัว เอาแต่ร้องโวยวาย สุดท้ายก็ต้องให้ครูฝึกใช้เชือกหย่อนตัวลงมา พอเท้าแตะพื้นก็เข่าอ่อนทรุดลงไปกองกับพื้นเรียกเสียงหัวเราะครืนใหญ่
ฟางหนานเข้าร่วมการฝึกซ้อมตลอดกระบวนการ เขาถอดเสื้อคลุมผู้บัญชาการออกสวมเพียงชุดกันน้ำ แช่อยู่ในน้ำทะเลที่เย็นเฉียบร่วมกับทหารทุกคน พายเรือด้วยกัน และฝึกการรักษาสมดุลบนเรือที่โคลงเคลงไปด้วยกัน
"ดูสิ! ท่านผู้บัญชาการฟางก็ล้มเหมือนกัน!"
"ท่านผู้บัญชาการยังแช่น้ำเย็นเหมือนพวกเราเลย พวกเราจะไปบ่นอะไรได้!"
"ฝึก! ฝึกให้ตายกันไปข้าง!"
จางซุ่นเดินฝ่าระดับน้ำที่สูงถึงอกไปมา ใครทำท่าทางไม่ถูกต้องเขาก็จะพุ่งเข้าไปกดหัวคนนั้นจมน้ำทันที "กลั้นหายใจ สัมผัสถึงแรงพยุงของน้ำ ผ่อนคลาย! ผ่อนคลายอีก!"
หวังไห่หลงตะโกนลั่นอยู่บนเรือ "ยืนให้มั่น! จิกนิ้วเท้าลงบนดาดฟ้า! รวมพลังเอวและขา! นำท่ายืนหยั่งรากที่พวกเจ้าฝึกบนบกมาใช้สิ! โคลงเคลงแค่นี้ยังทนไม่ได้ แล้วจะไปสู้รบกระโดดข้ามเรือได้อย่างไร จะไปยืนให้มั่นท่ามกลางดงปืนใหญ่ได้อย่างไร!"
หลี่ต้าหนิวถูกจางซุ่นดูแลเป็นพิเศษ เขาถูกกดน้ำครั้งแล้วครั้งเล่าและตะเกียกตะกายขึ้นมาได้ทุกครั้ง แววตาจากที่หวาดกลัวเปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยว เขาถ่มน้ำทะเลรสเค็มฝาดออกมาแล้วตะโกนลั่น "เอาอีก!" ก่อนจะเริ่มกระโจนไปทางน้ำลึกด้วยตัวเอง
หลี่เถี่ยจู้อาเจียนจนตัวอ่อนปวกเปียกแต่ก็ยังจับกราบเรือไว้แน่นไม่ยอมล้มลง เขาจ้องมองเส้นขอบฟ้าที่กำลังโคลงเคลง กัดฟันพูดกับเฉียนช่วนจื่อว่า "อ้วก... อ้วกให้หมด... แล้ว... แล้วมันจะดีเอง! ให้ข้า... พาย! พายแรงๆ! อ้วก... อ้วกลงทะเลไปให้ปลาแดกเลย!"
รอยบวมบนหน้าผากสือโถวยังไม่ทันยุบ เขาก็กลับมาฝึกซ้อมการเปลี่ยนทิศทางและการหยุดกะทันหันบนดาดฟ้าเรืออีกครั้ง ล้มแล้วก็ลุกขึ้นมาใหม่ แววตาสว่างวาบขึ้นเรื่อยๆ จุดศูนย์ถ่วงของเขาเริ่มหาจุดสมดุลเจอท่ามกลางการปรับตัวอย่างต่อเนื่อง
...
[จบแล้ว]