- หน้าแรก
- วันพีซ ชั้น รองกัปตันกลุ่มโจรสลัดหมวกฟาง ฆ่าไม่ตายหรอกนะ
- บทที่ 211 เกาะ
บทที่ 211 เกาะ
บทที่ 211 เกาะ
ท้ายที่สุด อุซปก็ยอมรับความผิดพลาดในวินาทีสุดท้ายและกลับมาขึ้นเรือซันนี่
การกลับมาของอุซปทำให้กลุ่มโจรสลัดหมวกฟางได้เดินทางบุกตะลุยแกรนด์ไลน์ต่อไปบนเรือลำใหม่
อีสต์บลู
ดวงตะวันค่อย ๆ โผล่พ้นขอบฟ้า และอาเธอร์ก็ค่อย ๆ ลุกขึ้นจากที่นอน
เมื่อเห็นอาเธอร์ลุกขึ้น เสี่ยวไป๋ก็แปลงร่างเป็นสร้อยคอรูปงูเลื้อยมาพันรอบคอของเขาทันที
ในตอนนั้นเอง ต้นหนของกลุ่มโจรสลัดคุจาก็เดินออกมา
“พวกเราใกล้ถึงเกาะแล้วใช่ไหม?”
อาเธอร์เอ่ยถาม ขณะมองดูต้นหนที่ถือเข็มทิศและกำลังตรวจสอบทิศทาง
ต้นหนพยักหน้า
“ที่นี่คืออีสต์บลู ท้องทะเลค่อนข้างสงบและแผนที่ก็สมบูรณ์มาก ตามแผนที่แล้ว ข้างหน้าเรามีเกาะที่มีคนอาศัยอยู่ค่ะ”
เมื่อได้ยินข่าวนั้น อาเธอร์ก็ยิ้มออกมา
“งั้นจะรออะไรอยู่ล่ะ? รีบไปกันเถอะ! ชั้นรอไม่ไหวแล้ว”
ทันทีที่อาเธอร์พูดจบ แฮนค็อกก็เดินออกมาจากห้องของเธอ
แฮนค็อกเปลี่ยนมาสวมชุดกี่เพ้า ซึ่งขับเน้นรูปร่างของเธอให้ดูสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นไปอีก
สิ่งเดียวที่ทำให้อาเธอร์หงุดหงิดคือส่วนสูงของแฮนค็อก เธอน่าจะสูงประมาณ 1.9 เมตรได้มั้ง?
ตั้งแต่มาที่โลกนี้ ตัวชั้นที่เคยสูง 1.7 เมตรก็กลายเป็นคนแคระไปเลย
อย่างน้อยเมื่อก่อนชั้นยังพอเทียบกับเด็กประถมหรือมัธยมต้นได้ แต่ตอนนี้ แม้แต่เด็กบางคนอาจจะตัวสูงกว่าชั้นด้วยซ้ำ
“ไม่เจอกันนานเลยนะ...”
นี่คือประโยคแรกที่แฮนค็อกพูดเมื่อเห็นเขา
“อะไรนะ? ‘ไม่เจอกันนาน’ อะไรของเธอ? เมื่อคืนเราก็เพิ่งเจอกันไม่ใช่เรอะ?”
หรือว่าประโยคนั้นจะมีความหมายพิเศษแฝงอยู่?
อาเธอร์ขมวดคิ้วมุ่น
จักรพรรดินีโจรสลัดเป็นถึงราชินีของประเทศ ไม่มีทางที่คำพูดนั้นจะเป็นแค่คำพูดธรรมดาแน่
คิดได้ดังนั้น อาเธอร์จึงโพล่งออกมาว่า
“ไม่เจอกันหนึ่งวัน นานเหมือนสามฤดูใบไม้ร่วงสินะ”
หลังจากเขาพูดประโยคนั้น ใบหน้าของแฮนค็อกก็แดงก่ำราวกับลูกแอปเปิลในทันที
“เธอไม่สบายรึเปล่า?”
ไม่จริงน่า! แค่เรือพังก็แย่พอแล้ว นี่กัปตันยังมาป่วยอีกเหรอ? แล้วเมื่อไหร่จะพาชั้นไปหาพวกลูฟี่ได้ล่ะเนี่ย?
คิดได้ดังนั้น อาเธอร์ก็เขย่งเท้าขึ้นแล้วเอามือทาบที่หน้าผากของแฮนค็อก
“อืม อุณหภูมินี้มันผิดปกติจริง ๆ ด้วย”
“เรา... เรา... เราไม่เป็นไร”
เธอถึงกับพูดติดอ่าง สงสัยจะป่วยหนักน่าดู
อาเธอร์ถอนหายใจแล้วพูดต่อ “ถ้าเธอป่วย เราก็ออกเรือต่อไม่ได้ รักษาอาการป่วยของเธอให้หายก่อน แล้วค่อยเดินทางต่อเถอะ”
เพราะถึงยังไงเขาก็เป็นฝ่ายขอให้เธอช่วย จะให้เธอฝืนสังขารได้ยังไง?
หลังจากอาเธอร์พูดจบ แฮนค็อกก็ทรุดลงนั่งกับพื้นทันที มือกุมหน้าอกแน่น จิตใจล่องลอยไปไกล
จากนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้นแล้วพูดว่า “เราไม่เป็นไรจริง ๆ! รีบไปซ่อมเรือกันเถอะ แล้วเราจะพานายไปหาพรรคพวกเอง!”
อาเธอร์ส่ายหน้าให้กับปฏิกิริยาของเธอ สุดท้ายเขาก็หันไปถามต้นหนว่า “อีกนานไหมกว่าจะถึงเกาะ?”
“ดูตรงนั้นสิคะ นั่นไงเกาะ”
ต้นหนชี้ตรงไปข้างหน้า และเกาะแห่งหนึ่งก็ปรากฏขึ้นต่อสายตาทุกคนจริง ๆ
“ในเมื่อถึงเกาะแล้ว รีบขึ้นฝั่งไปหาหมอมารักษาแฮนค็อกกันเถอะ!”
เมื่อได้ยินคำพูดของอาเธอร์ แฮนค็อกก็รีบส่ายหน้าปฏิเสธทันควัน
“เราไม่ได้ป่วยจริง ๆ ไม่ต้องห่วงเราหรอก ไปหาคนมาซ่อมเรือเถอะ!”
“ไม่ได้!”
ตลกน่า! ถ้าเธอป่วยขึ้นมา ใครบนเรือลำนี้จะยอมฟังคำสั่งชั้นล่ะ?
แต่หลังจากอาเธอร์พูดจบ คำพูดของเขากลับมีความหมายเปลี่ยนไปในสายตาของแฮนค็อก
ใบหน้าของเธอยิ่งแดงก่ำขึ้นไปอีก
เรือเพอร์ฟูม ยูดา ค่อย ๆ เข้าเทียบฝั่ง และในที่สุด อาเธอร์กับสมาชิกกลุ่มโจรสลัดคุจาก็ตัดสินใจร่วมกัน
พี่น้องงู, แฮนค็อก และอาเธอร์ รวมทั้งหมดสี่คน จะไปหาหมอมารักษาแฮนค็อก ส่วนหญิงสาวผมดำที่แบกบาซูก้าไว้บนหลังและชอบสูบบุหรี่ที่ชื่อ ‘รินโด’ มือปืนของกลุ่มโจรสลัดคุจา จะรับหน้าที่ไปหาช่างต่อเรือมาซ่อมเรือ
ทว่าทันทีที่ขึ้นฝั่ง พี่น้องงูกลับอ้างว่าตัวเองไม่ค่อยสบาย และบอกให้อาเธอร์พาแฮนค็อกไปหาหมอกันเองสองคน
“พวกเธอก็ไม่สบายเหมือนกันเหรอ? ไม่ต้องไปหาหมอด้วยกันรึไง?”
เมื่อได้ยินอาเธอร์ถาม พี่น้องงูก็รีบโบกมือปฏิเสธพัลวัน “ไม่เป็นไร พักสักหน่อยเดี๋ยวพวกเราก็หายเอง”
อาเธอร์รู้สึกจนปัญญา หรือว่าโจรสลัดจากแกรนด์ไลน์พวกนี้จะไม่คุ้นชินกับสภาพอากาศของอีสต์บลู?
ไม่อย่างนั้นทำไมถึงพากันป่วยไปหมดแบบนี้?
เมื่อเข้าสู่ตัวเกาะ แฮนค็อกเดินตามหลังอาเธอร์อย่างใกล้ชิด เกาะนี้ดูคึกคักมาก ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาบนท้องถนน อย่างไรก็ตาม จากการสังเกตของอาเธอร์ ผู้คนที่นี่ดูไม่ใช่ชาวบ้านธรรมดา แถมตอนอยู่ที่ชายฝั่ง พวกเขาเห็นเรือโจรสลัดหลายขนาดจอดเทียบท่าอยู่เต็มไปหมด
ดูเหมือนที่นี่จะเป็นแหล่งรวมตัวของพวกโจรสลัด
ทันทีที่อาเธอร์และแฮนค็อกเดินเข้าสู่ถนนสายหลัก พวกเขาก็ตกเป็นเป้าสายตาของผู้คนตลอดทาง
อาเธอร์ชินกับสถานการณ์แบบนี้แล้ว
“ปกติคนไม่มองเยอะขนาดนี้นี่นา ต้องเป็นเพราะแฮนค็อกแน่ ๆ พลังผลปีศาจของเธอต้องมีออร่าเสน่ห์ติดมาด้วยแน่ ๆ...”
ดวงตาของผู้คนรอบข้างแทบจะกลายเป็นรูปหัวใจเมื่อเห็นทั้งสองคน อาการหนักยิ่งกว่าซันจิเสียอีก
“นึกไม่ถึงเลยว่าจะเจอผู้หญิงสวยขนาดนี้บนเกาะ การได้มาที่นี่ถือเป็นการตัดสินใจที่ดีที่สุดในชีวิตข้าเลย!” ชายร่างกำยำที่ถือดาบโค้งกล่าวขึ้น
ข้าง ๆ ชายร่างกำยำ ชายผอมแห้งคนหนึ่งพูดเสริมว่า “สาวงามทั้งสองคนมีเสน่ห์คนละแบบ แต่ข้าชอบคนตัวเตี้ยกว่าแฮะ อยากรู้จังว่าเวลาเธอหัวเราะคิกคักในอ้อมกอดข้าจะเป็นยังไง?”
...
ผู้คนบนถนนสายนี้ค่อนข้างหยาบคาย พวกเขาจึงพูดจาโดยไม่เกรงใจ และคำพูดเหล่านั้นก็ลอยเข้าหูอาเธอร์อย่างไม่ต้องสงสัย
เมื่อได้ยินดังนั้น เส้นเลือดปูดโปนด้วยความหงุดหงิดก็ค่อย ๆ ปรากฏขึ้นบนหน้าผากของอาเธอร์
อย่างไรก็ตาม เขาคิดว่าการหาหมอคือเรื่องสำคัญที่สุดในตอนนี้ การไปต่อล้อต่อเถียงกับเจ้าพวกนี้มันไร้สาระสิ้นดี
จากนั้นเขาก็หันกลับไปมองแฮนค็อกที่หน้าแดงก่ำ ยิ่งตอกย้ำการตัดสินใจของเขา
ในขณะที่แฮนค็อกเดินตามหลังอาเธอร์ มือไม้ของเธอบิดไปมาอยู่ที่หน้าอกอย่างประหม่า
เสียงของเธอแผ่วเบามาก บางทีอาจมีแค่เธอคนเดียวที่ได้ยิน
“นี่เรากำลังเดตกับเขาอยู่รึเปล่านะ? มันเร็วไปไหม? ถ้าเดี๋ยวเขาขอให้เราทำอะไรบางอย่างล่ะ? เราควรตกลงไหม? เขาจะ...”
ทันใดนั้น ในจังหวะที่อาเธอร์กำลังจะถามทาง ชายร่างกำยำหน้าตาเถื่อนถือดาบโค้งก็โผล่มายืนขวางทางทั้งสองคนไว้
อาเธอร์เงยหน้ามองชายร่างยักษ์ที่น่าจะสูงเกินสองเมตร
“แม่สาวน้อยทั้งสอง สนใจไปสนุกกับป๋าหน่อยไหม? แค่พวกเธออยู่กับป๋าสักคืน พวกเธอจะเดินกร่างบนเกาะนี้ได้เลยนะ ถ้าใครกล้ารังแกพวกเธอ ก็แค่บอกชื่อของโจรสลัด ‘หว่อจ่าวซื่อ’ ไปได้เลย!”
โปรดติดตามตอนต่อไปฝากติดตามเพจ Ipe นิยายแปล จบตอน By. charcoal gray silver gold maya เพจ Ipe นิยายแปล ═❀═❀═❀═❀═❀═❀═