- หน้าแรก
- หมอเทพชนบทไร้พ่าย
- บทที่ 220 - ปลาติดเบ็ดแล้ว
บทที่ 220 - ปลาติดเบ็ดแล้ว
บทที่ 220 - ปลาติดเบ็ดแล้ว
บทที่ 220 - ปลาติดเบ็ดแล้ว
รู้ไหมว่าทำไมถึงมีคำกล่าวที่ว่า 'ห่างหายเหมือนคู่แต่งงานใหม่'? คำกล่าวนี้ไม่ได้เลื่อนลอยไร้สาระเลยนะ
ยกตัวอย่างง่ายๆ สามีภรรยาแยกกันอยู่เป็นเวลาหนึ่งเดือน ตลอดระยะเวลาหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ทั้งสองฝ่ายต่างก็ต้องอดกลั้นเอาไว้ ลองคิดดูสิว่า หลังจากผ่านไปหนึ่งเดือนแล้วกลับมาเจอกัน มันจะเป็นยังไง?
รับรองได้เลยว่าต้องเหมือนฟืนแห้งเจอกองไฟ สายฟ้าฟาดลงดินแน่นอน
ซึ่งความรู้สึกของหลินเทียนเจียวในตอนนี้ ก็เป็นแบบนั้นเป๊ะเลย
ดังนั้น พอมาถึงที่หมิ่นตูอี้ผิ่น ซึ่งก็คือบ้านของเย่ฝาน เธอก็ชิงลงมือก่อนทันที ไม่พูดพร่ำทำเพลง ผลักเย่ฝานลงบนโซฟา...
ขอละไว้ในฐานที่เข้าใจสักสามพันคำ!
บ่ายสามโมงตรง!
เย่ฝานมีเพียงผ้าห่มบางๆ ผืนเดียวปกปิดช่วงเอวไว้ เขาใช้มือข้างหนึ่งเท้าคาง มองดูหลินเทียนเจียวที่เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำด้วยสายตากรุ้มกริ่ม
เขาตบที่นอนข้างๆ ตัวเบาๆ!
หลินเทียนเจียวถอยกรูดไปก้าวใหญ่ตามสัญชาตญาณ มองเย่ฝานด้วยสายตาระแวดระวัง: จะเอาอีกเหรอ?
ไม่เอาแล้ว! ไม่เอาแล้ว!
ถ้าขืนเอาอีก มีหวังฉันคงลุกจากเตียงไม่ขึ้นแน่ๆ
หลินเทียนเจียวรู้สึกประหลาดใจมากจริงๆ
เธอไม่ใช่เด็กสาววัยสิบเจ็ดสิบแปดที่ไม่ประสีประสาเรื่องพรรค์นี้ ผู้หญิงวัยสามสิบกว่าอย่างเธอ ย่อมรู้ดีว่าเมื่อผู้ชายกับผู้หญิงอยู่ด้วยกันแบบตัวต่อตัว
ร้อยทั้งร้อย ฝ่ายชายต้องเป็นฝ่ายยอมจำนนก่อนเสมอ
ถ้าไม่เชื่อล่ะก็
ลองเอามือทาบอก แล้วถามตัวเองดูสิว่าทนได้กี่วินาที ก็คงจะรู้คำตอบอยู่แก่ใจ
แต่ทำไมพอมาเป็นเย่ฝาน มันถึงไม่เหมือนคนอื่นล่ะ?
ทำไมทุกครั้งถึงต้องเป็นฝ่ายเธอที่ต้องขอยอมแพ้ก่อนล่ะ?
ไอ้หมอนี่มันไม่ได้แข็งแกร่งแบบธรรมดาๆ เลยนะ เธอรับมือไม่ไหวจริงๆ
คล้อยหลังหลินเทียนเจียวออกไปได้ไม่นาน เย่ฝานก็รับสายจากอู่เสวียนเช่อ ปลายสายพูดสั้นๆ แค่ประโยคเดียว: "ไท่จื่อเหยีย ปลาติดเบ็ดแล้วครับ!"
...
โรงพยาบาลประจำมณฑล
เวลาล่วงเลยมาถึงสองทุ่มตรง
หลังจากเสร็จสิ้นการทำงานมาทั้งวัน เว่ยหมิ่นก็ไม่ได้ดูเหนื่อยล้าจนเกินไปนัก
ช่วงเวลาที่ผ่านมานี้ เธอได้ดื่มน้ำผลไม้ กินผลไม้ แล้วก็ยาเม็ดอะไรก็ไม่รู้ที่เย่ฝานให้มาเป็นประจำทุกวัน
เวลาเพียงไม่กี่วัน เว่ยหมิ่นก็รู้สึกได้เลยว่าร่างกายของเธอแข็งแรงกว่าแต่ก่อนมาก
เรี่ยวแรงก็มีมากขึ้นด้วย
ถ้าเป็นเมื่อก่อนต้องทำงานล่วงเวลาจนดึกดื่นแบบนี้ ร่างกายและจิตใจคงอ่อนล้าไปหมดแล้ว แต่เดี๋ยวนี้เธอไม่รู้สึกแบบนั้นเลยจริงๆ
ยิ่งไปกว่านั้น เย่ฝานยังเคยบอกไว้ด้วยว่า อีกไม่นาน (ถึงจะไม่ได้บอกว่าอีกนานแค่ไหนก็เถอะ) เขาจะมีของขวัญชิ้นใหญ่มาเซอร์ไพรส์เธอ
ส่วนจะเป็นของขวัญอะไร เขาก็ไม่ยอมบอก
ทำตัวลึกลับซับซ้อน ไม่รู้ว่ากำลังวางแผนอะไรอยู่
เธอเดินไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อผ้า ถอดชุดทำงานออก แล้วเปลี่ยนเป็นชุดไปรเวท จากนั้นก็ลงลิฟต์ไปที่ลานจอดรถชั้นใต้ดินของโรงพยาบาล
ลานจอดรถแห่งนี้แบ่งออกเป็นสองโซน
โซนหนึ่งเปิดให้เฉพาะพนักงานของโรงพยาบาลจอดเท่านั้น เว่ยหมิ่นหารถเก๋งของตัวเองเจอ สตาร์ทรถ แล้วค่อยๆ ขับออกจากลานจอดรถชั้นใต้ดิน
ยังไม่ทันจะพ้นลานจอดรถเลย จู่ๆ!
โครม!
รถของเธอถูกชนท้ายเข้าอย่างจัง
เว่ยหมิ่นมองกระจกมองหลังแวบหนึ่ง เห็นว่าเป็นรถตู้ เธอสบถในใจว่า ซวยจริงๆ
โดยที่ไม่ได้เอะใจอะไร เธอก็เปิดประตูลงจากรถ!
คนบนรถตู้คันหลังเปิดประตูลงมา เป็นชายหนึ่งหญิงหนึ่ง
คนขับเป็นผู้หญิงผมสั้น ผิวคล้ำ
ถ้าสังเกตดีๆ จะเห็นว่าที่แขนของเธอมีกล้ามเนื้อเป็นมัดๆ ด้วย
เห็นได้ชัดว่าผู้หญิงคนนี้ต้องเป็นพวกชอบออกกำลังกายเป็นประจำแน่ๆ
พอลงจากรถ ผู้หญิงผมสั้นก็รีบขอโทษขอโพยยกใหญ่ "ขอโทษจริงๆ ค่ะ ขอโทษจริงๆ เมื่อกี้ฉันเหม่อไปหน่อย ก็เลยชนรถคุณเข้า ฉันขอรับผิดชอบทั้งหมดเองค่ะ"
เว่ยหมิ่นเหลือบมองท้ายรถของตัวเอง กันชนท้ายบุบยับเยินไปหมด
ไฟท้ายก็แตก
ค่าซ่อมคงปาเข้าไปหลายพันแน่ๆ
ขณะที่เธอกำลังจะถามว่าพวกเขาจะเคลียร์กันเองหรือจะเรียกประกัน ผู้ชายที่ลงจากรถมาแล้วเอาแต่เงียบ ก็แอบอ้อมมาข้างหลังเว่ยหมิ่นตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
ทันใดนั้น ผ้าเช็ดหน้าที่อาบยาสลบก็โปะเข้าที่ปากและจมูกของเว่ยหมิ่นอย่างจัง
เว่ยหมิ่นพยายามดิ้นรนขัดขืน แต่แรงของผู้ชายคนนั้นมหาศาลมาก เว่ยหมิ่นดิ้นอยู่หลายครั้งก็ไม่เป็นผล
ไม่นาน เธอก็สลบเหมือดไป
ชายหญิงคู่นั้นรอจนแน่ใจว่าเว่ยหมิ่นสลบไปแล้วจริงๆ ถึงได้อุ้มเธอขึ้นรถตู้
จากนั้นผู้ชายก็ไปทำหน้าที่ขับรถ ส่วนผู้หญิงก็จัดการมัดเว่ยหมิ่นไว้ซะแน่นหนาอยู่ที่เบาะหลัง
หลังจากรถตู้ขับออกจากลานจอดรถโรงพยาบาล ก็มุ่งหน้าตรงไปยังเขตชานเมืองทันที ขับตรงไปทางฝั่งทะเล ใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมงกว่าๆ ก็มาถึงบ้านร้างหลังหนึ่งริมทะเล
เดิมทีบ้านหลังนี้เป็นของชาวประมง พอพวกเขาสร้างบ้านหลังใหม่ บ้านหลังนี้ก็เลยถูกปล่อยทิ้งร้าง
ความจริงแล้ว บ้านร้างลักษณะนี้สามารถพบเห็นได้ทั่วไปตามชนบท
หลังจากนั้น ทั้งสองคนก็รีบต่อสายหาเย่ฝานทันที
พอรับสาย พวกเขาก็ไม่พูดพร่ำทำเพลงให้เสียเวลา เข้าประเด็นตรงๆ เลย "ไท่จื่อเหยีย มีข่าวร้ายจะบอก เว่ยหมิ่นอยู่ในกำมือพวกเราแล้ว"
ไม่นานเสียงร้อนรนของเย่ฝานก็ดังตอบกลับมา "พวกแกต้องการอะไร? เอาเงินเหรอ? ฉันให้เงินพวกแกได้นะ ให้เยอะๆ เลยด้วย เยอะจนชาตินี้พวกแกก็ใช้ไม่หมด แต่มีข้อแม้ว่าห้ามแตะต้องเธอแม้แต่ปลายก้อย"
โจรสาวส่ายหน้า "พวกเราไม่ต้องการเงิน พวกเราต้องการแค่ของสิ่งเดียว พินัยกรรมที่นายท่านอันทิ้งไว้ให้แก"
เย่ฝานพูดขึ้น "พวกแกอยากได้หุ้นเจ็ดสิบห้าเปอร์เซ็นต์ของอันกั๋อกรุ๊ปงั้นเหรอ? ต่อให้ฉันยกให้พวกแก แล้วพวกแกจะกล้ารับไว้เหรอ? จะรักษาไว้ได้หรือเปล่าล่ะ?"
โจรสาวส่ายหน้าปฏิเสธรัวๆ "สิ่งที่พวกเราต้องการไม่ใช่หุ้น แต่เป็นอีกอย่าง กล่องใบนี้น่ะ..."
เย่ฝาน: "อ๋อ ที่แท้ก็อยากได้ไอ้นั่นนี่เอง ถ้างั้นบอกฉันมาหน่อยสิ ว่าพวกแกเอาของสิ่งนั้นไปทำอะไร ใครเป็นคนส่งพวกแกมา?"
โจรสาวตอกกลับทันควัน "เย่ฝาน แกหุบปากไปเลย ฉันถามอะไรก็ตอบมาแค่นั้น ไม่ต้องมาเจ๋อ ฉันขอเตือนแกไว้ก่อนนะ เว่ยหมิ่นยังอยู่ในกำมือฉัน ถ้าไม่อยากให้เธอเป็นอะไร ก็จงทำตามที่ฉันบอกซะ อย่ามาซักไซ้ไล่เลียง แหกตาดูซะบ้างว่าใครเป็นคนจับตัวประกัน"
เย่ฝานหัวเราะเบาๆ "ใครเป็นคนบงการให้พวกแกมา? เสิ่นเฟิงใช่ไหม?"
โจรสาวชะงักไปครู่หนึ่งอย่างเห็นได้ชัด
หมอนั่นรู้ได้ยังไงว่าเป็นคุณชายเสิ่นสั่งให้ทำ?
โจรสาว "เย่ฝาน แกเลิกเดาสุ่มสี่สุ่มห้าได้แล้ว เรื่องนี้ไม่เกี่ยวอะไรกับคุณชายเสิ่นทั้งนั้นแหละ"
ในขณะที่เธอกำลังพูดอยู่นั้นเอง จู่ๆ เสียงดังโครมก็ดังขึ้น ประตูที่ดูไม่ค่อยจะแข็งแรงเท่าไหร่นัก ถูกคนถีบพังเข้ามาจากข้างนอกอย่างแรง
เหตุการณ์ไม่คาดฝันนี้ทำให้โจรทั้งสองคนสะดุ้งสุดตัว
หันไปมองตามเสียง
ก็เห็นชายสองหญิงหนึ่งเดินเรียงหน้ากระดานเข้ามาจากข้างนอกอย่างช้าๆ
คนที่เดินนำหน้าสุด รูปร่างหน้าตาหล่อเหลาเอาการ พวกเขาไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แต่ถ้าเดาไม่ผิด คงหนีไม่พ้นเย่ฝานแน่ๆ
ที่เขาว่ากันว่าไท่จื่อเหยียแห่งอันกั๋อกรุ๊ปหน้าตาหล่อเหลาราวกับพานอัน...
แต่ผู้หญิงที่เดินตามหลังเขามานี่สิ!
เว่ย... เว่ยหมิ่นงั้นเหรอ?
เกิดอะไรขึ้นเนี่ย ทำไมข้างหลังเขาก็มีเว่ยหมิ่นอีกคนด้วยล่ะ?
โจรทั้งสองคนก้มมองเว่ยหมิ่นที่ถูกพวกตนมัดเป็นแหนมป้าย่นโยนกองอยู่บนพื้น สลับกับมองเว่ยหมิ่นที่เดินตามหลังเย่ฝานมา
ผู้หญิงสองคนนี้หน้าตาเหมือนกันเป๊ะเลย
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเนี่ย?
มีเว่ยหมิ่นสองคนเหรอ?
หรือว่าเว่ยหมิ่นจะมีฝาแฝด?
แล้วก็ เย่ฝานรู้ได้ยังไงว่าพวกเราอยู่ที่นี่ แถมยังตามมาถูกที่ในเวลาอันสั้นขนาดนี้อีก เขาทำได้ยังไงกัน?
(จบแล้ว)