- หน้าแรก
- หมอเทพชนบทไร้พ่าย
- บทที่ 54 - เมื่อวานไม่เห็นด้วย วันนี้กลับบังคับให้ไปจดทะเบียน?
บทที่ 54 - เมื่อวานไม่เห็นด้วย วันนี้กลับบังคับให้ไปจดทะเบียน?
บทที่ 54 - เมื่อวานไม่เห็นด้วย วันนี้กลับบังคับให้ไปจดทะเบียน?
บทที่ 54 - เมื่อวานไม่เห็นด้วย วันนี้กลับบังคับให้ไปจดทะเบียน?
เสียงตะโกนดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ทำเอาพื้นที่โดยรอบสั่นสะเทือนไปหมด
ผู้คนที่อยู่รอบข้างต่างตกตะลึงกับภาพตรงหน้า และพากันงุนงงว่านี่มันเกิดอะไรขึ้น?
"คนพวกนี้เป็นใครกัน ทำไมถึงเรียกเย่ฝานว่าท่านประธาน เขาเป็นประธานบริษัทอะไรเหรอ?"
มู่ต้าไห่และเซียวหลานมองภาพนี้ด้วยความตกตะลึงจนตามสถานการณ์ไม่ทัน พวกเขาเห็นเย่ฝานมาตั้งแต่เด็ก แล้วเขาไปเป็นประธานบริษัทตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
มู่ชิงเหยาส่ายหน้า เธอเองก็ไม่เข้าใจเรื่องนี้เช่นกัน
ซ่งฉู่ฉู่รู้จักหลินเทียนเจียวและอู๋เทียน ทั้งสองคนต่างก็เป็นลูกค้าประจำที่ภัตตาคารของเธอ และรู้ว่าพวกเขามาจากซินเฉิงกรุ๊ป
แม้ซินเฉิงกรุ๊ปจะมีขนาดเล็กกว่าซูกรุ๊ปของซูเยว่
แต่ในเมืองเฟิงเฉิงแห่งนี้ ก็ถือว่าเป็นบริษัทที่ติดห้าอันดับแรกเลยทีเดียว
แถมประวัติการก่อตั้งของซินเฉิงกรุ๊ปก็ไม่ได้ขาวสะอาดนัก มักจะวนเวียนอยู่ในโลกสีเทา ดังนั้นหากพูดถึงชื่อเสียงและความน่าเกรงขามแล้ว ก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าซูกรุ๊ปเลย
"ไอ้หนุ่มนี่ไปเป็นประธานบริษัทซินเฉิงกรุ๊ปตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?"
"เมื่อก่อนไม่เห็นเคยได้ยินเลยว่าเขาเป็นคนของซินเฉิง?"
หวังอันผิงถึงกับอึ้งงันไปในทันที
เขารู้จักซินเฉิงกรุ๊ปดีว่าองค์กรนี้เป็นอย่างไร
หลายปีที่ผ่านมา เขาพยายามจะหาทางเกาะใบบุญของซินเฉิงมาโดยตลอด แต่ทางนั้นกลับไม่เคยเหลียวแลเขาเลย
"ฉันก็ว่าแล้วว่าเถ้าแก่เย่ต้องไม่ใช่คนธรรมดา ที่แท้ก็มีเบื้องหลังยิ่งใหญ่ขนาดนี้นี่เอง"
หวังอันผิงรู้ข่าวเรื่องการตายของอดีตประธานบริษัทซินเฉิงกรุ๊ป "แบบนี้ก็แปลว่า เถ้าแก่เย่อาจจะเป็นลูกหลานของท่านประธานคนก่อนงั้นสิ ซ่อนตัวได้มิดชิดจริงๆ โตป่านนี้ถึงเพิ่งจะเปิดเผยตัว?"
หวังอันผิงแอบลอบดีใจอยู่ในใจ
เขาดูออกตั้งแต่วันแรกแล้วว่าเย่ฝานไม่ธรรมดา ดูท่าทางว่าครั้งนี้เขาจะแทงม้าถูกตัวแล้ว
ตอนแรกเขาตั้งใจจะเรียกคนมาช่วย แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่ามันจะไม่จำเป็นอีกต่อไปแล้ว
จากนั้นเขาก็หันไปมองหลี่เหมิงด้วยความสะใจ "ไอ้หนุ่ม คราวนี้แกเตะโดนตอเข้าอย่างจังแล้วล่ะสิ ฉันล่ะอยากรู้จริงๆ ว่าแกจะเอาตัวรอดยังไง"
"เขา เขา เขาคือประธานคนใหม่ของซินเฉิงกรุ๊ป?"
"นั่นก็คือคนที่ได้รับหุ้นแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของอดีตประธานบริษัทไปน่ะสิ?"
หลี่เหมิงไม่เคยคาดคิดเลยว่า คนที่เขาไปหาเรื่องสุ่มสี่สุ่มห้า จะกลายเป็นประธานบริษัทคนใหม่ของซินเฉิงกรุ๊ปไปได้
ตอนนี้เขาแทบอยากจะตบหน้าตัวเองแรงๆ สักฉาด
ไม่ต้องรอให้เย่ฝานเอ่ยปาก หลี่เหมิงก็รีบวิ่งไปคุกเข่าลงตรงหน้าเย่ฝานในทันที
เขาเริ่มโขกหัวลงกับพื้นอย่างแรง
"ท่านประธานเย่ ผมไม่รู้จริงๆ ครับ ก่อนหน้านี้ผมไม่รู้เลยว่าท่านคือประธานบริษัทซินเฉิงกรุ๊ป ถ้ารู้ล่ะก็ ต่อให้ขอยืมความกล้ามาสิบเท่าผมก็ไม่กล้าล่วงเกินท่านแม้แต่นิดเดียวหรอกครับ"
หลี่เหมิงอ้อนวอนขอความเมตตาอย่างน่าเวทนา
เขาโขกหัวลงกับพื้นจนเกิดเสียงดังปักๆ
พูดตามตรง แม้แต่เย่ฝานเองก็ยังรู้สึกงงอยู่ไม่น้อย
ประธานบริษัท?
ฉันไปเป็นประธานบริษัทของพวกคุณตั้งแต่เมื่อไหร่กัน?
จำผิดคนหรือเปล่า?
เย่ฝานไม่ได้สนใจหลี่เหมิงที่กำลังคุกเข่าอยู่ แต่เขากลับเบนสายตาไปมองหลินเทียนเจียว เมื่อเช้านี้ผู้หญิงคนนี้เพิ่งจะใส่กางเกงแล้วทำท่าเหมือนจะไม่รับผิดชอบอยู่เลย
แต่ตอนนี้เธอกลับมาเรียกเขาว่าท่านประธานเสียอย่างนั้น
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน?
"เวรเอ๊ย ล่วงเกินท่านประธาน แกอยากตายใช่ไหม"
สำหรับอู๋เทียนแล้ว เวลานี้นี่แหละคือโอกาสที่จะได้แสดงฝีมือ เขาคิดว่าจังหวะนี้แหละคือช่วงเวลาที่ต้องสร้างผลงาน
โดยไม่ต้องรอให้เย่ฝานออกคำสั่ง
เขาก็สั่งให้ลูกน้องจัดการสั่งสอนหลี่เหมิงในทันที หลี่เหมิงถูกซ้อมจนร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด พลางดิ้นพล่านไปมาบนพื้น
ส่วนพวกลูกน้องที่เขาพามาด้วยน่ะเหรอ?
เมื่อต้องเผชิญหน้ากับคนของซินเฉิงกรุ๊ป พวกนั้นก็ไม่ต่างอะไรกับกุ้งหอยปูปลาที่ไร้ทางสู้
อย่าว่าแต่จะเข้ามาช่วยเลย แต่ละคนต่างถูกทำให้หวาดกลัวจนแทบไม่กล้าหายใจ ได้แต่มองดูหลี่เหมิงถูกซ้อมจนปางตาย โดยไม่กล้าขยับเขยื้อนทำอะไรเลยแม้แต่น้อย
เย่ฝานนั่งยองๆ ลงตรงหน้า
เขามองดูหลี่เหมิงที่ถูกซ้อมจนใบหน้าบวมปูดจนแทบจำเค้าเดิมไม่ได้ แล้วเอ่ยขึ้นว่า “จำไว้ให้ดี ถ้าพรุ่งนี้งานที่หลังเขาของฉันเริ่มไม่ได้ แกตายแน่”
ในใจของหลี่เหมิงก่นด่าโคตรเหง้าศักราชของเย่ฝานไปเป็นรอบที่ร้อยแล้ว
แกเป็นถึงประธานบริษัทซินเฉิงกรุ๊ป แล้วทำไมไม่รีบบอกตั้งแตแรกวะ
แกล้งทำตัวเป็นหมูหลอกกินเสือหรือไง?
สนุกมากนักเหรอ?
แม้ในใจจะคิดเช่นนั้น แต่หลี่เหมิงก็ทำได้เพียงพยักหน้าถี่รัว เขาเข้าใจความหมายของเย่ฝานเป็นอย่างดี จึงรีบตอบกลับไปอย่างละล่ำละลัก "ท่านประธาน วางใจได้เลยครับ เครื่องจักรที่พังไปผมจะรีบหาคนมาซ่อมให้เสร็จภายในคืนนี้ รับรองว่าจะไม่ให้เสียงานในวันพรุ่งนี้แน่นอนครับ"
เย่ฝานยิ้มบางๆ “แบบนี้สิถึงจะถูก”
จากนั้นเย่ฝานก็เดินจากไปพร้อมกับกลุ่มคนเหล่านั้น
เมื่อพวกเขาหายลับไปจากสายตา มู่ต้าไห่ก็รีบดึงตัวมู่ชิงเหยามาคาดคั้น "ชิงเหยา บอกพ่อมาตามตรงนะ เย่ฝานคนนี้เป็นใครกันแน่? แล้วคนพวกเมื่อกี้เป็นใคร?"
มู่ต้าไห่คิดว่าในเมื่อลูกสาวคบหาดูใจอยู่กับเย่ฝาน ก็น่าจะพอรู้เรื่องราวอะไรมาบ้าง
มู่ชิงเหยาส่ายหน้า "หนูก็ไม่รู้เหมือนกันค่ะ เย่ฝานไม่เคยเล่าให้ฟังเลย"
"ผู้หญิงคนเมื่อกี้ชื่อ หลินเทียนเจียว ภรรยาของอดีตประธานบริษัทซินเฉิงกรุ๊ป ส่วนผู้ชายอีกคนชื่อ อู๋เทียน เป็นผู้จัดการทั่วไปของซินเฉิงกรุ๊ป" หวังอันผิงเป็นคนเอ่ยปากบอกข้อมูลให้
"ลูกสาวบ้านพวกคุณช่างมีบุญจริงๆ เลยนะ ที่ได้ผู้ชายดีๆ แบบนี้ ต้องจับไว้ให้อยู่นะ"
หวังอันผิงมองมู่ชิงเหยาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความอิจฉา
น่าเสียดายที่เขาไม่มีลูกสาว
หากเขามีลูกสาวล่ะก็ เขาคงจะยุให้ลูกสาวไปตามจีบเย่ฝานอย่างแน่นอน
จากนั้นเขาก็หันไปมองหวังเทียนหง พร้อมกับถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยหน่าย ทั้งที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกันแท้ๆ แต่ทำไมถึงได้ต่างกันราวฟ้ากับเหวแบบนี้กันนะ?
"เย่ฝานคือประธานบริษัทซินเฉิงกรุ๊ปเหรอ?"
"งั้นก็หมายความว่าซินเฉิงกรุ๊ปทั้งหมดตกเป็นของเขาแล้วสิ?"
"โอ้โห!"
"แบบนี้เย่ฝานก็รวยเละเลยน่ะสิ?"
ตอนแรกเซียวหลานยังคิดว่าการที่จู่ๆ เย่ฝานมีเงินขึ้นมานั้น เป็นเพราะเขาถูกเศรษฐินีเลี้ยงดูเสียอีก
แต่ตอนนี้ดูเหมือนว่า นี่ต่างหากคือเหตุผลที่แท้จริง
เธอดึงตัวมู่ชิงเหยาเข้ามาใกล้ๆ "ชิงเหยา พอกลับหมู่บ้านไป เรื่องที่เย่ฝานเป็นประธานบริษัทซินเฉิงกรุ๊ป ห้ามเอาไปบอกใครเด็ดขาดนะ"
มู่ชิงเหยาถามด้วยความสงสัย "ทำไมถึงบอกไม่ได้ล่ะคะ? หนูว่าน่าจะบอกไปเลย ทุกคนจะได้เลิกเข้าใจผิดว่าเย่ฝานเกาะผู้หญิงกินไงคะ"
เซียวหลานถลึงตาใส่ "ลูกนี่โง่จริงๆ เลยนะ ลองคิดดูสิว่าถ้าคนในหมู่บ้านรู้ว่าเย่ฝานเป็นประธานบริษัทซินเฉิงกรุ๊ป พวกเขาจะมีปฏิกิริยายังไง? ลืมไปแล้วเหรอว่าเมื่อสองวันก่อนมีคนมาขอจับคู่ให้เขาเยอะแค่ไหน?"
"ลูกกับเสี่ยวฝานยังไม่ได้จดทะเบียนกัน ความสัมพันธ์ยังไม่แน่นอนหรอกนะ"
"เกิดเย่ฝานทนรับแรงยั่วยวนไม่ไหวแล้วเปลี่ยนใจขึ้นมา ลูกจะทำยังไงล่ะ?"
มู่ต้าไห่พยักหน้าเห็นด้วย "ใช่ๆๆ ที่แม่พูดมาก็ถูก เรื่องฐานะที่ร่ำรวยของเย่ฝานยังไงก็ยังบอกใครไม่ได้ รอให้พวกแกไปจดทะเบียนกันก่อนแล้วค่อยว่ากัน"
มู่ชิงเหยาถามว่า "พ่อคะ แม่คะ เมื่อวานพ่อกับแม่ยังไม่ยอมให้หนูคบกับเย่ฝานอยู่เลย ทำไมวันนี้ถึงเปลี่ยนใจเร็วนักล่ะคะ?"
เซียวหลานค้อนขวับ "ลูกนี่มันซื่อบื้อจริงๆ เลย ถึงแม่จะสายตายาว แต่ก็ไม่ได้ตาบอดนะยะ เย่ฝานเป็นเด็กหนุ่มที่ดีขนาดนี้ แม่จะมีอะไรไม่พอใจอีกล่ะ ชิงเหยา แม่จะบอกให้นะ รอเย่ฝานเคลียร์ธุระเสร็จเมื่อไหร่ ลูกก็หาเวลาไปจดทะเบียนกับเขาสะเลย"
มู่ชิงเหยายิ้มเจื่อนพลางคิดว่า เมื่อวานยังไม่ให้คบกันเลย วันนี้กลับมาบังคับให้ไปจดทะเบียนซะแล้ว?
พ่อคะ แม่คะ เลิกเห็นแก่เงินขนาดนี้จะได้ไหมเนี่ย?
แถมเรื่องจดทะเบียนน่ะเหรอ?
เรื่องจดทะเบียนเป็นไปไม่ได้หรอก ชาตินี้ก็ไม่มีวันที่จะจดทะเบียนกับเขาเด็ดขาด
เพราะความสัมพันธ์ของเรามันก็เป็นแค่เรื่องโกหกเท่านั้นแหละ
(จบแล้ว)