เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 38 - ไม่ใช่ว่ากลัว แต่เขามีแผนอื่นต่างหาก

บทที่ 38 - ไม่ใช่ว่ากลัว แต่เขามีแผนอื่นต่างหาก

บทที่ 38 - ไม่ใช่ว่ากลัว แต่เขามีแผนอื่นต่างหาก


บทที่ 38 - ไม่ใช่ว่ากลัว แต่เขามีแผนอื่นต่างหาก

ในฐานะภรรยาของจางต้าลี่ หวังเสี่ยวเหม่ยเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและเคียดแค้นต่อการจากไปของสามี เธอปรารถนาอย่างยิ่งที่จะแก้แค้นให้เขา

อย่างไรก็ตาม เธอก็รู้ดีว่า

จะปล่อยให้เย่ฝานตกอยู่ในอันตรายไม่ได้

จ้าวหู่ไม่ใช่พวกกุ๊ยกระจอกๆ อย่างหวังเฮ่า

เขาคือขาใหญ่ประจำหมู่บ้าน แถมยังมีพวกพ้องที่เรียกตัวเองว่า "พี่น้อง" อยู่ในเมืองอีกมากมาย ถือเป็นนักเลงตัวจริงเสียงจริง

ในทางกลับกัน เย่ฝานมีแค่ตัวคนเดียว จะไปสู้กับจ้าวหู่ได้ยังไง?

ยิ่งหวังเสี่ยวเหม่ยคิดก็ยิ่งรู้สึกว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี

เธอกังวลว่าเย่ฝานจะวู่วามบุกไปคิดบัญชีกับจ้าวหู่ ซึ่งนอกจากจะแก้แค้นให้จางต้าลี่ไม่ได้แล้ว อาจจะพาตัวเองไปเดือดร้อนด้วย

ดังนั้น เธอจึงมายืนรอเย่ฝานอยู่หน้าสถานีตำรวจ

เพื่อจะเกลี้ยกล่อมให้เขากลับไป

แต่เย่ฝานกลับพูดว่า "พี่เสี่ยวเหม่ย หลังจากพ่อแม่ผมเสียชีวิต พี่ต้าลี่กับป้าชุ่ยหลานก็ช่วยเหลือครอบครัวผมไว้มาก ถ้าไม่รู้ว่าใครเป็นฆาตกรก็แล้วไปเถอะ แต่ในเมื่อรู้แล้ว จะปล่อยไปได้ยังไงล่ะครับ"

หวังเสี่ยวเหม่ยเห็นว่าเย่ฝานไม่ฟังคำเตือน ก็พูดต่อว่า "นายอย่าเพิ่งวู่วามไปนะ อย่าเอาตัวเองไปเสี่ยงด้วยเลย เราค่อยๆ คิดหาทางอื่นที่มันรอบคอบกว่านี้ดีกว่า"

เย่ฝานท่าทางใจเย็น ตอบกลับไปว่า "พี่เสี่ยวเหม่ย ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมรู้ลิมิตตัวเองดี จ้าวหู่คนนี้ ผมไม่ได้เห็นอยู่ในสายตาเลยสักนิด"

พอหวังเสี่ยวเหม่ยได้ยินเย่ฝานพูดแบบนี้ ก็คิดว่าเขากำลังอวดเก่ง จึงยิ่งร้อนใจเข้าไปใหญ่

รีบพูดขึ้นว่า "เย่ฝานเอ๊ย อย่าทำตัวโง่ๆ สิ! จ้าวหู่มีลูกน้องตั้งเยอะแยะ แต่นายมีแค่ตัวคนเดียว นี่มันเอาไข่ไปกระทบหินชัดๆ ฟังพี่นะ กลับไปกับพี่ เราค่อยกลับไปปรึกษากันให้ดีๆ"

"เสี่ยวฝาน ฟังพี่เถอะนะ"

"กลับไปกับพี่ ฉันไม่อยากให้นายต้องมาเป็นอะไรไปอีกคน นายยังมีน้องสาวที่ต้องดูแลนะ"

เย่ฝานทำหน้าปั้นยาก

เขารู้ดีว่าที่หวังเสี่ยวเหม่ยทำแบบนี้ ก็เพราะเป็นห่วงเขาจริงๆ

แต่พอลองคิดดูอีกที ก็จริงของเธอนะ

จะบุกไปสั่งสอนมันตรงๆ เลยเหรอ?

เห็นได้ชัดว่าแค่สั่งสอนมัน คงไม่สะใจพอหรอก

ฆ่ามันเหรอ?

ต้องฆ่าแน่ๆ แต่จะฆ่าต่อหน้าคนเยอะๆ ไม่ได้

ตำรวจไม่ได้กินแกลบนะ

หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เย่ฝานก็คิดแผนออก เขามองไปที่หวังเสี่ยวเหม่ย พร้อมกับส่งยิ้มให้ "พี่เสี่ยวเหม่ย พี่คงหิวแย่แล้วใช่ไหม? งั้นเราไปหาอะไรกินกันก่อนดีกว่า"

เย่ฝานแกล้งเปลี่ยนเรื่อง

เขาชี้ไปที่ร้านอาหารแผงลอยที่อยู่ไม่ไกล "ตรงนั้นมีร้านอาหารอยู่ รสชาติใช้ได้เลย เราไปลองชิมกันดูเถอะครับ"

หวังเสี่ยวเหม่ยลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่พอเห็นสายตาที่จริงใจของเย่ฝาน สุดท้ายก็พยักหน้าตกลง

ขอแค่เย่ฝานไม่ไปหาจ้าวหู่ก็พอ

ทั้งสองคนเดินมาที่หน้าร้าน เย่ฝานก็สั่งอาหารอย่างคล่องแคล่ว "เถ้าแก่ เอาเปาฉือสิบห้าลูกครับ ขอเผ็ดสิบลูก ไม่เผ็ดห้าลูก ก๋วยเตี๋ยวซุปเปรี้ยวสองชาม ชามนึงเผ็ด อีกชามไม่เผ็ด แล้วชามที่ไม่เผ็ดไม่ต้องใส่ต้นหอมนะครับ อ้อ เอาเต้าหู้เหอผิงอีกจานนึงด้วย! เอาแค่นี้ก่อนละกันครับ!"

เมนูที่เย่ฝานสั่ง ล้วนเป็นเมนูเด็ดของร้านนี้ทั้งนั้น

หวังเสี่ยวเหม่ยที่นั่งอยู่ตรงข้ามเย่ฝาน ฟังเขาสั่งอาหารด้วยความประหลาดใจ

เธอมองเย่ฝานด้วยความสงสัย แล้วถามว่า "เสี่ยวฝาน รู้ได้ไงว่าพี่ไม่กินเผ็ด แล้วก็ไม่กินต้นหอมด้วย?"

เย่ฝานล้วงบุหรี่ออกมาจากกระเป๋าอย่างใจเย็น ดึงออกมามวนหนึ่งแล้วจุดไฟแช็ก

เขาสูดควันเข้าปอดลึกๆ แล้วพ่นออกมาเป็นสาย ก่อนจะพูดเนิบๆ ว่า "ผมไม่ได้รู้แค่ว่าพี่ไม่กินเผ็ด ไม่กินต้นหอมนะ ผมยังรู้ด้วยว่าพี่ไม่ชอบสีแดง แล้วก็กลัวเสียงฟ้าร้อง"

พอหวังเสี่ยวเหม่ยได้ยินที่เย่ฝานพูด ก็เบิกตากว้าง สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่อยากจะเชื่อ

เธอแอบคิดในใจ เขาไปรู้เรื่องพวกนี้มาได้ยังไง?

หรือแค่บังเอิญเดาถูก?

แต่ปกติแล้ว ผู้หญิงมักจะไม่ค่อยมีใครไม่ชอบสีแดงหรอกนะ ต่อให้เดาสุ่ม ก็ไม่น่าจะเดาถูกว่าเป็นสีนี้

ถ้าอย่างนั้น แสดงว่าเย่ฝานรู้เรื่องพวกนี้จริงๆ น่ะสิ

"เสี่ยวฝาน นายรู้ได้ยังไงเนี่ย?" หวังเสี่ยวเหม่ยทนเก็บความสงสัยไว้ไม่ไหว เลยเอ่ยปากถาม

มุมปากเย่ฝานยกขึ้น เผยรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ แสร้งทำเป็นทำตัวลึกลับ "บอกความจริงให้ก็ได้ ผมมีตาทิพย์ รู้อนาคต แล้วก็ดูดวงแม่นด้วย เมื่อกี้ผมแค่หลับตานึกภาพ ก็รู้ความชอบของพี่หมดแล้วล่ะ"

พอหวังเสี่ยวเหม่ยได้ยินที่เย่ฝานพูด ตอนแรกก็อึ้งไปนิดนึง ก่อนจะหลุดขำพรืดออกมา

เธอรู้สึกว่าเย่ฝานนี่มันตลกจริงๆ ถึงกับเอาข้ออ้างแบบนี้มาอ้าง

คิดว่าตัวเองเป็นเทพเทวดาหรือไง?

"พี่เสี่ยวเหม่ย พอยิ้มแล้วสวยจังเลยนะครับ" เย่ฝานมองดูหวังเสี่ยวเหม่ยที่หัวเราะจนตัวสั่น แล้วเอ่ยชมจากใจจริง

ผิวของเธอขาวเนียนดุจหิมะ เวลาหัวเราะก็งดงามราวกับดอกไม้ผลิบานในฤดูใบไม้ผลิ ทำเอาคนมองแทบจะละสายตาไม่ได้ ถ้าไม่ติดว่าเธอเป็นคนต่างถิ่นที่ย้ายเข้ามาล่ะก็ ตำแหน่งหนึ่งในสี่สาวงามแห่งหมู่บ้านเถาหยวนต้องมีชื่อเธอรวมอยู่ด้วยแน่ๆ

พอโดนเย่ฝานชมแบบนี้ หวังเสี่ยวเหม่ยก็หน้าแดงระเรื่อ ก้มหน้าลงด้วยความเขินอาย

ที่เย่ฝานรู้เรื่องความชอบของหวังเสี่ยวเหม่ย ไม่ใช่เพราะเขามีตาทิพย์รู้อนาคตจริงๆ หรอก

ด้วยระดับพลังขั้นโฮ่วเทียนในตอนนี้ การจะมีตาทิพย์รู้อนาคตเป็นไปไม่ได้เลย

แต่เป็นเพราะเขาสังเกตเอาในช่วงที่ผ่านมาต่างหาก

เวลาต่อมา เย่ฝานกับหวังเสี่ยวเหม่ยก็กินอาหารไปพลาง คุยกันอย่างสนุกสนานไปพลาง

เย่ฝานมักจะพูดจาติดตลกอยู่เสมอ ทำให้หวังเสี่ยวเหม่ยหัวเราะร่วนออกมาได้เรื่อยๆ

การจากไปของจางต้าลี่และอู๋ชุ่ยหลาน ทำให้หวังเสี่ยวเหม่ยได้รับความกระทบกระเทือนจิตใจอย่างหนัก

หลายวันมานี้ เธอจมปลักอยู่กับความโศกเศร้า แทบจะไม่เคยยิ้มออกมาเลย

เย่ฝานรู้ดีว่าถ้าปล่อยไว้แบบนี้ สุขภาพกายและสุขภาพจิตของเธอจะต้องแย่ลงแน่ๆ เขาจึงตัดสินใจใช้โอกาสนี้พูดคุยปลอบโยนเธอ เพื่อช่วยให้เธอหลุดพ้นจากความเศร้าหมอง

ครึ่งชั่วโมงผ่านไปอย่างรวดเร็ว ทั้งสองคนก็กินกันจนอิ่ม

ทันใดนั้นเอง ก็มีรถมอเตอร์ไซค์สองคันขับพุ่งเข้ามา พร้อมกับเสียงเบรกดังเอี๊ยด ก่อนจะจอดสนิทอยู่ที่ริมถนนข้างๆ ร้านอาหาร

มีชายหนุ่มสี่คนลงมาจากรถมอเตอร์ไซค์ทั้งสองคัน

พวกเขาย้อมผมสีฉูดฉาด สองคนผมทอง อีกสองคนผมเขียว

ท่าทางดูเป็นพวกอันธพาล แถมยังทำตัวกร่างเหมือนตัวเองเจ๋งนักหนา

"แกคือเย่ฝานใช่ไหม?" หนึ่งในชายหนุ่มผมทองมองเย่ฝานตั้งแต่หัวจรดเท้า แล้วเอ่ยปากถาม

เย่ฝานมองพวกเขา แล้วพยักหน้ารับว่าใช่

"ดีเลย ลูกพี่รองของเราอยากเจอแก ตามพวกเรามาซะดีๆ" ชายหนุ่มผมทองพูดด้วยน้ำเสียงห้วนๆ

พอได้ยินดังนั้น เย่ฝานก็อดสงสัยไม่ได้ "ลูกพี่รองของพวกแกคือใคร?"

ชายหนุ่มผมทองเชิดหน้าตอบอย่างอวดดี "จ้าวหู่ไงล่ะ!"

พอได้ยินชื่อ "จ้าวหู่" สีหน้าของหวังเสี่ยวเหม่ยก็เปลี่ยนเป็นเคร่งเครียดทันที

เธอคว้ามือเย่ฝานไว้แน่น พร้อมกับพูดด้วยความร้อนรน "เสี่ยวฝาน ไปกับพวกมันไม่ได้นะ!"

เย่ฝานสัมผัสได้ถึงความกังวลของหวังเสี่ยวเหม่ย เขาตบหลังมือเธอเบาๆ เป็นการบอกให้เธอใจเย็นๆ "ในเมื่อพี่เสี่ยวเหม่ยไม่ให้ไป งั้นผมก็ไม่ไปละกัน"

ไม่ใช่ว่าเย่ฝานปอดแหกหรอกนะ แต่เขามีแผนอื่นต่างหาก...

(จบแล้ว)

จบบทที่ บทที่ 38 - ไม่ใช่ว่ากลัว แต่เขามีแผนอื่นต่างหาก

คัดลอกลิงก์แล้ว