- หน้าแรก
- หมอเทพชนบทไร้พ่าย
- บทที่ 11 - ควรตอบตกลงหรือไม่
บทที่ 11 - ควรตอบตกลงหรือไม่
บทที่ 11 - ควรตอบตกลงหรือไม่
บทที่ 11 - ควรตอบตกลงหรือไม่
เดิมทีเย่ฝานคิดว่าอายุของเธอน่าจะอยู่ราวๆ สามสิบห้าปี แต่ดูจากตอนนี้แล้ว คงต้องสี่สิบแล้วแน่ๆ
ไม่อย่างนั้น จะมีลูกชายตัวโตขนาดฉินโช่วได้อย่างไร?
แต่ก็นะ ผู้หญิงคนนี้ดูแลตัวเองได้ดีมากจริงๆ มองไม่ออกเลยสักนิดว่าอายุราวสี่สิบแล้ว
เรื่องนี้ทำให้เย่ฝานนึกถึงพวกดาราดังรุ่นคุณน้าขึ้นมา
อย่างเช่น ดาราดังระดับท็อป หยางมี่ เธอเกิดปีแปดหก (1986) ถ้านับอายุเต็มก็ใกล้จะสี่สิบแล้วเหมือนกัน
ผู้หญิงมีเงิน ถ้าดูแลตัวเองดีๆ ปกติแล้วก็จะดูอ่อนกว่าวัยทั้งนั้นแหละ
อายุจริงของเฉินเหม่ยเจียวคือสามสิบเก้าปี เธอคลอดฉินโช่วตอนอายุสิบเจ็ด ซึ่งฉินโช่วก็อายุเท่ากับเย่ฝาน
เฉินเหม่ยเจียวเป็นฝ่ายแนะนำตัวให้ก่อน "ขอแนะนำให้พวกเธอรู้จักกันหน่อยนะ เย่ฝาน นี่ลูกชายฉันเอง ชื่อฉินโช่ว เธอเรียกเขาว่าเสี่ยวโช่วก็ได้!"
"เสี่ยวโช่ว นี่เย่ฝาน ต่อไปลูกเรียกเขาว่าอาฝานนะ!"
ฉินโช่วแทบจะกระอักเลือดเก่าออกมา?
จะให้ฉันเรียกมันว่าอา?
ฉันกับมันอายุเท่ากันนะเว้ย!
ส่วนเย่ฝานกลับก้าวฉับๆ เข้ามาหา พลางมองฉินโช่วด้วยความสนใจ "สวัสดี หลานฉินโช่ว ลองเรียกอาฝานให้ฟังชื่นใจหน่อยสิ"
ใบหน้าของฉินโช่วดำทะมึนลงทันที เขาชี้หน้าเย่ฝานแล้วบอกว่า "แม่ นี่มันเรื่องอะไรกัน เย่ฝานคนนี้เป็นเพื่อนร่วมชั้นของผมนะ เราเรียนห้องเดียวกันตอนมัธยมต้นตั้งสามปี"
เฉินเหม่ยเจียวถึงกับหัวเราะไม่ออกร้องไห้ไม่ได้ "เพื่อนร่วมชั้นลูกเหรอ?"
เอาล่ะสิ!
นี่ฉันดันไปนอนกับเพื่อนร่วมชั้นของลูกชายเหรอเนี่ย?
หึหึ
ถ้าพวกเพื่อนสาวคนสนิทรู้เข้า มีหวังอิจฉาจนตาร้อนผ่าวแน่ๆ
เฉินเหม่ยเจียวอยู่ในกลุ่มแชตกลุ่มหนึ่ง
เป็นกลุ่มแชตของบรรดาเศรษฐีนี
ข้างในนั้นมีเศรษฐีนีโสดอยู่เพียบ และมักจะแชร์ผลงานการรบของตัวเองให้กันฟังอยู่บ่อยๆ!
อย่างเช่น เพิ่งไปคว้าเด็กหนุ่มหน้ามนคนไหนมาได้บ้าง
หรือเด็กหนุ่มคนนี้ลีลาเด็ดดวงแค่ไหน ทำได้นานกี่นาที กระทั่งเรื่องขนาดก็ยังเอามาอวดกัน
"พวกเธอเป็นเพื่อนร่วมชั้นกันหรอกเหรอ งั้นก็ดีเลย ต่อไปก็ไปมาหาสู่กันให้บ่อยๆ หน่อยนะ"
"ที่บริษัทยังมีธุระ ฉันขอตัวไปจัดการงานที่ห้องทำงานก่อน เสี่ยวโช่ว ลูกพาซินเยี่ยนไปรอแม่ที่ห้องก่อนนะ"
เฉินเหม่ยเจียวไม่กล้าแสดงความสนิทสนมกับเย่ฝานมากเกินไปต่อหน้าลูกชาย และไม่อยากให้เขาจับสังเกตอะไรได้ จึงหาข้ออ้างปลีกตัวออกไป
เย่ฝานกับฉินโช่วก็ไม่มีอะไรจะคุยกัน
เขาจึงเตรียมตัวกลับ
ส่วนเจียงซินเยี่ยนที่เอาแต่เงียบมาตลอดก็วิ่งตามมาจากด้านหลัง "เย่ฝาน นายหยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ"
"มีอะไร?" เย่ฝานหันไปมองเธอ
"นายนี่มันกินไม่เลือกจริงๆ นะ ผู้หญิงอายุสี่สิบนายก็ยังกลืนลง? ไม่กลัวฟันหักหรือไง?"
ฉินโช่วอาจจะดูไม่ออก แต่ในฐานะผู้หญิง เจียงซินเยี่ยนมองแวบเดียวก็รู้แล้ว
เย่ฝานกับเฉินเหม่ยเจียวต้องมีอะไรในกอไผ่แน่ๆ
เย่ฝานรู้สึกแปลกใจ
ยัยผู้หญิงคนนี้ดูออกได้ยังไง?
เจียงซินเยี่ยนชี้ไปที่รอยลิปสติกบนคอเสื้อของเย่ฝาน "อย่าบอกนะ ว่ารอยลิปสติกบนคอเสื้อนายไม่ได้มาจากเธอน่ะ?"
ความจริงรอยลิปสติกบนตัวเย่ฝานมีเยอะมาก
แต่อาบน้ำล้างออกไปหมดแล้ว
ทว่าเสื้อผ้าไม่ได้ซักนี่นา
"กลิ่นครีมอาบน้ำบนตัวนายก็เป็นกลิ่นเดียวกับครีมอาบน้ำบนตัวเธอเป๊ะเลย"
"พวกนายอาบน้ำด้วยกันมาใช่ไหม?"
เย่ฝานไม่คิดเลยว่าเจียงซินเยี่ยนจะเป็นคนช่างสังเกตขนาดนี้
เขาก้าวเข้าไปใกล้ ร่นระยะห่างระหว่างเขากับเจียงซินเยี่ยน แล้วกระซิบข้างหูเธอว่า "ในเมื่อเธอดูออกแล้ว งั้นฉันก็จะไม่ปฏิเสธแล้วกัน ขืนเป็นแบบนี้ต่อไป ไม่แน่ว่าสักวันหนึ่งเธออาจจะต้องเรียกฉันว่าพ่อนะ!"
ใบหน้าของเจียงซินเยี่ยนมืดครึ้มลงทันที
จะให้ฉันเรียกนายว่าพ่อ ไปตายซะเถอะ!
หลังจากที่เย่ฝานจากไป ฉินโช่วก็เดินเข้ามาหา "ซินเยี่ยน เข้าบริษัทกันเถอะ ข้างนอกมันร้อน ไปตากแอร์ที่บ้านแม่ฉันดีกว่า"
เจียงซินเยี่ยนหมดอารมณ์ที่จะไปต่อกับฉินโช่วทันที
เธอแทบจะร้องไห้อยู่แล้ว!
แฟนเก่าดันไปจัดการแม่ของแฟนใหม่ซะงั้น?
ถ้าเกิดฉันตกลงคบกับฉินโช่ว แต่งงานกัน แล้วเย่ฝานดันแต่งงานกับแม่เขา ฉันไม่ต้องเรียกเขาว่าพ่อจริงๆ เหรอ?
เป็นไปไม่ได้ ไม่มีทางเป็นไปได้เด็ดขาด!
ต่อให้เย่ฝานจะไม่ได้แต่งงานกับเฉินเหม่ยเจียวก็ตาม
แต่แค่คิดว่า แม่ของแฟนตัวเองดันเคยมีอะไรกับแฟนเก่าของตัวเอง...
โอ๊ย ก้าวข้ามกำแพงในใจข้อนี้ไปไม่ได้จริงๆ!
"ฉินโช่ว ฉันคิดว่าเราคงไม่เหมาะกันหรอก!"
เจียงซินเยี่ยนหันหลังเดินจากไป โบกเรียกแท็กซี่แล้วนั่งกลับบ้านทันที
ฉินโช่วได้แต่งุนงง
อยู่ดีๆ ทำไมถึงไม่เหมาะกันขึ้นมาซะได้ล่ะ?
เย่ฝานนั่งรถบรรทุกขนส่งที่บริษัทสัตว์น้ำจัดหามาให้กลับมาด้วย เฉินเหม่ยเจียวยังใส่ใจถึงขั้นจัดพนักงานขนของสองคนติดรถมาช่วยลงของให้ด้วย
หลังจากที่พวกเขากลับไปแล้ว เย่ฝานเห็นว่ารอบๆ ไม่มีคน จึงใช้จิตสำนึกสั่งการ
ถังพลาสติกที่บรรจุลูกปลาและลูกกุ้งซึ่งตั้งอยู่ตรงหน้าพลันหายวับไปทันที
เย่ฝานแบ่งจิตสำนึกส่วนหนึ่งเข้าไปในมิติ
"เสี่ยวเยา ประสิทธิภาพการทำงานของเธอไม่เลวเลยนะ?"
พื้นที่ว่างเปล่ารกร้างแปลงหนึ่งภายในมิติเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ จากเดิมที่เป็นแค่ที่ดินรกร้าง ภายใต้ความช่วยเหลือของเสี่ยวเยา มันได้กลายเป็นบ่อเลี้ยงสัตว์น้ำหลายบ่อ
แต่ละบ่อมีขนาดประมาณหนึ่งร้อยตารางเมตร
ลึกประมาณครึ่งเมตร
น้ำจากทะเลสาบถูกสูบเข้ามาหล่อเลี้ยงในบ่อ
ลูกปลาเฉาและปลาหลีฮื้อที่เย่ฝานซื้อมาเมื่อตอนกลางวัน ถูกนำไปปล่อยไว้ในบ่อเลี้ยงปลาบ่อหนึ่ง
ภายในบ่อ มักจะเห็นลูกปลากระโดดโผล่พ้นผิวน้ำขึ้นมาเป็นระยะ
"ให้ตายสิ แค่ไม่กี่ชั่วโมง ก็ตัวโตขนาดนี้แล้วเหรอ?"
ลูกปลาที่เย่ฝานเห็นกระโดดพ้นน้ำเมื่อกี้ ส่วนใหญ่เป็นปลาหลีฮื้อ น้ำหนักกะด้วยสายตาน่าจะราวๆ ไม่กี่ขีด
ต้องรู้ไว้ว่าที่เย่ฝานซื้อมาคือลูกปลานะ
ตัวเล็กกว่าปลายนิ้วก้อยเสียอีก
นี่ผ่านไปแค่ไม่กี่ชั่วโมง กลับโตจนหนักตั้งหลายขีดแล้ว ต้องยอมรับเลยว่า ภายใต้การเร่งกระแสเวลาหนึ่งร้อยเท่า อัตราการเจริญเติบโตมันช่างรวดเร็วจริงๆ
"พรุ่งนี้มะรืนนี้ ก็คงจะเก็บเกี่ยวผลผลิตได้แล้วล่ะ!"
เย่ฝานแสยะยิ้ม
จากนั้น เขาก็เอาลูกปู ลูกกุ้ง ไปปล่อยไว้ในบ่อเลี้ยงปลาข้างๆ กัน
ลูกกุ้งหลายพันตัว และลูกปูอีกหลายพันตัว
หลังจากจัดการทุกอย่างเสร็จ เย่ฝานก็มานั่งขัดสมาธิอยู่ริมทะเลสาบ เริ่มเดินพลัง 'เคล็ดวิชาโกลาหล' ภายในร่าง
เวลาล่วงเลยไปจนถึงช่วงเย็นโดยไม่รู้ตัว
"เสี่ยวฝาน อยู่บ้านไหม?"
มีเสียงเรียกดังขึ้นมา
เป็นจางต้าลี่นั่นเอง
การฝึกถูกขัดจังหวะ เย่ฝานลืมตาตื่นขึ้น เขาสัมผัสได้ถึงสภาพร่างกายที่เปลี่ยนไป รู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าพละกำลังเพิ่มขึ้นอีกไม่น้อย
เขากลับสู่โลกความเป็นจริง
"พี่ต้าลี่ มาแล้วเหรอครับ?" เย่ฝานทักทายคนที่มาหา
"เสี่ยวฝาน ไป ไปกินข้าวเย็นบ้านฉัน ฉันมีเรื่องจะคุยกับนายหน่อย"
เย่ฝานถึงเพิ่งนึกขึ้นได้ ว่าก่อนเข้าเมือง จางต้าลี่เคยมาหาแล้วบอกให้ไปกินข้าวเย็นที่บ้านเขา
เย่ฝานเดาว่า หวังเสี่ยวเหม่ยคงเล่าเรื่องที่เขาช่วยชีวิตเธอให้จางต้าลี่ฟังแล้ว เขาถึงได้อยากเลี้ยงข้าวเพื่อเป็นการขอบคุณ
เย่ฝานตามไปที่บ้านเขา
พออู๋ชุ่ยหลานเห็นเย่ฝานมา เธอก็ต้อนรับขับสู้ด้วยความกระตือรือร้นเป็นอย่างยิ่ง
ทั้งรินชา ทั้งปอกแอปเปิลให้เย่ฝานด้วยตัวเอง
สำหรับอู๋ชุ่ยหลานแล้ว การที่ตระกูลจางจะสืบทอดสายเลือดต่อไปได้หรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับเย่ฝานนี่แหละ
ต้องปรนนิบัติให้ดีๆ เข้าไว้
"เสี่ยวเหม่ย เธอต้อนรับเสี่ยวฝานไปก่อนนะ แม่จะเข้าครัวไปทำกับข้าวเพิ่มอีกสองสามอย่าง"
อู๋ชุ่ยหลานจงใจทิ้งหวังเสี่ยวเหม่ยไว้ ส่วนตัวเองก็หลบเข้าครัวไป
เธออยากให้เสี่ยวเหม่ยกับเย่ฝานอยู่ด้วยกันตามลำพัง
ให้พวกเขาสองคนได้สานสัมพันธ์กันหน่อย พอถึงเวลาที่เธอเอ่ยปากขอยืมสายพันธุ์ โอกาสที่เขาจะตอบตกลงก็จะมีสูงขึ้น
เสี่ยวเหม่ยแต่งตัวมาอย่างประณีตเป็นพิเศษ
จากที่ไม่เคยแต่งหน้า ตอนนี้เธอก็แต่งหน้าแล้ว
จากที่เคยใส่แต่เสื้อผ้าหลวมๆ ตอนนี้ก็เปลี่ยนมาใส่เสื้อผ้าแบบรัดรูป
ทำไมน่ะเหรอ?
ก็แหงล่ะ! เสื้อผ้ารัดรูปมันช่วยเน้นสัดส่วนให้โดดเด่นออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบยังไงล่ะ
ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังสวมถุงน่องสีดำและรองเท้าส้นสูงที่ทำให้ผู้ชายส่วนใหญ่คลั่งไคล้อีกต่างหาก
เย่ฝานเริ่มสับสน : หวังเสี่ยวเหม่ยคนนี้เป็นอะไรไปเนี่ย?
แต่งตัวแบบนี้?
นี่เธอคิดจะทำอะไรกันแน่? ยั่วยวนฉันงั้นเหรอ?
เป็นไปไม่ได้!
นี่มันบ้านเธอนะ ต่อให้ให้ความกล้าเธออีกร้อยเท่า เธอก็ไม่มีทางกล้ายั่วยวนฉันต่อหน้าสามีและแม่สามีหรอก
ครึ่งชั่วโมงต่อมาอาหารก็พร้อม
กับข้าวจัดเต็มมาก เต็มโต๊ะไปหมด
มีทั้งไก่ เป็ด ปลา หมู ครบครัน
หอยนางรมตัวเท่ากำปั้น!
ถึงขนาดงัดเอาเหล้าดององคชาตกวางที่เก็บสะสมมานานหลายปีออกมาเสิร์ฟเลยทีเดียว
จางต้าลี่คอแข็งมาก และอย่าเห็นว่าอู๋ชุ่ยหลานอายุสี่สิบกว่าแล้ว คอทองแดงของเธอก็ไม่เบาเหมือนกัน
สองแม่ลูกผลัดกันชนแก้วกับเย่ฝานไม่หยุดหย่อน
หากเย่ฝานไม่ได้ฝึก 'เคล็ดวิชาโกลาหล' จนร่างกายแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนไม่รู้กี่เท่า ป่านนี้คงโดนสองแม่ลูกนี่มอมจนร่วงไปนานแล้ว
แต่ถึงกระนั้น เขาก็ยังรู้สึกมึนหัวนิดๆ อยู่ดี
"พี่ต้าลี่ ผมกินไม่ไหว ดื่มไม่ไหวแล้วจริงๆ ครับ"
กินอิ่มหนำสำราญแล้ว เย่ฝานก็เป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาทำลายความเงียบ "ผมดื่มต่อไม่ไหวแล้ว ขอบคุณมากนะครับที่เลี้ยงต้อนรับ ไว้คราวหน้าไปบ้านผมบ้าง ผมจะเลี้ยงพวกพี่ให้เต็มที่เลย"
จางต้าลี่หันไปมองหน้าอู๋ชุ่ยหลานผู้เป็นแม่
ถึงเวลาเข้าเรื่องแล้ว
จู่ๆ จางต้าลี่ก็คว้ามือเย่ฝานมากุมไว้ "เสี่ยวฝาน พี่ต้าลี่คนนี้ไม่เคยขอร้องใครเลยนะ นายคือคนแรกที่ทำให้พี่ต้องเอ่ยปากขอร้อง วันนี้พี่มีเรื่องอยากจะขอให้นายช่วย"
เย่ฝานตอบกลับไป "พี่ต้าลี่ จะมาขอร้องอะไรกัน มีอะไรก็บอกมาได้เลยครับ"
จางต้าลี่จ้องมองเย่ฝานด้วยสายตาแน่วแน่ "เสี่ยวฝาน พี่ขอร้องนาย ช่วยไปนอนกับเสี่ยวเหม่ยสักคืนเถอะ!"
(จบแล้ว)