- หน้าแรก
- ชายาแสนงามผู้เฉิดฉาย
- บทที่ 10 บังเอิญโดนลูกบาสทุบเข้าให้
บทที่ 10 บังเอิญโดนลูกบาสทุบเข้าให้
บทที่ 10 บังเอิญโดนลูกบาสทุบเข้าให้
บทที่ 10 บังเอิญโดนลูกบาสทุบเข้าให้
คนที่ยืนอยู่ด้านล่างรู้ดีว่านั่นคือสัญญาณที่ท่านหัวหน้าเริ่มโกรธ “แล้วพวกเราควรทำอย่างไรต่อไปดี?”
“ในเมื่อพวกเขาเอาจริงเอาจังกับพวกเราตระกูลเสิ่นเพราะหญิงสาวแซ่ฉู่คนเดียว เช่นนั้นข้าก็อยากดูเหมือนกันว่า พวกเขาจะทำเพื่อฉู่หยุนอี้ได้ถึงขั้นไหน?”
“ท่านหัวหน้า ท่านหมายความว่า...”
“พรุ่งนี้เจ้าพาคนไปจับตัวเด็กหญิงกำพร้าตระกูลฉู่คนนั้นมาให้ข้า”
“ท่านหัวหน้า เด็กหญิงคนนั้นของตระกูลฉู่เป็นคนเลือดร้อน อย่าให้พวกเขาหักเหลี่ยมเอาคืนเราได้อีก”
“เจ้าคิดระวังไว้ก็ดี งั้นก็หาคนไปสั่งสอนนางสักหน่อย ให้ตระกูลหวากับตระกูลกู้เห็นเป็นตัวอย่าง”
“ขอรับ ข้าจะไปจัดการเดี๋ยวนี้”
เช้าวันรุ่งขึ้น หยุนอี้ตื่นมาแล้วก็เข้าไปในมิติทันที เพราะเธอคาดหวังกับช่องว่างระหว่างหินที่มีความกว้างแคบไม่เท่ากันในมิตินั้นอย่างมาก
บริเวณที่รดด้วยน้ำประปาภายนอกยังไม่เห็นความเปลี่ยนแปลงใด ๆ ส่วนจุดที่รดด้วยน้ำจากบ่อน้ำในมิติ กลับเริ่มมีสีเขียวผุดขึ้นมาให้เห็นเล็กน้อย ทำให้เธอดีใจอย่างมาก
ดูท่าฟ้าคงไม่ใจร้ายกับเธอ ช่องว่างระหว่างก้อนหินพวกนั้น สามารถนำมาใช้เพาะปลูกได้จริง ๆ
ด้วยความตื่นเต้น เธอกระโดดเหยียบหินพวกนั้นเล่นไปมา
เรื่องไปชนบทน่ะหรือ ไม่มีความรู้สึกต่อต้านเลยสักนิด ตรงกันข้าม กลับสะดวกให้เธอหาพันธุ์พืชต่าง ๆ มาได้ง่ายขึ้น
เมื่อออกจากมิติมาแล้วก็จัดการแต่งตัวให้เรียบร้อย เตรียมไปหาอะไรกินเป็นมื้อเช้า แล้วจะไปจัดการเรื่องของตระกูลจิ้นก่อน จากนั้นค่อยไปสะสางกับซุนรุ่ยหมิง
อย่างไรเสีย เมื่อคืนเธอก็รู้กำหนดการของเขาในวันนี้เรียบร้อยแล้ว
ใกล้กับป้ายรถเมล์มีสนามบาสเกตบอลแห่งหนึ่ง ตอนที่หยุนอี้เดินผ่านพอดี ก็มีคนกำลังเล่นบาสกันอยู่
เนื่องจากมัวแต่คิดเรื่องต่าง ๆ เธอจึงไม่ได้สังเกตสถานการณ์ในสนาม
จู่ ๆ ก็มีเสียงตะโกนดังมาจากในสนาม “โว้ยยย!”
พอได้ยินเสียง หยุนอี้ยกหัวขึ้นทันใด ก็โดนลูกบาสที่ลอยมาปะทะเข้าอย่างจัง
ความเจ็บทำให้เธอต้องเอามือปิดหน้าแล้วนั่งยองลง น้ำตาไหลพราก พร้อมกับเลือดกำเดาสองสายอุ่น ๆ ที่ไหลตามมา
คนที่กำลังเล่นบาสอยู่พากันวิ่งเข้ามาด้วยความตกใจและพากันขอโทษใหญ่โต
จากในกลุ่มก็มีเสียงหนึ่งที่ฟังดูเย็นเยียบเอ่ยขึ้น “คุณเป็นอะไรมากไหม?”
พร้อมยื่นผ้าเช็ดหน้าลายตารางสีน้ำเงินใหม่เอี่ยมให้ “ใช้ผืนนี้เถอะ”
หยุนอี้ไม่รับผ้าเช็ดหน้านั้น มือยังปิดจมูกไว้ รอจนความเจ็บเริ่มบรรเทาลงจึงเงยหน้าขึ้นมองต้นเหตุ “พวกคุณเล่นบาสกันยังไง?”
ชายที่ยืนอยู่ตรงข้ามก็รู้ตัวว่าผิด “ขอโทษจริง ๆ ไม่ไกลจากนี้มีห้องพยาบาล จะให้พาไปดูไหม?”
หยุนอี้รู้ดีว่าตัวเองไม่เป็นอะไรมาก และไม่อยากเสียเวลาที่นี่ เธอถลึงตาใส่อีกฝ่าย ก่อนจะก้มตัวเดินไปยังก๊อกน้ำประปาสาธารณะที่อยู่ไม่ไกล
เมื่อโดนน้ำเย็นเข้าไป เลือดกำเดาก็หยุดไหลในเวลาไม่นาน
หลังจากจัดการตัวเองเรียบร้อยแล้ว เธอก็ถลึงตาใส่คนที่ยังยืนอยู่ตรงนั้นอย่างไม่พอใจ มือหนึ่งจับหัวที่ยัง “วี้ง วี้ง” แล้วก็เดินจากไป
แต่เธอไม่ทันสังเกตว่า เจ้าตัวต้นเหตุยังคงจ้องมองแผ่นหลังของเธออย่างครุ่นคิด
พอหยุนอี้เดินห่างออกไป คนข้าง ๆ ก็เอามือตบไหล่ชายที่ยังยืนเหม่อลอยอยู่ “เฮ้ย แกเหม่ออะไรอยู่วะ หรือว่ายังไม่ชินที่วันนี้ไม่โดนแบล็กเมล์?”
ชายคนนั้นไม่พูดอะไร แค่เอาศอกกระทุ้งอีกฝ่าย “พูดอะไรไม่เข้าท่า ถ้าไม่ใช่เพราะแกปล่อยพลาด จะไปโดนคนอื่นได้ยังไง?”
พูดจบก็มองไปยังแผ่นหลังของหญิงสาวที่ใกล้จะลับตา แล้วกอดลูกบาสวิ่งกลับเข้าสนามไป
ตอนที่หยุนอี้ไปถึงบ้านตระกูลจิ้น เห็นได้ชัดว่าทุกคนในบ้านกำลังรอเธออยู่
พี่สะใภ้คนโตของตระกูลจิ้นยิ้มให้เธออย่างหาได้ยาก แต่แววตาในรอยยิ้มนั้นกลับไม่อบอุ่นสักนิด เป็นเพียงความยินดีที่ได้ตามแผนเท่านั้น
สีหน้าละอายใจของท่านปู่จิ้น ทำให้หยุนอี้รู้ได้ทันที ว่าตัวเองเดาถูก
แต่เธอก็ไม่มีทางยื่นมือช่วยเหลือเขาได้ สุดท้ายเขาก็เลือกหักหลังเธอเพื่อหลานชายอยู่ดี คนประเภทนี้เธอเข้าใจได้ แต่ลึก ๆ แล้วก็อดดูแคลนไม่ได้