เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 เจ้าอ้วนโต๊ะข้างๆ (2)

บทที่ 2 เจ้าอ้วนโต๊ะข้างๆ (2)

บทที่ 2 เจ้าอ้วนโต๊ะข้างๆ (2)


จัวเซ่ายังคงจำคนคนนี้ได้ แต่ลืมไปแล้วว่าหน้าตาของเขาเป็นอย่างไร จำได้เพียงว่าเขาอ้วนและมักจะก้มหน้าอยู่เสมอ และตอนนี้เมื่อมองอย่างละเอียด...

จัวเซ่าค้นพบในทันที เจ้าอ้วนนี่เคยถูกเขารีดไถอยู่ร่วมเดือน รู้สึกถูกชะตามากจริง ๆ

“จะ จะ...จัวเซ่า นายไม่เป็นไรใช่ไหม?” เจ้าอ้วนมองจัวเซ่าด้วยสายตากังวล

“ไม่เป็นไร นายมีของกินไหม?” จัวเซ่ามองไปยังเจ้าอ้วนตรงหน้า รอยยิ้มบนใบหน้ามีความจริงใจมากขึ้น

เขาไม่รู้สึกว่าเจ้าอ้วนที่มีทั้งเงินทั้งของกินนี่เป็นภาระอะไร ถึงอย่างนั้นหลังจากที่เขาเอาเงินอีกฝ่ายไปในชีวิตที่แล้ว ชีวิตนี้เขาก็จะต้องดูแลเจ้าอ้วนนี่ให้ดี

เมื่อมีใครมีรังแกเจ้าอ้วน เขาจะช่วยไล่คนพวกนั้นไปให้ หากมีคนอยากจะปล้นเจ้าอ้วน เขาก็จะหยิบก้อนอิฐขึ้นมาแล้วช่วยชีวิตเจ้าอ้วนเอาไว้ได้

ไม่กี่เดือนหลังจากนั้นเจ้าอ้วนน้อยจะถูกลักพาตัว โดนคนร้ายรุมทำร้าย ในชีวิตที่แล้วเขาพาคนไปช่วยเจ้าอ้วนจากการลักพาตัว

ในตอนนั้นว่ากันว่าพวกโจรลักพาตัวมีแผนที่จะฆ่าตัวประกัน ถ้าไม่ใช่เพราะเขา ในชาติที่แล้วเจ้าอ้วนน้อยคงมีอายุไม่ถึงสิบหกปีด้วยซ้ำ...

เมื่อจัวเซ่าคิดมาถึงตรงนี้ก็รู้สึกสงสารเด็กคนนี้ขึ้นมา

“มะ มะ มี มี” เจ้าอ้วนตัวน้อยมองจัวเซ่าด้วยสายตาตื่นตะลึง จากนั้นก็หยิบขนมจากกระเป๋าที่ห้อยอยู่หลังเก้าอี้ออกมาหลายชิ้น "นาย...นายอยากกินอะไร?"

จัวเซ่าหยิบคุกกี้ห่อหนึ่ง นี่คือแซนด์วิชคุกกี้ที่มีชื่อเสียงยี่ห้อหนึ่งที่ตอนนี้ถือว่าเป็นขนมราคาแพงลิ่ว ที่จริงแล้วเขาไม่ชอบอาหารหวาน ๆ มันเยิ้ม ๆ แบบนี้ แต่นี่เป็นโอกาสเหมาะที่จะกิน เพราะเขาจะสามารถได้รับแคลอรีปริมาณมากในเวลารวดเร็ว

คุกกี้แตกแล้ว จัวเซ่ากินคำแล้วคำเล่า กินหมดไปครึ่งกล่องด้วยความรวดเร็ว เงยหน้าขึ้นมาก็เห็นเจ้าอ้วนตัวน้อยกำลังมองตนด้วยดวงตาระยิบระยับ

“นายเอาไหม?” จัวเซ่าลองถามออกไปประโยคหนึ่ง

“ไม่ต้อง ไม่ต้อง” เจ้าอ้วนตัวน้อยพูดอย่างรีบร้อน แล้วตบไปที่กระเป๋านักเรียนของตนอีกครั้ง “ฉะ ฉะ ฉะ ฉันยังมี!”

จัวเซ่ากินคุกกี้ที่เหลือเข้าไปไม่หยุด

เมื่อเจ้าอ้วนตัวน้อยเห็นดังนั้นจึงพูดขึ้นมาว่า “ฉันช่วยเอาไปทิ้งให้ไหม?”

มีคนวิ่งเต้นให้เป็นเรื่องดี จัวเซ่ายื่นห่อคุกกี้ให้เจ้าอ้วนตัวน้อยไป จากนั้นก็เห็นเจ้าอ้วนตัวน้อยกำห่อขนมแล้วโยนไปหลังห้อง

และก็เป็นตอนนี้เองที่จัวเซ่าคิดขึ้นมาได้ เขาในตอนนี้น่าจะได้เป็นเพื่อนร่วมโต๊ะกับเจ้าอ้วนตัวน้อย ทั้งยังไม่ได้เกลียดเขาเพราะว่าเกลียดคนรวยแล้วด้วย...

การเกลียดคนรวยออกจะน่าเบื่อ คนที่เขาชอบเป็นคนรวยรุ่นที่สองที่ร่ำรวยมาก ๆ หลังจากที่เหลียงซินเสียชีวิต จัวเซ่าก็ออกจากบริษัทและทิ้งบ้านไว้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังถือได้ว่าเป็นเศรษฐีอยู่ดี

คิดมาถึงตรงนี้ดวงตาของจัวเซ่าก็ดำมืดลงอีกครั้ง

เหลียงซินกับเขารุ่นราวคราวเดียวกัน เหลียงซินเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารด้วยอายุสามสิบเอ็ดปี ในตอนนั้นเป็นเขาที่คอยดูแลอยู่ตลอด และเหลียงซินก็ทำพินัยกรรมมอบบริษัทและบ้านทั้งหมดให้กับเขา

เขาไม่ต้องการบริษัทและไม่ต้องการบ้าน เขาเพียงต้องการให้เหลียงซินยังมีชีวิตอยู่ แต่ถึงอย่างไรเหลียงซินก็ตายไปแล้ว

เมื่อนึกถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนั้น จัวเซ่ากุมหัวใจของเขา รู้สึกเพียงหายใจติดขัดเล็กน้อย

“ท้อง...ท้องนายปวดอีกแล้วเหรอ?” เจ้าอ้วนตัวน้อยที่ไปทิ้งห่อขนมกลับมาแล้ว เห็นฉากนี้แล้วเขาก็ถามขึ้นมาด้วยความเป็นห่วง

“ไม่ใช่ ฉันแค่สำลักน่ะ” จัวเซ่าสวมหน้ากากยิ้มแย้ม ส่งรอยยิ้มไปให้อีกฝ่าย

เจ้าอ้วนตัวน้อยยิ้มให้จัวเซ่า ทำให้คนเวียนหัวไปหมด  เขามองไปยังจัวเซ่า หยิบขวดเครื่องดื่มออกมาแล้วพูดว่า "นะ...นายต้องการเครื่องดื่มไหม?"

จัวเซ่ามองไปยังเครื่องดื่มสองขวดที่ยังไม่ได้เปิดในลิ้นชักใต้โต๊ะของเจ้าอ้วนตัวน้อย จู่ ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าเจ้าอ้วนตัวน้อยคนนี้มักจะไม่ดื่มน้ำเปล่า ดื่มเฉพาะเครื่องดื่มหวาน ๆ เท่านั้น

ไม่แปลกที่จะอ้วนขนาดนี้! จัวเซ่าเหลือบมองเจ้าอ้วนแล้วเอ่ย “ฉันไม่อยากดื่มเครื่องดื่มพวกนี้ ฉันอยากดื่มน้ำธรรมดา”

“ฉะ ฉะ ฉัน...ฉันช่วยไปเอาให้เอง” เจ้าอ้วนรีบพูด

จัวเซ่าพยักหน้า เอาขวดน้ำที่ว่างเปล่าใต้โต๊ะของตนยื่นให้เขาไป

มีตู้กดน้ำอยู่ในห้องเรียน หิวน้ำก็สามารถไปดื่มได้ สาว ๆ มักจะเตรียมแก้วสวย ๆ มาด้วย ส่วนพวกผู้ชายไม่ค่อยได้สนใจนัก มักจะหาขวดน้ำมากดน้ำเอา

จัวเซ่าไม่มีแก้วที่เหมาะสม เพราะไม่มีเงินที่จะสามารถซื้อเครื่องดื่มได้ ไม่มีแม้กระทั่งขวดน้ำ เขาจำได้ว่าเขาต้องแอบหยิบขวดที่ลูกพี่ลูกน้องทิ้งหลังจากดื่มแล้วนำไปที่โรงเรียน

สำหรับเขาในตอนวัยรุ่นนั้นมันเป็นสิ่งที่น่าอายมาก นั่นเป็นครั้งแรกที่เขาต้องยอมจำนนให้กับความเป็นจริง จึงจำเรื่องนี้ได้อย่างชัดเจน

กำลังคิดถึงเรื่องขวดน้ำ เสียงกริ่งเข้าเรียนก็ดังขึ้น จัวเซ่ากลับมามีสติอีกครั้ง เพิ่งค้นพบว่าตู้น้ำที่อยู่ข้าง ๆ มีคนอื่นกำลังกดน้ำอยู่ ทำให้เจ้าอ้วนตัวน้อยยังไม่ได้กดน้ำ

เพิ่งจะกินคุกกี้เข้าไปหนึ่งห่อ จัวเซ่ากระหายน้ำมาก แต่ตอนนี้เข้าเรียนแล้ว เจ้าอ้วนตัวน้อยยังไม่ได้กดน้ำอีก เขาคิดว่าตนคงต้องทนกระหายไปก่อน...จัวเซ่ากำลังคิดแบบนั้นก็เห็นนักเรียนที่กำลังกดน้ำอยู่วิ่งกลับมานั่งที่อย่างรวดเร็ว แต่เจ้าอ้วนตัวน้อยยังไม่กลับมานั่งที่

เขาไม่สนใจเสียงกริ่งเข้าเรียน ก้มลงแล้วเริ่มกดน้ำ

คาบแรกเป็นวิชาวรรณกรรม อาจารย์หยางที่เป็นอาจารย์ที่ปรึกษาเพิ่งจะเข้ามา เมื่อเห็นสิ่งนี้ก็ขมวดคิ้วเข้าหากันทันที “เหลียงเฉิน ยังไม่รีบกลับไปนั่งที่อีก !”

เหลียงเฉินกดสวิตช์ตู้กดน้ำ ได้น้ำเพิ่มมาอีกนิดหน่อย ก่อนจะวิ่งกลับมาที่ที่นั่งของตน หลังจากเขานั่งที่เรียบร้อยแล้วก็แอบส่งน้ำให้จัวเซ่าใต้โต๊ะ

รอจัวเซ่ารับน้ำไปแล้ว เขาก็แอบล้วงมือเข้าไปในกระเป๋านักเรียนอีกครั้ง

หลังจากนั้นไม่นานเหลียงเฉินก็หยิบหลอดที่เห็นได้ชัดว่าหักออกมาจากกล่องเครื่องดื่มออกมาจากกระเป๋านักเรียนของเขาและแอบส่งให้จัวเซ่า

ดื่มน้ำจากขวดในห้องเรียนไม่ค่อยดีนัก แต่ถ้าดื่มทีละนิดด้วยหลอด อาจารย์ก็จะไม่ได้ใส่ใจนัก

จัวเซ่าเองก็รู้เรื่องนี้ เขาชะงักไปเล็กน้อยและรับหลอดมาแกะเปลือกพลาสติกที่ห่อหุ้มอยู่ออก

ในเวลานี้ก็มีมืออ้วน ๆ คู่หนึ่งยื่นออกมา

จัวเซ่าไม่ค่อยจะเข้าใจการกระทำของเหลียงเฉินนัก มือนั้นยื่นมาหยิบเปลือกพลาสติกที่เขาเพิ่งแกะออกไปไว้ใต้โต๊ะเรียนของตน

นี่คือ...จะรอแล้วค่อยเอาไปทิ้งให้ทีหลังเหรอ ?

------------------------------------------------

ผู้เขียนมีอะไรจะพูด :

เหลียงเฉิน : จัวเซ่าอยากกินอาหารของฉัน มีความสุขจัง!

จัวเซ่าให้ฉันทิ้งขยะให้เขา มีความสุขจัง!

จัวเซ่าให้ฉันเทน้ำให้ มีความสุขจัง!

จัวเซ่ามาแบล็กเมล์ฉัน มีความสุขจัง!

จัวเซ่า “...”

จบบทที่ บทที่ 2 เจ้าอ้วนโต๊ะข้างๆ (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว