เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 จริงครึ่งเท็จครึ่ง (2)

บทที่ 20 จริงครึ่งเท็จครึ่ง (2)

บทที่ 20 จริงครึ่งเท็จครึ่ง (2)


มุมปากของสิงอวี้เซิงโค้งเป็นรอยยิ้ม “เป็นเพราะข้าเปลี่ยนใจกะทันหันอย่างไรเล่า เจ้าไม่คิดว่าการเข้าปลุกระดมฝนเลือดสู่สำนักหนึ่งแห่งการฝึกบำเพ็ญเซียนนั้น สนุกกว่าสถานที่นี้ของเจ้าหรือ?”

ปีศาจสาวได้ยินแล้ว ก็ปรบมือร้องว่าดี กล่าวด้วยเสียงหัวเราะ “ดี ข้าจะช่วยเจ้าจัดการเขา” ว่าแล้ว นางก็เพิ่มแรงจิกปลายนิ้ว มู่ฉางถิงถูกนางยกขึ้นจนลอยไปทั้งร่าง สีหน้าของเขาม่วงคล้ำจากการหายใจไม่ออก ราวกับว่าเขากำลังจะตายในไม่ช้า

“ช้าก่อน!”สิงอวี้เซิงวาดมือไปไว้ที่ด้านหลัง ปลายกระบี่ที่มีหยดเลือดนั้นสั่นเล็กน้อย

นางปีศาจชำเลืองมองเขาแวบหนึ่ง “ลังเลใจหรือ?”

สิงอวี้เซิงเอ่ยเสียงต่ำ “ข้าเพียงอยากเป็นคนลงมือเอง เจ้ากล่าวได้ไม่ผิด เกิดมาย่อมต้องแตกต่าง ชีวิตนี้คงจะต้องโดนคนดูถูกไปตลอด เพราะถูกโชคชะตาเล่นตลก ในเมื่อมนุษย์ปฏิบัติต่อข้าอย่างไร้เมตตา เหตุใดข้าจะต้องมีน้ำใจแก่พวกเขา?ไม่สู้ทำตามใจตนเองเสียดีกว่า คงสุขสมไปทั้งชีวิต”

สิงอวี้เซิงหยุดชะงัก แล้วกล่าวว่า “จะว่าไปแล้ว ต้องขอบคุณท่านมาก แท้จริงแล้วการแก้แค้นนั้นให้ความรู้สึกที่ดีมากเช่นนี้เอง!”

นิ้วมือวาดรูปแบบส่งพลังวิญญาณเสียงอีกครั้ง แต่คราวนี้ทิศทางกลับไปยังมู่ฉางถิง

สิงอวี้เซิงกล่าวกับนางปีศาจ “คงไม่รังเกียจให้ข้าใช้ปลายกระบี่คมลิ้มรสโลหิตจากศิษย์พี่ร่วมสำนักของข้าหรอกกระมัง?”

นางปีศาจชอบที่จะได้เห็นท่าทางของเขาเป็นคนครึ่งปีศาจครึ่ง ในใจก็คิดว่าครั้งนี้ตนเองทำได้ดี หากว่ารู้ชะตากรรมของตนเองได้เร็วนั้น เชื่อฟังตั้งแต่เนิ่นๆ และไม่หลงในความอบอุ่นของมนุษย์ ก็คงไม่โดนทำร้ายเช่นเดียวกับนาง

ปีศาจสาวปล่อยตัวมู่ฉางถิง ผลักเขาไปด้านหน้า เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล “ย่อมต้องไม่รังเกียจ ให้เจ้า”

ในตอนนี้มู่ฉางถิงรู้สึกมึนงงเล็กน้อย หากว่าเมื่อครู่สิงอวี้เซิงไม่ได้สื่อสารผ่านพลังงานวิญญาณทางจิตบอกให้เขาร่วมมือดำเนินการ เขาคงคิดไปว่าสิงอวี้เซิงนั้นต้องอาคมปีศาจ ทรยศต่อสำนักอย่างสมบูรณ์

ไม่ใช่ว่าเขาไม่ยอมเชื่อใจสิงอวี้เซิง จริงๆ แล้ว...จริงๆ แล้วการแสดงออกของเขาทั้งหมดล้วนเป็นความจริง ความเกลียดชังที่ที่มีต่อหลินเจี้ยนก็เป็นความจริง แม้กระทั่งวิธีการโหดร้ายในการทรมานหลินเจี้ยนจนตายอย่างช้าๆ ก็ทำให้ผู้คนสะท้านด้วยความหวาดกลัว

คนทั้งสองสบตากันอย่างเงียบๆ ท่ามกลางอากาศ มู่ฉางถิงเม้มริมฝีปากแน่น สีหน้าซีดเผือดเล็กน้อย

สิงอวี้เซิงประกาศกร้าวอย่างเย็นเยือก “ในการแข่งขันการต่อสู้นี้ พวกเราต่างต้องมีผู้แพ้ผู้ชนะ เจ้าคิดว่า วันนี้ผู้ใดจะชนะ?”

มู่ฉางถิงก้าวถอยหลังราวกับว่าเขากลัวเล็กน้อย หลังจากที่ก้าวถอยแล้วเคลื่อนไหว ยันต์ที่ยัดไว้ในอกเสื้อก็ร่วงหล่นออกมาแล้วตกลงบนฝ่ามือของเขา

ในเวลาเดียวกันนั้น สิงอวี้เซิงก็ทะยานเข้ามาหาเขาในทันที เห็นปลายกระบี่กำลังจะเข้าใกล้ใบหน้าของมู่ฉางถิง!

แต่จู่ๆ ทั้งสองต่างเปลี่ยนทิศทางด้วยความรู้ใจกันอย่างลึกซึ้ง พุ่งตรงไปยังทิศทางที่นางปีศาจยืนอยู่!

ยันต์พิเศษนั้นหมุนวน ตามการชี้นำของพลังงานกระบี่ มันพันรอบกายของนางปีศาจแน่นหนาราวกับโซ่เส้นใหญ่!

นางปีศาจไม่คิดว่าสิงอวี้เซิงจะหันหลังให้และทรยศ ใช้เวลาครู่หนึ่งในการมึนงง ก็ถูกพวกเขาลงมือโจมตีได้สำเร็จ!นางปีศาจโกรธจัด พยายามจะฝ่า “ยันต์โซ่วิญญาณ” แต่โซ่นั้นกลับรัดแน่นขึ้นเรื่อยๆ

นี่เป็นกลอุบายที่ใช้บ่อยที่สุดในโลกแห่งการบำเพ็ญเซียน ใช้งานง่าย ได้ผลจริงและแพร่หลาย แต่ต้องเป็นคนสองคนที่ร่ายคาถาที่ใช้ความรู้ใจกันอย่างสูง หากมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งล่าช้า คาถานี้ล้วนจะไม่ประสบความสำเร็จ

มู่ฉางถิงจ้องมองไปยังเป้าหมาย ยิ้มออกมาด้วยความดีใจ รีบกล่าวกับสิงอวี้เซิง “ไอหยา!สำเร็จแล้ว!เร็วเข้า!พลังวิญญาณของพวกเรานั้นมีจำกัด สิ่งนี้จะอยู่ได้ไม่นาน!”

สิงอวี้เซิงกลับสู่รูปลักษณ์แปลกแยกและเย็นชาเช่นเดิม พยักหน้าเล็กน้อย เดินตามมู่ฉางถิงไปยังเส้นทางเดิมอย่างเงียบๆ

นางปีศาจคำรามลั่นอยู่ด้านหลัง “เจ้ากล้าดีอย่างไรมาโกหกข้า!กล้าดีอย่างไรมาหลอกข้า!”

น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธนั้นกึกก้องไปตามทางเดินในห้องมืด

มู่ฉางถิงเช็ดเลือดที่ลำคอของตนเอง ในขณะหนีเอาชีวิตรอดไป ก็บ่นพึมพำไป “นางเกือบจะปาดคอข้าแล้ว นิสัยเสียยิ่งนัก!”

“…” ไม่มีปฏิกิริยาตอบรับ

เมื่อครู่นั้นสิงอวี้เซิงแสดงได้อย่างแนบเนียน ความเงียบในตอนนี้ทำให้คนรู้สึกประหลาดแล้ว

มู่ฉางถิงหันกลับไปมองเขา เป็นเวลาเดียวกันกับที่สิงอวี้เซิงหันกลับมาสบตากันพอดี ทั้งสองคนชะงักค้างไปครู่หนึ่ง

ขณะที่มู่ฉางถิงกำลังจะเอ่ยปากพูด เสียงหัวเราะราวกับปีศาจก็แหลมเสียดก้องเข้าหูของเขา ใกล้เสียจนทำให้ศีรษะรู้สึกชา

“เจ้าเด็กตัวเหม็น ในเมื่อเจ้าไม่รู้จักชั่วดี อย่างนั้นก็อย่าได้โทษข้าแล้วกัน!”

จบบทที่ บทที่ 20 จริงครึ่งเท็จครึ่ง (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว