เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 14 ซับซ้อนไม่ชัดเจน (2)

บทที่ 14 ซับซ้อนไม่ชัดเจน (2)

บทที่ 14 ซับซ้อนไม่ชัดเจน (2)


ฟู่ซีเฟิงพยักหน้า “ใช่ ข้าไร้เดียงสาที่สุด”

มู่ฉางถิงยิ้มอย่างประจบสอพลอกล่าว “เขาอยู่คนเดียวน่าสงสารและโดดเดี่ยวยิ่งนัก เมื่อก่อนแม้แต่ข้าเจ้าก็ยังดูแล เหตุใดจึงไม่เผื่อแผ่ไปแก่เขาด้วย?”

...นั่นจะเหมือนกันหรือ?

ฟู่ซีเฟิงมองไปยังเขาที่มีท่าทางนิ่งขรึมเงียบงัน ก็รู้สึกหงุดหงิดจนไร้ความรู้สึกไปแล้ว

มู่ฉางถิงใช้โอกาสนี้ลากเขาเข้าไปหาสิงอวี้เซิง

ทั้งสามคนเดินๆ หยุดๆ สอบถามข้อมูลจากพ่อค้าแม่ค้าที่เปิดแผงขายถามทางหลายคน หลังจากผ่านสถานที่ที่ชื่อว่า ‘ภัตตาคารเทียนเซียง’ เห็นผู้คนท่าทางโกลาหล จึงรีบเดินเข้าไป

เสี่ยวเอ้อร์มองเห็นพวกเขาแต่งกายดูดี จึงกระตือรือร้นเป็นพิเศษ พาพวกเขาขึ้นไปนั่งบนห้องชั้นสอง

หลังจากสุ่มสั่งอาหารเล็กน้อยไปแล้ว ฟู่ซีเฟิงมอบก้อนเงินชิ้นหนึ่งเป็นรางวัลให้แก่เขา เอ่ย “พี่เสี่ยวเอ้อร์ สอบถามอะไรท่านบางอย่าง”

เสี่ยวเอ้อร์รับผลประโยชน์นั้นไว้ ยิ้มกว้างเสียจนไม่สามารถหุบปากได้ “ท่านถามข้ามาได้เลยเต็มที่ ในเมืองตานเฟิงนี้ไม่มีสิ่งใดที่ข้าไม่รู้!”

ฟู่ซีเฟิงและมู่ฉางถิงมองหน้ากัน มู่ฉางถิงยิ้มอย่างใจดีมองไปยังเสี่ยวเอ้อร์ กล่าวว่า “ถ้าอย่างนั้นไม่รู้ว่าพี่เสี่ยวเอ้อร์ทราบหรือไม่ ระยะนี้มีคนนอกจำนวนไม่น้อยที่หายไปอย่างลึกลับในเมืองตานเฟิง?”

"ที่แท้ท่านก็อยากสอบถามเรื่องนี้นั่นเอง" สีหน้าของเสี่ยวเอ้อร์เปลี่ยนไป กระซิบเสียงเบา “ไม่ปิดบังพวกท่าน ที่นี่ของพวกเรานั้นมีสัตว์ประหลาดจริงๆ มักจะเลือกเอาชายวัยกลางคนเป็นพิเศษ ตกค่ำล้วนแต่ไม่มีคนกล้าออกนอกประตู ไม่ใช่ว่านักพรตอย่างพวกท่านไม่เคยมาที่นี่ แต่ว่า...” เขาส่ายหัวถอนหายใจออกมา “ไม่ใช่ทุกคนที่เสียชีวิต”

เสี่ยวเอ้อร์พิจารณาถึงอายุของพวกเขา เกลี้ยกล่อมอย่างใจดี “พวกท่าน ข้าแนะนำให้พวกท่านรีบออกจากที่นี่ไปโดยเร็วที่สุด อย่าได้มาฝังตัวที่โคลนบ่อนี้!นักพรตสองท่านก่อนหน้านี้อายุมากกว่าพวกท่าน ความสามารถมากมาย ล้วนแต่เสียชีวิต ไม่ต้องพูดถึงพวกท่าน...อา หากว่าบ้านของข้าไม่ได้มีท่านแม่นอนติดเตียงอยู่ ข้าก็คงจะออกไปจากสถานที่ผีสิงเช่นนี้นานแล้ว”

มู่ฉางถิงกล่าว “เป็นตัวประหลาดแบบใดทราบหรือไม่?”

เสี่ยวเอ้อร์ส่ายหน้า ถอนหายใจพูด “ไม่ทราบ แต่ว่าดุร้ายยิ่งนัก คนเหล่านั้นล้วนถูกฆ่าโดยการควักเอาหัวใจออกไป สภาพศพน่ากลัวมาก ทวารทั้งเจ็ดมีเลือดออก เป็นการตายตาไม่หลับ...”

มู่ฉางถิงขมวดคิ้วครุ่นคิด แท้จริงแล้วเป็นเรื่องยุ่งยากโดยแท้ ต้องรีบกลับไปรายงานกับเสวียนเยวี่ยจวินโดยเร็ว

หลังจากขอบคุณเสี่ยวเอ้อร์แล้ว เขากำลังจะก้าวออกไป ก็นึกอะไรขึ้นมาได้อย่างกระทันหัน หันหลังกลับไปพูด “อ้อใช่แล้ว ยังต้องเตือนพวกท่านอีกเรื่อง ได้โปรด!ได้โปรดอยู่ให้ห่างไกลจากสกุลฟ่านที่อยู่ในเมืองให้มากที่สุด!”

มู่ฉางถิงใจกระตุก “เหตุใดถึงกล่าวเช่นนั้น?”

เสี่ยวเอ้อร์พูด “ท่านก็คงจะทราบดี ภัตตาคารของเราเป็นการค้าขายที่ดี่ที่สุดในเมืองแล้ว คนนอกจำนวนมากล้วนแต่ชอบมาที่ร้านของพวกเราเพื่อรับประทานอาหาร คิดจะพักอาศัยอยู่ที่นี่ พูดไปก็น่าประหลาด ก่อนหน้านี้รถม้าของสกุลฟ่านจะมาหยุดที่หลังประตูร้านของเราเป็นบางครั้ง หญิงสาวสกุลฟ่านจะสวมหมวกคลุมหน้าแล้วมาที่นี่ยามค่ำคืน หลังจากนั้น เวลาผ่านไปไม่นาน ล้วนแต่เสียชีวิตกันทั้งหมด อนิจจา จะว่าไปแล้ว สกุลของเขานั้นชั่วร้ายมาก แต่นายน้อยสกุลฟ่านกลับน่าสงสาร ต้องแต่งงานกับหญิงสาวมารยาและมากชู้...”

มู่ฉางถิงนึกไปถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าที่นายน้อยสกุลฟ่านชี้หน้าหวังอี๋เหนียงและสบถด่านางทันที

สิงอวี้เซิงที่มีท่าทีนิ่งเงียบมาตลอดกล่าวว่า “ที่่นี่สามารถพักอาศัยได้หรือ?”

เสี่ยวเอ้อร์นิ่งงุนงง หัวเราะแล้วกล่าวว่า “เป็นอย่างที่ท่านได้กล่าว ย่อมต้องได้อยู่แล้ว”

ความจริงยิ่งชวนให้สับสนและมึนงงมากขึ้น ในหัวของมู่ฉางถิงก้องไปด้วยเสียงหัวเราะของสาวใช้ผู้นั้น “ย้ายออกไปจำนวนมาก โรงเตี๊ยมหนึ่งเดียวของที่นี่ก็เพิ่งปิดตัวลงไปเมื่อสองเดือนก่อน!”

เมื่อคิดจะกลับไปยังจวนสกุลฟ่านอีกครั้ง ก็มีความรู้สึกเหมือนลูกแกะเดินเข้าปากเสือ

เมื่อกลับมาในตอนค่ำ พวกเขาเล่าเรื่องที่ไปสืบฟังมาให้แก่เสิ่นอี้ฟังโดยละเอียด หลังจากฟังจบเสิ่นอี้ก็บอกให้พวกเขาอย่าได้กระโตกกระตาก แสร้งทำเป็นว่าไม่รู้เรื่องนี้ ปกติแล้วทำตัวอย่างไรก็ให้ทำตัวอย่างนั้น

หลังจากนั้นก็ผ่านไปไม่กี่วัน ตรงกับวันเกิดของหญิงชรา ฮูหยินฟ่านจึงลงมือดูแลทุกอย่างด้วยตนเอง

กลางวันเชิญคณะงิ้วมาแสดงร้องเพลง กลางคืนจัดงานเลี้ยงขนาดใหญ่ คึกคักเป็นอย่างมาก

อาจเป็นเพราะวันนี้เหนื่อยมากแล้ว อีกทั้งลมยังแรงและหนาวเหน็บ ฮูหยินฟ่านจึงขอตัวกลับไปยังเรือนของตน ขอตัวออกไปจากงานก่อนเวลา

หวังอี๋เหนียงเห็นนางไปแล้ว นั่งอยู่ไม่นานก็อ้างขอตัวออกไปเช่นเดียวกัน

มู่ฉางถิงรับประทานอาหารเสียจนพุงกาง กำลังรินสุราอย่างเบื่อหน่าย เหลือบไปเห็นหลินเจี้ยนแอบเดินไปทางหลังจวนอย่างลับๆ

...เจ้าบ้านี่คิดอยากจะทำอะไร?

มู่ฉางถิงเรียกฟู่ซีเฟิงและสิงอวี้เซิงให้ตามไปด้วย ในตอนที่สิงอวี้เซิงถูกเขาเรียก สีหน้าดูงุนงง ราวกับไม่คิดว่ามู่ฉางถิงจะเรียกเขาให้ไปด้วย

ทั้งสามเดินตามไปอย่างระมัดระวังจนไปถึงเรือนของหวังอี๋เหนียง แต่คนกลับหายไปแล้ว!

จบบทที่ บทที่ 14 ซับซ้อนไม่ชัดเจน (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว