- หน้าแรก
- ฮอกวอตส์ เด็กกริฟฟินดอร์ในคราบเรเวนคลอ
- บทที่ 13 - วิชาเวทมนตร์คาถา
บทที่ 13 - วิชาเวทมนตร์คาถา
บทที่ 13 - วิชาเวทมนตร์คาถา
บทที่ 13 - วิชาเวทมนตร์คาถา
เห็นไหมล่ะ ว่าทำไมหมวกคัดสรรถึงหาว่าโยฮันเป็นพวกไม่ค่อยจะซื่อสัตย์น่ะ
หลังจากรู้ตัวว่ามีเวทมนตร์ เขาก็ต้องอุดอู้อยู่แต่ในบ้านมาเป็นปี ในหัวมีแต่ความกระหายใคร่รู้ อยากจะออกไปสำรวจโลกเวทมนตร์ใจจะขาด
ในฐานะเกมเมอร์สาย RPG ระดับฮาร์ดคอร์ในชาติก่อน โยฮันรู้ดีว่าอีเวนต์บางอย่าง มันจะถูกรีเซ็ตและเกิดขึ้นเฉพาะตอนกลางคืนเท่านั้น
เพราะฉะนั้น เขาถึงได้มีแรงผลักดันอย่างล้นหลามที่จะออกไปผจญภัยในยามราตรีแบบนี้
"เอ่อ คือว่า..."
ไรอันกับอีธานมองหน้ากันเลิ่กลั่ก ไม่นึกเลยว่าโยฮันจะใจกล้าบ้าบิ่นขนาดนี้ แค่วันแรกของการเปิดเทอมก็คิดจะแหกกฎโรงเรียนซะแล้ว
เมื่อเห็นเพื่อนทั้งสองมีท่าทีลังเล โยฮันก็ลุกขึ้นยืน แล้วมองต่ำลงมาที่พวกเขา
ในสายตาของไรอันและอีธาน โยฮันที่ยืนตระหง่านอยู่ใต้แสงไฟ ช่างดูเจิดจ้าจนพวกเขาแทบจะลืมตาไม่ขึ้น
"นี่พวกนายลืมคำสาบานที่เราเพิ่งให้ไว้ต่อกันแล้วเหรอ? ไหนตกลงกันแล้วไง ว่าเราจะเป็นแก๊งท่องราตรีไปด้วยกันตลอดไปน่ะ?"
หา? เมื่อกี้พวกเราไปสาบานกันตอนไหนวะ?
ไรอันกับอีธานทำหน้ามึนตึ้บ
แต่ท่าทางของโยฮันในตอนนี้ ช่างดูเหมือนคนที่ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของศีลธรรมเสียจนพวกเขาไม่กล้าแม้แต่จะสบตา ไม่กล้าแม้แต่จะเอ่ยปากเถียงออกมาสักคำ
ในขณะที่ทั้งสองคนกำลังลังเลอยู่นั้น จู่ๆ ประตูหอพักของพวกเขาก็ถูกผลักเปิดออก
คนที่เข้ามาคือพรีเฟ็คโรเบิร์ต ใบหน้าของเขาถมึงทึงด้วยความหงุดหงิด "ฉันบอกไปแล้วไม่ใช่เหรอว่าสี่ทุ่มต้องปิดไฟนอน! เพื่อนห้องข้างบนเขามาฟ้องฉันว่าพวกนายคุยกันเสียงดังไม่หยุด พวกนายมีปัญหาอะไรกันฮะ!"
ไรอันและอีธานตกใจแทบสะดุ้งที่จู่ๆ โรเบิร์ตก็พรวดพราดเข้ามา ทั้งคู่รีบผุดลุกขึ้นยืน "ปะ เปล่านะครับ คือพวกเรา..."
"พวกนายน่ะ หัดเอาอย่างเพื่อนคนนี้บ้างสิ เขารีบเข้านอนพักผ่อนตั้งนานแล้ว พรุ่งนี้ยังมีเรียนอีกนะเว้ย!"
โรเบิร์ตพูดแทรกขึ้นมาทันควัน พลางชี้มือไปทางโยฮันที่กำลัง 'หลับปุ๋ยอย่างสงบสุข' แล้วหันมาดุพวกเขา
ว้อท เดอะ ฟัค?
สองเกลอถึงกับอ้าปากค้าง เพราะไอ้คนที่เพิ่งจะใช้ศีลธรรมมากดดันพวกเขาปาวๆ เมื่อกี้นี้ ตอนนี้ดันไปนอนหลับตาพริ้ม ทำหน้าสบายใจเฉิบอยู่บนเตียงตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้
"เดี๋ยวครับ พรีเฟ็ค หมอนั่นแหละที่เป็นคน..."
"ไม่ต้องมาเดี๋ยวเลย รีบปิดไฟนอนเดี๋ยวนี้"
พูดจบ โรเบิร์ตก็กระแทกประตูปิดปัง ทิ้งให้สองเกลอยืนมองหน้ากันเลิ่กลั่ก
"......"
ไรอันและอีธานเดินย่างสามขุมไปที่เตียงของโยฮัน เส้นเลือดที่ขมับเต้นตุบๆ มุมปากกระตุกยิกๆ ทั้งคู่จ้องเขม็งไปที่ร่างที่นอนนิ่งไม่ไหวติง
แม้ว่าโยฮันจะแกล้งหลับตาพริ้มทำหน้าสบายใจอยู่ แต่ตอนนี้เหงื่อกาฬเริ่มแตกพลั่กเต็มหน้าผากแล้ว
งานเข้าแล้วไง
"ไอ้โยฮันนนน!!"
สิ้นเสียงตะคอกของทั้งคู่ เสียงโครมครามข้าวของตกแตกก็ดังสนั่นหวั่นไหว
โยฮันถูกลากลงจากเตียง โดนคนนึงล็อกคอ อีกคนล็อกขา โดนรัดคอซะจนตาเหลือกแทบจะขาดใจตายอยู่แล้ว
ทว่า ทั้งสองคนเพิ่งจะจัดการสั่งสอนโยฮันไปได้แค่ไม่กี่ที เสียง "ปัง" ก็ดังสนั่นขึ้นอีกครั้ง พรีเฟ็คโรเบิร์ตถีบประตูเข้ามาด้วยสีหน้าดำทะมึน
"สตูเปฟาย โว้ยยยย!!"
แสงสีฟ้าสว่างวาบขึ้นสามสาย ในที่สุดหอพักของบ้านเรเวนคลอก็กลับคืนสู่ความสงบสุขอีกครั้ง
......
รุ่งเช้าวันต่อมา โยฮันบิดขี้เกียจยืดเส้นยืดสาย เมื่อคืนหลับสบายชะมัดยาด แต่เอ๊ะ ทำไมพวกเขาสามคนถึงมานอนกองกันอยู่บนพื้นได้ล่ะเนี่ย?
แถมยังมีคนนึงยอมเสียสละตัวเองเป็นหมอนหนุนให้เขา ส่วนอีกคนก็เป็นที่รองขาให้อีกต่างหาก เพื่อนร่วมห้องของเขานี่ช่างประเสริฐซะจริงๆ
พอมองดูนาฬิกา ก็เห็นว่าเพิ่งจะเจ็ดโมงตรงพอดี อาบน้ำแต่งตัวไปกินข้าวเช้า แล้วก็ไปเข้าเรียนคาบแรกตอนแปดโมงเช้าได้แบบสบายๆ
"ตื่นได้แล้ว พวกนายสองคนน่ะ"
หลังจากลุกขึ้นยืน โยฮันก็ปลุกไรอันกับอีธานให้ตื่น ทั้งคู่สะลึมสะลือลุกขึ้นมา งุนงงว่าทำไมตัวเองถึงไปนอนอยู่บนพื้นได้
แต่พอได้ยินเสียงโยฮันเร่งยิกๆ พวกเขาก็ไม่ได้คิดอะไรมาก รีบตามเข้าไปล้างหน้าแปรงฟันในห้องน้ำ
จากนั้นก็หยิบหนังสือเรียนสำหรับวันนี้ แล้วมุ่งหน้าไปทานอาหารเช้าที่ห้องโถงใหญ่พร้อมกัน
พวกเขาเดินตามรุ่นพี่ที่ต้องไปเรียนคาบเช้าเหมือนกัน คราวนี้พวกเขาไม่ได้เดินไปทางบันไดเวียน แต่เลือกใช้เส้นทางอื่นที่ดูปลอดภัยกว่า ถือซะว่าเป็นการช่วยให้โยฮันและเพื่อนๆ จำทางได้อีกเส้นทางหนึ่ง
"อรุณสวัสดิ์ครับ รุ่นพี่ลูน่า"
พอเดินเข้ามาในห้องโถงใหญ่เพื่อทานมื้อเช้า บังเอิญเจอลูน่านั่งอยู่พอดี โยฮันเลยพาเพื่อนร่วมห้องทั้งสองคนไปนั่งข้างๆ เธอ
"อรุณสวัสดิ์จ้ะ โยฮัน"
โยฮันแนะนำเพื่อนร่วมห้องทั้งสองให้ลูน่ารู้จักคร่าวๆ แล้วก็เริ่มจัดการกับอาหารเช้าของตัวเอง
อาหารของฮอกวอตส์ ล้วนเป็นฝีมือของเหล่าเอลฟ์ประจำบ้านทั้งสิ้น
พวกมันจะเตรียมอาหารและจัดวางไว้บนโต๊ะยาวในห้องโถงใหญ่ล่วงหน้าก่อนถึงเวลาทานอาหาร เพื่อให้เหล่าพ่อมดน้อยได้เลือกตักทานกันตามใจชอบ อารมณ์คล้ายๆ กับการกินบุฟเฟต์นั่นแหละ
ทิตุสก็วิ่งแจ้นมาหา ตั้งใจจะมานั่งคุยกับโยฮันโดยเฉพาะ
ความสัมพันธ์ระหว่างบ้านนกอินทรีกับบ้านแบดเจอร์ค่อนข้างจะดีเลยทีเดียว การเดินข้ามโต๊ะไปมาแบบที่ทิตุสทำก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไร แถมเจ้าเด็กท้วมคนนี้ยังมีมนุษยสัมพันธ์ดีเลิศ ถึงจะเนียนมานั่งกินโต๊ะนี้ ก็ยังคุยเจื้อยแจ้วกับไรอันและอีธานได้อย่างสนุกสนาน
วันนี้คาบแรกของพวกเขาคือวิชาเวทมนตร์คาถา ซึ่งนักเรียนบ้านนกอินทรีต้องเรียนร่วมกับบ้านแบดเจอร์
หลังจากทานมื้อเช้าเสร็จ โยฮันกับเพื่อนๆ ก็บอกลาลูน่า แล้วเตรียมตัวมุ่งหน้าไปยังห้องเรียนวิชาเวทมนตร์คาถาด้วยกัน
ระหว่างทางก็บังเอิญเจอกับเนวิลล์ เขาเดินตามหลังกลุ่มเพื่อนมา ท่าทางน่าจะกำลังไปทานข้าวเช้าเหมือนกัน
ในกลุ่มนั้นมีคนนึงที่โยฮันคุ้นหน้าคุ้นตาดี นั่นก็คือ แฮร์รี่ พอตเตอร์ ที่เคยเจอกันที่ตรอกไดแอกอน แต่ดูจากสีหน้าแล้ว อีกฝ่ายคงจำโยฮันไม่ได้แล้วล่ะ
"อรุณสวัสดิ์ครับ รุ่นพี่เนวิลล์"
ตอนเดินสวนกัน โยฮันก็เอ่ยทักทายเนวิลล์ ทิตุส ไรอัน และอีธานที่เดินอยู่ข้างๆ ถึงจะไม่รู้ว่าเนวิลล์เป็นใคร แต่พอเห็นโยฮันทำความเคารพ พวกเขาก็ประสานเสียงทักทายตามไปด้วย
เนวิลล์หันมาเห็นโยฮันพอดี เพิ่งจะอ้าปากเตรียมทักทายกลับ ก็ต้องสะดุ้งโหยงกับเสียงทักทายที่ดังฟังชัดอย่างพร้อมเพรียงของรุ่นน้องทั้งสี่คน
นี่เป็นครั้งแรกเลยนะที่มีคนมาเรียกเขารุ่นพี่อย่างให้เกียรติพร้อมกันเยอะขนาดนี้ เขาทำตัวไม่ถูก ได้แต่ตอบตะกุกตะกักไปว่า "อะ อรุณสวัสดิ์" แฮร์รี่และเพื่อนคนอื่นๆ ที่เดินมาด้วยกันต่างก็หันมามองด้วยความประหลาดใจ
เห็นเพียงรุ่นน้องปีหนึ่งทั้งสี่คน ทักทายเนวิลล์เสร็จก็รีบเดินจ้ำอ้าวจากไปทันที
แฮร์รี่มองตามแผ่นหลังของเด็กคนหนึ่งในกลุ่มนั้น รู้สึกคุ้นๆ ชอบกล
"นี่ เนวิลล์ นายนี่ฮอตในหมู่นักเรียนใหม่ตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย?"
เชมัส เพื่อนซี้ของเนวิลล์ เอาศอกกระทุ้งพุงเนวิลล์เบาๆ แล้วถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
"ก็แค่รุ่นน้องที่เพิ่งรู้จักกันบนรถไฟเมื่อวานนี้แหละ ที่เคยเล่าให้ฟังไง"
เนวิลล์โบกไม้โบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน
"คนที่นายเล่าว่ากล้ากระโดดเข้าไปฟัดกับผู้คุมวิญญาณน่ะเหรอ?" เชมัสถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
"ใช่ คนที่เดินนำหน้านั่นแหละ ชื่อโยฮัน"
เนวิลล์พยักหน้า เมื่อวานเขาเล่าเรื่องระทึกขวัญบนรถไฟให้เพื่อนแก๊งนี้ฟังหมดแล้ว
แต่ฟังจากที่แฮร์รี่เล่า เมื่อวานเขาเองก็โดนผู้คุมวิญญาณเล่นงานจนสลบเหมือดไปเหมือนกัน โชคดีที่ได้ศาสตราจารย์ลูปินเข้ามาช่วยไว้ทัน เหมือนกับโยฮันเป๊ะเลย
"เอาล่ะ รีบไปกันเถอะ กินข้าวเสร็จยังต้องไปเรียนวิชาพยากรณ์ศาสตร์อีกนะ"
เนวิลล์ทนสายตาจับจ้องของเพื่อนๆ ไม่ไหว เลยรีบดันหลังทุกคนให้เดินต่อไปทางห้องโถงใหญ่
......
วิชาเวทมนตร์คาถา
ศาสตราจารย์ฟลิตวิกยืนอยู่บนกองหนังสือที่ตั้งซ้อนกันจนสูงลิ่ว
ภายในห้องเรียนมีโต๊ะและเก้าอี้ยาววางเรียงรายอยู่สองฝั่งซ้ายขวา พื้นที่กว้างขวางพอที่จะจุเด็กนักเรียนจากสองบ้านได้อย่างสบายๆ
ศาสตราจารย์ฟลิตวิกแนะนำตัวและทำความรู้จักกับทุกคนพอหอมปากหอมคอ จากนั้นพวกเขาก็เริ่มต้นบทเรียนแรกกันเลย
"เอาล่ะ เด็กๆ เปิด 《ตำราเรียนคาถาพื้นฐาน》 ไปที่หน้าสอง"
"วันนี้ในคาบเรียนแรกของเรา จะมาทำความรู้จักและเรียนรู้วิธีการใช้คาถาลอยตัวกัน"
"นี่คือหนึ่งในเวทมนตร์พื้นฐานที่สุดที่พ่อมดแม่มดอย่างพวกเราจำเป็นต้องเชี่ยวชาญ"
น้ำเสียงในการสอนของศาสตราจารย์ฟลิตวิกไม่ได้ราบเรียบเป็นโมโนโทน แต่มีจังหวะจะโคนหนักเบาไปตามเนื้อหาที่สอน
และในระหว่างที่อธิบาย เขาก็โบกไม้กายสิทธิ์ในมือเบาๆ กองหนังสือที่ตั้งอยู่ข้างโต๊ะอาจารย์ก็ลอยละลิ่วขึ้นไปในอากาศ เป็นการสาธิตการใช้คาถาลอยตัวให้ทุกคนได้ชมเป็นขวัญตา
"มีใครสังเกตเห็นไหมว่า ตอนที่ฉันร่ายคาถาลอยตัวเมื่อกี้นี้ ฉันข้ามขั้นตอนอะไรไปบ้าง?"
หลังจากสาธิตคาถาลอยตัวจบ ศาสตราจารย์ฟลิตวิกก็หันมาถามนักเรียนในชั้น
"ข้ามขั้นตอนการร่ายมนตร์ครับ"
ไรอันยกมือตอบอย่างรวดเร็ว
"ถูกต้อง ถูกต้องที่สุด เมื่อกี้นี้ตอนที่ฉันร่ายคาถาลอยตัว ฉันใช้คาถานี้พร้อมๆ กับที่คุยกับพวกเธอไปด้วย"
"คาถา มีบทบาทสำคัญอย่างยิ่งเวลาที่เราใช้เวทมนตร์ แต่มันไม่ใช่สิ่งจำเป็นเสมอไป"
"คาถา เป็นเพียงแค่เทคนิคที่ช่วยเสริมการใช้เวทมนตร์ มันสามารถช่วยให้พ่อมดแม่มดดึงพลังเวทมนตร์ในตัวออกมาใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อให้การร่ายเวทมนตร์สมบูรณ์แบบ"
"แต่ถ้าหากเรามีความเชี่ยวชาญในเวทมนตร์บทใดบทหนึ่งมากพอ ต่อให้ไม่ร่ายมนตร์ หรือแม้แต่ทิ้งไม้กายสิทธิ์ไป เธอก็ยังสามารถใช้เวทมนตร์บทนั้นได้อยู่ดี"
ระหว่างที่พูด ศาสตราจารย์ฟลิตวิกก็ใช้ไม้กายสิทธิ์ในมือชี้ไปที่นักเรียนแต่ละคนทีละคนๆ หนังสือเรียนที่วางอยู่ตรงหน้าพวกเขาต่างก็ลอยขึ้นมาวูบหนึ่งแล้วตกลงไปตามจังหวะที่เขาชี้
ตลอดเวลาที่สาธิต ไม่มีใครได้ยินศาสตราจารย์ฟลิตวิกร่ายคาถาสักคำ แถมท่าทางการตวัดไม้กายสิทธิ์ของเขาก็ไม่เห็นจะตรงตามแบบแผนเลย หรือจะพูดให้ถูกก็คือ ไม่ได้มีการสะบัดไม้เลยด้วยซ้ำ
เด็กนักเรียนทุกคนต่างเบิกตากว้าง ทึ่งในฝีมือการร่ายเวทมนตร์ของศาสตราจารย์ฟลิตวิกไปตามๆ กัน
"เพราะฉะนั้น ปีนี้ฉันเลยตั้งเป้าหมายในการเรียนให้พวกเธอข้อหนึ่ง นั่นก็คือ ก่อนจบเทอม พวกเธอจะต้องร่ายคาถาลอยตัวแบบไร้เสียงให้ได้"
ศาสตราจารย์ฟลิตวิกพูดพร้อมกับแย้มยิ้ม
จะทำได้หรือไม่ได้ก็ช่างเถอะ ขอตั้งเป้าหมายไว้ก่อนก็แล้วกัน