- หน้าแรก
- สยบอาถรรพ์ใต้ฝ่าเท้า บรรลุเต๋าอมตะกลางกลียุค
- บทที่ 370 - บรรพบุรุษตระกูลหาน
บทที่ 370 - บรรพบุรุษตระกูลหาน
บทที่ 370 - บรรพบุรุษตระกูลหาน
บทที่ 370 - บรรพบุรุษตระกูลหาน
เฉินฉางมิ่งจ้องมองหินจินหยางอยู่ครู่หนึ่ง จู่ๆ ก็ยื่นมือออกไป ในฝ่ามือปรากฏกระบี่ยาวที่สาดแสงสีชิงวูบวาบเล่มหนึ่ง
กระบี่เล่มนี้ มาจากเซียนกระบี่ชิงเหลียนแห่งพันธมิตรเซียนต้าฉินนั่นเอง กระบี่เล่มนี้คืออาวุธวิเศษระดับจิตวิญญาณ มีความแข็งแกร่งและคมกริบอย่างยิ่ง
เพล้ง!
เฉินฉางมิ่งตวัดมือเบาๆ เห็นเพียงแสงสีชิงสายหนึ่งฟาดฟันลงมา หินจินหยางก้อนนั้นก็แตกกระจายไปตามเสียงทันที
เศษหินสีทองร่วงกราวลงมาเกลื่อนกลาดไปทั่วพื้น สายตาของเฉินฉางมิ่งจับจ้องไปยังหินเหล่านี้ เพื่อมองหาพาหนะที่ใช้บันทึกเคล็ดวิชาจินหยวนรวมเป็นหนึ่ง
"ไม่มีหรือ?"
หลังจากตรวจสอบดูรอบหนึ่ง เขาก็พบว่าภายในหินว่างเปล่า ไม่พบร่องรอยของเคล็ดวิชาจินหยวนรวมเป็นหนึ่งเลย
"ตระกูลหานหลอกข้าหรือ?" สายตาของเฉินฉางมิ่งแข็งกร้าว สีหน้าพลันเย็นชาขึ้นมา จิตสังหารไร้รูปแผ่ซ่านอยู่ในใจ
หากไม่มีเคล็ดวิชาจินหยวนรวมเป็นหนึ่งฉบับสมบูรณ์ เขาก็จะไม่มาเป็นผู้อาวุโสรับเชิญอะไรนี่ของตระกูลหานหรอก
มันไม่มีประโยชน์อะไรเลย
"หืม?" จู่ๆ เฉินฉางมิ่งก็เลิกคิ้วขึ้น สัมผัสได้ว่าในความว่างเปล่ารอบด้าน มิติเกิดความผันผวนของค่ายกล
"หรือว่า... วิชาฉบับสมบูรณ์ไม่ได้อยู่ในหินจินหยางก้อนนี้?" เฉินฉางมิ่งคิดในใจ
อย่างไรเสียผู้คนในโลกต่างก็รู้ว่าหินจินหยางของตระกูลหานมีวิชาซ่อนอยู่ ซึ่งมีความเป็นไปได้สูงที่จะดึงดูดความสนใจจากคนนอก
ดังนั้นการที่บรรพบุรุษตระกูลหานระมัดระวังตัวสักหน่อย ใช้อุบายตบตาฟ้าข้ามทะเล ก็ถือว่าสมเหตุสมผล
เมื่อสัมผัสได้ว่าความผันผวนของมิติรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เฉินฉางมิ่งจึงไม่ได้ผลีผลาม แต่กลับเฝ้ารออย่างเงียบๆ แทน
ภายในพื้นที่อันเงียบสงบ จู่ๆ ก็มีแสงสีทองเล็กๆ ปรากฏขึ้นทีละดวง แสงสีทองนี้สว่างไสวเจิดจ้า ก่อตัวเป็นร่างเงาชายชราสีทองขึ้นกลางอากาศ
เงาชายชราสีทองดวงตาขุ่นมัว ในสายตาแฝงความน่าเกรงขามอันไร้ที่สิ้นสุด
เขาจ้องเขม็งไปยังชายหนุ่มแปลกหน้าตรงหน้า แผดเสียงตวาดถาม "เจ้าไม่ใช่สายเลือดตระกูลหานของข้า แต่กลับมีความสามารถทำลายหินจินหยางได้ เจ้าเป็นใครกันแน่?!"
เฉินฉางมิ่งกวาดสายตามองเงาชายชราสีทองผู้นี้ตั้งแต่หัวจรดเท้า พบว่าอีกฝ่ายเป็นเพียงวิญญาณที่หลงเหลืออยู่สายหนึ่งเท่านั้น จึงประสานมือยิ้มบางๆ กล่าวว่า "ผู้อาวุโส ผู้น้อยคือเฉินซาน ผู้อาวุโสรับเชิญคนใหม่ของตระกูลหานขอรับ"
"ผู้อาวุโสรับเชิญของตระกูลหานข้า?" เงาชายชราสีทองขมวดคิ้ว มองดูหินจินหยางที่แตกกระจายก่อนแวบหนึ่ง จากนั้นสายตาก็ไปหยุดอยู่ที่กระบี่ยาวสีชิงในมือเฉินฉางมิ่ง
"นี่คืออาวุธวิเศษระดับจิตวิญญาณ!" เขาแผดเสียงคำรามต่ำ น้ำเสียงแฝงความโกรธแค้นอยู่บ้าง "เจ้าก็เป็นขั้นหยวนอิงหรือ?"
เมื่อเห็นบรรพบุรุษตระกูลหานท่านนี้มีเจตนาร้ายต่อตนเองอย่างลึกซึ้ง เฉินฉางมิ่งก็รู้สึกลำบากใจเช่นกัน
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เคล็ดวิชาจินหยวนรวมเป็นหนึ่งฉบับสมบูรณ์จะต้องอยู่ในความทรงจำของวิญญาณบรรพบุรุษตระกูลหานท่านนี้อย่างแน่นอน หากเขาไม่สามารถเกลี้ยกล่อมอีกฝ่ายได้ เกรงว่าคงยากที่จะได้มา
"ผู้อาวุโส ผู้น้อยเป็นเพียงขั้นจินตันเท่านั้น แต่อาศัยอาวุธวิเศษระดับจิตวิญญาณชิ้นนี้ จึงโชคดีทำลายผนึกของหินจินหยางได้..." เฉินฉางมิ่งยักไหล่ น้ำเสียงยังคงนอบน้อมยิ่ง
จู่ๆ เงาชายชราสีทองก็หรี่ตาลง โบกมือใหญ่เบาๆ กล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า "ในเขตทะเลรอบนอก ผู้ที่มีอาวุธวิเศษระดับจิตวิญญาณมีเพียงหยิบมือ กระบี่ในมือเจ้า ข้ามองดูแล้วคุ้นตานัก เอามาให้ชายชราผู้นี้พิจารณาดูหน่อย..."
เฉินฉางมิ่งสะบัดมือข้างเดียว ก็โยนกระบี่เล่มนั้นออกไป
"ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าหนู เจ้าช่างไว้ใจข้านักนะ?" เงาชายชราสีทองหัวเราะลั่น ในแววตาปรากฏแววเย้ยหยันวาบผ่าน
ชายหนุ่มต่างแซ่ผู้นี้ สามารถอาศัยอาวุธวิเศษระดับจิตวิญญาณชิ้นหนึ่งทำลายหินจินหยางได้ ระดับการฝึกตนอย่างน้อยต้องบรรลุถึงขั้นจินตันระดับสูง
แม้จะไม่ใช่คนของตระกูลหาน แต่วิญญาณสายนี้ของเขาก็คงอยู่ได้อีกไม่กี่ปีแล้ว บัดนี้จำเป็นต้องรีบยึดร่างโดยเร็วที่สุด
เฉินฉางมิ่งมีสีหน้าเรียบเฉย ดูเหมือนจะมองข้ามแววเย้ยหยันในสายตาของอีกฝ่ายไป
เขายิ้มบางๆ กล่าวว่า "ผู้อาวุโส ท่านเป็นถึงบรรพบุรุษของตระกูลหาน ส่วนข้าเป็นผู้อาวุโสรับเชิญของตระกูลหาน ข้าไม่ไว้ใจท่าน แล้วจะให้ไปไว้ใจใครเล่า?"
"ฮ่าฮ่าฮ่า..." เงาชายชราสีทองหัวเราะลั่น เสียงดังอื้ออึงไปทั่วอากาศ "คนหนุ่มเอ๋ย ประสบการณ์ของเจ้ายังอ่อนหัดนัก! บัดนี้เมื่อเจ้าไม่มีกระบี่เล่มนี้แล้ว สำหรับข้าก็ไม่มีภัยคุกคามใดๆ อีก เช่นนี้แล้วข้าก็สามารถยึดร่างเจ้าได้อย่างง่ายดาย..."
"เมื่อครู่นี้ข้าเพิ่งจะต้านทานการโจมตีจากผู้บำเพ็ญเพียรขั้นจินตันของตระกูลหลิวแทนตระกูลหานมานะ"
เมื่อเผชิญหน้ากับบรรพบุรุษตระกูลหานที่หยิ่งผยอง เฉินฉางมิ่งก็ค่อยๆ มีสีหน้าเย็นชาลง เขาหรี่ตาลง กล่าวช้าๆ ว่า "ผู้อาวุโส หากท่านยึดร่างข้า ไม่กลัวลูกหลานตระกูลหานของท่านจะด่าว่าท่านเนรคุณหรือ?"
"ข้ายึดร่างเจ้า ย่อมสามารถฟื้นฟูความรุ่งโรจน์ในอดีตของตระกูลหานข้าได้ ลูกหลานพวกนี้กล้าปริปากหรือ?" เงาชายชราสีทองแค่นหัวเราะ ในดวงตามีจิตสังหารที่ไม่อาจสะกดกลั้นไว้ได้ เขาเน้นย้ำทีละคำว่า "หากลูกหลานคนใดไม่เชื่อฟัง ข้าก็จะฆ่าทิ้งเสีย"
"ท่านช่างเป็นคนเหี้ยมโหดจริงๆ" เฉินฉางมิ่งชี้มือไปยังหินจินหยางที่แตกกระจายเกลื่อนพื้น ส่ายหน้ายิ้มพลางกล่าว "อุตส่าห์ทุ่มเทแรงกายแรงใจวางหมากกระดานนี้ไว้ น่าเสียดายที่ลูกหลานของท่านไม่เอาถ่าน ปล่อยให้ท่านต้องรอคอยมาเนิ่นนาน ท้ายที่สุดกลับได้คนนอกอย่างข้ามาแทน!"
"ฮ่าฮ่าฮ่า... คนนอกอย่างเจ้า บัดนี้ก็เข้าตาชายชราผู้นี้แล้ว!"
เงาชายชราสีทองหัวเราะลั่นสามครั้ง ไม่อาจสะกดกลั้นความพลุ่งพล่านในใจได้อีกต่อไป จู่ๆ ก็กลายเป็นแสงสีทองสายหนึ่ง พุ่งตรงไปยังหว่างคิ้วของเฉินฉางมิ่ง
เขาจะเริ่มยึดร่างแล้ว
แม้นจะเป็นเพียงวิญญาณสายหนึ่ง แต่ก็เคยเป็นถึงผู้บำเพ็ญเพียรขั้นหยวนอิง การจะยึดร่างผู้บำเพ็ญเพียรขั้นจินตันคนใดก็ถือเป็นเรื่องง่ายดายมาก
เฉินฉางมิ่งไม่สะทกสะท้าน ลึกเข้าไปในแววตาของเขาก็ปรากฏรอยยิ้มเย้ยหยันเช่นกัน
ความแข็งแกร่งของร่างกายเขา บรรลุถึงขั้นหยวนอิงนานแล้ว
พูดอย่างไม่เกินจริงเลยว่า ร่างกายของเขาแข็งแกร่งและทรงพลังยิ่งกว่าอาวุธวิเศษระดับจิตวิญญาณในมือของผู้บำเพ็ญเพียรขั้นหยวนอิงสายมรรคเสียอีก
ปัง!
พร้อมกับเสียงดังทึบๆ แสงที่พุ่งเข้ามาถูกดีดกระเด็นกลับไป พร้อมกับเสียงร้องโหยหวนดังตามมา
"อ๊าก! เป็นไปได้อย่างไร ข้าเข้าไปในร่างกายเจ้าไม่ได้!" เงาชายชราสีทองยกมือกุมหัว สีหน้าเจ็บปวดร้องตะโกน
เมื่อครู่นี้เขาออกแรงมากเกินไป ทำให้แรงสะท้อนกลับรุนแรงเกินไป จนวิญญาณสายนี้ของเขาได้รับความกระทบกระเทือนอย่างหนัก
"หึหึ ท่านไม่ใช่คู่ต่อสู้ของข้า พลังของท่านอ่อนแอเกินไป"
เฉินฉางมิ่งส่ายหน้าเบาๆ มองดูเงาบรรพบุรุษตระกูลหานตรงหน้า ในดวงตาก็เผยให้เห็นความเวทนา
หากยังชนอีกสักสองสามครั้ง วิญญาณของตาเฒ่าผู้นี้เกรงว่าคงจะสลายไปแล้ว
หากเป็นเช่นนั้น เฉินฉางมิ่งก็คงหมดสิทธิ์ได้เคล็ดวิชาจินหยวนรวมเป็นหนึ่งฉบับสมบูรณ์แล้ว
"ข้าไม่เชื่อหรอก!"
บรรพบุรุษตระกูลหานได้สติกลับมา จู่ๆ ก็ควบคุมกระบี่สีชิงเล่มนั้น พุ่งทะยานเข้าแทงหว่างคิ้วของเฉินฉางมิ่งโดยตรง
เฉินฉางมิ่งยื่นมือออกไปปานสายฟ้าแลบ ใช้เพียงสองนิ้วหนีบปลายกระบี่ไว้ในรวดเดียว มือออกแรงสั่นเบาๆ พลังสายหนึ่งก็แล่นไปตามตัวกระบี่
เงาชายชราสีทองจำต้องปล่อยมือ
จากนั้น กระบี่เล่มนี้ก็ตกอยู่ในมือของเฉินฉางมิ่ง
มือใหญ่อีกข้างของเขาคว้าคอของเงาชายชราสีทองไว้ปานสายฟ้าแลบ ควบคุมอีกฝ่ายเอาไว้
เหตุการณ์ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นในชั่วพริบตา การแย่งกระบี่และจับศัตรูเกิดขึ้นแทบจะในเวลาเดียวกัน
เฉินฉางมิ่งก็กลัวว่าตาเฒ่าผู้นี้จะลอบกระตุ้นค่ายกลส่งตัว ส่งเขาออกไปด้านนอก ดังนั้นจึงลงมือควบคุมอีกฝ่ายไว้กะทันหัน
"เจ้า... เจ้า... เจ้าถึงกับเป็นผู้บำเพ็ญเพียรวิถีหลอมกายขั้นหยวนอิง..."
เมื่อถูกเฉินฉางมิ่งบีบคอ สัมผัสได้ถึงพลังอันน่าสะพรึงกลัวที่พันธนาการพื้นที่รอบด้านเอาไว้ ในที่สุดเงาชายชราสีทองก็นึกคำตอบออก
ชายหนุ่มต่างแซ่ผู้นี้ ถึงกับเป็นผู้บำเพ็ญเพียรวิถีหลอมกายขั้นหยวนอิงอันน่าสะพรึงกลัว!
ส่วนเขาทีมีเพียงวิญญาณที่พลังอ่อนด้อย กลับถูกผู้บำเพ็ญเพียรวิถีหลอมกายขั้นหยวนอิงผู้นี้เข้าประชิดตัวได้!
(จบแล้ว)