เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 343 อวิ้น!

ตอนที่ 343 อวิ้น!

ตอนที่ 343 อวิ้น!


ตอนที่ 343 อวิ้น!

จากนั้น ฮั่ว ฉีอัน ก็ขับรถไปแวะร้านเก่าแก่ร้านหนึ่ง ที่นี่ขายเฉพาะเสี่ยวหลงเปาทำมือ ปั้นสดนึ่งสด เขาซื้อติดมือมาพร้อมกับน้ำเต้าหู้หนึ่งแก้ว

พอขึ้นรถ เขาก็ยื่นของทั้งหมดให้หญิงสาว เสี่ยวหลงเปาถูกบรรจุมาในกล่องอาหารทรงกลม

“กินตอนยังร้อนๆ เถอะ

ไม่ว่าจะเป็นเรื่องงานหรือเรื่องส่วนตัว คุณก็ต้องรู้จักรักสุขภาพตัวเองบ้างนะ”

ฮั่ว ฉีอัน พูดพลางดึงสายเข็มขัดนิรภัยมาคาด

“ขอบคุณค่ะ”

ไม่ใช่ว่า ซาง จื่ออวิ้น ไม่เคยมีคนมาตามจีบหรอกนะ ตรงกันข้าม คนจีบเธอเยอะแยะไปหมด แต่ที่ผ่านมาเธอไม่เคยมอบหัวใจให้ใครเลย ในหัวมีแต่เรื่องความก้าวหน้าในหน้าที่การงานเท่านั้น

แต่ตอนนี้ เธอเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาแล้ว กลัวว่าตัวเองจะเผลอใจให้กับ ฮั่ว ฉีอัน

เธอฝืนสะกดกลั้นความหวั่นไหวในอก หยิบเสี่ยวหลงเปาขึ้นมากัดคำหนึ่ง รสชาติอร่อยมาก แถมยังทำให้รู้สึกอุ่นวาบไปถึงหัวใจ

เมื่อรถแล่นมาจอดติดไฟแดง...

เธอก็อดไม่ได้ที่จะเอ่ยถาม “คุณฮั่วคะ คุณจะทานสักลูกไหมคะ”

เธอใช้ตะเกียบคีบเสี่ยวหลงเปาร้อนๆ ขึ้นมาลูกหนึ่ง

“เอาสิ”

ฮั่ว ฉีอัน โน้มตัวเข้าไปหา

ซาง จื่ออวิ้น ค่อยๆ ป้อนเสี่ยวหลงเปาเข้าปากชายหนุ่มอย่างระมัดระวัง

ฮั่ว ฉีอัน เคี้ยวเสี่ยวหลงเปาพลางจ้องหน้าเธอ รสชาติหอมกลิ่นต้นหอม ผสมผสานกับผงหมาล่าและหมูสับชุ่มฉ่ำ

ซาง จื่ออวิ้น หลบสายตา ก้มหน้าดูดน้ำเต้าหู้อึกเล็กๆ เพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหว

ฮั่ว ฉีอัน ยิ้มบางๆ รถคันหน้าเริ่มขยับ เขาจึงเหยียบคันเร่งตามไป

ตลอดทางจนถึงตึกสำนักงานลวี่ตี้ เขาได้กินเสี่ยวหลงเปาไปอีกสองลูก

พอจอดรถเข้าที่เรียบร้อย เขาก็รีบลงจากรถ เดินอ้อมมาที่ประตูฝั่งผู้โดยสาร

ประจวบเหมาะกับที่ ซาง จื่ออวิ้น กำลังเปิดประตูเตรียมจะลงจากรถพอดี

“ผมจัดการเอง”

ฮั่ว ฉีอัน โน้มตัวลงช้อนอุ้มเธอขึ้นมา แล้วฉวยรองเท้าส้นสูงของเธอติดมือมาด้วย

ซาง จื่ออวิ้น พยายามข่มใจอยู่หลายตลบ แต่สุดท้ายก็ยอมเอื้อมมือไปโอบรอบคอชายหนุ่มไว้

ตอนนี้ยังเช้าอยู่ คงไม่มีใครในบริษัทมาเห็นหรอกมั้ง เท้าเธอก็ยังเจ็บอยู่ด้วย เธอได้แต่พยายามปลอบใจตัวเอง

ฮั่ว ฉีอัน อุ้มเธอเดินตรงไปที่ลิฟต์ โดยไม่มีทีท่าว่าจะวางเธอลงเลย

ส่วน ซาง จื่ออวิ้น เองก็ไม่ได้ปริปากขอลงเดินเองเหมือนกัน

ติ๊ง!

ลิฟต์ขึ้นมาถึงชั้นที่ต้องการ

ฮั่ว ฉีอัน อุ้มเธอเดินมาจนถึงหน้าประตูออฟฟิศ

“คีย์การ์ดอยู่ในกระเป๋าฉันค่ะ”

ซาง จื่ออวิ้น กอดกระเป๋าถือไว้แนบอก

“อืม! คุณหยิบมาแตะเลย”

ฮั่ว ฉีอัน ย่อเข่าลงนิดหน่อยเพื่อให้เธอสแกนบัตรได้ถนัดขึ้น

ซาง จื่ออวิ้น หยิบคีย์การ์ดมาทาบที่เครื่องสแกน

ประตูออฟฟิศเปิดออก

ฮั่ว ฉีอัน อุ้มเธอเดินทะลุเข้าไปจนถึงห้องทำงานของฝ่ายกฎหมาย

ซาง จื่ออวิ้น มีห้องทำงานส่วนตัว พื้นที่กว้างขวางพอสมควร แถมยังมีโซฟากับโต๊ะน้ำชาจัดเตรียมไว้สำหรับคุยงานด้วย

ฮั่ว ฉีอัน แอบลังเลอยู่แวบหนึ่ง แต่พอนึกถึงภารกิจรัดตัวที่รออยู่ข้างหน้า รวมไปถึงท่าทีของ ซาง จื่ออวิ้น ในตอนนี้ เขาก็ตัดสินใจลงมือ

เขาอุ้มเธอไปที่โซฟา ทรุดตัวลงนั่งก่อน แล้วค่อยๆ ประคองให้เธอนั่งลงบนตักของเขา

“คุณฮั่วคะ พอ... พอได้แล้วล่ะค่ะ”

ซาง จื่ออวิ้น หน้าแดงก่ำไปหมด เธอไม่เคยใกล้ชิดกับผู้ชายคนไหนขนาดนี้มาก่อนเลย

“เดี๋ยวก่อน ขอผมดูเท้าคุณหน่อย”

ฮั่ว ฉีอัน ตีหน้าตาย ทำเหมือนไม่มีอะไรผิดปกติเกิดขึ้น

“อืม!”

ซาง จื่ออวิ้น รู้สึกเหมือนตัวเองเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ ทำไมเธอถึงไม่ปฏิเสธเขานะ

ฮั่ว ฉีอัน ใช้แขนข้างหนึ่งโอบเอวคอดของหญิงสาวไว้ ส่วนมืออีกข้างก็จับข้อเท้าเธอ พร้อมกับช่วยถอดรองเท้าส้นเตี้ยออกให้

ผ่านไปครู่หนึ่ง เขาก็อุ้มเธอไปวางลงบนเบาะโซฟาข้างๆ ตัว

“คุณฮั่วคะ ถ้าคุณมีธุระก็ไปจัดการเถอะค่ะ”

ซาง จื่ออวิ้น ก้มหน้างุด

“จื่ออวิ้น ผมขอโทษนะ”

ฮั่ว ฉีอัน เอ่ยตามตรง “ผมหวั่นไหวกับคุณเข้าแล้วล่ะ ขอโทษจริงๆ”

ซาง จื่ออวิ้น ยังคงก้มหน้า “เป็นเพราะฉันหน้าเหมือนจื่อซีหรือเปล่าคะ”

“ก็มีส่วนนะ แต่ไม่ใช่แค่เพราะคุณหน้าเหมือนเธอหรอก เป็นเพราะผมชอบผู้หญิงแบบพวกคุณต่างหาก

ผมตกหลุมรักจื่อซีตั้งแต่แรกเห็น แล้วก็คงจะรู้สึกแบบเดียวกันกับคุณด้วย

แต่บุคลิกและนิสัยของคุณกับจื่อซีแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง คุณก็คือคุณ คือซาง จื่ออวิ้น

ผมขอโทษนะ ผมจะพยายามห้ามใจตัวเอง”

เขาเอื้อมมือไปขยี้ผมเธอเบาๆ ก่อนจะชักมือกลับ

“อืม!”

ซาง จื่ออวิ้น ยังคงไม่ยอมเงยหน้าขึ้นมา

จู่ๆ มือหนาก็เอื้อมมากุมมือเธอไว้

ซาง จื่ออวิ้น พยายามจะชักมือกลับ แต่กลับพบว่าตัวเองไม่มีเรี่ยวแรงเลยแม้แต่น้อย

“จื่ออวิ้น ผมอยากจูบคุณ... (จูบ)น้องสาว (อวัยวะสงวน) น่ะ”

คำพูดของ ฮั่ว ฉีอัน ทำเอา ซาง จื่ออวิ้น ขนลุกซู่ไปทั้งตัว เธอฟังออกว่าเขาหมายถึงอะไร

เธอปฏิเสธไปโดยสัญชาตญาณ “มะ... ไม่ได้นะคะ”

“ทำไมจะไม่ได้ล่ะ ผมจูบ(น้องสาว)คุณไม่ได้เหรอ”

ฮั่ว ฉีอัน กระชับมือที่จับเธอไว้แน่นขึ้น

โอกาสทองกองอยู่ตรงหน้าแบบนี้ ถ้าไม่แกล้งหยอดสักหน่อย เขาก็คงไม่ใช่ ฮั่ว ฉีอัน แล้วล่ะ

“ฮั่ว ฉีอัน คุณนี่มันร้ายกาจจริงๆ นะ”

ซาง จื่ออวิ้น เงยหน้าขึ้นมา จ้องเขม็งไปที่ชายหนุ่ม พร้อมกับเรียกชื่อเต็มของเขาออกมา

“แล้วคุณอยากไหมล่ะ”

เขาออกแรงดึงนิดเดียว ร่างบางก็ปลิวเข้ามาอยู่ในอ้อมกอด “จื่ออวิ้น คุณเคยนึกอยากบ้างไหม”

“มะ... ไม่เคยคิดเลยสักนิด”

ซาง จื่ออวิ้น ไม่ได้ดิ้นหนี แต่ก็ไม่ได้ยกแขนขึ้นกอดตอบเขาเหมือนกัน

“ผมขอโทษจริงๆ นะ”

ฮั่ว ฉีอัน ลูบผมหญิงสาวอย่างเบามือ

“ฮั่ว ฉีอัน เราทำแบบนี้มันไม่ดีเลยนะคะ”

ตอนนี้หัวใจของ ซาง จื่ออวิ้น ปั่นป่วนไปหมดแล้ว

“ใช่ มันไม่ดีเลยจริงๆ”

ฮั่ว ฉีอัน กอดเธอไว้แน่น เอ่ยต่อ “ใกล้จะถึงวันเกิดจื่อซีแล้ว ชวนพ่อกับแม่มาฉลองด้วยกันดีไหม”

ซาง จื่ออวิ้น ยิ่งสมองตื้อเข้าไปใหญ่ สิ่งที่ ฮั่ว ฉีอัน พูดมันก็ดูปกติ พ่อแม่ของเธอ ฮั่ว ฉีอัน ก็มีสิทธิ์เรียกว่าพ่อกับแม่ได้เหมือนกัน แต่ทำไมพอฟังจากปากเขา มันกลับเหมือนเขากำลังพูดกับเธอในฐานะคนรักซะอย่างนั้น

“เอาไว้ค่อยว่ากันอีกทีเถอะค่ะ ยังเหลือเวลาอีกตั้งสิบกว่าวัน”

ซาง จื่ออวิ้น จำวันเกิดน้องสาวตัวเองได้แม่นอยู่แล้ว

“จื่ออวิ้น ต่อไปผมจะรักษาระยะห่างจากคุณให้มากกว่านี้ ผมขอโทษจริงๆ นะ”

ฮั่ว ฉีอัน รู้ดีว่าวันนี้เขาเดินหมากเสี่ยงเกินไป ต้องใช้ความเย็นเข้าลูบสักหน่อย

“อืม!”

ซาง จื่ออวิ้น ไม่ได้พูดอะไรต่อ เพราะ ฮั่ว ฉีอัน ก็ไม่ได้ล่วงเกินอะไรเธอไปมากกว่านี้ เขาแค่กอดเธอไว้เฉยๆ

แถมเป็นเพราะเธอเจ็บข้อเท้าด้วยแหละ ไม่อย่างนั้น ฮั่ว ฉีอัน ก็คงไม่กล้าพุ่งเข้ามากอดเธอแบบนี้หรอก

ผ่านไปอึดใจหนึ่ง เธอก็ทนไม่ไหวต้องเอ่ยปาก “ฮั่ว ฉีอัน คุณปล่อยฉันได้หรือยังคะ”

ไหนบอกว่าจะรักษาระยะห่างไง นี่กะจะกอดไม่ยอมปล่อยเลยหรือไงเนี่ย?

“โอเค งั้นผมไปก่อนนะ ถ้าข้อเท้ายังไม่ดีขึ้นก็อย่าลืมไปหาหมอล่ะ”

คราวนี้ ฮั่ว ฉีอัน ยอมปล่อยมือจริงๆ

“รู้แล้วน่า!”

ซาง จื่ออวิ้น ตอบกลับด้วยความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก

“บ๊ายบาย!”

ฮั่ว ฉีอัน พูดพลางลุกขึ้นยืน พยักหน้าให้เธอ แล้วหมุนตัวเดินตรงไปที่ประตู

“ฮั่ว ฉีอัน”

ซาง จื่ออวิ้น เพิ่งพูดจบก็แอบนึกเสียใจที่เรียกเขาไว้

“มีอะไรเหรอ”

ฮั่ว ฉีอัน หยุดชะงัก หันกลับมามอง

ซาง จื่ออวิ้น รีบหาข้ออ้างแก้เก้อทันที “อย่าให้จื่อซีรู้เรื่องนี้นะคะ”

เธอไม่กล้ายอมรับหรอกว่า วินาทีเมื่อกี้ ลึกๆ แล้วเธอแอบรู้สึกเสียดายที่เขาเดินจากไป

“อย่าให้จื่อซีรู้เรื่องอะไรล่ะ”

ฮั่ว ฉีอัน เดินกลับมาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าเธออีกครั้ง

“ก็เรื่อง... ที่พวกเราเป็นแบบนี้ไงคะ”

ซาง จื่ออวิ้น หลบสายตาเป็นพัลวัน

“แล้วพวกเราเป็นแบบไหนกันล่ะ”

เขาโน้มตัวลง ค่อยๆ ขยับเข้าไปใกล้

“มะ... ไม่ได้เป็นอะไรสักหน่อย พวกเราไม่ได้มีอะไรกันเลยนะ”

ซาง จื่ออวิ้น ยกมือขึ้นยันแผงอกชายหนุ่มไว้ ป้องกันไม่ให้เขาขยับเข้ามาใกล้กว่านี้

“ขอผมกอดอีกห้านาทีนะ แล้วต่อไปผมจะไม่เข้ามาใกล้คุณอีก”

ช่วงเวลาหลังจากนี้เขาคงต้องยุ่งมาก คงไม่มีโอกาสมาหยอดคำหวานใส่ ซาง จื่ออวิ้น อีกแน่

“งั้นแค่ห้านาทีนะคะ”

ในที่สุด ซาง จื่ออวิ้น ก็ยอมโอนอ่อน

ฮั่ว ฉีอัน รวบตัวเธอเข้ามากอดทันที พร้อมกระซิบข้างหู “ในเมื่อคุณไม่ยอมให้ผมจูบ(น้องสาว)คุณ งั้นขอผมจูบคุณแทนได้ไหม”

“ไม่เอาค่ะ”

ซาง จื่ออวิ้น พูดต่อ “แค่กอดก็พอแล้วค่ะ ขืนจูบมันจะล้ำเส้นเกินไปแล้วนะคะ”

“งั้นก็แค่กอดอย่างเดียว”

ฮั่ว ฉีอัน ไม่ได้ดึงดัน เขาแค่ตระกองกอดเธอไว้อย่างทะนุถนอม

เวลาเดินผ่านไปทีละนาที อาจจะห้านาที หรืออาจจะเจ็ดแปดนาที

ฮั่ว ฉีอัน ก้มลงประทับรอยจูบบนหน้าผากของหญิงสาวเบาๆ

“จื่ออวิ้น ครั้งนี้ผมต้องไปจริงๆ แล้วนะ”

“อืม”

ซาง จื่ออวิ้น หน้าผากร้อนผ่าว แอบคิดในใจว่าแค่จุ๊บหน้าผากคงไม่เป็นไรหรอกมั้ง

“บัตรใบนั้นผมให้คุณเอาไว้รูดใช้นะ ไม่ต้องมาทำเป็นเกรงใจผมหรอก”

พูดจบ ฮั่ว ฉีอัน ก็เดินออกจากห้องไป คราวนี้เขาเดินฉับๆ ไม่หันหลังกลับมามองอีก

ซาง จื่ออวิ้น มองตามแผ่นหลังที่ค่อยๆ ลับสายตาไป ยกมือขึ้นแตะหน้าผากตัวเองเบาๆ เธอรู้ตัวดีว่าการปล่อยให้ ฮั่ว ฉีอัน เข้าใกล้แบบนี้ มันคือความสัมพันธ์ที่อันตรายสุดๆ

จุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดเป็นเพราะเธอข้อเท้าพลิกแท้ๆ... ไม่สิ เป็นเพราะบังเอิญเจอกันเมื่อเช้านี้ต่างหาก

แต่พอคิดอีกที ต้นเหตุมันก็คงเริ่มตั้งแต่สเตตัสในวีแชทของจื่อซีวันนั้นต่างหากล่ะ

จบบทที่ ตอนที่ 343 อวิ้น!

คัดลอกลิงก์แล้ว