- หน้าแรก
- ระบบมหาเศรษฐี จากหนุ่มคลั่งรัก สู่ชีวิตฮาเร็ม
- ตอนที่ 319 การประชุมอย่างเป็นทางการ!
ตอนที่ 319 การประชุมอย่างเป็นทางการ!
ตอนที่ 319 การประชุมอย่างเป็นทางการ!
ตอนที่ 319 การประชุมอย่างเป็นทางการ!
“มากันครบแล้วสินะ”
ฮั่ว ฉีอัน เดินเข้ามาในห้องประชุม
บรรยากาศในห้องเปลี่ยนไปทันที
บรรดาสาวๆ ต่างแอบมอง จ้าว ชิงม่าน เศรษฐินีสาวคนนี้ด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ฮั่ว ฉีอัน พา จ้าว ชิงม่าน มานั่งลงข้างๆ
เมื่อกวาดตามองไปรอบห้องประชุม ฮั่ว ฉีอัน ก็อดคำนวณเงินรางวัลจากแต่ละคนไม่ได้ รวมถึงผลตอบแทนที่อาจได้ในอนาคตด้วย
ในใจของเขา มีการจัดลำดับความสำคัญของแต่ละคนไว้อย่างชัดเจนแล้ว
นับจากฝั่งซ้ายมือ ซาง จื่อซี (2,000 ล้าน) ซาง จื่ออวิ้น (2,000 ล้าน) กู้เยี่ยน (200 ล้าน) หวัง หลานอิง (200 ล้าน) หลิว เจินเจิน (20 ล้าน)
นับจากฝั่งขวามือ ถัง เยียนหราน (2,000 ล้าน) หนิง อี๋ซี (200 ล้าน) ลั่วซวง (2,000 ล้าน) เฉิง เสี่ยวถง (200 ล้าน) ส่วน หลี่ เยวี่ยฉิน... กรณีพิเศษ
คิดคร่าวๆ ก็เกือบ 9,000 ล้านหยวนแล้ว ถ้ารวม จ้าว ชิงม่าน เข้าไปด้วย ก็ทะลุ 9,000 ล้านหยวน
และยังมีอีกหลายคนที่ไม่ได้เข้าร่วมการประชุมครั้งนี้
ถ้าบวก ฉินเยี่ยน เข้าไปด้วย แค่เธอคนเดียวก็มอบรางวัลให้เขาถึง 20,000 ล้านหยวนแล้ว
“ผมขอแนะนำให้ทุกคนรู้จัก นี่คือจ้าว ชิงม่าน หรือพี่จ้าว”
“สวัสดีค่ะพี่จ้าว”
“พี่จ้าว”
“พี่จ้าว...”
บรรดาสาวๆ ต่างเอ่ยทักทายกันอย่างพร้อมเพรียง แม้แต่ หนิง อี๋ซี ก็ยังมีอายุน้อยกว่า จ้าว ชิงม่าน หนึ่งปี
“สวัสดีค่ะทุกคน”
จ้าว ชิงม่าน เองก็กำลังสังเกตการณ์คนในห้องประชุมเช่นกัน ถ้าเทียบเรื่องหน้าตา เธอก็ไม่ได้ด้อยกว่าใครแน่นอน ส่วนเรื่องออร่า ยิ่งไม่เป็นรองใคร
ยิ่งถ้าดูจากตำแหน่งที่นั่ง เธอก็ได้นั่งประกบติด ฮั่ว ฉีอัน เลยทีเดียว
ฮั่ว ฉีอัน พูดต่อ “ผมจะขอจัดสรรตำแหน่งหลังจากควบรวมบริษัทก่อนเลยนะ
ผมจะยังคงดำรงตำแหน่งประธานกลุ่มบริษัท
จ้าว ชิงม่าน ซาง จื่อซี และถัง เยียนหราน จะดำรงตำแหน่งรองประธานกลุ่มบริษัท
เวลาที่ผมไม่อยู่บริษัท จ้าว ชิงม่านจะรับหน้าที่รักษาการแทนผม
ซาง จื่อซี กับถัง เยียนหราน พวกคุณสองคนรับผิดชอบดูแลฝ่ายลงทุนที่หนึ่งและสองตามลำดับ”
“ตกลงค่ะ คุณฮั่ว”
ถัง เยียนหราน ไม่ได้เรียกชื่อเล่น และไม่ได้เรียกตำแหน่ง แต่เลือกเรียกเขาว่า ‘คุณ’ ซึ่งนอกจากจะเป็นการให้เกียรติแล้ว ยังให้ความรู้สึกเหมือนภรรยาที่กำลังเรียกสามีตัวเองอยู่กลายๆ
“ตกลงค่ะ”
ซาง จื่อซี ไม่มีข้อโต้แย้ง เพราะเธอได้รับการบรีฟเรื่องนี้มาก่อนแล้ว และรู้ดีว่า จ้าว ชิงม่าน เป็นคนเก่งกาจแค่ไหน
เธออยากจะพัฒนาตัวเองมาตลอด การได้เรียนรู้งานจาก จ้าว ชิงม่าน ในอนาคตจึงเป็นโอกาสที่ดีมาก
จ้าว ชิงม่าน ถือโอกาสนี้จดจำชื่อและตำแหน่งของแต่ละคนไว้ในหัว
ฮั่ว ฉีอัน กล่าวต่อ “หนิง อี๋ซี รับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายบุคคลของกลุ่มบริษัท”
“ขอบคุณค่ะคุณฮั่ว”
หนิง อี๋ซี เอ่ยขอบคุณ พร้อมกับพยักหน้าทักทาย จ้าว ชิงม่าน อย่างเป็นมิตร
จ้าว ชิงม่าน พยักหน้ารับ ดีเลย ในห้องประชุมนี้ไม่ได้มีแค่รุ่นราวคราวเดียวกับเธอ แต่ก็ยังมีคนที่หน้าตาไม่ได้โดดเด่นนักอยู่เหมือนกัน
ฮั่ว ฉีอัน พูดต่อ “หวัง หลานอิง หลิว เจินเจิน พวกเธอไปอยู่ฝ่ายลงทุนที่หนึ่งกับซาง จื่อซีนะ”
“ขอบคุณค่ะคุณฮั่ว”
หวัง หลานอิง กับหลิว เจินเจิน เอ่ยขอบคุณติดๆ กัน
“หลี่ เยวี่ยฉิน รับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายการเงินของกลุ่มบริษัท”
ฮั่ว ฉีอัน หันไปมองหญิงสาว
หลี่ เยวี่ยฉิน รีบขานรับ “ขอบคุณค่ะคุณฮั่ว”
บรรดาสาวๆ ต่างหันไปมอง หลายคนเพิ่งเคยเห็นหน้า หลี่ เยวี่ยฉิน เป็นครั้งแรก พวกเธอแอบสงสัยว่า ผู้หญิงที่หน้าตาธรรมดาๆ แบบนี้ ทำไมถึงได้รับตำแหน่งสำคัญขนาดนั้น
แต่ก็เดาได้ไม่ยากเลยว่า เธอต้องได้รับความไว้วางใจจาก ฮั่ว ฉีอัน แบบเต็มร้อยแน่นอน
ทุกคนก็ยอมรับได้ เพราะดูจากภายนอก หลี่ เยวี่ยฉิน ดูไม่มีพิษมีภัยอะไรเลย อย่างน้อยเธอก็ไม่ใช่คนของอีกฝั่ง
ฮั่ว ฉีอัน จัดแจงต่อ “ซาง จื่ออวิ้น รับตำแหน่งผู้จัดการฝ่ายกฎหมาย และควบตำแหน่งดูแลสำนักงานทนายความที่บริษัทกำลังจะลงทุน”
“ขอบคุณที่ไว้วางใจค่ะคุณฮั่ว”
ซาง จื่ออวิ้น ใจเต้นแรง ถึงก่อนหน้านี้จะมีการเกริ่นไว้บ้างแล้ว แต่นี่คือการประกาศแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ
ฮั่ว ฉีอัน พยักหน้ารับ ก่อนจะพูดต่อ “กู้เยี่ยน ลั่วซวง ต่อไปนี้พวกคุณสองคนมาเป็นผู้ช่วยผมนะ เยียนหราน ขอโทษด้วยนะที่ดึงลั่วซวงมาจากคุณ
จื่อซี ผมก็ต้องขอโทษคุณเหมือนกัน ที่ดึงกู้เยี่ยนมา”
ถัง เยียนหราน รีบตอบ “ไม่เป็นไรค่ะ ลั่วซวงก็เต็มใจจะทำงานกับคุณอยู่แล้ว”
ซาง จื่อซี ไม่ยอมน้อยหน้า “คุณฮั่วคะ กู้เยี่ยนก็เต็มใจจะไปเป็นผู้ช่วยคุณเหมือนกันค่ะ”
ฮั่ว ฉีอัน หัวเราะ “พวกคุณสองคนส่งสายลับมาประกบผมคนละคนเลยนะเนี่ย”
“ไม่ได้ส่งซะหน่อย”
ซาง จื่อซี ลอบประเมิน ลั่วซวง
ลั่วซวง ส่งยิ้มตอบกลับไป
มาถึงตอนนี้ ทุกคนในห้องประชุมต่างก็ได้ตำแหน่งกันครบแล้ว
ฮั่ว ฉีอัน พูดต่อ “เอาล่ะ การประชุมวันนี้ยังมีเรื่องต้องหารือกันอีกเยอะ
วาระสำคัญที่สุดก็คือการควบรวมบริษัท
ตอนนี้ผมมีบริษัทในเครืออยู่สามแห่ง แห่งแรกคือเซิ่งเทียน อินเวสต์เมนต์ ด้วยเงินลงทุนห้าร้อยล้านหยวน ซึ่งตอนนี้ถัง เยียนหรานเป็นคนบริหารจัดการ
และธุรกิจร้านอาหารของครอบครัวเยียนหรานก็ถูกควบรวมเข้ามาในเซิ่งเทียน อินเวสต์เมนต์ โดยถือหุ้นอยู่สิบเปอร์เซ็นต์
ส่วนอีกแห่งคือเทียนเซิ่ง อินเวสต์เมนต์ โดยมีซาง จื่อซี เป็นผู้ดูแล
ปัจจุบันบริษัทถือครองหุ้นมูลค่าหกสิบล้านหยวน มีทรัพย์สินอีกราวสิบล้าน และเงินสดอีกสี่ร้อยสามสิบล้านหยวน...
และบริษัทแห่งสุดท้าย มีเงินลงทุนแค่หกสิบล้าน นอกจากเอาไปลงทุนเปิดฟิตเนสแห่งหนึ่งแล้ว หลักๆ ก็เอาไว้ซัพพอร์ตเรื่องส่วนตัวของผมน่ะ...”
เขาทิ้งจังหวะนิดหนึ่ง ก่อนจะอธิบายต่อ “ส่วนบริษัท ชิงอวิ๋น อินเวสต์เมนต์ของจ้าว ชิงม่าน ก็จะถูกควบรวมเข้ามาด้วย โดยมีหุ้นมูลค่าสองร้อยเก้าสิบล้านหยวน แถมสิ้นปีนี้ยังมีเงินปันผลอีกหลายสิบล้านหยวนรออยู่ด้วย...
ชิงม่าน คุณช่วยอธิบายสถานะของบริษัทคุณให้ฟังหน่อยสิ”
“ตกลงค่ะ คุณฮั่ว”
จ้าว ชิงม่าน หันไปมองผู้ชายของเธอด้วยสายตาเปี่ยมรัก ก่อนจะเริ่มชี้แจง “หุ้นที่บริษัทของฉันถือครองอยู่ ครอบคลุมถึงสี่กลุ่มธุรกิจด้วยกัน ได้แก่...
ซึ่งปัจจุบันผลประกอบการดีเยี่ยมทั้งหมด ถือเป็นหุ้นคุณภาพเกรดเอ สามารถสร้างรายได้ให้บริษัทได้มากกว่าห้าสิบล้านหยวนค่ะ”
พอได้ยินแบบนี้ หลายคนในห้องประชุมถึงกับรู้สึกกดดันขึ้นมาเงียบๆ
โดยเฉพาะ ถัง เยียนหราน กับซาง จื่อซี พวกเธอเป็นแค่หน้าใหม่ในวงการลงทุน เอาไปเทียบชั้นกับ จ้าว ชิงม่าน ไม่ได้เลยสักนิด
ฮั่ว ฉีอัน พูดต่อ “งั้นเรามาสรุปตัวเลขกันนะ บริษัทของจ้าว ชิงม่านมีมูลค่าสี่ร้อยล้านหยวน นี่ยังไม่รวมผลกำไรที่อาจเพิ่มขึ้นในอนาคตนะครับ ผมแค่นำมูลค่าหุ้นหกสิบล้าน ทรัพย์สินสิบล้านของเทียนเซิ่ง อินเวสต์เมนต์ รวมถึงเงินปันผลปลายปีมาคิดรวมเท่านั้น
และบริษัททั้งหมดในเครือ ปัจจุบันยังอยู่ภายใต้การถือครองของผมทั้งหมด
เซิ่งเทียน อินเวสต์เมนต์: 500 ล้าน
เทียนเซิ่ง อินเวสต์เมนต์: 430 ล้าน
บริษัทส่วนตัว: 60 ล้าน
ธุรกิจร้านอาหารของครอบครัว ถัง เยียนหราน (ประเมินมูลค่า): 50 ล้าน
รวมๆ แล้วตกประมาณ 1,440 ล้านหยวน ถึงวิธีการประเมินนี้อาจจะไม่ได้มาตรฐานเป๊ะๆ แบบนักบัญชี แต่ก็ช่างเถอะ ยังไงเราก็ไม่ใช่บริษัทมหาชนอยู่แล้ว เราเป็นธุรกิจกงสีน่ะ”
ทุกคนต่างตั้งใจฟังอย่างใจจดใจจ่อ บางคนก็จดบันทึกไปด้วย
มือของ เฉิง เสี่ยวถง แอบสั่นนิดๆ เธอคิดไม่ผิดจริงๆ ที่เลือกเดิมพันฝั่งนี้ ไม่อย่างนั้น ชาตินี้เธอคงไม่มีวาสนาได้มาร่วมนั่งในห้องประชุมที่คุยกันด้วยตัวเลขหลักพันล้านแบบนี้หรอก
ฮั่ว ฉีอัน สรุปต่อ “ปัดเศษสี่สิบล้านทิ้งไปก่อนแล้วกัน เพราะช่วงแรกที่เปิดบริษัทเราก็ต้องมีค่าใช้จ่ายหมุนเวียน สรุปว่าเรามีฐานทุนอยู่ที่ 1,400 ล้านหยวน
และบริษัทแม่จะอัดฉีดเงินลงทุนเพิ่มอีก 18,600 ล้านหยวน รวมเป็น 20,000 ล้านหยวน เพื่อจัดตั้งฮั่วกรุ๊ปอย่างเป็นทางการ!”
“สองหมื่นล้าน เยอะขนาดนั้นเลยเหรอคะ”
ซาง จื่อซี ตกตะลึงสุดขีด ไหนตอนแรกบอกว่าจะสร้างกลุ่มบริษัทหมื่นล้านไง ทำไมจู่ๆ ตัวเลขถึงพุ่งพรวดเป็นสองเท่าได้ล่ะเนี่ย
ถัง เยียนหราน เห็นสีหน้าตกตะลึงของ ซาง จื่อซี ที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแล้วก็แอบสะใจ เธอเป็นคนเดียวที่เคยเห็นตัวเลขในบัญชีของ ฮั่ว ฉีอัน และเป็นคนเดียวที่รู้ยอดเงินปัจจุบันของเขานี่นา
สาวๆ ในห้องประชุมต่างก็เบิกตากว้างด้วยความช็อก เงินสองหมื่นล้านมันมหาศาลเกินไป แถมยังเป็นเงินสดพร้อมใช้ด้วย
นั่นก็หมายความว่า ต่อไปกลุ่มบริษัทของพวกเธอไม่ต้องก้มหัวประจบประแจงขอเงินลงทุนจากใครอีกแล้ว ในเมื่อพวกเธอคือ ‘นายทุน’ ตัวจริงเสียงจริง
แถมไม่จำเป็นต้องเอาบริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์เพื่อระดมทุนเลยด้วยซ้ำ ในเมื่อมีเงินสดล้นมือจนแทบจะหาเรื่องผลาญไม่ทันแบบนี้
“อืม!”
ฮั่ว ฉีอัน พยักหน้า “ตอนแรกผมก็วางแผนไว้แค่หมื่นล้านนั่นแหละ แต่พอคิดไปคิดมา กลุ่มบริษัทนี้ก็คือกงสีของพวกเรา เป็นของทุกคน เงินจะอยู่ที่ผมหรือจะอยู่ในบริษัท มันก็มีค่าเท่ากันนั่นแหละ
เอาตามที่ผมบอกเมื่อกี้นี้ ชิงม่าน ฝากคุณจัดการเรื่องเอกสารจดทะเบียนบริษัทแม่ด้วยนะ”
“ตกลงค่ะคุณฮั่ว ภายในอาทิตย์นี้จัดการเรียบร้อยแน่นอนค่ะ”
สำหรับ จ้าว ชิงม่าน เรื่องจดทะเบียนบริษัทถือเป็นงานกล้วยๆ แต่ด้วยเม็ดเงินลงทุนที่มหาศาลขนาดนี้ เธอเลยกำลังใช้คอนเนกชันที่มี เพื่อเจรจาขอสิทธิพิเศษทางภาษีและการลงทุนจากเขตพื้นที่อยู่
ถ้าไม่รีบเจรจาผลประโยชน์ตั้งแต่ตอนนี้ เดี๋ยวต่อไปจะต่อรองยาก
ถ้าเขตตะวันออกเจรจาไม่ได้ ก็ยังมีเขตใต้ เขตเหนือ หรือเขตตะวันตกให้เลือกอีก ทางเลือกยังเปิดกว้างอยู่มาก