- หน้าแรก
- ระบบมหาเศรษฐี จากหนุ่มคลั่งรัก สู่ชีวิตฮาเร็ม
- ตอนที่ 313 ชักจะทะแม่งๆ!
ตอนที่ 313 ชักจะทะแม่งๆ!
ตอนที่ 313 ชักจะทะแม่งๆ!
ตอนที่ 313 ชักจะทะแม่งๆ!
มื้ออาหารผ่านพ้นไปโดยไม่มีเหตุการณ์ระทึกขวัญอะไร ภายนอกดูชื่นมื่นดี
กินเสร็จ ทุกคนก็ย้ายวงไปที่โรงน้ำชาข้างๆ สั่งชาและเครื่องดื่มมาจิบ พนักงานเสิร์ฟก็นำมาส่งแล้วปลีกตัวออกไป ปล่อยพื้นที่ให้เป็นส่วนตัว
ซาง จื่อซี ไม่ได้หลุดพูดอะไรเกินเบอร์ออกมาอีก
ส่วน หนิง อี๋ซี ก็หาจังหวะเข้าไปใกล้ชิด ฉินเยี่ยน และตีสนิทได้อย่างรวดเร็ว โดยมี ซาง จื่อซี คอยสังเกตการณ์อยู่ข้างๆ
ฮั่ว ฉีอัน ลุกขึ้นเดินออกไปข้างนอกเงียบๆ
ซาง จื่ออวิ้น เห็นดังนั้นก็ลุกตามออกไปเงียบๆ เหมือนกัน
มีคนสังเกตเห็นอยู่หรอก แต่ก็เลือกทำเป็นไม่เห็น
“น้องเขยคะ”
ซาง จื่ออวิ้น กดเสียงต่ำ
“อืม!”
ฮั่ว ฉีอัน เองก็ลดเสียงลง “คืนนี้คุณคุยเปิดอกกับจื่อซีได้เลยนะ อะแฮ่ม... หมายถึงช่วยผมสารภาพความจริง พรุ่งนี้เช้าผมจะไปหา”
“เร็วขนาดนี้เลยเหรอคะ”
ตอนแรก ซาง จื่ออวิ้น นึกว่าจะต้องรอจังหวะอีกสักหน่อยซะอีก
“คุยคืนนี้แหละเหมาะที่สุด
พอจื่อซียอมรับเรื่องนี้ได้เมื่อไหร่ เราก็จะเริ่มเดินหน้าควบรวมบริษัทได้ทันที อ้อ สำนักงานทนายความก็ต้องรีบเปิดให้เร็วที่สุดด้วยนะ
เพราะอาทิตย์หน้าผมต้องพาฉินเยี่ยนไปรักษาตัวที่โรงพยาบาล คงไม่ค่อยมีเวลาจัดการเรื่องพวกนี้นัก
จื่ออวิ้น ต่อไปนี้พวกเราจะได้เป็นพาร์ตเนอร์ทางธุรกิจที่สนิทกันที่สุดแล้วใช่ไหม”
เขาไม่ได้กะจะเลี้ยงปลาหรือบริหารเสน่ห์ใส่เธอหรอกนะ ทั้งในแง่เรื่องงานและเรื่องส่วนตัว แผนกสำคัญอย่างฝ่ายกฎหมาย ขืนปล่อยให้คนนอกมาดูแล เขาคงนอนไม่หลับแน่ๆ
วิธีที่ปลอดภัยที่สุดก็คือการดึง ซาง จื่ออวิ้น เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวฮาเร็มด้วย
เพียงแต่เรื่องนี้มันต้องมีศิลปะในการเข้าหา ค่อยๆ ปลูกฝังความสนิทสนมไปเรื่อยๆ แบบค่อยเป็นค่อยไป
จะปล่อยให้ ซาง จื่ออวิ้น กลายมาเป็นปัญหาใหม่ไม่ได้เด็ดขาด
พอลองคิดดู ฝ่ายบุคคลมี หนิง อี๋ซี ฝ่ายกฎหมายมี ซาง จื่ออวิ้น ฝ่ายบริหารมี ซาง จื่อซี กับถัง เยียนหราน ส่วนผู้ช่วยก็มี กู้เยี่ยน กับลั่วซวง ฝ่ายบัญชีก็ หลี่ เยวี่ยฉิน... มีแต่คนกันเองทั้งนั้น
แบบนี้ต่อให้บริษัทกำไรไม่ดีนัก ก็ไม่มีทางพังแน่นอน
พอนึกย้อนกลับไป ตอนที่เขาเริ่มตั้งบริษัท ก็เพื่อเอาไว้จีบดาวโรงงานอย่าง ถัง ซืออวี่ เป็นของแถมแท้ๆ
แต่หลังจากนั้น ก็มีเลขาฯ สวีคอยเป็นแรงกระตุ้น ไหนจะต้องคอยรับมือ ซาง จื่อซี ถัง เยียนหราน และคนอื่นๆ อีก
จนลากยาวมาถึงตอนนี้ จู่ๆ เขาก็กลายเป็นนักธุรกิจเต็มตัวไปซะแล้ว
“อืม!”
ซาง จื่ออวิ้น พยักหน้า “ขอบคุณน้องเขยที่เห็นคุณค่าในตัวฉันนะคะ”
“จื่ออวิ้น ไม่ใช่ผมเห็นคุณค่าหรอก เป็นเพราะตัวคุณเองต่างหากที่เก่งกาจขนาดนี้”
หลังจากนั้นทั้งสองคนก็คุยกันอีกสองสามประโยคก่อนจะแยกย้าย
ซาง จื่ออวิ้น มองตามแผ่นหลังชายหนุ่มพลางบีบนิ้วตัวเองเบาๆ ผ่านการพูดคุยกันมาหลายครั้ง โดยเฉพาะตอนที่เดินเล่นรอบทะเลสาบกันสองต่อสอง แถมยังมีตอนมาคุยความลับกันใต้แสงไฟแบบนี้อีก
เธอพบว่า ฮั่ว ฉีอัน เป็นคนให้เกียรติและรักษาระยะห่างมาก ดูทรงแล้วน่าจะโดน ถัง เยียนหราน วางกับดักเข้าจริงๆ นั่นแหละ
เพราะเธอนึกภาพ ฮั่ว ฉีอัน เป็นฝ่ายริเริ่มแอบมีกิ๊กไม่ออกเลยจริงๆ
…………………………
“สามี”
กู้เยี่ยน ดึง ฮั่ว ฉีอัน เข้าไปตรงมุมตึกแล้วประกบจูบทันที
“วันนี้คงต้องทำเวลากันหน่อยนะ”
เสียงของ ฮั่ว ฉีอัน แหบพร่า
สิบห้านาทีต่อมา เขากดสบู่เหลวล้างมือหลายๆ ปั๊ม ล้างมือเสร็จก็วักน้ำล้างหน้าล้างตา เช็ดคราบน้ำตามใบหน้าและลำคอจนสะอาดเอี่ยม
ข้อดีของเขาคือ บนหน้าไม่มีเครื่องสำอางอะไรให้ต้องห่วง
อย่างมากช่วงหน้าหนาวก็ทาแค่แฮนด์ครีม ช่วยไม่ได้นี่นา ติดนิสัยมาจากตอนขี่มอเตอร์ไซค์ไฟฟ้า ขืนไม่ทาครีม หลังมือได้แตกยับแน่
เขาจัดแจงเสื้อผ้าให้เรียบร้อย แล้วเดินดุ่มๆ กลับไปที่โรงน้ำชา เห็นสาวๆ กำลังนั่งคุยกันอย่างออกรส
เขาแกล้งถามลอยๆ “อ้าว แล้วกู้เยี่ยนไปไหนล่ะเนี่ย”
หนิง อี๋ซี รับมุก “เมื่อกี้เธอแชตมาบอกฉันน่ะค่ะว่าง่วง เลยขอไปนอนรอที่รถก่อน”
“อืม!”
ฮั่ว ฉีอัน ไม่ถามต่อ เขานิ่งสงบผิดปกติ แต่ข้างในใจกลับร้อนรุ่ม
เมียแต่งสู้เมียน้อยไม่ได้ เมียน้อยก็ยังสู้แอบแซ่บไม่ได้…(1)
“ว้าว ฉีอันตอนเด็กๆ หน้าละอ่อนจังเลย”
ซาง จื่อซี มองรูป ฮั่ว ฉีอัน สมัยเรียนในมือถือของ ฉินเยี่ยน พลางนึกถึงฝันร้ายเมื่อคืน เธอก็เหมือนได้คุยกับ ฮั่ว ฉีอัน ในความฝันจริงๆ นั่นแหละ
เด็กหนุ่มในรูปคนนั้น สัญญาว่าโตขึ้นจะมาหาเธอด้วยนะ
“โห ฉายแววหล่อตั้งแต่เด็กเลยนะเนี่ย
ฉินเยี่ยน ส่งรูปมาให้ฉันบ้างสิ”
หนิง อี๋ซี หัวไวมาก รีบหาข้ออ้าง “เผื่อเอาไว้ใช้โปรโมตเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรน่ะค่ะ”
“ฉินเยี่ยน ส่งให้ฉันด้วยนะคะ”
หลิว เจินเจิน ตาเป็นประกาย
“ฉันก็ขอด้วยคน”
หวัง หลานอิง ย่อมไม่ยอมพลาด
ขนาด ซาง จื่ออวิ้น ยังผสมโรง “ส่งให้ฉันด้วยสิคะ ฉันจะได้เอาไว้ช่วยดูแลเรื่องสิทธิภาพลักษณ์ของบอสยังไงล่ะ”
ซาง จื่อซี ถึงกับเงียบกริบ เธอเริ่มสัมผัสได้แล้วว่าเรื่องนี้มันชักจะทะแม่งๆ
ฉินเยี่ยน ยิ้มหวาน “พวกเราตั้งกลุ่มแชตกันดีกว่าค่ะ เดี๋ยวฉันส่งลงกลุ่มให้เลย ฉันยังมีรูปอีกเยอะเลยนะ”
“เอาสิคะๆ!”
แล้วกลุ่มแชตใหม่ก็ถือกำเนิดขึ้น
คุยกันไปอีกพักใหญ่ถึงได้เวลาแยกย้าย
พอทุกคนเดินมาถึงลานจอดรถ ก็เห็น กู้เยี่ยน นอนคุดคู้เบียดตัวอยู่บนเบาะรถ หน้ายังแดงระเรื่ออยู่เลย
“กู้เยี่ยน เธอเป็นอะไรหรือเปล่าเนี่ย”
ซาง จื่อซี ยื่นมือจะไปแตะหน้าผาก กู้เยี่ยน
กู้เยี่ยน รีบยกมือขึ้นบัง “ไม่เป็นไรหรอกค่ะ แค่ครั่นเนื้อครั่นตัวเหมือนจะเป็นหวัดนิดหน่อย”
“อ้าวเหรอ งั้นกลับไปพักผ่อนเยอะๆ นะ ขับรถไหวใช่ไหม”
ซาง จื่อซี แอบเป็นห่วง
“ไหวค่ะ ฉันไม่เป็นอะไรจริงๆ”
กู้เยี่ยน เหยียดขาออกเพื่อคลายความเมื่อยล้า เอาจริงนะ เมื่อกี้ตอนกินข้าวเธอกินเร็วและด่วนไปหน่อย ท้องเลยแน่นๆ จุกๆ แต่พอนอนพักสักงีบ ตอนนี้ก็ค่อยยังชั่วแล้วล่ะ
“ขับรถกลับดีๆ นะ เดี๋ยวเราขับออกไปพร้อมกันเลย”
ซาง จื่อซี เห็นว่าเพื่อนคงไม่เป็นอะไรจริงๆ เลยไม่ได้ซักไซ้ต่อ
“จื่อซี คืนนี้พี่ไปค้างด้วยนะ เราสองพี่น้องไม่ได้เปิดใจคุยกันมาตั้งนานแล้ว”
ซาง จื่ออวิ้น เดินเข้ามาหาน้องสาว เธอเตรียมสคริปต์ในหัวไว้เรียบร้อยแล้ว เรื่องคืนนี้ไม่หมูแน่
แต่ยังไงก็ต้องจัดการน้องสาวให้เด็ดขาด
ถึงพรุ่งนี้จะต้องลางานก็ยอมล่ะ เพื่อการควบรวมบริษัทแล้ว ทุกอย่างล้วนคุ้มค่า
“ได้สิคะ”
ซาง จื่อซี รู้ตัวดีว่าคืนนี้แฟนหนุ่มคงไม่มาค้างด้วยแน่ๆ เธอเข้าใจได้ สถานการณ์ของ ฉินเยี่ยน ตอนนี้ต้องการคนคอยดูแลอย่างใกล้ชิด
ฮั่ว ฉีอัน อุ้ม ฉินเยี่ยน ไปวางบนเบาะหลังรถ Cullinan อย่างทะนุถนอม
หันกลับมาบอกลาทุกคน แล้วต่างคนก็ต่างแยกย้ายกันขับรถกลับ
สถานที่จัดเลี้ยงอยู่ไม่ไกลจากที่พักมากนัก
พอกลับถึงบ้าน เขาก็แยกตัวไปอาบน้ำก่อน
ส่วน ฉินเยี่ยน ก็ให้น้องสาวพาไปอาบน้ำ เมื่อก่อนตอนอยู่บ้านเก่าอาจจะไม่ค่อยสะดวก แต่พอย้ายมาอยู่ที่นี่ มีอ่างอาบน้ำ มีฮีตเตอร์ในห้อง ถึงจะเป็นหน้าหนาวก็ควรจะได้แช่น้ำอุ่นๆ ให้สบายตัว
ที่ลานจอดรถอวี้จิ่งหยวน
หนิง อี๋ซี ขับมาถึงก่อน พอเห็น กู้เยี่ยน ลงจากรถ เธอก็ยิ้มแล้วทักขึ้น “กินอิ่มแล้วล่ะสิ”
“อิ่มแปล้เลยค่ะ จุกด้วย…”
กู้เยี่ยน ทำหน้าสดชื่นอิ่มเอมใจ นี่แหละที่อาจารย์หนิงสอนไว้ มีโอกาสต้องรีบตักตวง แบบนี้รับรองว่าไม่มีทางอดอยาก
“ต่อไปก็สบายแล้วล่ะ คืนนี้ซาง จื่ออวิ้นน่าจะจัดการเรียบร้อยแหละ”
หนิง อี๋ซี กำโทรศัพท์แน่น เธอแอดวีแชทของ ฉินเยี่ยน ไปแล้วเรียบร้อย
[ค่าความชอบของ ฉิน หวั่นชิง +++ (93)]
[ตรวจพบเพศตรงข้ามรูปร่าง 87 แต้ม มีค่าความชอบต่อโฮสต์ถึง 93 แต้ม มอบรางวัล 100 ล้านหยวน]
“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย”
[ล็อกสถานะ!]
ฮั่ว ฉีอัน ยืนอยู่ใต้ฝักบัว รีบกดล็อกสถานะไว้ก่อน แล้วค่อยดึงอารมณ์กลับมาใหม่
ไม่คิดเลยว่าจู่ๆ ค่าความชอบของ ฉิน หวั่นชิง จะทะลุกำแพง 80 พุ่งพรวดเดียวไปถึง 93 แต้มเลย
เขาเดาว่าป่านนี้ ฉินเยี่ยน น่าจะคุยอะไรบางอย่างกับ ฉิน หวั่นชิง แล้วแน่ๆ
แต่ช่างเถอะ
ไม่มีใครรังเกียจที่ได้เงินเพิ่มหรอก
แถมตอนนี้ ความสัมพันธ์ของพวกเขาก็เปิดเผยจนไม่มีอะไรต้องปิดบังแล้วด้วย
“พี่คะ งั้นตกลงตามนี้นะคะ”
ฉิน หวั่นชิง นึกถึง ฮั่ว ฉีอัน อีกไม่นานเธอก็จะได้เป็นผู้หญิงของพี่ฮั่วเต็มตัวแล้ว เธอจะได้รักเขาอย่างเปิดเผยเสียที
“อืม!”
ฉินเยี่ยน หน้าแดงก่ำ ในที่สุดเธอก็ยอมปลงและทำใจยอมรับได้แล้ว
……………………………
(1)[เมียหลวงสู้เมียน้อยไม่ได้ เมียน้อยก็ยังสู้แอบแซ่บไม่ได้... – มาจากสำนวนจีน (妻不如妾,妾不如偷,偷不如偷不着)
妻不如妾 = เมียหลวงสู้เมียน้อยไม่ได้
妾不如偷 = เมียน้อยสู้แอบกินไม่ได้
偷不如偷不着 = แอบกินก็ยังสู้ ‘อยากได้แต่ยังไม่ได้’ ไม่ได้
เป็นสำนวนแนวตลกร้ายที่ล้อเลียน ‘ความตื่นเต้นจากของต้องห้าม’ โดยยิ่งเป็นสิ่งที่ยังไม่ได้ครอบครองหรือยังเอื้อมไม่ถึง คนก็ยิ่งรู้สึกเร้าใจและอยากได้มากกว่าเดิม]