เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 272 สี่ดรุณี!

ตอนที่ 272 สี่ดรุณี!

ตอนที่ 272 สี่ดรุณี!


ตอนที่ 272 สี่ดรุณี!

“คุณฮั่วคะ คุณจะนอนพักสักหน่อยไหมคะ กว่าจะถึงยังอีกตั้งนานแน่ะ”

พาน หยวนหยวน นั่งอยู่เบาะหลังเหมือนกัน นึกเสียดายอยู่ในใจว่านี่ไม่ใช่หน้าร้อน ไม่งั้นต่อให้เป็นช่วงฤดูใบไม้ผลิก็เถอะ เธอคงได้มีโอกาสโชว์เรียวขาสวยๆ ไปแล้ว

“ไม่เป็นไรครับ ปกติผมนอนดึกอยู่แล้ว”

ตอนเจอกันครั้งแรก ฮั่ว ฉีอัน ก็สแกนข้อมูลของพี่สาวคนสวยคนนี้ไปแล้วรอบนึง ตอนนี้เขาเลยเหลือบมองซ้ำอีกรอบ

[ชื่อ: พาน หยวนหยวน]

[อายุ: 28]

[หน้าตา: 67]

[รูปร่าง: 77]

[ทรัพย์สิน: 53,000]

[ประสบการณ์: 1 (สุขภาพแข็งแรง)]

[ค่าความชอบ: 50]

ไม่ได้กะจะจีบหรอก แค่เช็กประวัติให้ชัวร์ก็เท่านั้น

“ค่ะ!”

ไม่ใช่ว่า พาน หยวนหยวน หาเรื่องชวนคุยไม่ได้นะ แต่ไม่รู้จะหยิบเรื่องอะไรขึ้นมาพูดต่างหาก คนระดับนี้เขาจะมานั่งคุยกับเธอทำไมล่ะ

……………………………

“พี่คะ ฉันคุยกับฉีอันเรียบร้อยแล้วนะ พรุ่งนี้เย็นเราไปกินข้าวด้วยกัน เดี๋ยวเขาจะให้คนไปจัดการเรื่องคอนโดให้ด้วย”

ซาง จื่อซี พูดด้วยน้ำเสียงภูมิใจ ฮั่ว ฉีอัน ตามใจเธอถึงขนาดนี้เลยล่ะ

“ซีซี ขอบใจเธอมากนะ ฝากขอบคุณฉีอันด้วย พรุ่งนี้ขึ้นรถแล้วพี่จะส่งข้อความไปหานะ”

ซาง จื่ออวิ้น ตื่นเต้นมาก เปลี่ยนเมืองก็เหมือนเปลี่ยนอารมณ์ ไว้คราวหน้าถ้าได้กลับมาซานเฉิงอีก เธอจะต้องเป็นคนใหม่ที่ไฉไลกว่าเดิมแน่นอน

“พี่จะมาก็มาเถอะค่ะ แต่ฉันขอข้อเดียวเท่านั้นนะ”

ซาง จื่อซี คิดว่ายังไงก็ต้องฉีดยาป้องกันไว้ก่อน

“ขออะไรเหรอ”

ซาง จื่ออวิ้น ใจหล่นวูบ ไม่ใช่ว่าเกิดเปลี่ยนใจจะให้เธอขอโทษหรืออะไรทำนองนั้นหรอกนะ

ซาง จื่อซี พูดอย่างตรงไปตรงมา “ฉีอันเขาเป็นแฟนฉันนะ พี่อย่าได้คิดอะไรเกินเลยเด็ดขาดเลยนะ”

“ซีซี เธอคิดมากไปแล้ว ฉีอันเป็นน้องเขยฉันนะ ฉันจะไปคิดอะไรเกินเลยได้ยังไงล่ะ

ก่อนอายุสามสิบฉันไม่สนใจเรื่องความรักหรอก จะโฟกัสแต่เรื่องงานเท่านั้นแหละ”

ซาง จื่ออวิ้น รู้สึกว่าน้องสาวระแวงเกินเหตุ เธอหน้าตาเหมือนคนที่จะไปแย่งน้องเขยตัวเองตรงไหนเนี่ย

“พี่คะ จำคำพูดของพี่ไว้ให้ดีแล้วกัน พรุ่งนี้เจอกันนะ”

ซาง จื่อซี ยังคงเชื่อในนิสัยของพี่สาว

“ตกลงจ้ะซีซี”

ซาง จื่ออวิ้น วางสาย แล้วรีบโทรไปรายงานสถานการณ์ให้แม่ซางฟังทันที

พ่อซางที่นั่งฟังอยู่ด้วยก็พูดขึ้นอย่างดีใจ “อวิ้นอวิ้น ย้ายไปหรงเฉิงแล้วก็ตั้งใจช่วยงานน้องเขยล่ะ แล้วก็ทำตัวดีๆ กับซีซีด้วย ไว้ถ้าพอมีเวลาว่างเมื่อไหร่ ก็พาน้องเขยแวะกลับมาเยี่ยมบ้านเราบ้างนะ”

“ได้ค่ะพ่อ”

จู่ๆ ซาง จื่ออวิ้น ก็รู้สึกจุกในอก เมื่อก่อนพ่อเอาแต่พร่ำบอกให้ซีซีทำตัวดีๆ กับเธอแท้ๆ

ความรักของพ่อไม่ได้หายไปไหน แค่คนที่ได้รับมันเปลี่ยนไปแล้วเท่านั้นเอง

จู่ๆ เธอก็เข้าใจความรู้สึกของน้องสาวในอดีตขึ้นมาจับใจ แต่เธอจะไม่ยอมทนตกอยู่ในสภาพเดียวกับน้องสาวหรอก เธอจะต้องพิสูจน์ตัวเองเรื่องงานให้ได้ ไม่ใช่แค่เรื่องฝ่ายกฎหมายเท่านั้น แต่เธอจะหาโอกาสเรียนรู้เรื่องการบริหารด้วย

“ดีมาก ถึงหรงเฉิงเมื่อไหร่ก็ส่งข้อความมาบอกที่บ้านด้วยนะ”

พ่อซางอารมณ์ดีสุดๆ ยกจอกเหล้าขึ้นซดรวดเดียวจนหมด

แม่ซางไม่สนใจจะเก็บกวาดถ้วยชามเลยสักนิด ตอนนี้เธอสวมสร้อยคอทองคำเรียบร้อยแล้ว แล้วก็เดินไปถูสบู่ที่ข้อมือเพื่อยัดกำไลทองเข้าไปอีกวง ก่อนจะพูดขึ้นว่า “ฉันจะออกไปเดินยืดเส้นยืดสายข้างนอกหน่อยนะ”

“อวิ๋นฮวา เดี๋ยวฉันไปเป็นเพื่อน”

พ่อซางเองก็อยากออกไปเดินสายขี้โม้เหมือนกัน

พอลงมาถึงบริเวณส่วนกลางของหมู่บ้าน สองผัวเมียก็แยกย้ายกันไปตามซุ้มเพื่อนฝูงของตัวเอง

“อ๋อ เธอถามถึงสร้อยคอกับกำไลนี่เหรอ ไม่ใช่ตาแก่บ้านฉันซื้อให้หรอก ลูกเขยฉันเป็นคนซื้อให้น่ะ...”

“เธอพูดถึงยัยอวิ้นอวิ้นบ้านฉันใช่ไหม อ๋อ ไม่ได้ทำที่ซานเฉิงแล้วล่ะ งานเก่ามันไม่ค่อยดี ตอนนี้ย้ายไปทำบริษัทลูกเขยฉันที่หรงเฉิงแล้ว เงินเดือนตั้งหลายแสนหยวนเชียวนะ...

ใช่ สามีของยัยซีซีบ้านฉันนั่นแหละ เขายังหนุ่มยังแน่นอยู่เลย เป็นเจ้าของบริษัทใหญ่ตั้งหลายแห่งแหนะ...

โอ๊ย เรื่องจัดงานแต่งมันก็เรื่องของเวลาแหละ สองผัวเมียเขารักกันปานจะกลืนกินขนาดนั้น”

………………………………

“เถียนเถียน รถคันนี้สวยมากเลยนะ ทำไมลูกไม่ชวนสามีมาด้วยล่ะ”

แม่เถียนเดินวนดูรอบรถ Porsche Panamera ไปหลายรอบ แถมยังถ่ายรูปเก็บไว้เพียบ

“แม่คะ เลิกเดินวนได้แล้วค่ะ คนเขามองกันใหญ่แล้วเนี่ย”

เถียนเถียน แอบอาย เพราะรถดันจอดอยู่หน้าหมู่บ้าน คนเลยหันมามองกันตรึม

“จะมองก็มองไปสิ เราไม่ได้ขโมยใครมาสักหน่อย นี่ลูกเขยฉันเป็นคนซื้อให้นะ สวยจริงๆ เลย”

แม่เถียนเห็นความใจป้ำของลูกเขยก็ยิ่งมั่นใจว่าเขาดีกับลูกสาวเธอจริงๆ รถราคาเป็นล้าน สั่งให้คนมาส่งให้ถึงหน้าบ้าน แถมยังใส่ชื่อลูกสาวเธอเป็นเจ้าของอีก

“แม่คะ พอได้แล้วค่ะ”

เถียนเถียน ดึงแขนแม่ให้ขึ้นมานั่งบนรถ แล้วขับลงไปจอดชั้นใต้ดิน เนื่องจากรถยังไม่มีป้ายทะเบียน รปภ. เลยให้บัตรจอดชั่วคราวมาแทน

พอพ้นสายตาคน เถียนเถียน ก็อดไม่ได้ที่จะคุยโวบ้าง “ฉีอันเขาเก่งมากๆ เลยนะคะแม่ โทรสั่งแค่กริ๊งเดียว เขาก็เอารถมาส่งให้ถึงที่เลย เพิ่งจะรูดบัตรจ่ายเงินไปเมื่อกี้เอง”

“แน่นอนสิ ตอนที่แม่ยังไม่เห็นหน้าเขา แม่ก็ดูออกแล้วว่าลูกเขยคนนี้ไม่ธรรมดา

เถียนเถียน เชื่อแม่เถอะ ลูกก็ตั้งใจคบกับฉีอันให้ดีๆ นะ อย่ามัวแต่เล่นตัวงี่เง่าล่ะ

ลูกดูสิ ฉีอันเขาดีกับลูกขนาดไหน แค่ยอมให้จูบนิดหน่อย เขาก็ซื้อรถ ซื้อฟิตเนสให้ แถมยังบอกว่าจะซื้อบ้านให้อีก

เขาหลงลูกจริงๆ นะเนี่ย ดูแลลูกดีอย่างกับเป็นเจ้าหญิงเลย”

แม่เถียนยังนั่งแช่อยู่บนรถ ไม่ยอมลงง่ายๆ

“หนูรู้แล้วน่าแม่ เอ๊ะ เดี๋ยวสิ! แม่รู้ได้ไงว่าหนูกับฉีอันจูบกันน่ะ”

เถียนเถียน เพิ่งจะนึกขึ้นได้

“แม่ก็เดาเอาน่ะสิ ก็ลิปสติกลูกมันเลอะซะขนาดนั้น”

แม่เถียนไม่ยอมขายเข่อเข่อ สายสืบคนสำคัญของเธอหรอก

“อ๋อ ก็แค่จูบแป๊บเดียวเองค่ะ แป๊บเดียวจริงๆ นะ”

เถียนเถียน ตอบเสียงอ้อมแอ้ม หน้าแดงแจ๋

“โอย ลูกเอ๊ย การจูบกันมันไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไรหรอก แม่สนับสนุนเต็มที่เลย มานี่สิ เดี๋ยวแม่จะสอนเทคนิคดีๆ ให้...”

แม่เถียนนั่งคุยจ้ออยู่พักใหญ่ กว่าจะยอมก้าวลงจากรถ

……………………………

รถ Cullinan ขับผ่านป้ายบอกทางเมืองตูเจียงเยี่ยน วิ่งลงจากทางด่วนตรงทางแยกอิ้งซิ่ว แล้วเข้าสู่ถนนแพนด้าต้าเต้า ขับไปเรื่อยๆ จนถึงช่วงกลางเขา

ปัญหาใหญ่ที่สุดของถนนเส้นนี้คือต้องขับข้ามภูเขา

ระยะทางจากหรงเฉิงไปซื่อกูเหนียงซานมีแค่สองร้อยกิโลเมตรเท่านั้น แต่ต้องใช้เวลาขับรถถึงสี่ชั่วโมงเลยทีเดียว

“คุณฮั่วครับ ขอแวะจอดพักรถตรงนี้แป๊บนึงนะครับ จะได้สลับคนขับด้วย”

คนขับรถผู้ชายตั้งใจขับรถมาตลอดทาง ตอนนี้เลยอยากขอพักสายตาสักหน่อย และแวะเข้าห้องน้ำด้วย

“โอเคพักกันสักหน่อยแล้วกัน”

ฮั่ว ฉีอัน ไม่ได้หลับเลยสักงีบ มัวแต่ก้มหน้าส่งข้อความคุยกับสาวๆ ในสต๊อกทีละสิบยี่สิบคน สลับคุยแชตเดี่ยวทีละคนๆ จนเหมือนตั้งกลุ่มคุยเองเลยทีเดียว

พอเปิดประตูก้าวลงจากรถ ลมหนาวก็ปะทะเข้าหน้าอย่างจังจนเขาต้องห่อไหล่

โชคดีที่เตรียมตัวดี ใส่เสื้อโค้ตขนเป็ดแบบมีหมวกคลุมมาด้วย

ขืนไม่เตรียมตัวมา พอลงจากรถโดนลมตีหน้าสักสองสามนาที มีหวังได้ป่วยแน่ อาการแพ้ความสูงมันไม่ได้ออกฤทธิ์เร็วขนาดนั้นหรอก แต่ภูมิคุ้มกันร่างกายจะร่วงฮวบ แล้วเดี๋ยวไข้หวัดกับอาการแพ้ความสูงมันก็จะแห่ตามกันมาเองแหละ

อุณหภูมิที่หรงเฉิงตอนกลางคืนอย่างน้อยก็สิบกว่าองศา ต้องดึกมากๆ ถึงจะลดลงมาเหลือสี่ห้าองศา แต่ที่นี่ หน้าจอมือถือโชว์อุณหภูมิติดลบสี่องศา แถมยังอยู่บนที่ราบสูงอีกต่างหาก

เขายังไม่ปวดเข้าห้องน้ำ แค่ลงมายืนสูดอากาศเฉยๆ

ที่พักรถตรงนี้ดูซอมซ่อมาก ลานจอดรถก็ไม่ใช่พื้นปูน แถมยังขรุขระอีกต่างหาก

แต่ถึงอย่างนั้นก็มีรถจอดพักอยู่สิบกว่าคันเลยทีเดียว

“คุณฮั่วคะ”

พาน หยวนหยวน เดินเข้ามาทักทาย “ฉันขอแอดวีแชทคุณไว้ได้ไหมคะ เผื่อครั้งหน้าคุณฮั่วต้องการใช้บริการ จะได้ติดต่อฉันโดยตรงค่ะ”

“ได้สิ”

ฮั่ว ฉีอัน ไม่ปฏิเสธ ถือเป็นคอนเนกชันทั้งนั้น

“ขอบคุณมากค่ะ”

พาน หยวนหยวน แอบอึ้งนิดๆ ที่เขาให้แอดจริงๆ แต่ก็ไม่กล้าคิดเข้าข้างตัวเองไปไกลหรอก

เสียเวลาไปสักพัก ก็เปลี่ยนให้ พาน หยวนหยวน เป็นคนขับ ส่วนคนขับผู้ชายก็ไปนั่งเบาะข้างคนขับ เพราะไม่กล้าไปนั่งเบาะหลัง

พอ ฮั่ว ฉีอัน ขึ้นรถ เขาก็เลิกเล่นมือถือและหลับตาพักผ่อน

รู้สึกตัวอีกทีรถก็แล่นถึงยอดเขาแล้ว และกำลังขับลงเขา

พอมาถึงในตัวอำเภอ ก็รีบแวะเติมน้ำมันทันที

ฮั่ว ฉีอัน เอ่ยปากบอก “มาส่งผมแค่นี้พอครับ เดี๋ยวที่เหลือผมขับต่อเอง ผมให้ค่าจ้างพวกคุณคนละหกพันหยวนนะ ส่วนที่เกินมาก็ถือซะว่าเป็นค่าที่พักกับค่ากินแล้วกัน”

ค่าที่พักแถวนี้ก็ไม่ได้แพงอะไรมาก คืนละร้อยกว่าหยวนก็มี หรูขึ้นมาหน่อยก็สองสามร้อย ส่วนโรงแรมที่แพงที่สุดก็ไม่น่าจะเกินห้าร้อยหยวน

“ขอบคุณมากครับคุณฮั่ว”

คนขับรถผู้ชายยิ้มหน้าบาน ขับรถเที่ยวเดียวรับเงินสดไปหกพันหยวน แถมยังได้เสื้อโค้ตขนเป็ดราคาตั้งสี่พันหยวนมาฟรีๆ อีกต่างหาก เขาขับรถมายังไม่ถึงครึ่งทางเลย แถมยังได้ขับรถ Cullinan อีก ถือว่ากำไรสุดๆ

“ขอบคุณค่ะ”

พาน หยวนหยวน ก็ดีใจไม่แพ้กัน แต่ก็แอบเสียดายลึกๆ ที่อ่อยเขาไม่สำเร็จ

“พวกคุณรีบไปหาที่พักเถอะ ถ้ามีปัญหาอะไรก็ทักมาหาผมแล้วกัน”

ฮั่ว ฉีอัน พูดพลางส่งนามบัตรให้คนละใบ “ถ้าวันหลังผมต้องการคนขับรถ จะนึกถึงพวกคุณเป็นคนแรกเลยนะ”

“ขอบคุณครับ ขอบคุณคุณฮั่วที่ไว้ใจนะครับ”

เมื่อก่อนคนขับรถผู้ชายคนนี้เคยแอบด่าพวกคนรวยขับรถหรูมาก็เยอะ แต่กับผู้ชายคนนี้เขาด่าไม่ลงจริงๆ คนอะไรจะเฟรนด์ลี่ขนาดนี้ พูดจาสุภาพ ไม่ถือตัว จ่ายหนัก แถมยังบอกว่าจะเรียกใช้บริการอีกต่างหาก

ส่วนเรื่องที่พักน่ะเหรอ เขาไม่ยอมเสียเงินไปนอนโรงแรมหรอก เดี๋ยวลองหาพวกรถติดรอกลับหรงเฉิงดูดีกว่า ประหยัดไปได้อีกเยอะ

“ยินดีครับ งั้นผมไปก่อนนะ”

ฮั่ว ฉีอัน ก้าวขึ้นไปนั่งประจำที่คนขับ แล้วขับรถออกไปคนเดียว

ตรงนี้อยู่ในเขตตัวอำเภอ หาที่พักไม่ยากหรอก ถึงจะดึกดื่นป่านนี้แล้ว แต่ก็ยังมีแสงไฟสว่างไสว

มีนักท่องเที่ยวจำนวนไม่น้อยที่ชอบขับรถเดินทางตอนกลางคืน เพราะรถมันไม่ติดไงล่ะ

ว่ากันว่าเมื่อก่อนภูเขาลูกนี้เคยชื่อว่า ‘ภูเขาห้าดรุณี (อู่กูเหนียงซาน(1))’ แต่ตอนหลังมีคนท้วงว่าชื่อมันแปลกๆ ก็เลยเปลี่ยนมาเป็น ‘ภูเขาสี่ดรุณี (ซื่อกูเหนียงซาน)’ แทน

เขาขับรถตรงไปอีกประมาณสองกิโลเมตร ก็เห็นโรงแรมที่มีรั้วรอบขอบชิดตั้งอยู่ริมถนน ที่นี่แหละ

เขาเลี้ยวรถเข้าไป ลานจอดรถยังมีที่ว่างเหลือเฟือ แค่เริ่มถอยรถเข้าซอง ก็มีพนักงานวิ่งออกมาต้อนรับแล้ว

“สวัสดีครับ ได้จองห้องพักไว้ล่วงหน้าไหมครับ”

“พอดีมีเพื่อนพักอยู่ที่นี่น่ะครับ”

ฮั่ว ฉีอัน ลงจากรถไปอธิบาย สุดท้ายก็ต้องไปลงชื่อผู้มาติดต่ออยู่ดี มันเป็นกฎของที่นี่ เพื่อความปลอดภัยนั่นแหละ

เสียเวลาไปนิดหน่อย กว่าจะขึ้นลิฟต์มาถึงชั้นสี่ก็ปาเข้าไปห้าทุ่มยี่สิบแล้ว

กริ๊งๆ!

เขากดโทรศัพท์โทรออก ช่วยไม่ได้ ขืนไม่โทรปลุกก็คงเข้าห้องไม่ได้หรอก

“ฮั่ว ฉีอัน ทำไมโทรมาดึกดื่นป่านนี้เนี่ย”

สวี่ ไป๋เวย แกล้งทำเสียงงัวเงีย ทั้งที่ความจริงเธอตื่นตั้งแต่สี่ทุ่มแล้ว อาการก็ดีขึ้นเยอะ แถมยังตั้งหน้าตั้งตารอเขาอยู่ตลอดเวลา

“เปิดประตูหน่อย ผมมาถึงแล้ว”

จู่ๆ ฮั่ว ฉีอัน ก็เข้าใจหัวอกพวกผู้ชายที่ชอบโดนแฟนสาวทดสอบใจขึ้นมาตงิดๆ ถึงเคสของเขาจะไม่ใช่การทดสอบก็เถอะ แต่มันก็ทำให้เขาเข้าใจความรู้สึกนั้นได้

“อ้าว! คุณมาเหรอคะ ทำไมไม่บอกล่วงหน้าเลยล่ะเนี่ย”

สวี่ ไป๋เวย ยังคงตีบทเนียน แกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่องต่อไป

[ค่าความชอบของ สวี่ ไป๋เวย +3 (95)]

“เปิดประตูก่อนเถอะน่า ผมอั้นจนอึดอัดแล้วเนี่ย”

ฮั่ว ฉีอัน พูดหยอกไปที

“หึ! ก็อั้นให้ตายไปเลยสิคะ”

สวี่ ไป๋เวย เปิดประตูพร้อมกับหัวเราะคิกคัก พอเห็นแฟนหนุ่มยืนอยู่หน้าประตู ทั้งคู่ก็โผเข้ากอดและจูบกันอย่างดูดดื่มโดยไม่ได้นัดหมาย ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกมาอีก

……………………………

(1)[ภูเขาอู่กูเหนียง / ภูเขาห้าดรุณี (五姑娘山) – ชื่อภูเขาที่เล่นคำกับ ภูเขาซื่อกูเหนียง หรือ ‘四姑娘山’ (ซื่อกูเหนียงซาน) ซึ่งแปลว่า ‘ภูเขาสี่ดรุณี’ สถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังในมณฑลเสฉวน

    โดยในต้นฉบับมีมุกตลกเปลี่ยนจาก ‘สี่ดรุณี’ เป็น ‘ห้าดรุณี’ เพราะคำว่า ‘五姑娘’ (อู่กูเหนียง) ในสแลงจีนใช้เปรียบเปรยถึง ‘มือ’ หรือการช่วยตัวเองของผู้ชาย ทำให้ฟังสองแง่สองง่าม]

จบบทที่ ตอนที่ 272 สี่ดรุณี!

คัดลอกลิงก์แล้ว