- หน้าแรก
- ระบบมหาเศรษฐี จากหนุ่มคลั่งรัก สู่ชีวิตฮาเร็ม
- ตอนที่ 237 ถอยเพื่อรุก!
ตอนที่ 237 ถอยเพื่อรุก!
ตอนที่ 237 ถอยเพื่อรุก!
ตอนที่ 237 ถอยเพื่อรุก!
“ว้าว ข้างบนนี้สวยจังเลยค่ะ”
หลิว เจินเจิน ร้องอุทานเสียงดังทันทีที่เดินขึ้นมาถึงชั้นบน
ฮั่ว ฉีอัน จูงมือสองสาวมาถึงดาดฟ้า บนลานระเบียงประดับประดาด้วยไฟหลากสี ร้านอาหารสไตล์บ้านสวนทั้งเล็กและใหญ่รอบๆ ต่างก็เปิดไฟส่องสว่างไสว แสงไฟเหล่านี้ช่วยเติมความอบอุ่นให้หัวใจผู้คนได้ไม่น้อย ท่ามกลางคืนต้นฤดูหนาวอันเหน็บหนาว
หวัง หลานอิง เดินตามหลังอยู่ครึ่งก้าว เธอกุมมือขวาของชายหนุ่มไว้แน่นด้วยความประหม่า กลัวว่า ซาง จื่อซี หรือหลิว เจินเจิน จะหันกลับมามอง
“คุณฮั่วคะ ขอบคุณนะ”
ซาง จื่อซี สวมกอดแฟนหนุ่ม ทุกสิ่งที่เธอมีในตอนนี้ ล้วนเป็นสิ่งที่ผู้ชายคนนี้มอบให้ทั้งนั้น
“ผมก็ต้องขอบคุณคุณเหมือนกัน แล้วก็ขอบใจอิงอิงกับเจินเจินด้วยนะ”
ฮั่ว ฉีอัน หอมแก้มแฟนสาวแล้วยิ้ม “เอาล่ะ สาวๆ ตอนนี้เรามาตกลงกติกาไพ่นกกระจอกกันดีกว่า”
“ใครกลัวใครกันล่ะคะ คุณว่าไงก็ว่าตามนั้นเลย”
ซาง จื่อซี ไม่มีทีท่าเกรงกลัวเลยสักนิด เธอเชิดหน้าพูดอย่างภาคภูมิใจ “คุณฮั่วเคยรับปากฉันไว้แล้วนี่นา ว่าจะไม่ปล่อยให้ฉันแพ้น่ะ”
“อะแฮ่ม” ฮั่ว ฉีอัน ปรับสีหน้าให้ดูจริงจัง “จื่อซี บนโต๊ะไพ่นกกระจอกไม่มีคำว่าพี่น้องหรอกนะ มันคนละเรื่องกัน ขืนยอมอ่อนข้อให้ โชคอาจหนีหายหมดพอดี”
“ชิ ขี้งก”
ซาง จื่อซี ทำปากยื่น แกล้งทำเป็นงอน
“ไป เข้าห้องไปตกลงกติกากันเถอะ”
พูดจบ ฮั่ว ฉีอัน ถึงค่อยยอมปล่อยมือ หวัง หลานอิง
ทั้งสี่คนเดินเข้าไปในห้องส่วนตัวข้างๆ ภายในห้องมีเตาผิงให้ความอบอุ่น บรรยากาศถือว่าสบายทีเดียว ทางร้านเสิร์ฟน้ำชาพร้อมกาน้ำร้อนไว้ให้เหมือนเคย กินหมดก็เติมเอาเอง
การเก็บเงินของโรงน้ำชาในหรงเฉิงค่อนข้างจะงงๆ หน่อย บางร้านก็คิดราคาเหมาจ่าย บางร้านก็เก็บแค่ค่าน้ำชา บางร้านก็คิดตามชั่วโมง และบางร้านก็หักเปอร์เซ็นต์จากวงไพ่
ส่วนเหตุผลที่คนส่วนใหญ่ชอบถ่อมาเล่นไพ่กันถึงร้านอาหารบ้านสวนบนเขาน่ะเหรอ... ก็เพราะว่ามันปลอดภัยยังไงล่ะ!
“จื่อซี อันนี้เอาไปก่อนนะ”
ฮั่ว ฉีอัน ลังเลอยู่นิดหน่อยถึงยอมหยิบมันออกมา เขาทำไปเพื่อสร้างเหตุผลให้ตัวเองมีไฟสู้ชีวิตต่อไป
“คุณฮั่ว นี่คือ?”
ซาง จื่อซี รับบัตรมาแล้วพูดแซว “กลัวฉันแพ้ขนาดนั้นเลยเหรอคะ ถึงกับต้องยื่นบัตรให้ก่อนเลย”
“วงเงินห้าสองศูนย์ (520)(1) รหัสผ่านเหมือนเดิม
ซีซี ขอบคุณนะที่คุณเป็นเหมือนท่าเรือให้ผมได้พักพิง”
สภาพจิตใจของเขากำลังฟื้นฟู ตบะที่แตกซ่านไปเมื่อเช้ากำลังหลอมรวมกลับมาใหม่ วันข้างหน้ายังอีกยาวไกล โปรเจกต์ต่างๆ ก็ยังต้องลุยคุยกันต่อไป
เพียงแต่ต้องไม่ไปท้าทายความเสี่ยงให้มันยากเกินไป และค่อยๆ จัดการปัญหาหัวใจที่วุ่นวายพวกนี้ให้ลงตัว
“คุณฮั่วเด็กดีจังเลย ให้รางวัลหน่อยดีกว่า”
ซาง จื่อซี ยื่นหน้าไปจุ๊บแฟนหนุ่ม
เธอแกว่งบัตรในมือไปมา กลั้นยิ้มแล้วถาม “แค่ห้าสองศูนย์จริงๆ เหรอคะ หน่วยเป็นอะไรล่ะ”
“ห้าสองศูนย์สิบครั้ง เป็นห้าพันสองร้อยสำหรับคุณคนเดียว หน่วยก็อย่างที่คุณคิดนั่นแหละ นี่เป็นบัตรเสริมของผม รูดหมดเมื่อไหร่เดี๋ยวผมเติมให้ใหม่”
เงินเขามันใช้ไม่ทัน ก็เลยแจกบัตรเสริม ถือซะว่าตอนนี้เขาเพิ่งถลุงเงินไปห้าสิบสองล้าน เงินมีก็ต้องใช้ ถึงเวลาหาก็ต้องหา
ซาง จื่อซี ตกใจตาโต “ห้าสิบสอง... ล้าน? ว้าย คุณจะให้เงินฉันเยอะขนาดนี้ทำไมคะเนี่ย”
“ถือซะว่าเป็นค่าสินสอดล่วงหน้าก็แล้วกัน ซาง จื่อซี จำไว้นะ คุณเป็นคนของผมแล้ว”
ฮั่ว ฉีอัน เอื้อมมือไปบีบแก้มแฟนสาว
“งั้นฉันรับไว้แล้วนะคะ!”
ซาง จื่อซี เก็บบัตรใส่กระเป๋าสตางค์ เธอไม่ได้สนใจเงินก้อนโตตั้งห้าสิบสองล้านหรอก เธอสนใจแค่ความรู้สึกของคุณฮั่วต่างหาก เขาไม่เคยเปลี่ยนไปเลย ใจของคุณฮั่วก็ยังคงอยู่กับเธอเสมอ
“ว้าว พี่ฮั่วดีกับซีซีเกินไปแล้วนะคะ”
หลิว เจินเจิน ประคองแก้มตัวเองที่ร้อนผ่าว เธอสวมวิญญาณชิปเปอร์จนอินจัด ชั่วแวบหนึ่ง เธอถึงกับแอบมโนว่าตัวเองเป็นนางเอกซะเอง
หวัง หลานอิง ไม่ได้พูดอะไร สายตาของเธอเอาแต่จดจ้องไปที่ ฮั่ว ฉีอัน โดยไม่รู้ตัว
“ซีซีก็ดีกับผมมากๆ เหมือนกัน”
ฮั่ว ฉีอัน พูดต่อ “เอาล่ะ มาเถอะ จะเล่นไพ่นกกระจอกกันยังไง เดิมพันเป็นเงิน หรือเป็นบทลงโทษดี”
ซาง จื่อซี รีบตอบ “คุณชายฮั่ว ถ้าคุณแพ้ คุณต้องจ่ายเงิน แต่ถ้าพวกเราแพ้ ให้ใช้วิธีลงโทษแทน ดีไหมคะ พวกเรามันคนจนนี่นา”
“เลิกแขวะผมได้แล้วน่า คุณชายฮั่วคนนี้ตกลง หึๆ!”
ฮั่ว ฉีอัน ดึงแขนเสื้อขึ้นเตรียมพร้อม
“พี่ฮั่วใจป้ำที่สุดเลยค่ะ”
หลิว เจินเจิน อวยแบบไม่ลืมหูลืมตา
ทั้งสี่คนปรึกษากันอยู่ครู่หนึ่ง ก็ตกลงกติกากันได้ สรุปว่าจะเล่นกันสามชั่วโมงครึ่ง พอถึงเที่ยงคืนก็เลิก
เริ่มต้นที่ตาละหนึ่งร้อย หนึ่งฟาน(2)สองร้อย สองฟานโดดไปห้าร้อย สามฟานพุ่งไปหนึ่งพัน ถ้ากัง (เก็บไพ่สี่ใบ) หนึ่งครั้งคิดห้าร้อยรวด
ฮั่ว ฉีอัน เป็นคนเดียวที่ต้องควักเงินจ่ายจริง ส่วนอีกสามสาวใช้วิธีติดหนี้
ถ้าแพ้ครบหนึ่งพัน จะติดหนี้ ‘บทลงโทษที่ไม่เกินเลยเกินไป’ หนึ่งครั้ง ถ้าแพ้ถึงสองพัน จะติดหนี้ ‘บทลงโทษที่เกินเลยขึ้นมาหน่อย’ และถ้าแพ้ถึงสามพัน สามารถเสนอ ‘บทลงโทษแบบถึงเนื้อถึงตัว’ ได้
“ได้ๆๆ ตอนนี้กลายเป็นผมโดนรุมสามใช่ไหม งั้นก็เริ่มกันเลย”
เขารู้สึกคึกคักขึ้นมา หนึ่งรุมสาม เขาอาจจะแพ้ไพ่ แต่ยังไงงานนี้เขาก็ได้กำไรเห็นๆ
สามชั่วโมงกว่าผ่านไป
ซาง จื่อซี ยิ้มจนตาหยี เธอชนะเยอะที่สุด
หลิว เจินเจิน ก็ยิ้มแป้น เธอเองก็ชนะไปไม่น้อยเหมือนกัน
มีแค่ หวัง หลานอิง ที่นั่งหน้ามุ่ยคิ้วขมวด เธอแพ้ไปคนเดียวตั้งสามพันกว่า
“พี่ฮั่ว พี่ต้องลงโทษหลานอิงนะคะ”
หลิว เจินเจิน มองดูข้อความแจ้งเตือนเงินเข้า นั่งนับยอดเงิน วันนี้เธอฟันกำไรไปบานตะไท
“คุณฮั่ว คุณคงไม่ขอให้เธอทำอะไรเกินเลยจริงๆ ใช่ไหมคะ”
ซาง จื่อซี ก็กำลังดูยอดเงินในบัญชีเหมือนกัน เงินหลายล้านที่ได้มาก่อนหน้านี้ เธอเอาไปลงทุนจัดการบริหารความมั่งคั่งหมดแล้ว
“พวกคุณสองคนคิดอะไรกันอยู่เนี่ย อิงอิงเป็นน้องสาวที่น่ารักของผม ผมจะไปลงโทษเธอจริงๆ ได้ยังไงล่ะ แปะโป้งไว้ก่อนแล้วกัน
ไปเถอะ เที่ยงคืนแล้ว กลับไปนอนกันดีกว่า”
ฮั่ว ฉีอัน หาวหวอด เขาบอกแล้วว่าการยอมอ่อนข้อให้จะทำให้ดวงตก ความตั้งใจแรกของเขาคือจะปล่อย หวัง หลานอิง กับหลิว เจินเจิน ไป แล้วตั้งใจจะสูบเลือดแฟนสาวอย่าง ซาง จื่อซี คนเดียว
แต่ใครจะไปรู้ว่าดวงเขาจะกุดลงเรื่อยๆ ในขณะที่ดวงแฟนสาวกลับพุ่งปรี๊ด สุดท้ายเขาก็เลยต้องเปลี่ยนเป้าหมาย กลายเป็น หวัง หลานอิง ที่เล่นไพ่ห่วยที่สุดต้องมารับกรรมไปแทน
“อื้อๆ กลับบ้านกันเถอะ”
วันนี้ หลิว เจินเจิน อารมณ์ดีสุดๆ
ทั้งสี่คนเดินลงมาข้างล่าง ค่าอาหารถูกเคลียร์เรียบร้อยแล้ว ฮั่ว ฉีอัน เป็นคนขับรถพาสามสาวลงจากเขา พอถึงบ้าน เวลาก็ดึกมากแล้ว
เพื่อเป็นการประหยัดเวลา เขาเลยเข้าไปอาบน้ำพร้อมกับแฟนสาวซะเลย
“อื้อ คุณฮั่ว อื้อๆ อ๊า ลึกไปฉีอัน...”
หลังจากนั้น ซาง จื่อซี ก็รู้สึกมึนๆ งงๆ และง่วงนอนมาก
พอ ฮั่ว ฉีอัน อาบน้ำให้เธอเสร็จ ก็อุ้มไปวางบนเตียงแล้วห่มผ้าให้
มันดึกมากแล้ว ซาง จื่อซี เลยใส่หมวกอาบน้ำคลุมไว้ ไม่ได้สระผม ไว้ค่อยสระพรุ่งนี้เช้าก็ยังไม่สาย
แต่เขาทำแบบนั้นไม่ได้ เพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนแฟนสาว เขาเลยใส่ชุดนอนแล้วออกไปเป่าผมที่ห้องนั่งเล่น
“พี่ฮั่ว พี่เพิ่งอาบน้ำเสร็จเหรอคะ”
หวัง หลานอิง กำลังเป่าผมอยู่พอดี
“อืม ให้พี่ช่วยนะ”
ฮั่ว ฉีอัน เอื้อมมือไปรับไดร์เป่าผมมา
“ขอบคุณค่ะ”
หวัง หลานอิง นั่งลงบนโซฟา ในใจรู้สึกประหม่าอย่างบอกไม่ถูก
ผ่านไปสักพัก ผมก็แห้ง ฮั่ว ฉีอัน เลยจัดการเป่าผมให้ตัวเองต่อ ส่วน หวัง หลานอิง ยังคงนั่งอยู่บนโซฟา ไม่ยอมลุกไปไหน
รอจนเสียงไดร์เป่าผมดังหึ่งๆ ดับลง เธอถึงเอ่ยปาก “พี่ฮั่วคะ พี่ยังไม่ได้บอกเรื่องบทลงโทษเลยนะคะ หนูแพ้พนัน หนูก็ต้องยอมรับสิ”
“หึ จะมาจริงจังอะไรกับพี่ล่ะ เราเป็นน้องสาวนะ พี่ก็ต้องตามใจเราสิ เรื่องบทลงโทษน่ะลืมๆ มันไปเถอะ”
ตอนนี้เขาใช้วิชาถอยเพื่อรุกได้อย่างช่ำชองและแนบเนียนสุดๆ ไปเลย
“จื่อซีหลับแล้วเหรอคะ”
หวัง หลานอิง รู้ดีว่าเธอไม่ควรถามคำถามนี้เลย
“หลับไปแล้วล่ะ พี่ถึงต้องออกมาเป่าผมข้างนอกนี่ไง จะได้ไม่กวนเธอ”
เขาค่อยๆ ม้วนสายไดร์เป่าผมเก็บ มือมันต้องหาอะไรทำแก้เก้อสักหน่อย
“พี่ฮั่วคะ ไปกล่อมหนูนอนหน่อยได้ไหมคะ เหมือนคราวก่อนน่ะ”
หวัง หลานอิง รู้ว่าทำแบบนี้มันผิด แต่เธอก็รู้ว่าโอกาสแบบนี้มันไม่ได้หากันได้ง่ายๆ
“ได้สิ ไปเถอะ ดึกมากแล้ว รีบนอนดีกว่า พรุ่งนี้ต้องไปตั้งแคมป์อีก พวกเรายังต้องไปช่วยกันเลือกของด้วยตัวเองด้วยนะ”
ฮั่ว ฉีอัน เก็บไดร์เป่าผมเข้าที่ แล้วยื่นมือไปจูงมือน้องสาวเดินเข้าห้องไป
………………………………….
(1)[520 (五二零) – เป็นสแลงตัวเลขของจีน พ้องเสียงกับคำว่า ‘หว่ออ้ายหนี่ (我愛你)’ หรือคือ ฉันรักเธอ ฮั่ว ฉีอันตั้งวงเงินบัตรไว้ที่ 52 ล้านหยวนก็เพื่อสื่อความหมายนี้]
(2)[ฟาน (番) – หน่วยนับแต้มโบนัสหรือระดับทวีคูณในการเล่นไพ่นกกระจอก (麻将) โดยยิ่งได้ ‘ฟาน’ สูง เงินหรือคะแนนที่ชนะก็จะยิ่งเพิ่มแบบทวีคูณ เช่น หนึ่งฟาน สองฟาน หรือสามฟาน ตามกติกาของแต่ละโต๊ะ]