- หน้าแรก
- ระบบมหาเศรษฐี จากหนุ่มคลั่งรัก สู่ชีวิตฮาเร็ม
- ตอนที่ 225 มารับถึงสนามบิน!
ตอนที่ 225 มารับถึงสนามบิน!
ตอนที่ 225 มารับถึงสนามบิน!
ตอนที่ 225 มารับถึงสนามบิน!
“ใช่ค่ะ!”
หนิง อี๋ซี ยอมรับอย่างเปิดเผย
“หึ!”
ฮั่ว ฉีอัน ไม่ได้พูดอะไรต่อ เขาขับรถเข้ามาในลานจอดรถ เวลาสองทุ่มยี่สิบนาทีพอดี
“อาจารย์หนิง เดี๋ยวผมขอติดต่อคนขับรถก่อนนะครับ
เธอชื่อหลิน ว่านเสวี่ย ก่อนหน้านี้เธอขับรถรับจ้างน่ะครับ ผมเลยชวนมาเป็นคนขับรถส่วนตัว เธอขับ Porsche สีน้ำเงินของผมมา”
เขาเว้นจังหวะนิดหนึ่งก่อนจะพูดต่อ “ก่อนหน้านี้ผมสั่งรถมาเกินคันนึง ตอนแรกผมตั้งใจจะยกให้คุณ เป็น Porsche สีชมพูเสี้ยวจันทร์คันที่เฉิง เสี่ยวถงขับอยู่นั่นแหละ ผมว่าสีนั้นมันเข้ากับอาจารย์หนิงมาก
แต่หลังจากคุยกับเยียนหรานแล้ว ก็คิดว่าให้ถงถงไปก่อนน่าจะดีกว่า
อาจารย์หนิง คุณชอบรถอะไรครับ”
เขารู้ดีว่าผู้หญิงคนนี้ไม่ได้ขัดสนเรื่องเงิน เธอมีเงินสดในบัญชีเกือบห้าแสนหยวน แถมยังน่าจะมีอสังหาริมทรัพย์อีก
การที่เธอตกลงคบกับเขา เหตุผลหลักคือเพื่อหลักประกันในอนาคตมากกว่า
“ฉันก็ชอบสีชมพูเสี้ยวจันทร์ที่คุณเลือกให้แหละค่ะ”
หนิง อี๋ซี ไม่ได้มีรถในฝันที่ชอบเป็นพิเศษ เธอแค่ต้องการความกลมกลืนกับคนอื่นๆ
“งั้นเดี๋ยวผมจัดการให้นะครับ”
ฮั่ว ฉีอัน ยิ้มรับ ก่อนจะโทรหา หลิน ว่านเสวี่ย
“คุณฮั่ว ฉันรออยู่ตรงทางออกแล้วค่ะ”
“โอเค เดี๋ยวพวกเราเดินไปหา”
วางสายเสร็จ เขาก็หันไปถาม “อาจารย์หนิง คุณจะเดินไปกับผมไหมครับ”
“แน่นอนสิคะ ก็ตกลงกันแล้วนี่ว่าจะเดินไปด้วยกัน
ฉันเองก็อยากเห็นเหมือนกันว่าคุณตาถึงขนาดไหน”
หนิง อี๋ซี อยากรู้จริงๆ ว่าผู้หญิงแบบไหนกันที่ทำให้คุณฮั่วถึงกับคิดถึงจนลืมไม่ลง ทั้งๆ ที่เธอถือเป็นข้อยกเว้น
ฮั่ว ฉีอัน ยิ้มแล้วลงจากรถ เดินไปจูงมือเธอ “ก็แค่ต้อนรับตามปกติแหละครับ ผมรับปากจื่อซีไว้แล้วว่ามะรืนนี้จะอยู่เป็นเพื่อนเธอทั้งวัน
อย่างมากพรุ่งนี้ก็แบ่งเวลาให้สวี่ ไป๋เวยได้แค่ครึ่งวัน โอกาสสำเร็จคงแทบไม่มีหรอกครับ แต่ในเมื่อเคยรับปากว่าจะต้อนรับไว้แล้ว ก็ไม่อยากผิดคำพูด”
“ยังมีคนที่คุณฮั่วจัดการไม่ได้อีกเหรอคะเนี่ย ฉันยิ่งอยากเห็นเข้าไปใหญ่เลย”
หนิง อี๋ซี ต้องยอมรับเลยว่า ฮั่ว ฉีอัน เป็นผู้ชายที่มีเสน่ห์มาก ไม่ว่าจะเป็นการชั่งน้ำหนักผลประโยชน์ หรือความตั้งใจที่จะคบหาดูใจจริงๆ ผู้ชายแบบเขานับว่าหาได้ยากมาก
“คนที่ผมจัดการไม่ได้มีเยอะแยะไปครับ
จริงสิ หลิน ว่านเสวี่ยรู้ว่าผมมีแฟนหลายคน เพราะงั้นไม่ต้องทำตัวห่างเหินต่อหน้าเธอก็ได้นะครับ”
เขาจูงมือเธอเดินไปทางออก
“หลิน ว่านเสวี่ยก็เป็นแฟนคุณด้วยเหรอคะ”
หนิง อี๋ซี รู้สึกว่าเธอคงต้องพกสมุดมาจดให้ชัดเจนซะแล้ว สมาชิกในครอบครัวนี้ชักจะเยอะเกินไปแล้วนะ
“เปล่าครับ เธอเป็นแค่คนขับรถ”
ไม่นานเขาก็มองเห็น หลิน ว่านเสวี่ย นี่เป็นครั้งแรกที่เขามองหน้าเธอชัดๆ และเพิ่งจะเป็นการเจอกันครั้งที่สองเท่านั้น
หน้าตา 77 รูปร่าง 83 ถือว่าเป็นสาวสวยคนหนึ่งเลย
หลิน ว่านเสวี่ย ถักเปียดูทะมัดทะแมง หน้าสดไร้เครื่องสำอาง แต่บางทีอาจจะเพราะเธอไม่ค่อยแต่งหน้า เลยทำให้ผิวพรรณเธอดูดีมาก
หน้าตาเธอดูคล้าย หลิน เชียนเสวี่ย อยู่บ้าง ดูสวยใส สบายตา ไม่ดุดัน ตอนนี้เธอสวมเสื้อแจ็กเกตกันลมกับกางเกงยีนส์ ดูพร้อมลุยงานเต็มที่
“คุณฮั่ว”
หลิน ว่านเสวี่ย มองมา
“อืม! แนะนำให้รู้จักนะ นี่อาจารย์หนิง เป็นผู้จัดการฝ่ายบุคคลของบริษัทเรา
ส่วนนี่ว่านเสวี่ย คนขับรถส่วนตัวของผม”
ฮั่ว ฉีอัน แนะนำโดยที่ยังไม่ยอมปล่อยมือจาก หนิง อี๋ซี
“สวัสดีค่ะอาจารย์หนิง”
หลิน ว่านเสวี่ย เข้าใจทันที นี่ก็คงเป็นแฟนอีกคนของ ฮั่ว ฉีอัน สินะ ดูสวยและมีออร่ามาก เทพแห่งการสับรางนี่สุดยอดจริงๆ
“สวัสดีจ้ะว่านเสวี่ย”
หนิง อี๋ซี วางตัวในการเข้าสังคมได้อย่างไร้ที่ติ
หลังทักทายกันพอหอมปากหอมคอ ฮั่ว ฉีอัน ก็สั่งงานต่อ หน้าที่หลักยังคงเป็นของ หลิน ว่านเสวี่ย หากมีค่าใช้จ่ายอะไรให้เบิกที่เขา
เดี๋ยวพอรับแขกเสร็จ ให้พาไปส่งที่โรงแรมก่อน แล้วค่อยไปกินข้าวด้วยกัน ถือเป็นการจบกำหนดการของวันนี้ ส่วนพรุ่งนี้จะเอายังไง ไว้รอแขกมาถึงค่อยว่ากันอีกที
“รับทราบค่ะคุณฮั่ว”
หลิน ว่านเสวี่ย ต้องรับหน้าที่เป็นคนคอยตามประกบอำนวยความสะดวกให้แก๊งของ สวี่ ไป๋เวย ทั้งสามคนตลอดช่วงหลายวันนี้
หนิง อี๋ซี เป็นฝ่ายชักมือกลับแล้วพูดขึ้น “คุณฮั่วคะ เดี๋ยวฉันจะดูสถานการณ์ให้นะคะ บางทีอาจจะช่วยคุณจีบสวี่ ไป๋เวยคนนั้นให้ติดก็ได้”
เธอพูดประโยคเดียวก็แทงทะลุถึงจุดประสงค์ของ ฮั่ว ฉีอัน ทันที
“อาจารย์หนิง ระวังขอบเขตด้วยนะ ผมพาคุณมาช่วย ไม่ได้ให้มาป่วน ไม่ต้องฝืนหรอกครับ แค่นี้ผมก็มีเรื่องปวดหัวเยอะพอแล้ว”
เขาพูดพลางเอื้อมมือไปบีบแก้มหญิงสาวเบาๆ เขาไม่ได้มองว่าอีกฝ่ายเป็นผู้หญิงอายุสามสิบห้าเลยสักนิด สำหรับเขาแล้ว พวกเธอทุกคนก็คือเด็กผู้หญิงทั้งนั้นแหละ
หนิง อี๋ซี ยิ้มรับโดยไม่ได้เถียงอะไร เธอรู้ขอบเขตดีอยู่แล้ว
กริ๊งๆ!
โทรศัพท์ของ ฮั่ว ฉีอัน ดังขึ้น เป็น สวี่ ไป๋เวย โทรมา
“คุณฮั่ว พวกเรากำลังจะออกไปแล้วนะคะ ทางคุณมีจัดเตรียมอะไรไว้ไหมคะ”
สวี่ ไป๋เวย ไม่ได้กลัวโดนเทหรอก แต่เธอแค่คิดว่า ฮั่ว ฉีอัน อาจจะไม่ว่างมารับด้วยตัวเองมากกว่า
“ผมรออยู่ตรงทางออกแล้วครับ...”
ฮั่ว ฉีอัน กำลังพูดอยู่ ก็มองเห็นเงาคนเดินมาแต่ไกล ถึงจะยังเห็นหน้าไม่ชัด แต่ระบบก็สแกนสเตตัสขึ้นมาให้เรียบร้อยแล้ว
[ชื่อ: สวี่ ไป๋เวย]
[อายุ: 26]
[หน้าตา: 93]
[รูปร่าง: 85]
[ทรัพย์สิน: 510,000]
[ประสบการณ์: 1 (สุขภาพแข็งแรง)]
[ค่าความชอบ: 45]
ค่าความชอบระดับนี้ เขาเคยเช็กดูในบันทึกมาก่อนแล้ว ครั้งล่าสุดที่มันขยับขึ้นก็คือตอนที่ สวี่ ไป๋เวย ทักมาคอนเฟิร์มว่าจะมาหรงเฉิง
ไม่นาน ระบบก็สแกนเจอข้อมูลของผู้หญิงอีกสองคนที่เหลือ
[ชื่อ: หนิงอี๋]
[อายุ: 26]
[หน้าตา: 73]
[รูปร่าง: 68]
[ทรัพย์สิน: 160,000]
[ประสบการณ์: 2 (สุขภาพแข็งแรง)]
[ค่าความชอบ: 59]
แล้วก็ยังมี เฉิน ซานซาน ที่คะแนนอยู่ในเกณฑ์ 60 ด้วย
ในขณะเดียวกัน ระบบก็สแกนผู้คนขวักไขว่ในสนามบินไปด้วย คนเยอะขนาดนี้ จะมีคนคะแนนระดับ 80 โผล่มาบ้างก็ไม่แปลก แต่ระดับ 90 ก็ยังถือว่าหายากอยู่ดี ต่อให้จะเป็นแค่คะแนนรูปร่างก็ตามเถอะ
เพราะบางคนที่มองภายนอกดูหุ่นดี แต่จริงๆ อาจจะพึ่งไอเท็มเสริม อย่างพวกคอร์เซ็ตรัดหน้าท้อง ฟองน้ำเสริมทรง หรือพึ่งเทคโนโลยีทางการแพทย์ ไม่ก็แค่แต่งตัวเก่ง สิ่งที่ตาเห็นอาจจะไม่ใช่ความจริงเสมอไป
“คุณฮั่ว ตาถึงจริงๆ ด้วยนะคะ”
หนิง อี๋ซี มองเห็นเป้าหมายแล้ว ไม่ต้องรอให้แนะนำ เธอก็เดาได้ทันทีว่าคนไหนคือ สวี่ ไป๋เวย
ก็เล่นสวยสะดุดตาซะขนาดนั้น ดูๆ ไปแล้วน่าจะสวยกว่า ถัง เยียนหราน กับซาง จื่อซี อยู่นิดหน่อยด้วยซ้ำ แถมออร่าก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันเลย
แต่ผู้หญิงคนนี้ดูออกชัดเจนว่าอายุมากกว่า ถ้าให้ผู้ชายเลือก ถัง เยียนหราน กับซาง จื่อซี ก็คงจะได้เปรียบเรื่องความสดใสกว่าอยู่ดี
“คุณฮั่ว!”
สวี่ ไป๋เวย ลากกระเป๋าเดินทางเข้ามาใกล้ ดวงตาของเธอโค้งเรียวดุจจันทร์เสี้ยว สันจมูกโด่งรั้นกำลังดี
ปลายจมูกเรียวเล็กช่วยเสริมให้ใบหน้าดูหวานละมุน แถมยังแฝงไปด้วยความสง่างามแบบปัญญาชน
เธอสวมเสื้อโค้ตผ้าวูลตัวยาวสีข้าวโอ๊ต ยาวคลุมลงมาเกือบถึงข้อเท้า ปกปิดรูปร่างมิดชิด แต่แค่หน้าตาก็สวยกินขาดแล้ว
“คุณฮั่ว”
“สวัสดีค่ะคุณฮั่ว”
หนิงอี๋ กับเฉิน ซานซาน เดินตามมาสมทบ ทั้งคู่สวมเสื้อโค้ตตัวยาวเช่นกัน
ฤดูหนาวในปักกิ่งมีหิมะโปรยปราย แต่ในตัวเมืองหรงเฉิงแทบจะไม่มีหิมะตกเลย จะมีก็แต่ยอดเขาตามชานเมืองเท่านั้นที่พอจะมีหิมะให้เห็น ซึ่งที่สวยที่สุดก็คงต้องยกให้ทิวทัศน์ทางฝั่งเสฉวนตะวันตก
“สวัสดีครับ”
ฮั่ว ฉีอัน เอ่ยทักทาย ก่อนจะแนะนำตัวคนของทั้งสองฝั่งให้รู้จักกันแบบคร่าวๆ แล้วพูดต่อ “ขึ้นรถกันก่อนเถอะครับ เราเข้าเมืองกันก่อน”
“โอเคค่ะคุณฮั่ว”
สามสาวไม่ได้รู้สึกเหนื่อยเลย ตรงกันข้าม พวกเธอกลับตื่นเต้นที่ได้มาเยือนเมืองใหม่มากกว่า
หนิง อี๋ซี เป็นฝ่ายเดินเข้าไปชวน สวี่ ไป๋เวย คุยอย่างเป็นกันเอง
พอ สวี่ ไป๋เวย รู้ว่า หนิง อี๋ซี เคยเป็นอาจารย์มาก่อน เธอก็รู้สึกถูกชะตาทันที เพราะพ่อแม่ของเธอก็เป็นครูเหมือนกัน
“อาจารย์หนิงก็ยังไม่ได้แต่งงานเหรอคะ”
ไม่รู้ว่าคุยกันยังไงถึงได้วกเข้าเรื่องนี้
หนิง อี๋ซี ยิ้มตอบ “ฉันเป็นพวกไม่นิยมการแต่งงานน่ะค่ะ”
“อ้าว บังเอิญจังเลยนะคะ ฉันก็เหมือนกัน ชาตินี้ฉันไม่คิดจะแต่งงานหรอกค่ะ”
สวี่ ไป๋เวย ยิ่งคุยก็ยิ่งถูกคอ รู้สึกเหมือนได้เจอเพื่อนรู้ใจที่หากันมานาน