- หน้าแรก
- สุ่มเลือกเศรษฐีผู้โชคดี ไปกระทืบราชาอสูรกันเถอะ
- บทที่ 16 - ตอนที่ปักธงตาย ทางที่ดีควรอยู่ให้ห่างจากพระเอกเข้าไว้
บทที่ 16 - ตอนที่ปักธงตาย ทางที่ดีควรอยู่ให้ห่างจากพระเอกเข้าไว้
บทที่ 16 - ตอนที่ปักธงตาย ทางที่ดีควรอยู่ให้ห่างจากพระเอกเข้าไว้
บทที่ 16 - ตอนที่ปักธงตาย ทางที่ดีควรอยู่ให้ห่างจากพระเอกเข้าไว้
ฆ่ามนุษย์ทุกคนที่เข้ามาในปราสาทไร้ขอบเขตให้หมด
นี่คือคำสั่งที่คิบุซึจิ มุซัน ทิ้งเอาไว้ และเมื่อได้ยินคำสั่งนี้ อสูรข้างขึ้นลำดับที่สอง โดมะ ก็ใช้พัดเหล็กเคาะฝ่ามือตัวเองอย่างอารมณ์ดี หว่างคิ้วของเขาเต็มไปด้วยความสนใจขณะที่พูดขึ้นว่า
"แปลกจังเลยน้า จู่ๆ ก็ดึงพวกเราทุกคนเข้ามาในปราสาทไร้ขอบเขต แต่จนป่านนี้ท่านมุซันก็ยังไม่ยอมโผล่หน้ามาเลย... หรือว่าท่านจะเจอเรื่องยุ่งยากอะไรเข้า หรือว่าเจอเรื่องสนุกๆ อะไรใหม่ๆ กันแน่นะ"
"ชิชิ ไม่รู้สิ แต่ได้ยินมาว่าเมื่อไม่กี่วันก่อน ไอ้สวะฮันเทงงูนั่นมันตายไปแล้ว ฮ่าฮ่า! แบบนี้ข้าก็จะได้เลื่อนขั้นเป็นข้างขึ้นลำดับที่สี่แล้วสิ! ดีเลิศ! ดีเลิศประเสริฐศรี!"
อสูรที่มีดวงตาสลักคำว่า 'ข้างขึ้นลำดับที่ห้า' หัวเราะร่า รูปลักษณ์และท่าทางของมันแตกต่างจากอสูรตนอื่นๆ โดยสิ้นเชิง บริเวณดวงตาของมันกลายเป็นปากสองปากที่เผยให้เห็นฟันเรียงเป็นระเบียบ และส่งเสียงดังกึกกักตามจังหวะเสียงหัวเราะ ส่วนตำแหน่งของหน้าผากและปากกลับกลายเป็นดวงตาแทน ให้ความรู้สึกที่บิดเบี้ยวและพิลึกพิลั่นสุดๆ
มันมีชื่อว่า เกียกโกะ ท่อนล่างของมันซ่อนอยู่ภายในไห แม้ในสายตาคนอื่นจะดูประหลาด แต่สำหรับตัวมันเอง นี่คืองานศิลปะที่สูงส่งที่สุด และเป็นความงามที่แท้จริงซึ่งคนธรรมดาไม่มีวันเข้าใจ
ชายหนุ่มผมสีชมพูรูปร่างกำยำกระโดดออกมาจากบ้านหลังหนึ่งใกล้ๆ เขามองไปยังกลุ่มอสูรที่อยู่ที่นั่น แม้ตัวเขาเองก็เป็นเผ่าพันธุ์เดียวกัน แต่ในแววตาของชายหนุ่มกลับเต็มไปด้วยความรังเกียจอย่างเห็นได้ชัด เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่ยืนกอดอกนิ่งๆ
อสูรข้างขึ้นลำดับที่สาม อาคาสะ เมื่อเห็นท่าทีไม่อยากเสวนาของอาคาสะ โดมะผู้มีดวงตาสีรุ้งตั้งแต่เกิดก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ เขาขยับพัดเหล็กสีทองที่บดบังใบหน้าออกเล็กน้อย แล้วเดินเข้าไปหาอาคาสะอย่างเชื่องช้า ก่อนจะวางมือลงบนตัวของอาคาสะพลางถามด้วยรอยยิ้มว่า
"เป็นอะไรไป อุตส่าห์มาเจอกันทั้งที ทำไมไม่ทักทายกันหน่อยล่ะ แปลกจังเลยนะ ทำไมฉันถึงรู้สึกว่านายอ่อนแอลงอีกล่ะ หรือว่าเป็นฉันที่แข็งแกร่งขึ้นกันแน่"
เมื่อได้ยินคำพูดของโดมะ ดวงตาของอาคาสะก็หดเกร็งลงเล็กน้อย แต่เขาไม่ได้ตอบโต้อะไร โดมะจึงฉีกยิ้มกว้าง น้ำเสียงที่ดูเป็นมิตรแฝงไปด้วยความมุ่งร้ายเล็กน้อย:
"เป็นเพราะกินคนน้อยไปหรือเปล่า ทำไมถึงต้องรอให้หิวโซก่อนถึงค่อยกินคนล่ะ แปลกเกินไปแล้วนะ แถมยังไม่ยอมกินผู้หญิงอีก นายเป็นอสูรจริงๆ หรือเปล่าเนี่ย ทำตัวเข้ากับคนอื่นไม่ได้เอาซะเลย! ถ้าให้ฉันพูดนะ ของที่อร่อยที่สุดก็คือผู้หญิงกับเด็กนี่แหละ~"
"ไสหัวไป ไอ้สวะ"
เมื่อได้ยินคำพูดของโดมะ แววตาของอาคาสะก็ปรากฏร่องรอยของความกระวนกระวายขึ้นมา
เนื่องจากสูญเสียความทรงจำในตอนที่เป็นมนุษย์ไป อาคาสะจึงไม่รู้เรื่องราวในอดีตของตัวเองเลย แต่โดยสัญชาตญาณแล้ว เขาเกลียดชังผู้อ่อนแอ และเมื่อเห็นผู้หญิง เขาก็จะรู้สึกอึดอัดจากก้นบึ้งของหัวใจ แน่นอนว่าการไม่ฆ่าและไม่กินผู้หญิงไม่ได้แปลว่าอาคาสะเป็นอสูรที่ดี เพราะความเกลียดชังต่อผู้อ่อนแอ และเพื่อให้สามารถสนุกกับการต่อสู้ได้อย่างเต็มที่ อาคาสะมักจะพยายามเค้นศักยภาพของคู่ต่อสู้ออกมาให้หมด เพียงแต่ในสายตาของคนอื่น การกระทำของเขามันดูเหมือนการทรมานให้ตายเสียมากกว่า
อาคาสะไม่กินผู้หญิง ส่วนโดมะกินแต่ผู้หญิง สิ่งนี้ทำให้ทั้งสองคนเข้ากันไม่ได้เลย และแทบจะทะเลาะกันอย่างรุนแรงทุกครั้งที่เจอหน้ากัน
และเมื่อเห็นสีหน้าของอาคาสะ โดมะก็ไม่ได้โกรธ กลับยิ้มร่าแล้วพูดว่า "โกรธแล้วเหรอเนี่ย แต่จะไปมีประโยชน์อะไรล่ะ ถ้าไม่พอใจฉัน นายก็ท้าประลองสลับตำแหน่งกับฉันได้ทุกเมื่อเลยนะ! แต่นายก็รู้นี่นา ว่านายสู้ฉันไม่ได้! ไม่ใช่นายอ่อนแอลงหรอก แต่เป็นฉันที่แข็งแกร่งขึ้นต่างหาก! ทั้งๆ ที่นายกลายเป็นอสูรก่อนฉันแท้ๆ แต่ตอนนี้ฝีมือกลับสู้ฉันไม่ได้เลย! เป็นเพราะเลือกกินจริงๆ ด้วยสินะ!"
เมื่อได้ยินดังนั้น ความโกรธในแววตาของอาคาสะก็ระเบิดออก แต่ก่อนที่อาคาสะจะได้ลงมือ มือของโดมะก็กลายเป็นเงารางๆ พุ่งผ่านไป และทิ้งรอยเลือดเอาไว้บนริมฝีปากของอาคาสะเสียแล้ว
ไม่มีความเจ็บปวดใดๆ รอยเลือดนั้นไม่ใช่เลือดของอาคาสะด้วยซ้ำ อาคาสะเพียงแค่จมูกกระตุกสองสามที จากนั้นความมุ่งร้ายที่ไม่อาจระงับได้ก็พุ่งพล่านในดวงตาของเขา
"โดมะ!!!"
"ฉันอยู่นี่~ ไม่ต้องรีบร้อนหรอกน่า!!" โดมะหัวเราะด้วยความมุ่งร้าย "ผ่านมาตั้งหลายร้อยปีแล้วนะ ถ้าฮันเทงงูไม่ตาย พวกเราก็คงไม่มีโอกาสได้เจอกันหรอก เพื่อวันนี้ ฉันอุตส่าห์ปลีกตัวจากงานยุ่งๆ ไปคัดเลือกสาวกหญิงที่ศรัทธาแรงกล้ามาตั้งหลายคน น่าสงสารจริงๆ นะ สาวกหญิงตั้งเยอะแยะ ดันมีแค่คนเดียวที่คลอดลูกสาวออกมาได้"
"ภาพตอนนั้นมันสุดยอดไปเลยล่ะ!" เมื่อสัมผัสได้ว่ากลิ่นอายของอาคาสะเริ่มปั่นป่วนมากขึ้น โดมะไม่เพียงแต่จะไม่รู้สึกประหม่า กลับยิ่งยิ้มอย่างสบายใจมากขึ้นไปอีก "จนกระทั่งทารกหญิงคนนั้นถูกฉันควักออกมา ผู้หญิงโง่คนนั้นก็ยังคิดว่าตัวเองได้รับความรอดอยู่เลย ใบหน้าของหล่อนเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความสุขจากความศรัทธา~ นายลองชิมดูสิ รสชาติมันยอดเยี่ยมไปเลยใช่ไหมล่ะ?!"
เมื่อได้ยินดังนั้น สายตาของอาคาสะก็หดเกร็ง ปราณเลือดพวยพุ่งขึ้นรอบตัว แต่ในขณะที่เขาเพิ่งจะยกมือขึ้น ประกายแสงเย็นเยียบก็สว่างวาบขึ้น—
พร้อมกับรอยแผลลึกถึงกระดูกที่ข้อมือของอาคาสะ ชายผู้สวมชุดกิโมโนลายงูสีม่วง ทับด้วยฮากามะสำหรับขี่ม้าสีดำ มัดผมหางม้าสูง และเต็มไปด้วยกลิ่นอายของซามูไร ผู้มีดวงตาหกดวงก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า
"หุบปากกันให้หมด— อาคาสะ รู้จักที่ต่ำที่สูงซะบ้าง ถ้าอยากสู้ก็ไปท้าประลองสลับตำแหน่งซะ ถ้าไม่อยาก ก็เก็บมือของแกเอาไว้ให้ดี"
ดวงตาทั้งหกดวงเหลือบมองอาคาสะ ก่อนจะละสายตาไป จากนั้นเขาก็มองเข้าไปในความมืดอีกฝั่งหนึ่งของปราสาทไร้ขอบเขตด้วยดวงตาที่สลักคำว่า "ข้างขึ้นลำดับที่หนึ่ง" โคคุชิโบพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "มีคนมา คราวนี้แค่เตือนเฉยๆ ถ้ามีคราวหน้า ก็ระวังคอของแกเอาไว้ให้ดี"
เมื่อได้ยินคำพูดของโคคุชิโบ อาคาสะก็กัดฟันแน่น ก่อนจะลดแขนลงอย่างเงียบๆ จากนั้น ก้อนเนื้อก็เริ่มกระดุกกระดิก บาดแผลจากการถูกฟันก็ฟื้นฟูสภาพกลับมาอย่างรวดเร็วด้วยตาเปล่า จนไม่เหลือแม้แต่รอยแผลเป็นเลยแม้แต่น้อย
โคคุชิโบ อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดรองจากคิบุซึจิ มุซัน ว่ากันว่าเขาเคยเป็นหนึ่งในสมาชิกหน่วยพิฆาตอสูร มีพลังแข็งแกร่งหาใครเปรียบ... อย่างน้อยที่สุด ถ้าคู่ต่อสู้คือโดมะ อาคาสะก็ยังมีความมั่นใจอยู่บ้าง ต่อให้โอกาสชนะจะริบหรี่ แต่ก็ยังมีหวังสักสามส่วน แต่ถ้าเป็นโคคุชิโบล่ะก็ โอกาสชนะแทบจะเป็นศูนย์เลยทีเดียว
และเมื่อโคคุชิโบออกโรง แม้โดมะที่อยู่ข้างๆ จะยังคงยิ้มบางๆ แต่เขาก็เก็บซ่อนความรู้สึกเอาไว้อย่างเงียบๆ— โคคุชิโบเกิดในยุคเซ็นโกคุ ซึ่งเป็นยุคที่การ "ผู้น้อยโค่นผู้ใหญ่" เป็นเรื่องปกติและเกิดขึ้นบ่อยครั้ง และในฐานะที่เคยเป็นซามูไรมาก่อน โคคุชิโบก็ให้ความสำคัญกับลำดับอาวุโสและความสัมพันธ์ระหว่างนายบ่าวเช่นกัน ในสถานการณ์เช่นนี้ โคคุชิโบสามารถฟันแขนของอาคาสะ อสูรข้างขึ้นลำดับที่สาม เพียงเพราะแสดงความไม่เคารพต่อโดมะ อสูรข้างขึ้นลำดับที่สองได้ ดังนั้นเขาก็สามารถตัดหัวโดมะ อสูรข้างขึ้นลำดับที่สอง เพียงเพราะแสดงความไม่เคารพต่อเขาได้เช่นกัน
แล้วก็... มีคนมางั้นเหรอ? เป็นคนที่ท่านมุซันสั่งให้ฆ่าหรือเปล่านะ?
ขณะที่คิด โดมะก็มองไปยังอสูรข้างขึ้นที่มารวมตัวกันจนครบ ขาดเพียงแค่สองพี่น้องอสูรดากิเท่านั้น เขาเองก็รู้สึกคาดหวังและอยากรู้อยากเห็น— เป็นใครกันนะ ที่ทำให้ท่านมุซันต้องจัดเตรียมกองกำลังใหญ่โตขนาดนี้? อา ช่างน่าตื่นเต้นจริงๆ!
แต่ในวินาทีต่อมา ยังไม่ทันที่โดมะจะได้สติ จู่ๆ ความรู้สึกหนาวสั่นจนยากจะอธิบายก็แล่นพล่านไปตามสันหลังของเหล่าอสูรที่อยู่ที่นั่น
มันเป็นความรู้สึกที่ทำให้รู้สึกอึดอัด ราวกับมีลิ้นหลายแฉก หรือไม่ก็ตัวบุ้งกำลังไต่และเลียไปตามแผ่นหลังของพวกเขา ความรู้สึกชื้นแฉะและน่าสยดสยองแผ่ซ่านไปทั่วทุกอณูของร่างกายในพริบตา ทำให้รู้สึกเหมือนมีหนามแหลมทิ่มแทงอยู่เบื้องหลัง
คนที่เดินออกมาจากเงามืด สิ่งแรกที่ดึงดูดสายตาของผู้คนก็คือดวงตาคู่หนึ่ง ดวงตาคู่นั้นดูอ่อนโยน โค้งงอเป็นรูปสระอิ แฝงไปด้วยรอยยิ้มบางๆ
แต่พร้อมกับเสียงฝีเท้าที่ดังขึ้น เหล่าอสูรกลับสัมผัสได้ถึงกลิ่นคาวเลือดที่ยากจะอธิบาย
พร้อมกับเศษซากศพของอสูรระดับล่างที่ร่วงหล่นลงมาจากเงามืดดังตุบตับ รอนเดินถือหัวกะโหลกของอสูรไร้ชื่อตนหนึ่งออกมา กระดูกสันหลังที่ถูกกระชากออกมาอย่างโหดเหี้ยมยังคงติดอยู่กับหัวกะโหลก ตามแนวกระดูกสันหลัง ซี่โครงที่หักงอโผล่ออกมาให้เห็นรอยแตกที่ไม่สม่ำเสมอกัน
"ฮ่า สวัสดีตอนเย็นทุกคน ยินดีต้อนรับสู่ไนท์... ปราสาทไร้ขอบเขต~"
ด้วยรอยยิ้มที่สดใสบนใบหน้า รอนพูดพลางโยนกะโหลกในมือทิ้งไปด้านข้าง
เขากวาดสายตามองทุกคนที่อยู่ตรงหน้า เอียงคอเล็กน้อย ก่อนจะถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นว่า "สองพี่น้องดากิไปไหนล่ะ ทำไมถึงไม่มาล่ะ ฉันยังอยากจะเห็นเลยนะว่าดากิในโลกนี้จะใส่กางเกงลองจอนเวอร์ชันเซ็นเซอร์เหมือนในเว็บ Bilibili หรือเปล่า~"
เนื่องจากการเซ็นเซอร์ ตอนที่รอนดูภาคย่านเริงรมย์ในเว็บ Bilibili ดากิไม่ได้ใส่ชุดบิกินีสุดเซ็กซี่ แต่กลับใส่ชุดแนบเนื้อสีดำมิดชิดตั้งแต่คอจรดเท้า แค่มองก็รู้สึกอุ่นแล้ว พอมาถึงโลกนี้ เขาก็ตั้งใจจะมาดูให้เห็นกับตา แต่ตอนนี้ดูเหมือน... ดากิจะไม่อยู่แฮะ?
และเมื่อได้ยินคำพูดของรอน โคคุชิโบที่เป็นผู้นำก็หรี่ตาลงด้วยความเย็นชา เขาจ้องมองรอนที่เต็มไปด้วยช่องโหว่ไปทั้งตัว สัมผัสได้ถึงความยียวนกวนประสาทในคำพูดของอีกฝ่าย โคคุชิโบรู้สึกสงสัยเพียงว่า คนที่ทำตัวเหลาะแหละแบบนี้ มีคุณสมบัติพอที่จะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาด้วยหรือ?
ส่วนอีกด้านหนึ่ง เมื่อเห็นธิดาเทวะที่มีหน้าท้องป่องเดินตามรอนออกมา โโดมะก็ชะงักไป โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นใบหน้าที่อ่อนเยาว์และสงบเสงี่ยมของธิดาเทวะ โดมะก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะเบาๆ "ฮ่าฮ่า ดูสิว่าฉันเจออะไร? อาคาสะ อยากให้ฉันเตรียมมื้อค่ำให้นายไหม"
ระหว่างที่พูด วินาทีต่อมา พร้อมกับการสะบัดพัดเหล็ก หมอกน้ำแข็งก็กระจายตัวออก ร่างของโดมะกลายเป็นเงารางๆ พุ่งไปอยู่ด้านหลังธิดาเทวะ พัดเหล็กในมือถูกง้างขึ้นสูง และฟาดลงมาพร้อมกับสายลมที่ชั่วร้าย
แต่น่าเสียดาย ยังไม่ทันที่พัดเหล็กของโดมะจะสัมผัสตัวธิดาเทวะ จู่ๆ ก็มีเสียงฟาดฟันดังก้องขึ้นในอากาศ วินาทีต่อมา พัดเหล็กในมือของโดมะก็แตกกระจายเป็นชิ้นๆ ส่วนตัวโดมะเองก็ถูกฟันขาดครึ่งท่อนอย่างจัง
"อย่าทำแบบนี้สิ ฉันมีเรื่องที่อยากจะลองทำอยู่พอดีเลยนะ"
พร้อมกับร่างที่ถูกฟันขาดครึ่งของโดมะร่วงลงสู่พื้น ลำไส้สีแดงสดก็ทะลักออกมาเรี่ยราด ขณะที่มันกำลังขยับเขยื้อนอย่างเชื่องช้า กลิ่นเหม็นคาวชวนคลื่นไส้ก็พวยพุ่งออกมาพร้อมกับไอร้อนจากเครื่องในที่ยังคงทำงานอยู่
ส่วนรอน ตัวการของเรื่องทั้งหมดนี้ กำลังถือใบเลื่อยหั่นเนื้ออยู่ในมือ อีกมือหนึ่งเกาหัวด้วยท่าทางเขินอาย ให้ความรู้สึกเหมือนเด็กหนุ่มที่ร่าเริงและขี้อาย—
"ฉันสัญญากับหมาป่าเอาไว้แล้วนะ ถ้าแกยืนยันที่จะทำร้ายธิดาเทวะล่ะก็ ฉันก็คงต้องฆ่าแกให้ตายซะก่อน"
เมื่อได้ยินดังนั้น โดมะที่ถูกฟันขาดครึ่งก็นิ่งเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนจะฉีกยิ้มกว้าง เผยให้เห็นรอยยิ้มที่แปลกประหลาดพลางพูดว่า "อาเร๊ะ~ ไม่เสียชื่อคนที่ท่านมุซันให้ความสำคัญจริงๆ ด้วย ดูเหมือนฉันจะประมาทไปหน่อยสินะ!"
ระหว่างที่พูด แววตาของโดมะก็เปล่งประกายความเย็นชาออกมา จากนั้นท่อนล่างของเขาก็เริ่มฟื้นฟูสภาพอย่างรวดเร็ว รอนไม่ได้พยายามขัดขวางการฟื้นฟูของโดมะเลยแม้แต่น้อย แต่ถึงอย่างนั้น เมื่อนึกถึงความเร็วที่รอนพุ่งเข้ามาเมื่อครู่นี้ โดมะก็รีบตั้งสติให้เยือกเย็นลงอย่างรวดเร็ว เขาจ้องมองรอนที่อยู่ตรงหน้าเขม็ง ปลดปล่อยมนต์อสูรโลหิตออกมา ความเย็นยะเยือกแผ่ซ่านไปทั่วบริเวณ เปลี่ยนเลือดที่ถูกแช่แข็งของตัวเองให้กลายเป็น "เกล็ดน้ำแข็ง" รูปแบบหมอก เพียงแค่สะบัดแขน เกล็ดน้ำแข็งที่มองไม่เห็นเหล่านั้นก็ปลิวว่อนออกไปพร้อมกับการสะบัดพัดเหล็ก
เพียงชั่วพริบตา อุณหภูมิในบริเวณนั้นก็ลดลงจนติดลบ หากเป็นคนธรรมดา แค่สัมผัสถึงความเย็นนี้ก็คงจะสั่นสะท้านไปทั้งตัวแล้ว
และในฐานะอสูรข้างขึ้นลำดับที่สองที่กินมนุษย์มานับหมื่นคน มนต์อสูรโลหิตของโดมะจะใช่แค่การสร้างความเย็นและลดอุณหภูมิในอากาศง่ายๆ แค่นี้ได้อย่างไร? ในความเป็นจริง ภายใต้การเสริมพลังจากมนต์อสูรโลหิต เกล็ดน้ำแข็งที่เกิดจากเลือดของโดมะเหล่านี้แฝงไปด้วยพิษที่ร้ายแรงเหนือจินตนาการ ผิวหนังของคนธรรมดาหากสัมผัสกับเกล็ดน้ำแข็งเหล่านี้ก็จะถูกแช่แข็งในทันที และหากสูดดมเกล็ดน้ำแข็งอสูรเหล่านี้เข้าไปในปอด ก็จะทำให้หายใจไม่ออก ส่งผลให้ถุงลมปอดเน่าเปื่อย และตายคาที่ในที่สุด!
และนอกจากการสร้างมลพิษให้กับอากาศรอบๆ แล้ว พร้อมกับการโบกสะบัดพัดของโดมะ น้ำค้างแข็งที่พวยพุ่งออกมารอบๆ ขอบพัดก็ก่อตัวเป็นดอกบัวน้ำแข็งที่บิดเบี้ยวและน่าสะพรึงกลัวทีละดอก พวกมันพุ่งเข้าหารอนอย่างบ้าคลั่ง ดูจากท่าทางแล้ว หากคนธรรมดาเพียงแค่สัมผัสโดน ก็อาจจะถูกแช่แข็งกลายเป็นรูปปั้นน้ำแข็งและสิ้นใจไปในทันที!
ส่วนรอนกลับยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น ไม่หลบและไม่หลีก เขาเพียงแค่มองดูโดมะด้วยรอยยิ้ม จนกระทั่งดอกบัวน้ำแข็งเหล่านั้นกลืนกินรอนเข้าไปทั้งตัว โโดมะก็ยังไม่ถูกโจมตีเลยสักนิด
เมื่อเห็นดังนั้น โดมะก็ชะงักไป เขาใช้พัดอีกเล่มปิดบังใบหน้าไปครึ่งหนึ่ง ก่อนจะเอียงคอด้วยความสงสัย หรี่ตาลงแล้วพึมพำกับตัวเองว่า:
"เอ๊ะ? ทำไมถึงไม่รู้สึกถึงการโจมตีเลยล่ะ? แถมยังไม่มีวี่แววว่าจะหลบด้วย หรือว่าฉันประเมินพลังของเจ้านี่ผิดไป—"
ระหว่างที่พูด พัดเหล็กของโดมะก็ฟาดไปยังธิดาเทวะที่อยู่ข้างๆ อีกครั้ง
แต่น่าเสียดายที่ยังไม่ทันที่โดมะจะพูดจบ จู่ๆ พร้อมกับเสียงน้ำแข็งแตก โโดมะก็เห็นดอกบัวน้ำแข็งที่อยู่ตรงหน้าแตกกระจายออกเป็นเสี่ยงๆ มันดูเหมือนจะเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว แต่ก็ดูเชื่องช้าเหลือเกิน เชื่องช้าจนเศษดอกบัวน้ำแข็งที่แตกกระจายค่อยๆ ปลิวเฉียดหนังหัวของโดมะไปทีละชิ้นๆ แต่มันก็รวดเร็วมาก รวดเร็วเสียจนก่อนที่โดมะจะทันได้พูดจบ ฝ่ามือใหญ่ก็ทาบลงบนใบหน้าของเขาเสียแล้ว
นิ้วทั้งห้ากางออก และทาบลงบนใบหน้าของโดมะอย่างเต็มแรง เขาพยายามจะดิ้นให้หลุดโดยสัญชาตญาณ แต่ในวินาทีต่อมา โดมะก็พบว่าฝ่ามือที่ดูเหมือนจะวางลงมาอย่างลวกๆ นั้น กลับรัดแน่นราวกับคีมเหล็ก อย่าว่าแต่จะดิ้นให้หลุดเลย แค่ขยับตัวนิดเดียวยังแทบเป็นไปไม่ได้เลย!
รอนออกแรงเพียงเล็กน้อย วินาทีต่อมา หัวของโดมะก็แตกกระจายราวกับแตงโมที่ถูกค้อนเหล็กทุบ รอนสลัดเลือดบนมือลงพื้นด้วยความรู้สึกจนใจ:
"เดินผ่านมดตัวหนึ่งแต่ห้ามเหยียบให้ตาย... ทำไมพวกแกถึงชอบบังคับขู่เข็ญ และตั้งคำถามยากๆ แบบนี้กับฉันอยู่เรื่อยเลยนะ?"
[จบแล้ว]