เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 35 - จ้าวหย่งเตรียมไลฟ์สดสองปู่หลาน

บทที่ 35 - จ้าวหย่งเตรียมไลฟ์สดสองปู่หลาน

บทที่ 35 - จ้าวหย่งเตรียมไลฟ์สดสองปู่หลาน


บทที่ 35 - จ้าวหย่งเตรียมไลฟ์สดสองปู่หลาน

รอยยิ้มบนใบหน้าของจ้าวหย่งหายวับไปทันทีที่ประตูห้องปิดลง ใบหน้าของเขาดูมืดมนจนน่ากลัว

สวีเวยที่ลอยตามเขามา แม้จะเคยเห็นเขาเปลี่ยนสีหน้ากะทันหันแบบนี้มาหลายครั้ง แต่ก็ยังอดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัว วิญญาณของเธอสั่นเทาโดยไม่รู้ตัว ความทรงจำอันเจ็บปวดและน่าอึดอัดเหล่านั้นผุดขึ้นมาในหัวอีกครั้ง

ภายใต้ความทรมานจากความทรงจำอันเลวร้าย กลิ่นอายบนร่างของสวีเวยเริ่มเปลี่ยนไป ไอสีดำจางๆ ค่อยๆ ลามจากปลายเท้าขึ้นมาตามร่างกายของเธออย่างช้าๆ

ฆ่ามัน... ฆ่าไอ้ฆาตกรที่ทำร้ายเธอให้ตาย แล้วเธอจะได้หลุดพ้นเสียที...

ฆ่ามัน... ฆ่ามัน...

สีหน้าของสวีเวยค่อยๆ บิดเบี้ยวอย่างน่าเกลียดน่ากลัว เธอค่อยๆ ยื่นมือออกไปหาจ้าวหย่ง ทว่าในวินาทีที่มือของเธอกำลังจะสัมผัสถึงลำคอของเขา จู่ๆ ก็มีแสงสีทองสว่างวาบขึ้นบริเวณลำคอของเขา

"โอ๊ย!" มือของสวีเวยถูกแสงสีทองนั่นแผดเผาจนต้องรีบถอยกรูดออกห่างจากจ้าวหย่งด้วยความตื่นตระหนก

บ้าจริง! เธอยังฆ่าเขาไม่ได้!

สวีเวยยืนอยู่ตรงมุมห้อง จ้องมองจ้าวหย่งด้วยความโกรธแค้นและไม่ยอมแพ้

จู่ๆ จ้าวหย่งก็รู้สึกเหมือนมีลมเย็นพัดผ่านต้นคอ เขาหันขวับไปมองแต่กลับไม่พบความผิดปกติใดๆ

เขากวาดสายตามองไปรอบห้องที่เงียบสงัดจนน่ากลัว ความรู้สึกหวาดผวาบังเกิดขึ้นในใจอย่างบอกไม่ถูก เขารู้สึกเหมือนมีคนกำลังจ้องมองเขาอยู่อีกแล้ว

หรือว่าวิญญาณของสวีเวยจะกลับมาแก้แค้น จ้าวหย่งรีบล้วงเอาของที่ห้อยคออยู่ออกมา มันคือจี้หยกแกะสลักรูปพระพุทธรูป

นี่คือเครื่องรางคุ้มภัยที่แม่ของเขายอมทุ่มเงินก้อนโตไปขอมาจากวัดเพื่อเขาโดยเฉพาะ

จ้าวหย่งกำเครื่องรางในมือแน่น เดินสำรวจไปรอบๆ ห้องอย่างละเอียด เมื่อไม่พบความผิดปกติใดๆ เขาถึงค่อยๆ วางใจลงและยัดเครื่องรางกลับเข้าไปใต้เสื้อตามเดิม

เขาไม่ได้สังเกตเลยว่า จี้หยกพระพุทธรูปที่เคยแวววาวบัดนี้กลับดูหม่นหมองลงไปบ้างแล้ว

จ้าวหย่งโยนกระเป๋าทิ้งไว้บนโซฟาลวกๆ แล้วเดินเข้าไปในห้องนอน ห้องของเขาเป็นแบบหนึ่งห้องนอนหนึ่งห้องนั่งเล่น การตกแต่งและผังห้องเหมือนกับห้องเช่าข้างๆ เป๊ะ

ภายในห้องนอนมืดสนิท เมื่อเปิดไฟสว่างก็เผยให้เห็นสภาพภายในห้อง

ห้องเล็กๆ ห้องนี้ไม่มีทั้งเตียงและตู้เสื้อผ้า มีเพียงหน้าจอคอมพิวเตอร์หลายสิบเครื่องวางเรียงรายกันอย่างเป็นระเบียบ

หน้าจอทุกเครื่องสว่างวาบ ภาพบนจอแตกต่างกันออกไป แต่มันคือภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งหมด

จ้าวหย่งทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้คอมพิวเตอร์ จ้องมองภาพจากกล้องวงจรปิดที่ว่างเปล่าไร้ผู้คนพลางขมวดคิ้วมุ่น

ทำไมถึงไม่มีใครอยู่เลยสักคน หรือว่ายังไม่กลับบ้านกันนะ

เขาสลับดูภาพจากมุมต่างๆ แต่ก็ไม่พบใครเลยสักคน จ้าวหย่งเริ่มสังหรณ์ใจไม่ค่อยดี

หรือว่าพวกนั้นจะรู้ตัวกันหมดแล้ว

เป็นไปไม่ได้หรอก ถ้ารู้ตัวพวกนั้นก็ต้องแจ้งตำรวจไปแล้วสิ คนพวกนี้ไม่ได้โง่เง่าเหมือนอีนังบ้าสวีเวยนั่นสักหน่อย

ระหว่างที่เขากำลังคิด จู่ๆ บนหน้าจอหนึ่งก็มีคนปรากฏตัวขึ้น แต่กลับเป็นคนแปลกหน้า เสียงของคนคนนั้นกำลังคุยโทรศัพท์ดังลอดออกมาจากลำโพง

"ฉันมาถึงห้องแกแล้วนะ... วางใจเถอะ ขออาศัยนอนแค่คืนเดียว เดี๋ยวก็กลับแล้ว..."

ที่แท้ก็เพื่อนมาขอค้างคืนนี่เอง

จ้าวหย่งถอนหายใจอย่างโล่งอก เขาว่าแล้วเชียว คนพวกนี้จะไปรู้ตัวได้ยังไง ในเมื่อเขาซ่อนกล้องไว้มิดชิดขนาดนั้น

ไม่นาน หน้าจออื่นๆ ก็เริ่มมีคนทยอยกลับมา ส่วนใหญ่เป็นผู้ชาย หรือไม่ก็มากันเป็นครอบครัว หรือพาเพื่อนมาบ้าน ไม่มีผู้หญิงที่อยู่คนเดียวโผล่มาเลยสักคน แถมยังมีหน้าจออีกสองสามจอที่ยังคงว่างเปล่า

แต่จ้าวหย่งก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร สถานการณ์แบบนี้ถือเป็นเรื่องปกติ มนุษย์เงินเดือนในเมืองใหญ่ก็มักจะทำงานล่วงเวลาจนดึกดื่นแบบนี้แหละ

จ้าวหย่งจับเมาส์คลิกเปิดหน้าจอที่อยู่ตรงกลางสุด พิมพ์คำสั่งบนคอมพิวเตอร์อย่างรวดเร็วแล้วกดเปิดหน้าต่างแชตขึ้นมา

เขาพิมพ์ข้อความลงในช่องแชตว่า 'สุ่มไลฟ์สดชีวิตประจำวันใต้ชายคาเดียวกันของชายชราวัยเจ็ดสิบกับสาวสะพรั่ง ค่าเข้าชม 19999' จากนั้นก็ใช้โปรแกรมแปลเป็นภาษาอังกฤษแล้วกดส่งไป

วินาทีต่อมา ข้อความตอบกลับมากมายก็เด้งรัวๆ ขึ้นมาในหน้าต่างแชต

เมื่อเห็นข้อความเหล่านั้น รอยยิ้มบนใบหน้าของจ้าวหย่งก็กว้างขึ้นเรื่อยๆ แววตาของเขาเปล่งประกายด้วยความตื่นเต้นและดีใจ

เขาว่าแล้วเชียวว่าพวกนี้ต้องชอบของแปลกๆ รสนิยมซาดิสม์แบบนี้!

สวีเวยที่เห็นภาพทั้งหมดรู้สึกปั่นป่วนในกระเพาะจนคลื่นไส้ เธออยากจะอาเจียนออกมา

สวีเวยออกจากห้องของจ้าวหย่งแล้วทะลุกำแพงกลับมาที่ห้องข้างๆ "คุณคะ ไอ้โรคจิตนั่นมันกำลังติดต่อไปหาพวกโรคจิตคนอื่นๆ มันกะจะไลฟ์สดคุณกับคุณปู่ของคุณค่ะ!"

หรงเล่ออิงรีบวางของในมือลงทันที "เมื่อไหร่"

ที่ตำรวจรู้ว่าจ้าวหย่งเป็นฆาตกรแต่ยังไม่ยอมจับตัวเขา ก็เพราะต้องการทลายเครือข่ายพวกโรคจิตนับหมื่นนับแสนคนที่อยู่หลังหน้าจอพวกนั้นให้สิ้นซาก

พวกหลี่อิงเจ๋อบอกว่า ลิงก์ไลฟ์สดที่จ้าวหย่งใช้มันซ่อนเร้นได้เนียนมาก พวกเขาเลยยังหาวิธีเจาะระบบเข้าไปไม่ได้

ทางเดียวที่จะทำได้คือรอให้จ้าวหย่งเปิดไลฟ์สดอีกครั้ง

หรงเล่ออิงนึกไม่ถึงเลยว่าเป้าหมายในการเปิดไลฟ์สดครั้งต่อไปของจ้าวหย่งจะเป็นพวกเธอ เธอรู้สึกขนลุกซู่และคันไม้คันมืออยากจะซัดหน้าคนขึ้นมาทันที

"เขาไม่ได้บอกเวลาค่ะ บอกแค่ว่าจะสุ่มไลฟ์สด"

หรงเล่ออิงลูบคางครุ่นคิด "งั้นฉันก็ต้องสร้างโอกาสให้เขาเข้ามาติดกล้องแล้วสิ"

คุณปู่หรงที่นั่งอยู่บนโซฟามองหลานสาวคุยกับอากาศธาตุด้วยความรู้สึกแปลกๆ จึงเอ่ยถามอย่างระมัดระวัง "เสี่ยวอิง... ผีตัวนั้น... แม่หนูสวีเวยกลับมาแล้วเหรอลูก"

"ค่ะ กลับมาแล้วค่ะ"

หรงเล่ออิงรีบกดสั่งซื้อยันต์เปิดเนตรระดับสูงให้คุณปู่ทันที "คุณปู่คะ ปู่รับยันต์ใบนี้ไปถือไว้ก็จะมองเห็นเธอแล้วค่ะ"

"เธอช่วยเปลี่ยนกลับไปเป็นสภาพปกติก่อนนะ อย่าทำให้คุณปู่ฉันตกใจล่ะ"

"ได้ค่ะ" สวีเวยรีบเปลี่ยนกลับมาอยู่ในสภาพคนปกติทันที

"ยันต์แผ่นนี้ลวดลายสวยดีนะ..." คุณปู่หรงพูดพลางรับยันต์มาถือไว้ ทันทีที่ปลายนิ้วสัมผัสกับแผ่นยันต์ เขาก็มองเห็นเด็กผู้หญิงแปลกหน้าคนหนึ่งยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามกับหรงเล่ออิง

แม้จะเตรียมใจไว้แล้ว แต่ตอนที่ได้เห็นสวีเวยแวบแรก คุณปู่หรงก็แอบสะดุ้งจนหัวใจกระตุกไปจังหวะหนึ่ง ทว่าเพียงไม่นานเขาก็กลับมาสงบเยือกเย็นตามเดิม

ความจริงผีก็หน้าตาเหมือนคนปกติทั่วไป ไม่ได้น่ากลัวอะไรเลยนี่นา

คุณปู่หรงคงลืมประโยคที่หรงเล่ออิงบอกให้สวีเวยเปลี่ยนกลับเป็นสภาพปกติไปเสียสนิท

"สวัสดีค่ะคุณปู่ หนูชื่อสวีเวยนะคะ" สวีเวยทักทายคุณปู่ด้วยความสุภาพ

"อ้อ สวัสดีจ้ะๆ..."

คุณปู่หรงมองใบหน้าอ่อนเยาว์ของสวีเวยแล้วก็รู้สึกปวดใจอย่างบอกไม่ถูก

เด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักแสนดีขนาดนี้ กลับต้องมาจบชีวิตลงเพราะน้ำมือของไอ้ฆาตกรโรคจิตนั่น พ่อแม่ของเธอจะหัวใจสลายขนาดไหนกันนะ

คุณปู่หรงหยิบแอปเปิลบนโต๊ะขึ้นมา "หนูเอ๊ย มาๆ กินผลไม้สิลูก"

สวีเวยรีบโบกมือปฏิเสธเป็นพัลวัน "คุณปู่คะ หนูคงกินไม่ได้หรอกค่ะ"

"เออจริงด้วย ปู่ลืมไปเลย..." คุณปู่หรงตบหน้าผากตัวเอง "หนูต้องกินพวกธูปเทียนสินะ โธ่เอ๊ย เมื่อกี้ตอนเดินผ่านร้านขายของไหว้ ปู่น่าจะแวะซื้อติดมือมาให้หนูสักหน่อย"

เมื่อได้ยินคำพูดแสดงความห่วงใยของคุณปู่ สวีเวยก็ซาบซึ้งจนน้ำตาแทบไหล

ฮือๆ... ตั้งแต่เธอตายไป นอกจากพ่อแม่แล้ว คุณปู่หรงคือญาติผู้ใหญ่คนแรกเลยที่แสดงความห่วงใยต่อเธอ

หรงเล่ออิงปรายตามองสวีเวยแวบหนึ่ง ก่อนจะเดินไปหยิบแอปเปิลจากมือคุณปู่มายื่นตรงหน้าสวีเวย

"เธอเธอลองหยิบดูสิว่าถือได้ไหม"

เธอเองก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่า 'พลังพิเศษ' ของเธอจะใช้กับผีที่ไม่ได้อยู่ในรายชื่อลูกค้าของเดลิเวอรี่ปรโลกได้หรือเปล่า

สวีเวยส่ายหน้าปฏิเสธ "ไม่เป็นไรค่ะคุณ หนูขอตัวไปจับตาดูจ้าวหย่งต่อก่อนนะคะ"

พูดจบเธอก็หันหลังเดินทะลุกำแพงหายวับไปทันที

สวีเวยกลัวว่าถ้าเธออยู่นานกว่านี้อีกแค่วินาทีเดียว เธอต้องกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่แน่ๆ

ฮือๆ... ทำไมสองปู่หลานคู่นี้ถึงได้เป็นคนดีขนาดนี้นะ!

เมื่อสวีเวยไม่ยอมกิน หรงเล่ออิงเลยจัดการเอาแอปเปิลเข้าปากตัวเองเสียเลย กัดกร้วมเดียวเสียงดังฟังชัด

"เสี่ยวอิง... แอปเปิลลูกนั้นยังไม่ได้ล้างเลยนะลูก..."

"ไม่เป็นไรหรอกค่ะคุณปู่ สิ่งสกปรกกินเข้าไปเดี๋ยวก็ขับถ่ายออกมาเองแหละ"

หรงเล่ออิงเคี้ยวแอปเปิลตุ้ยๆ พลางพิมพ์ข้อความส่งเรื่องที่เพิ่งรับรู้ไปบอกหลี่อิงเจ๋อกับถังเฉิงอวิ้น

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 35 - จ้าวหย่งเตรียมไลฟ์สดสองปู่หลาน

คัดลอกลิงก์แล้ว