- หน้าแรก
- ระบบส่งของข้ามภพ สั่งปุ๊บส่งปั๊บ รับประกันด้วยแต้มบุญ
- บทที่ 30 - ช่วยชีวิตคนได้แต่ช่วยหัวใจไม่ได้
บทที่ 30 - ช่วยชีวิตคนได้แต่ช่วยหัวใจไม่ได้
บทที่ 30 - ช่วยชีวิตคนได้แต่ช่วยหัวใจไม่ได้
บทที่ 30 - ช่วยชีวิตคนได้แต่ช่วยหัวใจไม่ได้
พอทั้งสองคนเดินเข้าไปในลิฟต์ กวนเซี่ยงอวี่ถึงได้เอ่ยทำลายความเงียบด้วยน้ำเสียงอู้อี้ "พี่... พวกเขาก็แค่อยากให้คุณปู่มีชีวิตอยู่ต่อไป..."
ถังเฉิงอวิ้น "พี่รู้"
ก็จริงอยู่ที่พวกเขาเป็นห่วงคุณปู่ แต่ลึกๆ แล้วพวกเขากังวลเรื่องผลประโยชน์ของตระกูลกวนมากกว่าต่างหาก
ขอแค่คุณปู่ยังมีชีวิตอยู่ ไม่ว่าท่านจะมีความสุขหรือไม่ก็ตาม สถานะของตระกูลกวนก็จะยังคงมั่นคงอยู่ได้
แต่คนเราจะเห็นแก่ตัวขนาดนั้นไม่ได้หรอกนะ ทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขามีอยู่ในตอนนี้ล้วนเป็นสิ่งที่คุณปู่สร้างมาให้ จะไม่สนใจความรู้สึกของคุณปู่เลยก็คงไม่ได้
เงาสะท้อนบนประตูลิฟต์เผยให้เห็นใบหน้าที่ดูมืดมนและอ่านไม่ออกของถังเฉิงอวิ้น
"นายลองเล่าให้พี่ฟังหน่อยสิว่าเมื่อกี้คุณตาพูดว่ายังไงบ้าง"
ถังเฉิงอวิ้นกดเลือกชั้นแบบสุ่มๆ กวนเซี่ยงอวี่จึงเล่าเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นให้เขาฟังอีกครั้ง
เมื่อฟังจบ ถังเฉิงอวิ้นก็ส่งเสียงตอบรับสั้นๆ แล้วก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ เมื่อลิฟต์จอด ถังเฉิงอวิ้นก็เดินออกไปยืนอยู่ที่สุดทางเดินของตึก ทอดสายตามองแสงไฟจากบ้านเรือนยามค่ำคืนเบื้องล่าง
"พี่... พวกเราจะไม่ไปหาปรมาจารย์แล้วเหรอ" กวนเซี่ยงอวี่มองไปรอบๆ แต่ก็ไม่เห็นวี่แววของหรงเล่ออิงเลย
เขารู้ว่าหรงเล่ออิงก็มาเฝ้าไข้ที่โรงพยาบาลนี้เหมือนกัน แต่ไม่รู้ว่าอยู่ห้องไหน
ถังเฉิงอวิ้นส่ายหน้า "ไม่ไปแล้ว ต่อให้ปรมาจารย์จะเก่งกาจสามารถช่วยชีวิตคนได้ แต่ก็ช่วยหัวใจไม่ได้หรอก"
อย่าว่าแต่เรื่องที่หรงเล่ออิงจะรักษาได้หรือเปล่าเลย ต่อให้รักษาได้จริงๆ เธอก็ช่วยรักษาได้แค่ร่างกายของคุณปู่เท่านั้น ไม่สามารถรักษาวิญญาณของคุณปู่ได้หรอก
แทนที่จะปล่อยให้ท่านมีชีวิตอยู่อย่างทนทุกข์ทรมาน สู้ปล่อยให้ท่านได้ไปอยู่ร่วมกับเสิ่นหงเหลียนเร็วๆ ดีกว่า
ในหัวของถังเฉิงอวิ้นฉายภาพความทรงจำในวัยเด็ก ตอนที่คุณตาอุ้มเขาไว้บนตักแล้วเล่าเรื่องราวความรักระหว่างท่านกับเสิ่นหงเหลียนให้ฟังซ้ำแล้วซ้ำเล่า
ทุกครั้งที่ได้รับเบาะแส คุณตาจะตื่นเต้นดีใจมาก แต่พอรู้ว่าเป็นเบาะแสปลอม ท่านก็จะซึมเศร้าและเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส
ดังนั้น... ถึงแม้เขาจะทำใจยอมรับได้ยาก แต่เขาก็ต้องเคารพความปรารถนาของคุณตา เพื่อให้ท่านได้สมหวังเสียที
ถังเฉิงอวิ้นกับกวนเซี่ยงอวี่ยืนนิ่งอยู่ที่นั่นพักใหญ่ ก่อนจะเดินกลับไปที่หน้าห้องไอซียู เมื่อเห็นพวกเขากลับมากันแค่สองคน กวนอวิ๋นเผิงก็รีบถาม "ปรมาจารย์ล่ะ..."
"พวกแกนี่มันช่างกล้าดีจริงๆ เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้กลับไม่ยอมบอกพวกฉันเลยสักคำ!"
จู่ๆ ก็มีเสียงทุ้มต่ำอันทรงอำนาจดังขึ้นจากด้านหลัง ทันทีที่ได้ยินเสียงนั้น สีหน้าของพวกกวนอวิ๋นเผิงก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด
ถังเฉิงอวิ้นและกวนเซี่ยงอวี่ขยับหลีกทางให้ เผยให้เห็นบุคคลสองคนที่ยืนอยู่ด้านหลัง คนหนึ่งเป็นชายชราสวมชุดถังซวงสีดำถือไม้เท้า ส่วนอีกคนเป็นชายหนุ่มที่หน้าตาละม้ายคล้ายถังเฉิงอวิ้นและกวนเซี่ยงอวี่แต่มีบุคลิกดูเป็นผู้ดีมีความรู้
"คุณลุง... ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ได้ครับ" กวนอวิ๋นเผิงฝืนยิ้มอย่างยากลำบาก
ผู้ที่มาใหม่คือ กวนจิ้นเยี่ย พี่ชายแท้ๆ ของกวนจิ้นฉี และ เฉาอี๋เหนียน หลานชายของเขา กวนจิ้นเยี่ยคือพ่อแท้ๆ ของกวนอวิ๋นเชี่ยน ซึ่งต่อมาได้ยกให้เป็นลูกบุญธรรมของกวนจิ้นฉี
แม้ว่ากวนจิ้นฉีจะเป็นผู้นำตระกูลกวน และตอนนี้ได้ส่งมอบอำนาจให้กวนอวิ๋นเผิงดูแลแล้ว แต่ทุกคนในตระกูลก็ยังคงเกรงกลัวและเคารพกวนจิ้นเยี่ยผู้เป็นพี่ชายคนโตอย่างมาก
นั่นก็เพราะกวนจิ้นเยี่ยเคยเป็นทหารมาก่อน แม้ตอนนี้จะปลดเกษียณแล้ว แต่กลิ่นอายความน่าเกรงขามแบบทหารก็ยังคงแผ่ซ่านจนทำให้ผู้คนรู้สึกหวั่นเกรง
"คุณลุง..."
"คุณปู่ใหญ่..."
คนอื่นๆ ต่างก้มหน้าก้มตาทักทายกวนจิ้นเยี่ยด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก ไม่กล้าสบตาเขาเลยสักคน
กวนจิ้นเยี่ยกระแทกไม้เท้าลงบนพื้นอย่างแรงจนเกิดเสียงดังทึบ ทำเอาคนอื่นๆ ยกเว้นถังเฉิงอวิ้นถึงกับหน้าถอดสี
"พวกแกนี่มันใช้ได้จริงๆ เลยนะ เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้กลับปิดบังฉัน!"
กวนจิ้นเยี่ยรักกวนจิ้นฉีน้องชายคนนี้มากมาตั้งแต่เด็ก ทันทีที่ได้รับสายจากถังเฉิงอวิ้น เขาก็รีบบินตรงมาจากเมืองจิงเฉิงทันที
"คุณลุงครับ... ไม่ใช่ว่าพวกเราตั้งใจจะปิดบังนะครับ แต่เป็นเพราะคุณพ่อท่านสั่งห้ามไม่ให้บอกคุณลุงต่างหาก..." กวนอวิ๋นเผิงพยายามอธิบายด้วยความน้อยใจ
สิ่งที่เขาพูดคือความจริง ตอนที่กวนจิ้นฉีเข้าโรงพยาบาล ท่านกำชับนักกำชับหนาว่าห้ามบอกเรื่องอาการป่วยให้กวนจิ้นเยี่ยรู้เด็ดขาด เพราะถ้ารู้ กวนจิ้นเยี่ยจะต้องรีบมาเยี่ยมตั้งแต่วันแรกที่เข้าโรงพยาบาลแน่ๆ
ถังเฉิงอวิ้นเองก็เคารพการตัดสินใจของคุณตา จึงไม่ได้นำเรื่องนี้ไปบอกกวนจิ้นเยี่ยเช่นกัน
แต่ทันทีที่ตามหาเสิ่นหงเหลียนพบ เขาก็รีบโทรไปแจ้งข่าวกวนจิ้นเยี่ยเป็นคนแรก
สำหรับเรื่องที่คุณตาจะเลือกทนทุกข์มีชีวิตอยู่ต่อ หรือเลือกที่จะเป็นอิสระ ไม่ควรให้คนรุ่นหลังอย่างพวกเขานำเรื่องผลประโยชน์มาเป็นตัวตัดสินเพียงฝ่ายเดียว
"แล้วตอนนี้พ่อของแกก็จะเอาชีวิตไม่รอดอยู่แล้ว พวกแกยังจะไม่ยอมบอกฉันอีกหรือไง!" กวนจิ้นเยี่ยตวาดลั่น "นี่ถ้าเกิดน้องชายฉันตายที่เมืองตงหนิงขึ้นมา ฉันก็คงไม่มีสิทธิ์รู้เลยใช่ไหม!"
"ถังเฉิงอวิ้น ทำไมถึงเพิ่งมาบอกฉันเมื่อคืน!"
"แล้วก็แก กวนเซี่ยงอวี่ ทำไมแกถึงไม่รีบบอกฉันตั้งแต่ตอนที่พาคุณปู่มาแล้วเกิดอุบัติเหตุจนบาดเจ็บห๊ะ!"
กวนจิ้นเยี่ยไม่ได้โกรธเรื่องที่กวนเซี่ยงอวี่แอบพาคุณปู่ออกมาเที่ยวแล้วดูแลไม่ดีจนคุณปู่ได้รับบาดเจ็บ เขาโกรธที่พวกลูกหลานพากันปิดบังเรื่องนี้ไม่ยอมบอกเขาก่อนต่างหาก
เฉาอี๋เหนียนมองทั้งสองคนด้วยความรู้สึกขุ่นเคืองเล็กน้อย ไม่บอกคุณปู่ก็แล้วไปเถอะ แต่ดันไม่ยอมบอกเขาด้วยนี่สิ ทั้งๆ ที่เขาก็ทำงานอยู่ที่เมืองตงหนิงแท้ๆ ถึงแม้ช่วงนี้เขาจะไปๆ มาๆ ที่เมืองจิงเฉิงก็เถอะ
ถังเฉิงอวิ้นยอมรับผิดอย่างตรงไปตรงมา "ขอโทษครับคุณตาใหญ่ เรื่องนี้ผมคิดน้อยไปจริงๆ"
กวนเซี่ยงอวี่ก้มหน้ายอมรับผิด "ขอโทษครับคุณปู่ใหญ่ ผมรู้ตัวว่าผิดไปแล้ว"
เมื่อเห็นว่าทั้งสองคนสำนึกผิดอย่างจริงใจ กวนจิ้นเยี่ยก็ไม่ได้เอาความอะไรต่อ เขาหันไปถามถึงอาการปัจจุบันของกวนจิ้นฉีแทน
กวนอวิ๋นเผิงอ้าปากกำลังจะอธิบาย แต่ถังเฉิงอวิ้นชิงพูดขึ้นมาก่อน เขาเล่าเรื่องที่คุณตาช็อกจนต้องเข้าห้องไอซียูเพราะได้เจอกับเสิ่นหงเหลียน รวมถึงเรื่องที่คุณตาหมดความปรารถนาที่จะมีชีวิตอยู่ต่อ และอยากจะจากไปพร้อมกับเสิ่นหงเหลียนให้ทุกคนฟังอย่างละเอียด
พอได้ยินถังเฉิงอวิ้นพูดประโยคหลัง พวกกวนอวิ๋นเผิงก็พากันส่งซิกขยิบตาให้เขาเป็นพัลวัน เด็กคนนี้ทำไมถึงเอาเรื่องแบบนี้ไปบอกผู้หลักผู้ใหญ่ด้วยล่ะเนี่ย
เมื่อฟังจบ กวนจิ้นเยี่ยก็ถอนหายใจยาว "จิ้นฉีเขารอคอยที่จะได้พบกับเสิ่นหงเหลียนมาตลอดทั้งชีวิต..."
ในฐานะพี่ชาย เขารู้ดีที่สุดว่าตอนที่กวนจิ้นฉีได้ยินพ่อแม่ของเสิ่นหงเหลียนบอกว่า เธอหายตัวไประหว่างทางที่แอบหนีมาหาเขา กวนจิ้นฉีต้องทนทุกข์ทรมานใจมากแค่ไหน
หากตอนนั้นกวนจิ้นเยี่ยไม่คอยพูดกระตุ้นเตือนสติว่า ถ้ายังมีชีวิตอยู่ก็ต้องตามหาให้พบ ถ้าตายก็ต้องได้เห็นศพ กวนจิ้นฉีก็คงจะตรอมใจและฆ่าตัวตายตามคนรักไปตั้งนานแล้ว
ดังนั้นกับสถานการณ์ในตอนนี้ กวนจิ้นเยี่ยจึงไม่ได้รู้สึกแปลกใจเลยแม้แต่น้อย
"ไหนขอดูยันต์ที่แกบอกหน่อยสิ ฉันอยากจะเห็นหน้าผู้หญิงที่น้องชายฉันเฝ้ารักเฝ้ารอมาทั้งชีวิตเหมือนกัน"
ถังเฉิงอวิ้นรีบส่งยันต์เปิดเนตรของตัวเองให้เขา "คุณย่าเสิ่นอยู่ข้างในห้องครับ"
เฉาอี๋เหนียนเป็นอาจารย์มหาวิทยาลัยและเป็นผู้ยึดมั่นในลัทธิวัตถุนิยมอย่างเหนียวแน่น การที่ได้รู้ว่ามีการตามหาวิญญาณของเสิ่นหงเหลียนกลับมาได้เมื่อคืนนี้ ทำให้เขาเริ่มสงสัยว่าบนโลกใบนี้อาจจะมีบางสิ่งบางอย่างที่มองไม่เห็นอยู่จริงๆ ก็ได้
เขาแบมือออกไปทางกวนเซี่ยงอวี่ "เสี่ยวอวี่ ขอยันต์ของนายให้พี่ดูหน่อยสิ"
กวนเซี่ยงอวี่รีบส่งยันต์ให้เขาอย่างว่าง่าย "พี่อี๋เหนียนครับ ความจริงแล้วถ้าคุณปู่ใหญ่ถือยันต์ไว้ พี่แค่จับตัวคุณปู่ใหญ่ไว้ก็สามารถมองเห็นผีได้เหมือนกันนะครับ"
"พี่รู้แล้วน่า"
เฉาอี๋เหนียนไม่ได้คืนยันต์กลับไป เขาประคองคุณปู่เปลี่ยนเป็นชุดปลอดเชื้อแล้วเดินเข้าไปในห้องไอซียู พวกเขามองเห็นเสิ่นหงเหลียนที่ยืนเฝ้าอยู่ข้างเตียงคนไข้ตลอดเวลา
เมื่อเสิ่นหงเหลียนได้ยินเสียงความเคลื่อนไหวก็หันหน้ากลับมามอง พอได้เห็นใบหน้าที่เหมือนกับในรูปถ่ายเก่าๆ เป๊ะ สองตาหลานก็แอบรู้สึกทึ่งอยู่ในใจ
เป็นเธอจริงๆ ด้วย!
กวนจิ้นเยี่ยเดินไปที่ข้างเตียงคนไข้ เขามองดูน้องชายที่นอนมีสายยางระโยงระยางเต็มตัวด้วยสายตาเศร้าหมอง
"สวัสดีครับ คุณเสิ่นหงเหลียน ผมชื่อกวนจิ้นเยี่ย เป็นพี่ชายของกวนจิ้นฉีครับ"
เฉาอี๋เหนียน "สวัสดีครับคุณย่าเสิ่น ผมชื่อเฉาอี๋เหนียนครับ"
"สวัสดีค่ะ..." สายตาของเสิ่นหงเหลียนเลื่อนไปหยุดที่กวนจิ้นเยี่ย "ฉันเคยได้ยินจิ้นฉีเล่าเรื่องของคุณให้ฟังค่ะ"
"เขาเล่าเรื่องผมให้คุณฟังว่ายังไงบ้างครับ" กวนจิ้นเยี่ยถาม
เสิ่นหงเหลียน "เขาบอกว่า... เขาบอกว่าพี่ชายของเขาอารมณ์ร้ายแถมยังชอบใช้กำลัง ชาตินี้คงไม่มีวันหาเมียได้หรอก..."
กวนจิ้นเยี่ย "..."
ดึงสายออกซิเจนออกเถอะ
ภายใต้หน้ากากอนามัย เฉาอี๋เหนียนเม้มปากแน่น พยายามอย่างหนักที่จะไม่หลุดหัวเราะออกมา
ประโยคนี้ฟังดูเหมือนคำพูดที่หลุดออกมาจากปากของคุณปู่รองของเขาจริงๆ นั่นแหละ
[จบแล้ว]