- หน้าแรก
- ระบบส่งของข้ามภพ สั่งปุ๊บส่งปั๊บ รับประกันด้วยแต้มบุญ
- บทที่ 28 - กวนจิ้นฉีพบเสิ่นหงเหลียน
บทที่ 28 - กวนจิ้นฉีพบเสิ่นหงเหลียน
บทที่ 28 - กวนจิ้นฉีพบเสิ่นหงเหลียน
บทที่ 28 - กวนจิ้นฉีพบเสิ่นหงเหลียน
เลี่ยวเจียอู้เดินผ่านทางเดิน ได้ยินเสียงหัวเราะดังแว่วมา ก็อดไม่ได้ที่จะหยุดยืนฟัง
เขายืนอยู่หน้าประตู มองดูหรงเล่ออิงที่กำลังทำท่าทางตลกขบขันอยู่ในห้องพักฟื้น ภาพตอนที่หรงเล่ออิงพยุงคุณปู่หรงมาส่งโรงพยาบาลในวันแรกก็ผุดขึ้นมาในหัว
เด็กสาวร่างโชกเลือด น้ำเสียงสั่นเครือแต่กลับอธิบายอาการของคุณปู่ได้อย่างครบถ้วน น้ำตาคลอเบ้าแต่ก็พยายามกลั้นเอาไว้ไม่ให้ไหลออกมา
เธอพร่ำบอกพวกเขาซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่าเธอเหลือญาติผู้ใหญ่เพียงคนเดียว ขอร้องให้พวกเขารักษาคุณปู่ให้หาย...
...
"หมอเลี่ยวคะ มาตรวจอาการเหรอคะ" หรงเล่ออิงสังเกตเห็นเลี่ยวเจียอู้ที่ยืนอยู่หน้าประตู
เสียงของเธอช่วยดึงสติของเลี่ยวเจียอู้กลับมา เขาก้าวเท้าเข้าไปในห้องพักฟื้น "อืม ผมกำลังจะเลิกงานน่ะ เลยแวะมาดูอาการคนไข้สักหน่อย"
"คุณปู่รู้สึกไม่สบายตรงไหนบ้างไหมครับ"
คุณปู่หรง: "ไม่มีเลยหมอ ฉันไม่รู้สึกอึดอัดตรงไหนเลย"
เลี่ยวเจียอู้หันไปทางหรงเล่ออิง "ตรวจร่างกายเสร็จหมดหรือยังครับ"
"ยังค่ะ เหลืออีกอย่างหนึ่งต้องตรวจพรุ่งนี้บ่าย"
"โอเคครับ รอผลตรวจออกครบหมดแล้วค่อยว่ากันอีกที ถ้ามีอาการไม่สบายตรงไหนก็รีบบอกพวกเราได้เลยนะครับ"
"รับทราบค่ะ ขอบคุณมากนะคะคุณหมอเลี่ยว"
คุณปู่หรง: "หมอเลี่ยว ทานข้าวหรือยังครับ กินผลไม้หน่อยไหม"
หรงเล่ออิงได้ยินดังนั้นก็รีบหยิบส้มกับกีวีจากในถุงส่งให้เขา "คุณหมอเลี่ยว ทานผลไม้หน่อยสิคะ"
"ไม่เป็นไรครับ โรงพยาบาลเรามีกฎห้ามรับของจากคนไข้ ขอบคุณมากนะครับ"
เลี่ยวเจียอู้ปฏิเสธความหวังดีของทั้งคู่อย่างสุภาพ กำชับข้อควรระวังอีกสองสามประโยค แล้วก็ขอตัวกลับไปเปลี่ยนชุดที่ห้องพักแพทย์เพื่อเตรียมตัวเลิกงาน
มื้อเย็นวันนี้กินเนื้อวัวดีกว่า แล้วค่อยไปซื้อส้มกับกีวีเพิ่ม เลี่ยวเจียอู้คิดเมนูอาหารเย็นไว้ในใจเรียบร้อยแล้ว
...
ที่หน้าห้องพักฟื้นของคุณปู่กวนชั้นบน มีคนยืนๆ นั่งๆ อยู่หลายคน
พวกเขาคือพ่อแม่ของกวนเซี่ยงอวี่ กวนเซี่ยงอวี้พี่สาวของเขา และพ่อแม่ของถังเฉิงอวิ้น
พอได้ข่าวจากกวนเซี่ยงอวี่ว่าเจอตัวเสิ่นหงเหลียนแล้ว กวนเซี่ยงอวี้กับพ่อแม่ก็รีบเดินทางมาที่ตงหนิงทันที
เมื่อกี้พวกเขาใช้ยันต์ที่ถังเฉิงอวิ้นซื้อมาเพื่อดูเสิ่นหงเหลียน เธอยังสาวและสวยเหมือนในรูปถ่ายจริงๆ
ตอนนี้พวกเขาออกมารออยู่ข้างนอก ปล่อยให้คู่รักที่พรากจากกันไปหลายสิบปีได้ใช้เวลาอยู่ด้วยกันตามลำพังในห้อง
พวกเขามองยันต์ในมือเป็นระยะด้วยความรู้สึกแปลกใหม่ การตามหาเสิ่นหงเหลียนจนเจอทำให้พวกเขาทั้งดีใจและประหลาดใจ แต่การที่สามารถมองเห็นวิญญาณของเธอได้นั้น ยิ่งทำให้พวกเขาตกตะลึงมากกว่า
"ยันต์แผ่นนี้ทำให้เรามองเห็นผีได้ทุกตัวเลยเหรอ" กวนเซี่ยงอวี้ถามน้องชายด้วยความอยากรู้อยากเห็น
ตอนนี้เธอยังไม่เห็นผีตนอื่นบนทางเดินเลย
กวนเซี่ยงอวี่พยักหน้า "ทุกตัวเลย ถ้าพี่อยากรู้ก็ลองเดินไปดูที่อื่นสิ เผื่อจะเจอผีตนอื่นบ้าง"
เมื่อวานตอนอยู่ที่เมืองถงโจว เขาเห็นผีตนอื่นที่ไม่ใช่เสิ่นหงเหลียนตั้งหลายตน ระหว่างทางกลับก็เจออีกเพียบ มีผีสารพัดรูปแบบ ภาพติดตาเต็มไปหมด
ดูบ่อยๆ เข้าเขาก็ชักอยากจะโยนยันต์ในกระเป๋าทิ้งไปให้พ้นๆ มันน่ากลัวเกินไปแล้ว เขาเป็นคนขวัญอ่อนซะด้วยสิ
กวนเซี่ยงอวี้ทำท่าตื่นเต้น "เดี๋ยวค่ำๆ ฉันจะออกไปเดินดูสักหน่อย"
เธอมีนิสัยตรงข้ามกับน้องชายอย่างสิ้นเชิง เธอเป็นคนกล้าหาญ ชอบดูหนังสยองขวัญและชอบไปเล่นบ้านผีสิงมากที่สุด
กวนเซี่ยงอวี่ยกนิ้วโป้งให้พี่สาว "เจ๋งไปเลยพี่!"
กวนอวิ๋นเชี่ยนมองเข้าไปในห้องพักฟื้นด้วยความเป็นห่วง ถังปั๋วโอบไหล่เธอไว้ "คุณป้าเสิ่นก็หาเจอแล้ว เลิกทำหน้าเศร้าได้แล้วน่า"
กวนอวิ๋นเชี่ยน: "คุณป้าเสิ่นหาเจอฉันก็ดีใจสิ แต่ฉันเป็นห่วงคุณพ่อนี่นา"
"เป็นห่วงเรื่องอะไร"
"เป็นห่วงสุขภาพของคุณพ่อน่ะสิ"
เพราะเรื่องราวในอดีต สุขภาพของคุณปู่กวนเลยไม่ค่อยสู้ดีนักตลอดหลายปีที่ผ่านมา หากไม่มีความตั้งใจแน่วแน่ว่าจะต้องตามหาเสิ่นหงเหลียนให้เจอ คุณปู่ก็คงจากโลกนี้ไปนานแล้ว
นี่คือเหตุผลที่พวกเขาทุ่มเทตามหาคนมาตลอดหลายปี ก็เพราะกลัวว่าคุณปู่จะจากไปพร้อมกับความเสียใจ
แต่ตอนนี้ตามหาคนเจอแล้ว เธอกลับกลัวว่าถ้าคุณปู่คลายความกังวลในใจลง ร่างกายจะทรุดหนักลงไปเลย
เธออยากให้คุณปู่อยู่กับพวกเขานานกว่านี้อีกสักหน่อย
ความกังวลของเธอ กวนอวิ๋นเผิงกับคนอื่นๆ ก็เข้าใจดี พวกเขาต่างมองไปที่ประตูห้องพักฟื้นที่ปิดสนิทด้วยสายตาเป็นกังวล
จู่ๆ พานอี่ตานก็เห็นหน้าลูกชายตัวเอง เลยเดินเข้าไปตบหลังหัวเขาสักฉาด
กวนเซี่ยงอวี่ทำหน้างงเป็นไก่ตาแตก "แม่ ตบผมทำไมเนี่ย!"
อยู่ดีๆ ก็มาตีเขาทำไมกัน
"เห็นหน้าแกแล้วมันหงุดหงิด อายุยี่สิบกว่าแล้ว ทำตัวไม่รู้จักโต คุณปู่สุขภาพไม่ดีแกยังพาท่านไปตระเวนทั่วอีก"
พานอี่ตานลดเสียงลงด่า "พาไปเที่ยวก็ช่างเถอะ แต่ดันดูแลไม่ดีจนคุณปู่ต้องเจ็บตัว!"
เด็กคนนี้กล้าดียังไงถึงพาคุณปู่แอบหนีออกจากบ้านคนเดียว แถมยังทำคุณปู่เจ็บตัวอีก
คุณปู่เป็นเสาหลักของบ้านตระกูลกวน ถ้าคุณปู่เป็นอะไรขึ้นมา ครอบครัวของพวกเขาคงโดนญาติคนอื่นๆ รุมต่อว่าแน่นอน
กวนเซี่ยงอวี่ก้มหน้าอย่างรู้สึกผิด "ขอโทษครับแม่ ผมไม่ได้ตั้งใจ..."
"เอาล่ะๆ เลิกด่าลูกได้แล้ว ก็พวกเราไม่มีเวลาพาคุณปู่ไปเที่ยวเองนี่นา"
กวนอวิ๋นเผิงพูดเกลี้ยกล่อม "ถึงจะเจ็บตัวนิดหน่อย แต่การไปครั้งนี้ก็ไม่สูญเปล่านะ อย่างน้อยเสี่ยวอวี่ก็เป็นคนตามหาคุณป้าเสิ่นจนเจอ ถือว่าหักล้างความผิดกันไปก็แล้วกัน เลิกด่าลูกเถอะ"
ถังปั๋วช่วยพูดเสริม "นั่นสิครับ เลิกด่าแกเถอะ ครั้งนี้ที่ตามหาคุณป้าเสิ่นเจอต้องยกความดีความชอบให้เสี่ยวอวี่เลยนะ"
ถึงแม้ว่าจะเป็นปรมาจารย์หรงที่ช่วยตามหาจนเจอ แต่ถ้าเสี่ยวอวี่ไม่ได้พาคุณปู่มาที่เมืองตงหนิง ก็คงไม่ได้เจอปรมาจารย์หรงหรอก ถือว่าฟลุ๊คทำความดีไปก็แล้วกัน
เมื่อทุกคนช่วยกันพูดเกลี้ยกล่อม พานอี่ตานถึงได้ยอมเลิกด่ากวนเซี่ยงอวี่
ภายในห้องพักฟื้น คุณปู่กวนร้องไห้จนน้ำตาอาบแก้ม เขามองดูคนรักที่ไม่ได้เจอกันมานานหลายสิบปีด้วยความรู้สึกโหยหา เธอยังสวยเหมือนเมื่อก่อนไม่เปลี่ยนเลย
"เสี่ยวเหลียน เธอยังสวยเหมือนเมื่อก่อนเลยนะ"
"กวนจิ้นฉี ทำไมจู่ๆ คุณถึงแก่ขนาดนี้ล่ะ" น้ำตาของเสิ่นหงเหลียนไหลพรากออกมาทันที
หลายสิบปีมานี้เธอถูกขังอยู่ในหมู่บ้านสกุลเฉิน ใช้ชีวิตแบบเลื่อนลอย ไม่เคยรับรู้ถึงเวลาที่ผ่านไปเลย พอตอนนี้ได้เห็นกวนจิ้นฉีในวัยชรา เธอถึงเพิ่งจะตระหนักได้ถึงเวลาหลายสิบปีที่พวกเขาพลาดไป
เธอรู้สึกเหมือนเพิ่งแยกจากเขาเมื่อวานนี้เอง สายตาที่เขามองเธอยังคงอ่อนโยนเหมือนเดิม แต่ทำไมเขาถึงแก่ลงไปขนาดนี้ล่ะ
เสิ่นหงเหลียนทั้งร้องไห้ทั้งหัวเราะ "กวนจิ้นฉี ฉันเห็นจดหมายที่คุณเขียนให้ฉันแล้วนะ ลายมือคุณนี่ขี้เหร่ชะมัด"
กวนจิ้นฉี: "ตอนนี้ลายมือฉันไม่ขี้เหร่แล้วนะ จดหมายฉบับนั้นฉันเขียนไว้ตั้งนานแล้ว เลยตัดใจทิ้งไม่ลง"
ตลอดเวลาที่ตามหาเธอ เขาเขียนจดหมายรักหาเธอนับไม่ถ้วน ทุกฉบับเต็มไปด้วยความรักและความคิดถึง
แต่พอกลับไปอ่าน เขากลับชอบจดหมายฉบับแรกที่เขียนแล้วไม่ได้ส่งให้เธอมากที่สุด
"กลับไปกับฉันนะ เดี๋ยวฉันจะเอาจดหมายพวกนั้นให้เธอดูให้หมดเลย"
เสิ่นหงเหลียน: "ฉันไม่อยากอ่านแล้ว คุณอ่านให้ฉันฟังดีกว่า"
"ได้สิ"
กวนจิ้นฉีอ่านความรู้สึกรักที่บรรจงเขียนลงในจดหมายให้เธอฟังทีละประโยค ความรักที่สะสมมานานถึงห้าสิบปีอบอวลไปทั่วทั้งห้อง
"...ขอโทษนะ ฉันสัญญาว่าจะรีบไปรับเธอ แต่ก็ปล่อยให้เธอรอนานขนาดนี้..."
พูดมาได้ตั้งเยอะแยะ กวนจิ้นฉีก็เริ่มหายใจลำบาก เขามองน้ำตาที่ไหลอาบแก้มของเสิ่นหงเหลียน
เขาพยายามยกมือขึ้นเพื่อจะเช็ดน้ำตาให้เธอ แต่มือกลับทะลุผ่านใบหน้าของเธอไป เสิ่นหงเหลียนพยายามจะจับมือเขา แต่ก็คว้าไว้ไม่ได้
[จบแล้ว]