- หน้าแรก
- ยอดวาย เปิดเกมมาก็จับเซียนสาวร่วงหล่นสู่เส้นทางมาร
- ตอนที่ 33 สถานะลูกบุญธรรม
ตอนที่ 33 สถานะลูกบุญธรรม
ตอนที่ 33 สถานะลูกบุญธรรม
ตอนที่ 33 สถานะลูกบุญธรรม
นางรู้ดีว่า หากต้องการจะดับความทรมานจากความคันคะเยอที่เสียดแทงลึกถึงกระดูกนี้ มันก็พอมีวิธีอยู่... เพียงแต่วิธีพรรค์นั้น มันเด็ดขาดไม่ใช่สิ่งที่สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักเซียนหยกสตรีผู้สูงส่งและบริสุทธิ์ผุดผ่องอย่างนางจะยอมลดตัวลงไปทำ เติบโตมาภายใต้กฎระเบียบอันเข้มงวดของสำนัก นางรักษาความบริสุทธิ์ไร้คาวโลกีย์มาโดยตลอด
ต่อให้ถึงคราวที่ต้องมอบเรือนร่างนี้ให้ใครสักคน บุรุษผู้นั้นก็สมควรเป็นยอดฝีมือที่แข็งแกร่งคู่ควรกับนางเท่านั้น
สัญชาตญาณลึกๆ ในกระดูกของสตรีล้วนโหยหาผู้ที่แข็งแกร่งกว่า ต่อให้เป็นสตรีศักดิ์สิทธิ์ผู้มีพรสวรรค์ไร้เทียมทานก็ไม่อาจหลุดพ้นจากสัจธรรมข้อนี้ไปได้ ทว่าในยามนี้ คลื่นตัณหาราคะกลับถาโถมเข้ามาไม่หยุดหย่อน แทบจะพังทลายกำแพงความอดทนทั้งหมดที่นางมี
ไม่รู้ว่าต้องกัดฟันข่มกลั้นอยู่นานแค่ไหน ในที่สุดเซียนสาวแซ่หนิงก็อาศัยพลังใจอันแข็งแกร่งดุจเหล็กกล้า ฝืนทนจนผ่านพ้นช่วงเวลาวิกฤตินั้นมาได้
ภายในถ้ำฝึกวิชาตอนนี้มีแต่ความเละเทะไม่เหลือชิ้นดี ตรงจุดที่นางทรุดฮวบอ่อนเปลี้ยลงไปนั้น ปรากฏรอยคราบน้ำแฉะเป็นดวงกว้าง แสงสลัวที่ลอดผ่านเพดานถ้ำลงมาสะท้อนกับคราบน้ำนั้น เปล่งประกายวาววับที่ดูน่าอัปยศอดสูอย่างยิ่ง
ผ่านไปเนิ่นนาน นางถึงค่อยๆ ใช้มือยันพื้นพยุงร่างที่สั่นเทาขึ้นมา พอก้มหน้าลงไปเห็นคราบน้ำแฉะเยิ้มกองนั้น ใบหน้าที่ยังคงมีสีแดงระเรื่อก็ยิ่งร้อนผ่าวด้วยความอับอายสุดขีด ทว่าเมื่อก้มมองดูที่ท้องน้อย ลวดลายสีเงินแสนชั่วร้ายนั้นได้หม่นแสงลงไปแล้ว หนิงมู่จู๋รู้ดีว่านางจะมัวชักช้าไม่ได้อีก ก่อนหน้านี้เพราะพลาดท่าโดนนางมารแห่งนิกายมารเหอฮวนลอบโจมตี ถึงได้ถูกประทับรอยสลักมารสุดวิปริตนี้ลงมา
ตอนแรกนางหลงคิดว่าจะสามารถใช้พลังของตัวเองสะกดมันไว้ได้ แต่นางประมาทเกินไป ต่อให้พลิกตำราโบราณจนหมดหอคัมภีร์ก็ยังหาวิธีแก้ไม่เจอ
ไม่ใช่ว่านางไม่เคยคิดจะขอความช่วยเหลือจากสำนัก แต่นางรู้ดีว่ามันยากเหลือเกิน หากพวกเขารู้วิธีแก้ก็ดีไป แต่ถ้าแก้ไม่ได้ล่ะ? ชีวิตนางจบเห่แน่ ตำแหน่งสตรีศักดิ์สิทธิ์คงพังครืนลงมา สายตาที่เคยชื่นชมเทิดทูนจะแปรเปลี่ยนเป็นความเหยียดหยาม ความเคารพยำเกรงจะกลายเป็นน้ำลายที่ถ่มรด นางไม่อยากจะจินตนาการถึงสภาพที่ตัวเองต้องร่วงหล่นจากสรวงสวรรค์ลงไปคลุกโคลนตม รสชาติของการเป็นดาวเด่นที่ทุกคนรุมล้อมมันหอมหวานเกินกว่าที่นางจะยอมสูญเสียมันไป
นางรู้สันดานนังนางมารแห่งนิกายมารเหอฮวนดี เป้าหมายของมันก็คือการทำให้นางชื่อเสียงป่นปี้ ทำให้ตบะแตกซ่านร่วงหล่นสู่เส้นทางมารอย่างสมบูรณ์แบบ ให้โดนผู้คนนับหมื่นรุมประณามหยามเหยียด มันถึงได้ใช้เล่ห์เหลี่ยมโสมมขนาดนี้
ตอนนี้ ความหวังเดียวที่เหลืออยู่ก็คือท่านน้าหลิ่ว
อย่างน้อยท่านน้าหลิ่วก็มีอำนาจบารมีล้นมือ แถมยังเอ็นดูนางมาตลอด ต่อให้ท้ายที่สุดแล้วจะหาวิธีลบมันไม่ได้ แต่อย่างน้อยท่านน้าหลิ่วก็ต้องช่วยปิดความลับนี้ไว้เป็นอย่างดีแน่ หนิงมู่จู๋ขบเม้มริมฝีปาก ปลายนิ้วสั่นระริกขณะค่อยๆ รวบเศษผ้าสีขาวที่ขาดวิ่นขึ้นมาปกปิดเรือนร่าง
ลมภูเขาพัดโชยเข้ามาในถ้ำ นางสูดลมหายใจเข้าลึกๆ กดข่มความตื่นตระหนกและอับอายในใจลงไป วินาทีที่ก้าวเท้าออกจากถ้ำฝึกวิชา แววตาที่เยือกเย็น สง่างาม และสูงส่งของนางก็กลับคืนมาอีกครั้ง
ส่วนเรื่องที่ว่าเรือนร่างอันบริสุทธิ์ผุดผ่องไร้คาวโลกีย์นี้ จะเคยหลุดกิริยาร่านสวาทเย้ายวนขนาดไหน มีเพียงตัวนางคนเดียวเท่านั้นที่รู้ และนางจะไม่มีวันยอมให้ใครหน้าไหนล่วงรู้เด็ดขาด!
"เมี่ยวฉุน พวกเรารีบออกเดินทางกันเถอะ"
หนิงมู่จู๋รู้ดีว่า ตอนนี้รอยสลักสีเงินเพิ่งจะสงบลง นางยังมีเวลาหายใจหายคออยู่บ้าง ต้องรีบฉวยโอกาสนี้เดินทางไปให้ถึงจวนอ๋องอิน และเข้าพบท่านน้าหลิ่วให้เร็วที่สุด
อินเมี่ยวฉุนเห็นท่าทีแปลกๆ ของหนิงมู่จู๋ ถึงในใจจะมีคำถามเป็นร้อยเป็นพัน แต่ก็รู้มารยาทดีว่าในเมื่ออีกฝ่ายไม่ยอมพูด นางก็ไม่ควรเซ้าซี้ให้มากความ เดี๋ยวจะกลายเป็นคนปากสว่างน่ารำคาญเปล่าๆ
~~~
วันนั้นเอง หลิ่วอวี่หานก็ได้รับแจ้งข่าวล่วงหน้าจากลูกสาว รู้ว่านางกำลังจะเดินทางกลับมาพร้อมกับหนิงมู่จู๋ ในใจนางทั้งดีใจและประหลาดใจ
แต่ลึกๆ แล้วตอนนี้ความรู้สึกที่ตีตื้นขึ้นมาคือความหนักใจต่างหาก ก็ในเมื่อตอนนั้นลูกสาวตัวดีแสดงท่าทีรังเกียจเฉินอวี้ซะขนาดนั้น นางกลัวว่าพอลูกสาวกลับมา จะไปสะกิดแผลเก่าทำให้เฉินอวี้รู้สึกขุ่นเคืองขึ้นมาอีก
ตอนนี้นางเลยต้องมานั่งปวดหัวคิดหาวิธี ว่าจะทำยังไงถึงจะสลายบรรยากาศตึงเครียดระหว่างสองคนนี้ได้
พอนึกย้อนไปถึงเหตุการณ์ในห้องลับเมื่อวาน ที่ตัวเองโดนเด็กอย่างเฉินอวี้กระแทกกระทั้นลูบคลำจนถึงขั้น... ปล่อยน้ำแตกทะลักออกมา ต่อให้เป็นตอนนี้ พอคิดถึงเรื่องนั้น ใบหน้าของนางก็ยังร้อนผ่าวแดงซ่านขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
ความรู้สึกแบบนั้นมันเป็นครั้งแรกในชีวิตของนางเลยจริงๆ บอกตามตรงว่าลึกๆ มันก็อับอายแหละ แต่ไอ้รสสัมผัสเสียวซ่านที่ยังคงตกค้างอยู่ในความทรงจำ มันกลับทำให้นางหวนนึกถึงมันอยู่ตลอดเวลา แม้กระทั่งตอนนั่งสมาธิเดินลมปราณ ภาพพวกนั้นก็ยังโผล่มาหลอกหลอน
"แย่จริงๆ..." นางใช้นิ้วเรียวแตะแก้มที่ร้อนผ่าวของตัวเอง ลอบถอนหายใจในใจ: หรือว่าแท้จริงแล้ว สันดานดิบของนางจะเป็นนังร่านที่เสื่อมทรามและต่ำต้อยขนาดนี้กันแน่?
จู่ๆ หลิ่วอวี่หานก็รู้สึกเหมือนว่า ตลอดหลายปีที่ผ่านมา นางไม่เคยรู้จักตัวตนที่แท้จริงของตัวเองเลย หน้ากากความสง่างามเยือกเย็นที่สวมใส่มานานนม ราวกับถูกทุบทำลายจนแหลกละเอียดไปเมื่อวานนี้
มันเหมือนเป็นการทำลายขีดจำกัด กระชากยางอายของนางทิ้งไปจนหมดสิ้น และปลุกสัญชาตญาณดิบบางอย่างในส่วนลึกของจิตใต้สำนึกให้ตื่นขึ้น ไอ้เด็กนั่นทำให้นางรู้สึกดีเหลือเกิน... ความรู้สึกเสียวซ่านรัญจวนแบบนั้น มันแทบจะทำให้นางลุ่มหลงมัวเมาซะยิ่งกว่าตอนทะลวงขอบเขตพลังได้ซะอีก ทำเอานางคิดถึงมันทีไร ฟันก็เผลอกระทบกันกึกๆ ด้วยความเสียวสะท้าน
ใช่แล้ว นางดันเสือกชอบความรู้สึกแบบนั้นไปซะแล้วสิ ถ้าได้โดนอีกสักรอบก็คง...
"ไม่! ไม่ได้เด็ดขาด!" หลิ่วอวี่หานดึงสติกลับมาอย่างแรง กลืนน้ำลายอึกใหญ่ แม้แต่ปลายนิ้วก็ยังสั่นระทวย นางบังคับตัวเองให้ใจเย็นลง... ไอ้ความสุขสมแบบนั้นมันก็แค่ภาพลวงตา เป็นแค่ความสุขชั่วคราวเท่านั้น
นางต้องหาวิธีพลิกหน้ากระดาษ ลบเรื่องบ้าบอเมื่อวานทิ้งไปให้หมด ต้องเบรกสถานการณ์ที่อาจจะเตลิดเปิดเปิงไปไกลกว่านี้ในอนาคต และถือโอกาสนี้ช่วยประสานรอยร้าวระหว่างลูกสาวกับเฉินอวี้ไปด้วยเลย ในหัวของนางคิดนู่นคิดนี่สะเปะสะปะไปหมด
ท่ามกลางความคิดที่ตีกันยุ่งเหยิง จู่ๆ นางก็สะดุ้งเฮือก ไอเดียสุดบรรเจิดที่ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัวก็ผุดขึ้นมาในหัว!
รอยยิ้มปิติยินดีปรากฏขึ้นบนใบหน้า นางคิดในใจ: ไอ้เด็กนั่นมันกำเริบเสิบสานเกินไปแล้ว ถ้าหาอะไรมาล่ามโซ่มันไว้สักหน่อย มันน่าจะรู้จักหดหัวซะบ้าง อย่างน้อยๆ ไอ้กรอบศีลธรรมและจารีตประเพณี ก็น่าจะทำให้มันมีความเกรงใจขึ้นมาบ้างแหละ!
คิดได้ดังนั้น นางก็ไม่รอช้า เพราะรู้ดีว่าอีกไม่นานลูกสาวกับหนิงมู่จู๋ก็คงจะเดินทางมาถึงแล้ว
นางสั่งให้เยี่ยเสวี่ยไปเชิญเฉินอวี้มาพบทันที เพียงไม่นาน เฉินอวี้ก็เดินก้าวเข้ามา
ทันทีที่เขาก้าวเท้าเข้ามา ก็เห็นมาดามผู้สูงศักดิ์และสง่างามคนนี้ มองมาที่เขาด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยริ้วแดงระเรื่ออย่างไม่เป็นธรรมชาติ แววตาของนางมีประกายบางอย่างที่อธิบายไม่ถูก ราวกับแฝงไปด้วยความยั่วยวนแบบแปลกๆ?
สงสัยรสสวาทเมื่อวานคงจะทำให้นางตราตรึงจนลืมไม่ลงล่ะสิ?
เฉินอวี้เดินอมยิ้มเข้ามา "ท่านน้าหลิ่ว วันนี้สีหน้าท่านดูสดใสจังเลยนะขอรับ ดูท่าการนวดเมื่อวานคงจะทำให้ท่านผ่อนคลายสบายตัวไปเลยใช่ไหมล่ะ"
ร่างของหลิ่วอวี่หานกระตุกเบาๆ ยิ่งเห็นรอยยิ้มกรุ้มกริ่มแฝงความเจ้าเล่ห์ของเฉินอวี้ นางก็ยิ่งหวนนึกไปถึงใบหน้าชั่วร้ายที่แสยะยิ้มอยู่ในห้องลับเมื่อวาน
แต่ไม่รู้ทำไม วันนี้พอมองหน้าเฉินอวี้ นางกลับรู้สึกว่า... ไอ้เด็กนี่มันดูเจริญหูเจริญตาขึ้นเยอะเลย
โครงหน้าคมคาย คิ้วกระบี่พาดเฉียงดุดัน นัยน์ตาสีดำสนิทที่ดูลึกล้ำเฉียบคม ริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อย องค์ประกอบทั้งหมดรวมกันเป็นใบหน้าที่หล่อเหลาเอาการ มันทำให้นางอดไม่ได้ที่จะรู้สึกคุ้นเคยและใกล้ชิดขึ้นมาอย่างประหลาด ถ้าเมื่อวานนางโดนเด็กหนุ่มรูปหล่อขนาดนี้ล่วงเกินล่ะก็... มันก็... ไม่เลวเหมือนกันนะ
กำแพงในใจที่อุตส่าห์ก่อขึ้นมาอย่างดิบดี จู่ๆ ก็เริ่มสั่นคลอนซะงั้น
ถ้าขืนใช้วิธีนั้นจริงๆ ต่อไปนางก็คงไม่มีโอกาสได้... พอนึกว่าความเสียวซ่านสุขสมแบบเมื่อวานจะไม่มีวันเกิดขึ้นอีก หลิ่วอวี่หานก็เริ่มรู้สึกลังเลขึ้นมานิดๆ
"ท่านน้าหลิ่ว เรียกข้ามามีเรื่องอะไรหรือขอรับ?" เสียงของเฉินอวี้ดึงนางออกจากภวังค์
"อะแฮ่ม..." หลิ่วอวี่หานกระแอมเบาๆ แสร้งทำเป็นขึงขัง
"เสี่ยวอวี้เอ๊ย ท่านน้าหลิ่วคิดทบทวนดูอย่างถี่ถ้วนแล้ว ก็เลยตัดสินใจเรื่องนึง อยากจะลองถามความเห็นเจ้าดูก่อน ข้าขอถามเจ้าหน่อยเถอะ เจ้า... ชอบท่านน้าหลิ่วไหม?"
"หา?" เฉินอวี้ชะงักไปนิด ถึงจะไม่รู้ว่านางกำลังมาไม้ไหน แต่เขาก็ตอบกลับไปอย่างหนักแน่น "ก็ต้องชอบอยู่แล้วสิขอรับ"
หลิ่วอวี่หานพยักหน้าเบาๆ แววตาฉายความซับซ้อน:
"งั้นก็ดีแล้ว เจ้าเองก็รู้ใช่ไหม ว่าท่านน้าหลิ่วมีแค่เมี่ยวฉุนเป็นลูกสาวเพียงคนเดียว ลึกๆ แล้วข้าก็หวังมาตลอดว่าอยากจะได้ลูกชายสักคน แต่ตอนนี้มันก็..." นางเว้นจังหวะไปนิด ราวกับกำลังเรียบเรียงคำพูด:
"ท่านน้าหลิ่วก็เลยคิดว่า อยากจะรับเจ้าเป็นลูกบุญธรรม ต่อไปข้าก็จะเป็นแม่บุญธรรมของเจ้า ข้าสัญญาว่าจะดูแลปกป้องเจ้าให้เหมือนกับลูกในไส้เลย เจ้าเห็นว่ายังไง?"
เฉินอวี้ยืนฟังเงียบๆ จนจบ สีหน้าของเขาเริ่มดูพิลึกพิลั่น ไอ้แม่ม่ายทรงเครื่องคนนี้กำลังดีดลูกคิดรางแก้วอะไรอยู่ เขาก็พอจะเดาทางออกแล้ว แต่นางกำลังเข้าใจอะไรผิดไปหรือเปล่าวะ ตรรกะความคิดมันเพี้ยนไปเบอร์ไหนเนี่ย?
คิดว่าเอาเรื่องนี้มาอ้างแล้วมันจะช่วยอะไรได้งั้นรึ? นางแน่ใจนะว่านี่ไม่ใช่การร่ายบัฟเพิ่มความเร้าใจให้กูเนี่ย???