- หน้าแรก
- ยอดวาย เปิดเกมมาก็จับเซียนสาวร่วงหล่นสู่เส้นทางมาร
- ตอนที่ 9 วาสนา
ตอนที่ 9 วาสนา
ตอนที่ 9 วาสนา
ตอนที่ 9 วาสนา
ณ ลานกว้าง สายตาของเฉินอวี้จับจ้องไปที่สองพี่น้อง
เขายังไม่ทันได้อ้าปากพูดอะไร เสี่ยวชิงก็ชิงพูดขึ้นมาก่อน นางย่อตัวลงทำความเคารพแล้วเอ่ยถาม
"คุณชาย ท่านจะฝึกวิชาต่อ หรือว่าจะผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าและอาบน้ำดีเจ้าคะ ให้บ่าวไปเตรียมน้ำไว้ก่อนดีหรือไม่"
ส่วนเสี่ยวไป๋ผู้เป็นพี่สาวก็ย่อตัวลงเช่นกัน แล้วพูดเสริม
"หากคุณชายต้องการคู่ซ้อม บ่าวทั้งสองก็พอรับมือได้นะเจ้าคะ"
เฉินอวี้ชะงักไปนิด ก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาเบาๆ สองสาวใช้นี่หัวไวใช้ได้เลย ติดตรงที่ท่าทางลุกลนหวาดกลัวนี่แหละที่ทำให้เขารู้สึกแปลกๆ
เขากะจะทำความรู้จักทั้งคู่ให้มากขึ้นสักหน่อย เลยถามด้วยน้ำเสียงสบายๆ
"ต่อไปนี้ต้องอยู่ข้างกายข้าแล้ว ไม่ต้องเกร็งหรอกนะ คุณชายอย่างข้าเป็นคนง่ายๆ สบายๆ เล่าให้ฟังหน่อยสิว่าตอนอยู่กับท่านน้าหลิ่ว พวกเจ้ามีหน้าที่ทำอะไรบ้าง?"
เสี่ยวไป๋กับเสี่ยวชิงลอบสบตากัน หัวใจที่แขวนต่องแต่งเริ่มคลายลง
พวกนางย่อมเคยได้ยินชื่อเสียงเรียงนามของคุณชายเฉินอวี้ผู้นี้ในจวนอ๋องมาบ้าง เขาเป็นคนที่เงียบๆ ไม่ค่อยมีปากมีเสียงอะไร
แต่เหตุการณ์ในลานกว้างเมื่อครู่นี้ พวกนางได้ยินเต็มสองหู ทำเอาอกสั่นขวัญแขวนไปหมด ไม่นึกเลยว่าคุณชายผู้นี้จะกล้าต่อปากต่อคำกับฮูหยินแบบนั้น แถมฮูหยินยังทำดีกับเขาขนาดนี้อีก เรื่องนี้นับว่ามีเบื้องลึกเบื้องหลังที่น่าสนใจทีเดียว
สองพี่น้องเป็นคนฉลาดหลักแหลม พวกนางตระหนักได้ทันทีว่า นี่แหละคือโอกาสทองของพวกนาง!
ตอนอยู่ข้างกายฮูหยิน พวกนางไม่ใช่สาวใช้คนสำคัญอะไร ถึงจะฉลาดทำงานเก่ง แต่ก็เป็นแค่คนชายขอบ
ด้วยสถานะครึ่งปีศาจ แม้ต่อหน้าคนในจวนอ๋องจะไม่มีใครกล้าพูดอะไร แต่ลับหลังก็โดนกีดกันสารพัด
โชคดีที่มีหวางเฟยคอยคุ้มกะลาหัว พวกนางก็รู้สึกว่าตัวเองโชคดีมากแล้ว ที่สามารถมีชีวิตรอดอย่างมีศักดิ์ศรีขึ้นมาได้นิดหน่อย แถมยังได้ปรนนิบัติคนใหญ่คนโต นี่มันสวรรค์ทรงโปรดชัดๆ!
พอฟังพวกนางร่ายยาวจนจบ เฉินอวี้ก็พอจะเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมด
ยังไม่ทันที่เขาจะสั่งอะไร สองสาวก็ช่วยกันวางแผนงานรับใช้ในวันข้างหน้าเสร็จสรรพเรียบร้อย ทั้งเรื่องอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ดูแลอาหารการกินสามมื้อ จัดการค่าใช้จ่ายจิปาถะเวลาออกเดินทาง และอื่นๆ อีกเพียบ
ที่ทำให้เขาประหลาดใจสุดๆ คือระดับพลังของสองพี่น้องคู่นี้ดันไม่ธรรมดาเลย เสี่ยวไป๋อยู่ระดับสร้างรากฐานขั้นเก้า ส่วนเสี่ยวชิงอ่อนกว่านิดหน่อย อยู่ระดับสร้างรากฐานขั้นแปด
แถมสองพี่น้องยังมีทีเด็ดตรงที่ใจสื่อถึงกันได้ ทำให้ฝึกฝน 'เคล็ดวิชาผสานโจมตี' แบบพิเศษได้ด้วย เวลาแท็กทีมสู้ด้วยกัน พลังจะเพิ่มขึ้นทวีคูณ ถึงขั้นยื้อเวลากับยอดฝีมือระดับจินตันได้เลยทีเดียว
เฉินอวี้รู้สึกพอใจมาก เขาโบกมือไล่ให้ทั้งสองคนไปจัดแจงทำความสะอาดห้องหับตามสไตล์ของพวกนางได้เลย ตอนนี้เขามีธุระต้องไปทำก่อน ไว้ดึกๆ พอมีเวลาว่าง ค่อยมา 'ทำความรู้จัก' กับสองสาวหน้าตางดงามเผ่างูคู่นี้ให้ลึกซึ้งกว่านี้ก็แล้วกัน
สองพี่น้องดูจะแอบดีใจกันสุดๆ พวกนางไม่นึกเลยว่าจะได้มารับใช้เจ้านายที่อารมณ์ดีและเป็นกันเองขนาดนี้ ดูเหมือนเขาจะเป็นคนง่ายๆ สบายๆ อย่างที่ปากว่าจริงๆ ด้วย
~~
เฉินอวี้ดึงจิตกลับเข้าสู่ระบบ
【ติ๊ง ระบบย่อย "หลิ่วอวี่หาน" ทำภารกิจพื้นฐานสำเร็จ】
【โฮสต์ได้รับรางวัล: ความชำนาญวิชา "ฝ่ามืออัคคีชาด" ในปัจจุบันเพิ่มขึ้น (ขั้นความสำเร็จเล็ก -> ขั้นสมบูรณ์แบบ)】
เฉินอวี้ชะงักไปนิด ก่อนจะยิ้มกริ่มด้วยความเซอร์ไพรส์ ตอนแรกเขากะว่ารางวัลจากภารกิจรายวันคงไม่ได้ดีเด่ประเสริฐศรีอะไรนัก แต่ดูจากตอนนี้แล้ว แม่งก็ไม่เลวเลยนี่หว่า
เคล็ดวิชาที่เขาฝึกอยู่นี้เป็นระดับเหลืองขั้นสูง ซึ่งจัดว่าไม่ได้สูงส่งอะไรนัก และไม่ว่าจะฝึกวิชาไหน มันก็ต้องมีระดับความเชี่ยวชาญที่แตกต่างกันไป
แบ่งออกเป็น 6 ขั้น: เริ่มต้น -> ความสำเร็จเล็ก -> ความสำเร็จใหญ่ -> สมบูรณ์แบบ -> ขีดสุด -> แก่นแท้
นี่เล่นกระโดดข้ามทีเดียวสองขั้น ถือว่ากำไรเน้นๆ เลยว่ะ
เฉินอวี้ซ้อมวิชาต่ออีกพักใหญ่ พอสัมผัสได้ถึงพัฒนาการที่ก้าวกระโดดของตัวเอง อารมณ์ก็เบิกบานสุดๆ
~~
หลังจากกินข้าวเสร็จ ผ่านไปครู่หนึ่ง สองสาวก็มาวุ่นวายเตรียมการอาบน้ำผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้าให้เขา เสี่ยวชิงไปจัดการเรื่องทำความสะอาด ส่วนเสี่ยวไป๋รับหน้าที่ปรนนิบัติเฉินอวี้อาบน้ำ
ภายในห้องอาบน้ำที่อบอวลไปด้วยไอน้ำลอยคลุ้ง เฉินอวี้มองหลิ่วโยวไป๋ตรงหน้าแล้วรู้สึกร้อนรุ่มขึ้นมาทันที
ตอนนี้หลิ่วโยวไป๋ถอดชุดกระโปรงตัวนอกออกแล้ว บนเรือนร่างสวมเพียงเอี๊ยมตัวจิ๋วสีม่วง ผิวพรรณขาวเนียนละเอียดดุจหยกสลักอมชมพูระเรื่อ ผิวขาวผ่องเป็นยองใยส่วนใหญ่เปิดเผยเปลือยเปล่าท้าทายไอน้ำอุ่นๆ และตกอยู่ในสายตาของเฉินอวี้เต็มๆ
เอี๊ยมตัวจิ๋วสีม่วงนั่นแทบจะปิดบังอะไรไม่ได้เลย ความอวบอัดที่ดันเนื้อผ้าออกมามันช่างยั่วยวนชวนมองสุดๆ
อาจจะเพราะยังเขินอายอยู่บ้าง เสี่ยวไป๋เลยรีบคว้าเสื้อคลุมผ้าโปร่งบางเบามาสวมทับไว้
เนื้อผ้าบางเฉียบจนเกือบจะโปร่งใส เผยให้เห็นทรวดทรงองค์เอวเร้าใจแบบวับๆ แวมๆ ผมดกดำขลับถูกรวบเป็นหางม้าไว้ด้านหลัง เพื่อจะได้สะดวกเวลาขัดสีฉวีวรรณให้คุณชาย
"คุณชาย ให้บ่าวช่วยถอดเสื้อผ้าให้นะเจ้าคะ~" แม้จะถูกสายตาของเฉินอวี้จ้องมองจนรู้สึกเขินอาย แต่เสี่ยวไป๋ก็ไม่ลืมหน้าที่ของตัวเอง
เฉินอวี้ไม่ได้ทำตัวเหมือนพวกไก่อ่อนเวอร์จิ้น ที่พอเห็นสาวก็ตื่นเต้นจนทำอะไรไม่ถูก
ทว่าทันทีที่หลิ่วโยวไป๋เห็น 'ของสงวน' ของเขา ใบหน้างดงามก็แดงซ่านขึ้นมาทันที นางหลุดเสียงอุทานเสียงอ่อนเสียงหวานออกมาเบาๆ
เฉินอวี้ลงไปแช่ในอ่างอาบน้ำ สองแขนพาดขอบอ่างอย่างผ่อนคลาย
ส่วนหลิ่วโยวไป๋ก็นั่งคุกเข่าอยู่ข้างๆ สองมือขาวผ่องนวดเฟ้นลงบนท่อนแขนของเขาอย่างนุ่มนวล คอยปรนนิบัติให้เขารู้สึกผ่อนคลาย
ผ่านไปสักพัก หลิ่วโยวชิงก็เดินตามเข้ามา นางปราดเข้ามาขนาบข้างอย่างรู้งาน สองพี่น้องขนาบซ้ายขวาช่วยกันบีบนวดแขนและไหล่ให้เฉินอวี้
สองสาว คนนึงใส่เอี๊ยมสีม่วง อีกคนใส่เอี๊ยมสีชิง ถึงสไตล์จะต่างกันคนละขั้ว แต่ที่เหมือนกันเป๊ะคือทรวดทรงองค์เอวที่โคตรจะแซ่บ ฟู่~ ระบบทุนนิยมอันชั่วร้ายนี่มันช่าง... ฟินจริงๆ โว้ย!
หลังจากเสวยสุขจนพอใจ เฉินอวี้ก็ลุกพรวดขึ้นยืน มังกรยักษ์ผงาดพ้นผิวน้ำ ละอองน้ำสาดกระเซ็นไปโดนใบหน้าและเรือนร่างของสองสาว... เสื้อคลุมบางเบาพอเปียกน้ำก็แนบลู่ไปกับสัดส่วนโค้งเว้า
ตอนนี้เฉินอวี้อารมณ์กำลังพุ่งปรี๊ด เขาไม่ส่งสัญญาณเตือนใดๆ ทั้งสิ้น เอื้อมมือไปคว้าตัวหลิ่วโยวไป๋ที่อยู่ข้างๆ เข้ามากระชากสู่อ้อมกอด ฝ่ามือใหญ่ตะปบขย้ำก้อนเนื้ออวบอัดลูกโตอย่างไม่เกรงใจ!
บีบเค้นมันราวกับเป็นของเล่นชิ้นหนึ่ง
"อ๊าง~! คุณชาย~~"
หลิ่วโยวไป๋ไม่ทันตั้งตัวว่าจะโดนจู่โจมกะทันหันแบบนี้ นางหลุดเสียงครางเครือเจือความเจ็บปวดเบาๆ ร่างกายอ่อนระทวยซบลงในอ้อมอกของเฉินอวี้ สัมผัสได้ถึงฝ่ามือหยาบกระด้างที่กำลังบีบเค้นอย่างเอาแต่ใจ แม้จะรู้สึกเจ็บนิดๆ แต่นางก็พยายามโอนอ่อนผ่อนตามอย่างถึงที่สุด
ส่วนเสี่ยวชิงก็ไม่ได้อยู่เฉย นางเบียดกายเข้ามาหาอย่างรู้หน้าที่ จับมืออีกข้างของเฉินอวี้ที่ยังว่างอยู่ไปวางแหมะไว้บนเนินอกของตัวเอง
ในชั่วพริบตา เขาก็ได้เปิดศึกซ้ายขวาพร้อมกัน เนื้อนุ่มเด้งปลิ้นออกตามง่ามนิ้วของมือทั้งสองข้าง...
อันที่จริงสองพี่น้องเตรียมใจรับสภาพมาตั้งแต่ช่วงบ่ายแล้ว ตอนที่หวางเฟยเอ่ยปาก พวกนางก็รู้ชะตากรรมของตัวเองดี
ชาติกำเนิดของพวกนางถูกลิขิตมาให้เป็นได้แค่ทาสรับใช้ หากโชคดีเจอเจ้านายดี ชีวิตนี้ก็ถือว่าราบรื่นปลอดภัย
ตอนนี้โอกาสทองมากองอยู่ตรงหน้าแล้ว รูปร่างหน้าตาของคุณชายเฉินอวี้ก็หล่อเหลาเอาการ แถมยังทำตัวสบายๆ เป็นกันเอง ถ้าได้เลื่อนขั้นเป็นอนุภรรยาร่วมเตียง นั่นก็ถือเป็นวาสนาอันสูงสุดของพวกนางแล้ว
ดังนั้น พวกนางจึงไม่ได้หวาดกลัวเลยสักนิด กลับกัน ยังเฝ้ารออย่างใจจดใจจ่อด้วยซ้ำ นึกไม่ถึงเลยว่าคุณชายจะเด็ดดมพวกนางเร็วขนาดนี้
ทว่าคำพูดประโยคต่อมาของเฉินอวี้ กลับกระชากพวกนางให้ร่วงหล่นจากสวรรค์ชั้นฟ้า ลงสู่ขุมนรกน้ำแข็งในชั่วพริบตา!
"จริงสิ พวกเจ้าเป็นเผ่างูทมิฬไม่ใช่เหรอ เอาหางใหญ่ๆ ของพวกเจ้าออกมาให้คุณชายดูหน่อยสิ"
สองสาวสะดุ้งเฮือกไปทั้งร่าง ใบหน้างดงามที่เคยมึนเมาและแดงซ่านด้วยตัณหา เมื่อครู่นี้พลันซีดเผือดลงทันตา พวกนางทรุดเข่าลงกับพื้นด้วยความหวาดกลัวลานลาน ปากคอสั่นพึมพำฟังไม่รู้ศัพท์
เฉินอวี้ชะงักกึก มองปฏิกิริยาของพวกนางด้วยความมึนงง ตามอารมณ์ไม่ทันเลยทีเดียว