- หน้าแรก
- เนตรสัพพัญญูผู้สร้างโลก: จากตัวประกอบสู่จ้าวแห่งมวลดารา
- บทที่ 17 - ราชาผีจุติ ทำลายจุดอ่อน
บทที่ 17 - ราชาผีจุติ ทำลายจุดอ่อน
บทที่ 17 - ราชาผีจุติ ทำลายจุดอ่อน
บทที่ 17 - ราชาผีจุติ ทำลายจุดอ่อน
กึก กึก กึก
ราชาผีภูเขาซากศพค่อยๆ ยืนขึ้น
ปากขยับไปมา
พ่นหมอกควันสีดำออกมาเป็นสาย
แรงกดดันมหาศาล
แผ่ซ่านออกมารอบตัว
"หึ"
เยี่ยนกูเฉิงแค่นเสียงเย็นชา แล้วก้าวเดินไปข้างหน้า
"เดี๋ยวก่อน ราชาผีภูเขาตัวนี้แข็งแกร่งมาก พวกเราร่วมมือกันโจมตีดีกว่า"
ถังซวนร้องบอก
"ไม่จำเป็น"
เยี่ยนกูเฉิงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเย็นชา
เขาไม่มีเนตรสัพพัญญู
ย่อมมองไม่เห็นความแข็งแกร่งที่แท้จริงของราชาผีภูเขา
แม้จะสัมผัสได้ถึงความน่ากลัว
แต่ในฐานะผู้ฝึกยุทธ์ระดับขุนพลยุทธ์
เขาก็มีความหยิ่งผยองในตัวเอง
แถมเขายังเคยผ่านศึกหนักมานักต่อนักแล้ว
ถึงมอนสเตอร์ที่มาบุกครั้งนี้จะเก่งกาจเกินคาดไปบ้าง
แต่เยี่ยนกูเฉิงก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
ถังซวนหัวเราะเบาๆ
"โอเค ถ้าไม่ไหวก็ถอยมานะ"
เยี่ยนกูเฉิงหันมามอง
"ไม่มีวันนั้นหรอก"
พูดจบ เขาก็กระทืบเท้าลงพื้น ร่างทะยานขึ้นสู่อากาศ
รอบเท้ามีพลังวิญญาณไหลเวียน ร่างกายถูกโอบล้อมด้วยพลังแห่งลม
แค่ก้าวเดียวก็พุ่งไปได้ไกลลิบ
ไป๋หลีและเฉียนจวินต่างก็มองด้วยความทึ่ง
แม้แต่ถังซวนเองก็ยังพยักหน้ายอมรับ
ถึงตาเยี่ยนกูเฉิงนี่จะหยิ่งไปหน่อย
แต่ฝีมือก็ของจริง
สมกับเป็นผู้ฝึกยุทธ์จากโลกเริ่มต้นระดับศักยภาพ
ถ้ามีเขาอยู่
มอนสเตอร์ระดับทั่วไป 9 ดาวก็ไม่ใช่ปัญหา
แต่
โลกเริ่มต้นของถังซวนไม่ธรรมดา
มอนสเตอร์ที่ดึงดูดมานั้นแข็งแกร่งพอๆ กับพวกที่บุกโลกเริ่มต้นระดับศักยภาพเลยทีเดียว
เยี่ยนกูเฉิงก้าวไปแค่สามก้าวก็ประชิดตัวราชาผีภูเขาแล้ว
ยังไม่ทันได้เข้าใกล้ เขาก็สัมผัสได้ถึงพลังความมืดอันเย็นเยียบทะลวงเข้าสู่ร่างกาย
พลังวิญญาณที่ไหลเวียนอยู่ภายในร่างกาย พลันเชื่องช้าลงทันที
"อึก"
เยี่ยนกูเฉิงสะดุ้ง เขารู้ตัวแล้วว่าโดนพลังความมืดเล่นงานเข้าให้แล้ว
ถ้าเผด็จศึกไม่ได้ในเร็วๆ นี้
ไม่เพียงแต่ร่างกายจะบาดเจ็บ แต่อาจจะกลายเป็นแผลเป็นไปตลอดชีวิตเลยก็ได้
"พายุหมุน"
พายุพัดกระหน่ำ เสียงดาบฟันแหวกอากาศดังก้อง
ประกายแสงสีเงินพุ่งทะยานลงมา
กลายเป็นดาบยาวเรียวแหลม
นี่คือดาบประจำตัวธาตุลมของเยี่ยนกูเฉิง
ดาบเล่มนี้ก็มีธาตุลมเหมือนกัน
เมื่อใช้ร่วมกัน
จะช่วยให้เยี่ยนกูเฉิงรีดเร้นพลังออกมาได้เทียบเท่ากับผู้ฝึกยุทธ์ระดับขุนพล 3 ดาว หรืออาจจะ 4 ดาวเลยทีเดียว
ผสานกับท่าไม้ตายก้นหีบ
ก็เพียงพอที่จะกำจัดผู้ฝึกยุทธ์ระดับขุนพล 9 ดาวทุกคนได้
นี่แหละคือความมั่นใจที่ทำให้เยี่ยนกูเฉิงกล้าลงมือ
"ย้าก"
คมดาบนำร่อง
ตามด้วยคลื่นพลังวายุ
ปราณดาบผสานพลังลม
ก่อตัวเป็นคมดาบรูปพระจันทร์ครึ่งเสี้ยว ฟาดฟันลงมาจากเบื้องบน พุ่งเป้าไปที่ราชาผีภูเขา
แต่อีกฝ่ายกลับยืนนิ่งไม่ไหวติง
นัยน์ตาอันดุร้าย
ฉายแววดูแคลน
เคร้ง
เสียงโลหะปะทะกันดังกังวาน
ประกายไฟแลบแปลบปลาบ
เกราะที่ดูผุพังมีรอยร้าวปรากฏขึ้น
แต่เพียงครู่เดียว พลังความมืดก็พวยพุ่งขึ้นมาสมานรอยร้าวเหล่านั้นจนกลับมาเป็นเหมือนเดิม
"อะไรกัน เป็นไปได้ยังไง"
เยี่ยนกูเฉิงตกตะลึง
ดาบนี้แม้ไม่ใช่ท่าไม้ตาย แต่ก็ไม่ใช่ดาบธรรมดาๆ
ต่อให้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับขุนพล 5 ดาว หรือ 6 ดาว
ก็ยังต้องรับมืออย่างระมัดระวัง
แต่ราชาผีภูขากลับรับการโจมตีนี้เข้าไปเต็มๆ
โดยไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย
"ระวัง"
ในขณะที่เยี่ยนกูเฉิงกำลังอึ้งอยู่นั้น เสียงตะโกนของถังซวนก็ดังมาจากด้านหลัง
ราชาผีภูเขาใช้สองมือจับดาบ แล้วฟันเฉียงลงมา
ตู้ม
เพิ่งจะตวัดดาบ เสียงก็ดังกึกก้องปานสายฟ้าฟาด
เยี่ยนกูเฉิงถึงกับหายใจสะดุด หน้าซีดเผือด
ถ้าโดนดาบนี้เข้าไป
คงไม่เหลือแม้แต่เศษกระดูกแน่ๆ
เขารีบใช้พลังลมพยุงร่างให้ถอยร่นอย่างรวดเร็ว
แต่ระยะทำการของดาบราชาผีภูเขานั้นกว้างเกินไป
ต่อให้เยี่ยนกูเฉิงจะพยายามถอยแค่ไหน ก็ยังไม่พ้นระยะอันตรายอยู่ดี
ในยามคับขันนั้นเอง
สายฟ้าสีทองก็พุ่งแหวกอากาศมา
กระแทกเข้าที่ใบมีดอย่างจัง
เคร้ง
ดาบเล่มยักษ์สั่นสะท้านเล็กน้อย
ก่อนจะฟาดฟันลงข้างกายเยี่ยนกูเฉิง
คมดาบปะทะพื้นดิน
ดินทรายปลิวว่อน
รอยแยกกว้างกว่า 3 จั้ง ปรากฏขึ้นตรงหน้า
รอดตายหวุดหวิด
เยี่ยนกูเฉิงจะกล้าอยู่ต่อได้ยังไง
รีบวิ่งหนีหางจุกตูดกลับมาอย่างรวดเร็ว