เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 19 : ฉันคือแม่ของนายย่ะ! (19)

บทที่ 19 : ฉันคือแม่ของนายย่ะ! (19)

บทที่ 19 : ฉันคือแม่ของนายย่ะ! (19)


คนที่ลอบติดตามเธอในวังหลวงวันนี้มีวรยุทธ์สูงส่งทีเดียว

ท่านอ๋องเช่อกลัวว่าเยี่ยจิ่นจะตกอยู่ในอันตรายหากนางออกจากวังไปลำพัง จึงพานางกลับมายังตำหนักเจาหยางด้วยกันตลอดทาง

และส่งฉีหลินออกไปสืบเรื่องนี้

ทว่าเนื่องจากเขาสูญเสียพลังวัตรไปจนหมดสิ้น จึงไม่สามารถไปส่งเธอที่จวนตระกูลเยี่ยด้วยตัวเองได้

ทำได้เพียงรอให้ฉีหลินกลับมาเท่านั้น

ฉีหลินลงมืออย่างรวดเร็ว ใช้เวลาไม่ถึงชั่วยามก็สืบได้ความกระจ่าง

ในเมื่อเธออยากกลับบ้านขนาดนั้น ก็พากลับไปส่งเสียหน่อยแล้วกัน

อย่างไรเสีย ในอนาคตก็ยังคงมีโอกาสอีกมากมาย

“ท่านอ๋องพ่ะย่ะค่ะ ท่านอ๋อง?” ฉีหลินอดไม่ได้ที่จะส่งเสียงเรียกเบาๆ สองครั้ง เมื่อเห็นท่านอ๋องเช่อตกอยู่ในห้วงความคิด

ไม่รู้ว่าพระองค์ได้ยินที่เขาพูดหรือไม่

“หืม?” ท่านอ๋องเช่อหันกลับมามองฉีหลิน “เมื่อกี้เจ้าพูดว่าอะไรนะ?”

“กระหม่อมกราบทูลว่า คุณหนูซ่งและคุณหนูเซียวมีความสัมพันธ์อันดีต่อกันมาโดยตลอด และคุณหนูเซียวมักจะหาเรื่องกลั่นแกล้งคุณหนูเยี่ยลับหลังอยู่บ่อยครั้งพ่ะย่ะค่ะ” ฉีหลินทวนคำพูดของตนเองอีกครั้ง

“เจ้ากำลังพูดถึงเซียวหาน บุตรสาวของอัครเสนาบดีเซียวงั้นรึ?” ท่านอ๋องเช่อหรี่ตาลง

เขายังจำได้ว่าหลังจากที่ตนเองถูกวางยาปลุกกำหนัด เซียวหานก็เดินเข้ามาและนำน้ำแกงสร่างเมามาให้เขา

ครั้งหนึ่งเขาเคยเชื่อว่าคงไม่มีสตรีใดที่จะละทิ้งชื่อเสียงของตนเองและยอมทำทุกวิถีทางเพื่อแต่งงานกับคนที่รัก

ทว่าตอนนี้ ความคิดของสตรีบางคนกลับทำให้เขาได้เปิดหูเปิดตาอย่างแท้จริง

เขานึกถึงตอนที่เซียวหานพยายามทำทุกอย่างเพื่อเอาชนะใจเขา

และนึกถึงเยี่ยจิ่นที่ถูกวางยาปลุกกำหนัดชนิดเดียวกันในวันนั้น

รวมถึงการชี้ตัวของแม่นมจางและแม่นมหลิว...

ความจริงใกล้จะปรากฏในไม่ช้าแล้ว

ซ่งชิงเหลียนตรงดิ่งไปยังจวนตระกูลเซียวทันทีที่มาถึง

“วันนี้ลมอะไรหอบพี่ชิงเหลียนมาถึงที่นี่ได้ล่ะเจ้าคะ?” เซียวหานเอ่ยทักทายซ่งชิงเหลียนอย่างอบอุ่นพร้อมกับจูงมือเธอเข้ามา

หากไม่ได้ซ่งชิงเหลียน นางก็คงไม่มีวันรู้เลยว่าฮ่องเต้ทรงมีพระราชดำริที่จะหมั้นหมายเยี่ยจิ่นให้แก่ท่านอ๋องเช่อ

และเหตุผลก็เป็นเพราะบิดาของเยี่ยจิ่นไม่มีอำนาจที่แท้จริงในมือเลยสักนิด

เซียวหานคิดว่า เป็นเพราะบิดาของนางดำรงตำแหน่งสูงและมีอำนาจล้นฟ้า ฮ่องเต้จึงต้องทรงหวาดระแวงว่าท่านอ๋องเช่อจะได้รับการสนับสนุนจากตระกูลเซียว จนคิดจะแย่งชิงตำแหน่งรัชทายาทของซูไหว

เมื่อนึกถึงองค์รัชทายาทซูไหว เซียวหานก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นสะท้าน

แม้ว่าคนผู้นั้นจะเป็นถึงองค์รัชทายาท มารดาเป็นถึงฮองเฮาองค์ปัจจุบัน และมีท่านน้าเป็นถึงผู้บัญชาการกองกำลังองครักษ์รักษาพระองค์ เรียกได้ว่าเป็นผู้สืบทอดบัลลังก์เพียงหนึ่งเดียว

ทว่าคนผู้นั้นกลับโหดเหี้ยมและอำมหิตผิดมนุษย์ อีกทั้งยังมัวเมาในสุราและนารีไม่ต่างจากฮ่องเต้องค์ปัจจุบันเลยสักนิด

“พี่ไม่ได้เจอเจ้าเสียนาน คิดถึงเจ้าจะแย่ วันนี้เลยหาเวลามาเยี่ยมเยียนน่ะจ้ะ” ซ่งชิงเหลียนยื่นตะกร้าขนมที่ถือมาให้เซียวหาน

เซียวหานยิ้มและเปิดฝาออก “ขนมถั่วแดงรึเจ้าคะ? จากเหลาดังฟงอวิ๋นเป่ย? พี่ชิงเหลียนช่างใส่ใจน้องสาวคนนี้จริงๆ”

“พี่รู้ว่าเจ้าชอบกินสิ่งนี้ เมื่อวานตอนขากลับจากวังหลวงจึงแวะซื้อมา แต่กลัวว่าเวลามันจะดึกเกินไปไม่อยากมารบกวนเจ้า เช้าวันนี้เลยรีบนำมาให้แต่หัววันอย่างไรล่ะ”

“เมื่อวานพี่ชิงเหลียนเข้าวังมาหรือเจ้าคะ? มีธุระอันใดรึเปล่า?”

เซียวหานไม่ได้เข้าวังมาพักใหญ่แล้ว พอได้ยินว่าซ่งชิงเหลียนเข้าวังไปเมื่อวาน จึงรีบเอ่ยถามทันที

“พี่แค่ได้ยินข่าวลือบางอย่างมาน่ะจ้ะ แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ”

“ข่าวลืออะไรหรือเจ้าคะ ลองเล่าให้น้องฟังที”

“พี่ได้ยินพวกนางกำนัลซุบซิบกันว่า เมื่อวานตอนบ่าย ท่านอ๋องเช่ออุ้มเยี่ยจิ่นกลับไปยังตำหนักเจาหยาง และไม่ได้ส่งนางออกจากวังจนกระทั่งฟ้ามืดค่ำเชียวล่ะจ้ะ”

“อะไรนะ!” มือของเซียวหานสั่นเทา ตะกร้าขนมแทบจะร่วงหล่นลงพื้น

“นางกำลังจะได้เป็นพระสนมของฮ่องเต้อยู่รอมร่อ แต่กลับทำตัวไม่รู้จักกาลเทศะและรักนวลสงวนตัวเอาเสียเลย” ซ่งชิงเหลียนพึมพำออกมาอย่างไม่ใส่ใจ

คำพูดเหล่านี้เปรียบเสมือนเสียงระฆังที่ปลุกให้เซียวหานตื่นจากภวังค์

นางเกือบจะลืมไปแล้วว่าเยี่ยจิ่นเป็นผู้หญิงที่ฮ่องเต้ทรงหมายตาเอาไว้

ตั้งแต่เยี่ยจิ่นดื่มยาที่ท่านอ๋องเช่อมอบให้ในวันนั้นอย่างอธิบายไม่ได้ เธอก็รู้สึกไม่สบายเนื้อสบายตัวไปทั้งร่าง

ทีแรกเธอคิดว่าเป็นยาที่ช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตและสลายเลือดคั่ง เพื่อรักษาอาการข้อเท้าแพลงของเธอเสียอีก

จนกระทั่งผ่านไปสามวัน

ขอเพียงแค่เธอเอามือลูบผ่านผิว กายเนื้อตรงนั้นก็จะปรากฏรอยแดงก่ำขึ้นมาทันที

เธอก้มลงมองรอยบนท่อนแขนของตัวเอง

ดูๆ ไปแล้วก็คล้ายกับผื่นลมพิษอยู่เหมือนกัน

หรือว่าเธอจะกินอะไรผิดสำแดงจนเกิดอาการแพ้กันแน่?

【ระบบ: โฮสต์ ฉันเข้าใจแล้ว!】

“เรื่องขี้ผงแค่นี้ เธอใช้เวลาสืบตั้งสองชั่วยามเลยเหรอ?” เยี่ยจิ่นรู้สึกไม่พอใจกับประสิทธิภาพการทำงานของไน่โต้วเป็นอย่างมาก

【ระบบ: ตัวยาที่ท่านอ๋องเช่อมอบให้โฮสต์นั้น มีสรรพคุณคล้ายคลึงกับยาที่โฮสต์ไปขมาจากซือไหลเลยละ】

เยี่ยจิ่นกัดขนมในมือเบาๆ รอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าโดยไม่รู้ตัว “ที่แท้เขาก็หมายความแบบนี้เองเหรอ หวงก้างชะมัด ฮ่าๆๆ”

【ระบบ: คำว่า 'หวงก้าง' นี่มันใช้ได้ถูกต้องแล้วจริงๆ เหรอนั่น?】 ไน่โต้วมองขนมเปี๊ยะในมือโฮสต์จนน้ำลายสอ

มือเล็กๆ เอื้อมเข้าไปในกระเป๋าเป้ระบบ รื้อค้นอยู่พักหนึ่ง ในที่สุดก็เจอขนมเปี๊ยะแบบเดียวกันเป๊ะ

“ตรวจดูหน่อยซิว่าค่าความประทับใจของเขาเพิ่มขึ้นบ้างไหม”

ไน่โต้วเคี้ยวขนมตุ้ยๆ พลางตรวจสอบหน้าจอค่าความประทับใจ 【ระบบ: ไม่ได้ลดลงนะ ยังคงติดลบเหมือนเดิมเลย】

เยี่ยจิ่นถอนหายใจอย่างโล่งอก “ดูเหมือนเขาจะไม่ถือสาเรื่องนั้นแล้ว ถ้างั้นฉันก็เดินหน้าตามจีบเขาได้อย่างสบายใจเฉิบ”

【ระบบ: ใช่แล้วล่ะ เขาเป็นผู้ชายนี่นา มีแต่ผู้หญิงเท่านั้นแหละที่จะถือสาเรื่องพรรค์นี้】

เยี่ยจิ่นส่งเสียง “อืม” ในลำคอเบาๆ จนแทบไม่ได้ยิน

เธอก้มลงไปเกาที่แขนสองสามที และรอยแดงก็ปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง

เธอยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ

เจ้านี่มันเป็นของดีจริงๆ อยากให้รอยขึ้นตอนไหนก็ขึ้น พอไม่อยากให้มีก็กำจัดออกได้ง่ายๆ

จู่ๆ เยี่ยจิ่นก็นึกถึงขวดยาที่เธอเคยขอจากซือไหลขึ้นมาได้ ซึ่งตอนนี้เธอไม่เห็นมันแล้ว “เอ๊ะ? ขวดยาเล็กๆ ของฉันหายไปไหนแล้วล่ะ?”

【ระบบ: ท่านอ๋องเช่อขโมยไปแล้วละ】

“แล้วทำไมเธอไม่เตือนฉันล่ะ!”

【ระบบ: ก็ตอนนั้นฉันเหนื่อยมากจนผล็อยหลับไป พอตื่นมาก็ลืมเรื่องนี้ไปสนิทเลย】 ไน่โต้วเกาหัวพลางเหลือบมองเยี่ยจิ่นด้วยสายตารู้สึกผิด

เยี่ยจิ่นทบทวนดูแล้ว คงจะเป็นตอนขากลับจากจวนของซือไหลในวันนั้นแน่ๆ ที่เธอประจันหน้ากับท่านอ๋องเช่อ แล้วเขาอาศัยจังหวะตอนเปลี่ยนผ้าพันแผลลอบขโมยมันไป

“หัวขโมยชัดๆ!”

“ใครเป็นหัวขโมยหรือคะคุณหนู?” เสี่ยวอวี่ที่ยืนอยู่ด้านข้าง เห็นเยี่ยจิ่นเอนหลังพิงเก้าอี้และเงียบเสียงไปนาน จึงคิดว่าคุณหนูของนางหลับไปแล้วเสียอีก

“ท่านอ๋องเช่อน่ะสิ ขโมยของของฉันไป!”

“บ่าวทราบแล้วค่ะ เขาขโมยหัวใจของคุณหนูไปใช่ไหมล่ะคะ คุณหนูพูดเรื่องนี้ตั้งหลายรอบแล้ว” เสี่ยวอวี่พึมพำพลางจัดแจงเสื้อผ้าในมือต่อ

ฉิงเอ๋อร์ที่เพิ่งเดินเข้ามา บังเอิญได้ยินประโยคนี้เข้าพอดี

สายตาของทั้งสองปะทะกัน

เมื่อเห็นท่าทางตื่นตระหนกของฉิงเอ๋อร์ เสี่ยวอวี่ก็รีบหุบปากฉับ ก้มหน้าก้มตาจัดเสื้อผ้าของตนต่อไป

เยี่ยจิ่นโป้ปดมดเท็จออกมาโดยไม่กะพริบตา “เขาขโมยจดหมายของฉันไปต่างหาก”

ฉิงเอ๋อร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “เป็นจดหมายนี่เอง ฉิงเอ๋อร์ไม่ได้ยินผิดหรอกเจ้าค่ะ คุณหนูไม่จำเป็นต้องอธิบายหรอก”

เยี่ยจิ่นอยากจะบ้าตายจริงๆ

แต่พวกเรายังแตะต้องฉิงเอ๋อร์ไม่ได้ในตอนนี้

“ฉิงเอ๋อร์ มานั่งลงก่อนสิ” เยี่ยจิ่นลุกขึ้นยืนแล้วดึงมือฉิงเอ๋อร์ให้นั่งลงด้วยกัน

“ฉิงเอ๋อร์ เอาแบบนี้ดีไหม ฉันจะจ่ายเงินให้เธอเป็นสองเท่าของที่ฮ่องเต้มอบให้ แล้วเธอ ก็อยู่ที่จวนตระกูลเยี่ยแห่งนี้ คิดเสียว่าที่นี่เป็นบ้านของตัวเอง และคิดว่าฉันเป็นคนในครอบครัวของเธอนะ”

“คุณหนูพูดเรื่องอะไรกันคะ? ตัวของฉิงเอ๋อร์ก็เป็นของคุณหนูอยู่แล้วตั้งแต่ต้น”

สีหน้าจริงจังไร้แววล้อเล่นนั่นปรากฏขึ้นอีกครั้ง

เยี่ยจิ่นถึงกับคอตกด้วยความหดหู่

ช่างเป็นเด็กที่ฉลาดเป็นกรดจริงๆ! ถ้าหากพวกเราทุกคนสามารถรวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันได้ก็คงดี

เธอหันไปส่งสายตาเอือมระอาให้เสี่ยวอวี่อีกรอบ

ทำไมกันนะ!

ในเมื่อใช้วิธีติดสินบนไม่ได้ผล เช่นนั้นก็คงต้องใช้ไม้แข็งบังคับขู่เข็ญ

เยี่ยจิ่นลุกขึ้น เดินไปที่ข้างเตียง แล้วชักกริชอันคมกริบเล่มหนึ่งออกมาจากใต้หมอน

เธอถือมันมาแกว่งเล่นไปมาอย่างไม่ใส่ใจต่อหน้าฉิงเอ๋อร์

ฉิงเอ๋อร์คลี่ยิ้มบางๆ “คุณหนูคิดมากไปแล้วเจ้าค่ะ ฮ่องเต้ทรงส่งฉิงเอ๋อร์มาที่นี่มิใช่เพื่อมาคอยจับตาดูคุณหนู แต่เพื่อมาคุ้มครองต่างหาก คุณหนูควรเก็บกริชเล่มนี้ไปเสียเถอะค่ะ ประเดี๋ยวจะบาดตัวเองเอาได้”

คำว่า ‘คุ้มครอง’ นั้น ถูกออกเสียงเน้นหนักเป็นพิเศษ

เยี่ยจิ่นจำต้องเก็บกริชเข้าฝักอย่างเสียไม่ได้

นี่มันเป็นการข่มขู่กันโต้งๆ ชัดๆ

ถึงแม้ว่าในอดีตเธอจะเป็นถึงนักฆ่า และถือได้ว่ามีฝีมือที่คล่องแคล่วว่องไวอยู่บ้าง

ทว่าเมื่อต้องมาเจอกับพลังวัตรและวิชาตัวเบาอันไม่สมเหตุสมผลของคนโบราณเหล่านี้...

ตัวฉันในตอนนี้ก็ยังถือว่าอ่อนหัดเกินไปจริงๆ

เยี่ยจิ่นหันไปส่งสายตาเป็นสัญญาณให้เสี่ยวอวี่

จบบทที่ บทที่ 19 : ฉันคือแม่ของนายย่ะ! (19)

คัดลอกลิงก์แล้ว