- หน้าแรก
- ข้ามมิติเป็นนางพญาศักดิ์สิทธิ์แห่งโลกอสูรเปิดประตูมาเจอห้าสามีรอเสิร์ฟ
- บทที่ 23 : หยุนเจียวปะทะไป๋เวย
บทที่ 23 : หยุนเจียวปะทะไป๋เวย
บทที่ 23 : หยุนเจียวปะทะไป๋เวย
"นี่ เจ้ามนุษย์อสูร เจ้าเห็นได้ชัดว่าอยากให้ข้ามาเป็นสามีอสูรของนาง แต่ในขณะเดียวกันเจ้าก็ไม่อยากให้ข้าเป็นสามีอสูรของนาง ช่างย้อนแย้งเสียจริง!"
"..." ข้าย้อนแย้งแล้วจะทำไมล่ะ? หยุนเจียวชอบความย้อนแย้งของข้าก็แล้วกัน
เหลยเซียวถลึงตาใส่เขาและกล่าวต่อ "ข้าก็แค่พูดความจริง ต่อให้ในอนาคตหยุนเจียวจะยอมรับเจ้า แต่มันก็ไม่อาจสั่นคลอนตำแหน่งสามีอสูรคนแรกของข้าได้หรอก"
"ข้าอยากจะสั่นคลอนก็คงทำไม่ได้หรอก แต่ก็นะ นั่นมันก็ต่อเมื่อเจ้ายังมีชีวิตอยู่ หากเจ้าตายไป ข้าที่เป็นสามีอสูรคนที่สอง จะไม่ได้เลื่อนขึ้นเป็นสามีอสูรคนแรกของหยุนเจียวหรือ?"
"หึ... ไม่ต้องห่วง ต่อให้เจ้าตาย ข้าก็ไม่ตายหรอก แทนที่จะมาห่วงข้า เจ้าควรห่วงตัวเองก่อนดีกว่า ท้ายที่สุดแล้ว เจ้าก็ยังอ่อนแอกว่าข้ามากนัก"
"อยากลองวัดกันดูไหมล่ะ?"
"ก็มาประลองกันสักตั้งสิ!"
มนุษย์อสูรเพศผู้ทั้งสองต่างปลดปล่อยจิตสังหาร บรรยากาศตึงเครียดและกดดัน พวกเขาวางสิ่งที่กำลังทำอยู่ลงพร้อมกัน
โชคดีที่หยุนเจียวหลับไปแล้ว หากเธอมาเห็นฉากนี้เข้า ความตั้งใจที่จะหาสามีอสูรคนที่สองคงต้องสั่นคลอนอย่างแน่นอน
มู่ไป๋ยังไม่ทันได้รับการยอมรับอย่างเป็นทางการ พวกเขาก็เริ่มตีกันเสียแล้ว
แล้วถ้ามู่ไป๋ได้สถานะอย่างถูกต้องตามกฎหมายขึ้นมา จะเกิดอะไรขึ้นล่ะ?
ขณะที่ทั้งสองกำลังเตรียมจะกลายร่างเป็นอสูรเพื่อเข้าห้ำหั่นกันอย่างดุเดือด พื้นดินก็เริ่มสั่นสะเทือนเบาๆ
ทั้งสองเงยหน้าขึ้นและเห็นมนุษย์อสูรช้างนายหนึ่งกำลังวิ่งตรงมาหาพวกเขา "หยุนเจียว หยุนเจียวอยู่ที่นี่หรือเปล่า?"
เหลยเซียวขมวดคิ้วเล็กน้อย "หยุนเจียวหลับอยู่ หากไม่มีเรื่องคอขาดบาดตายก็อย่ามารบกวนนาง"
เซียงปี้ "ข้าก็ไม่ได้อยากมารบกวนนางหรอก แต่ท่านหมอผีเรียกหานางน่ะสิ!"
เหลยเซียว "...ท่านหมอผีจะเรียกนางกลางดึกทำไมกัน?"
"ก็เป็นเพราะไป๋เวย สตรีผู้นั้นน่ะสิ" เซียงปี้ทนพฤติกรรมของไป๋เวยไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว มนุษย์อสูรเพศผู้ไม่สามารถลงไม้ลงมือกับสตรีได้ แต่อย่างน้อยเขาก็พูดจาตำหนิพวกนางสักหน่อยไม่ได้เชียวหรือ?
ดังนั้นเซียงปี้จึงเล่าเรื่องราวโดยใส่สีตีไข่ลงไปพอสมควร
สีหน้าของเหลยเซียวและมู่ไป๋เปลี่ยนเป็นดำคล้ำ ทั้งคู่ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ว่าจะหาเวลาไปดักซ้อมสืออีสักรอบ
สตรีไม่มีวันทำผิด หากจะมีความผิดใดๆ เกิดขึ้น นั่นก็เป็นความผิดของมนุษย์อสูรเพศผู้ทั้งสิ้น
ใครใช้ให้สืออีเป็นคู่ครองของไป๋เวยกันล่ะ?
เมื่อถูกท่านหมอผีเรียกตัว ต่อให้เหลยเซียวจะไม่เต็มใจเพียงใด เขาก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องปลุกหยุนเจียว
หยุนเจียวไม่ได้หงุดหงิดเวลาตื่นนอน เมื่อได้ยินว่าท่านหมอผีกำลังตามหาตัว เธอจึงขี่หลังเหลยเซียวและมุ่งหน้าไปพร้อมกับเซียงปี้ทันที
ครู่ต่อมา ทั้งสองก็ถูกเซียงปี้พามาถึงถ้ำของหัวหน้าเผ่า
เมื่อพวกเขามาถึง หูหนิวก็กลับมาแล้ว
ไป๋เวยจ้องเขม็งไปที่หยุนเจียวอย่างดุร้าย หากใครไม่รู้เรื่องราวคงคิดว่าหยุนเจียวไปฆ่าล้างโคตรบุพการีของนางมาเป็นแน่
หยุนเจียวได้ยินเรื่องราวทั้งหมดจากปากของเซียงปี้มาแล้ว เธอจึงไม่แม้แต่จะปรายตามองอีกฝ่าย และก้าวออกไปข้างหน้าด้วยตัวเองพลางเอ่ยว่า "คารวะท่านอาจารย์ คารวะท่านหัวหน้าเผ่าค่ะ"
หัวหน้าเผ่าพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้ม
ท่านหมอผีก็กล่าวขึ้นเช่นกัน "เซียงปี้คงเล่าให้เจ้าฟังแล้วใช่หรือไม่?"
หยุนเจียวพยักหน้า "ไม่ทราบว่าท่านอาจารย์เรียกฉันมาที่นี่ด้วยเหตุใดคะ?"
ให้มาเป็นกรรมการตัดสินให้หูหนิวกับไป๋เวย แล้วจับพวกนางมาสู้กันอีกรอบงั้นหรือ?
ท่านหมอผีกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ไป๋เวยไม่ยอมรับการตัดสินใจของข้า จู่ๆ ข้าก็นึกขึ้นได้ว่าสตรีอีกหลายคนในเผ่าก็คงจะไม่ยอมรับเช่นกัน ข้าจึงเรียกเจ้ามาที่นี่เพื่อให้ทุกคนยอมรับอย่างหมดใจ เหลยเซียว เซียงปี้ และสืออี พวกเจ้าจงไปเรียกสตรีทั้งหมดในเผ่ามา บอกพวกนางว่าหยุนเจียวต้องการประลองกับไป๋เวย และผู้ใดที่ชนะจะได้เป็นผู้สืบทอดของข้า”
มนุษย์อสูรเพศผู้ทั้งสามพยักหน้ารับและรีบไปจัดการตามคำสั่งทันที
หยุนเจียวกับไป๋เวยกำลังจะประลองกันอย่างนั้นหรือ?
ข่าวนี้แพร่สะพัดไปทั่วเผ่าอย่างรวดเร็วราวกับไฟลามทุ่ง
บรรดาสตรีต่างแห่แหนกันมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น
มนุษย์อสูรเพศผู้จำนวนมากก็ติดตามมาด้วยเช่นกัน
ไม่นานนัก บริเวณถ้ำของหัวหน้าเผ่าก็เนืองแน่นไปด้วยฝูงชนอสูร
สตรีในเผ่ามีจำนวนไม่มากนัก ถ้ารวมพวกที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะด้วย ก็มีแค่ประมาณสี่สิบคนเท่านั้น
แต่มีมนุษย์อสูรเพศผู้มากกว่าร้อยคน!
ถ้ำของหัวหน้าเผ่าจึงไม่สามารถรองรับพวกเขาได้ทั้งหมด
เพื่อให้มั่นใจว่าทุกคนจะสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน ท่านหมอผีจึงนำหยุนเจียวและไป๋เวยออกมาจากถ้ำ และไปยังลานกว้างด้านนอก
ทัศนวิสัยที่นี่เปิดกว้าง ทำให้ทุกคนสามารถมองเห็นเหตุการณ์ได้อย่างถนัดตา
ท่านหมอผีกวาดสายตามองเหล่ามนุษย์อสูรและกล่าวเสียงดัง "ข้าเชื่อว่าพวกเจ้าทุกคนคงรู้แล้วว่าข้าเรียกพวกเจ้ามาที่นี่ด้วยเหตุใด หลังจากวันนี้ ข้าหวังว่าพวกเจ้าจะไม่เอาหยุนเจียวไปนินทาลับหลังอีกว่านางมีอะไรดีหนักหนา หากข้าได้ยิน ใครที่เจ็บป่วยหรือบาดเจ็บก็ไม่ต้องมาหาข้า"
สตรีส่วนใหญ่ต่างหันมาสบตากันเมื่อได้ยินเช่นนั้น ก่อนจะลอบเบือนหน้าหนีอย่างเงียบๆ นัยน์ตาของพวกนางฉายแววรู้สึกผิด
ไป๋เวยยิ่งรู้สึกโกรธเคืองมากขึ้นไปอีกเมื่อได้ยินคำพูดนั้น
ท่านป้า หมายความว่าอย่างไรกัน?
ท่านกำลังตัดสินว่านางด้อยกว่าหยุนเจียวตั้งแต่การประลองยังไม่ทันเริ่มอย่างนั้นหรือ?
ไป๋เวยเอ่ยอย่างร้อนรน "ท่านป้า รีบบอกมาเถอะว่าท่านต้องการให้ประลองอะไร!"
"ถ้าเช่นนั้นข้าจะไม่พูดพร่ำทำเพลงให้มากความ มาเริ่มการประลองกันเดี๋ยวนี้เลย ข้าจะหยิบสมุนไพรขึ้นมา แล้วพวกเจ้าสองคนจะต้องบอกชื่อ สรรพคุณ และข้อควรระวังในการใช้มัน"
กล่าวจบ ท่านหมอผีก็หยิบสมุนไพรชนิดแรกขึ้นมา
ไป๋เวยแค่นเสียงฮึดฮัดและชิงตอบเป็นคนแรก "นี่คือซานชี ใช้สำหรับรักษาบาดแผล"
ท่านหมอผีหันไปมองหยุนเจียว "หยุนเจียว เจ้ามีความเห็นว่าอย่างไร?"
หยุนเจียวลอบถอนหายใจ รู้สึกเหมือนเดจาวู ราวกับนักศึกษามหาวิทยาลัยกำลังรังแกเด็กอนุบาลอย่างไรอย่างนั้น
แต่ในเมื่อท่านหมอผีออกโรงปกป้องเธอขนาดนี้ เธอจะทำตัวเนรคุณไม่ได้เด็ดขาด
หยุนเจียวเรียบเรียงความคิดและพยายามสรุปเป็นคำพูดที่มนุษย์อสูรในโลกใบนี้พอจะเข้าใจได้ "นี่คือซานชีจริงๆ ค่ะ แต่สรรพคุณของมันไม่ได้มีแค่รักษาบาดแผล ซานชีสามารถห้ามเลือด ลดอาการบวม และบรรเทาอาการปวดได้ เวลาใช้งานควรระวังไม่ควรใช้ก่อนนอน เพราะมันจะทำให้มนุษย์อสูรรู้สึกตื่นตัวจนนอนไม่หลับ และยังทำให้ปวดท้องด้วย... แม้แต่มนุษย์อสูรที่ท้องร่วงบ่อยๆ ก็ไม่ควรใช้ค่ะ"
อันที่จริง ผู้ที่มีระบบย่อยอาหารไม่ดีก็ไม่ควรรับประทานซานชีเปล่าๆ ทางที่ดีควรรับประทานร่วมกับน้ำซาวข้าว
แต่ในโลกนี้ไม่มีข้าว นับประสาอะไรกับน้ำซาวข้าว หยุนเจียวจึงทำได้เพียงแนะนำว่าไม่ควรใช้มันเลยจะดีกว่า
ท่านหมอผีพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
ไป๋เวยไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะสามารถอธิบายได้ละเอียดถี่ถ้วนถึงเพียงนี้ จึงรีบสวนกลับทันควัน "เจ้าพูดงั้นหรือ? แล้วเจ้าไปรู้เรื่องพวกนี้มาจากไหนเยอะแยะ?"
หยุนเจียวยิ้ม "นี่มันเรื่องของฉัน ไม่ใช่กงการอะไรของเธอเสียหน่อย จริงไหม?"
“เจ้า… ฮึ่ม!” ไป๋เวยหันไปมองท่านหมอผี “สิ่งที่ข้าพูดก็ไม่ได้ผิดเสียหน่อย เมื่อก่อนท่านก็บอกข้าแบบนี้”
“ถ้าเช่นนั้นก็ถือว่าเสมอกัน!” ท่านหมอผีไม่ต่อปากต่อคำกับนาง และหยิบสมุนไพรชนิดที่สองขึ้นมา ตามด้วยชนิดที่สาม และชนิดที่สี่…
แม้ว่าเหล่ามนุษย์อสูรที่มุงดูอยู่จะไม่รู้เรื่องสมุนไพร แต่พวกเขาก็ดูออกว่าคำตอบของไป๋เวยนั้นมักจะสั้นกระชับ ในขณะที่คำตอบของหยุนเจียวนั้นละเอียดถี่ยิบ
ยิ่งผ่านไปนานเท่าไหร่ ไป๋เวยก็ยิ่งมีท่าทีลังเลมากขึ้นเท่านั้น นางเริ่มพูดจาตะกุกตะกักและติดอ่าง
หยุนเจียวยังคงสงบนิ่งและเยือกเย็น พูดจาด้วยจังหวะที่สบายๆ และอธิบายรายละเอียดได้ลึกซึ้งมากยิ่งขึ้น
เห็นได้ชัดเจนว่าใครเหนือกว่าใคร
ไป๋เวยเองก็ตระหนักถึงข้อนี้เช่นกัน และเริ่มเกิดอาการตื่นตระหนกขึ้นมาเล็กน้อย
ยิ่งลุกลี้ลุกลน คำตอบที่ออกมาก็ยิ่งขาดรายละเอียด
จนกระทั่งท่านหมอผีหยิบสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งขึ้นมา
ดวงตาของไป๋เวยเป็นประกายสว่างวาบ นางโพล่งออกมาโดยไม่ทันคิด "ข้าจำเจ้านี่ได้แม่นเลยล่ะ มันเรียกว่าดอกหวงไป๋ ช่วยแก้ร้อนในและถอนพิษ และยังช่วยป้องกันไม่ให้บาดแผลลุกลามได้ด้วย ใช้ตอนเป็นไข้ก็ได้ หรือจะใช้รักษาโรคที่มีอาการไข้สูงก็ได้ ไม่มีข้อห้ามในการใช้ใดๆ ทั้งสิ้น"
หางตาของหยุนเจียวกระตุกเล็กน้อย
ฉันล่ะนับถือจริงๆ
ไป๋เวยมองหยุนเจียวอย่างผู้ชนะ "หยุนเจียว เจ้าแพ้แล้วล่ะ ตอนเด็กๆ ท่านป้าเคยต้มน้ำดอกหวงไป๋ให้ข้าดื่ม ข้าก็เลยตั้งใจจำมันเอาไว้ ข้าย่อมรู้จักมันดีกว่าเจ้าแน่นอน"
"..." แบบนี้ยังกล้าบอกว่าจำได้แม่นอีกเหรอ?
คุณพี่คะ ไม่เคยได้ยินคำกล่าวที่ว่า 'ยาใดๆ ล้วนมีพิษแฝงอยู่บ้าง' หรือยังไง? ไม่มียาตัวไหนหรอกที่ไม่มีข้อควรระวังในการใช้ แม้แต่สมุนไพรที่พวกมนุษย์อสูรเรียกว่า "ดอกหวงไป๋" หรือที่คนยุคปัจจุบันเรียกว่า "ดอกสายน้ำผึ้ง" เองก็ไม่มีข้อยกเว้น
นอกจากนี้แล้ว...
หยุนเจียวส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ "เอาเรื่องที่เธอตอบได้ไม่ละเอียดพอทิ้งไปก่อนก็แล้วกัน แค่จะบอกว่าสมุนไพรต้นนี้ไม่ใช่ดอกหวงไป๋หรอกนะ แต่มันคือสมุนไพรที่มีพิษร้ายแรงซึ่งรู้จักกันในชื่อ 《หญ้าตัดลำไส้》 ต่างหาก หน้าตาของมันคล้ายคลึงกับดอกหวงไป๋มาก เธอถึงได้จำสลับกับอย่างอื่นยังไงล่ะ"