- หน้าแรก
- ระบบพฤกษาศักดิ์สิทธิ์ วิวัฒนาการต้นไม้ไร้ค่า สู่มหาพฤกษาแห่งหมื่นโลก
- บทที่ 50 - เยี่ยเส้าเทียนอ้าปากค้าง!
บทที่ 50 - เยี่ยเส้าเทียนอ้าปากค้าง!
บทที่ 50 - เยี่ยเส้าเทียนอ้าปากค้าง!
บทที่ 50 - เยี่ยเส้าเทียนอ้าปากค้าง!
บนผืนทรายรกร้างอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา
มีหมู่บ้านเล็กๆ อันน่าประหลาดใจ...ตั้งตระหง่านอยู่?
แวบแรกที่เห็น ผู้ฝึกยุทธ์จากเมืองต่างๆ ต่างก็คิดว่าหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนั้น เป็นเพียงภาพลวงตาที่เกิดจากพืชวิญญาณ ไม่ใช่ภาพจริง
แต่เมื่อพวกเขาเห็นกลุ่มคนที่หนีตายมาจากเมืองตี้กวน กำลังจะเข้าไปหลบแดดในเขตหลบภัยอย่างน่าสงสาร ทว่าผู้ฝึกยุทธ์ที่ห้อยป้ายคำสั่งเมืองหลงไถกลับพยายามขัดขวางอย่างสุดกำลังไม่ให้เข้าใกล้
พวกเขาก็รู้สึกเหมือนโลกทัศน์พังทลายและถูกประกอบขึ้นใหม่ในเสี้ยววินาที
"นั่นใช่เขตหลบภัยที่เจ็ดสิบเจ็ดหรือเปล่า?"
"เลื่อนระดับจากเขตหลบภัยขนาดเล็กเป็นขนาดกลางตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉันไม่เห็นได้ข่าวเรื่องนี้เลย"
"แต่ฉันดูแล้ว สถาปัตยกรรมบ้านเรือนของพวกเขามันแปลกๆ นะ"
"ผนังบ้านขาวจั๊วะเลย เหมือนโดนหิมะเกาะ!"
"แล้วก็กระเบื้องสีดำบนหลังคานั่น สีมันสวยมาก ดูแล้วสบายตาจริงๆ"
"ลายฉลุหน้าต่างก็ประณีตมาก ดีกว่าบ้านที่เราอยู่ตั้งเยอะ!"
"จู่ๆ ฉันก็รู้สึกว่าบ้านที่ฉันอยู่ในเมืองหั่วเฟิ่ง กลายเป็นรังหมาไปเลย"
กองกำลังย่อยจากแต่ละเมืองมองดูเขตหลบภัยที่เจ็ดสิบเจ็ดและซุบซิบวิจารณ์กัน
แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
"นี่ไม่ใช่ภาพลวงตาที่เกิดจากพืชวิญญาณผีสิงจริงๆ เหรอ?"
"โง่หรือเปล่า ถ้าเป็นพืชวิญญาณจริงๆ หัวหน้าหน่วยของแต่ละเมืองที่มากันตั้งเยอะตั้งแยะจะดูไม่ออก แยกแยะไม่ได้เลยหรือไง?"
"พืชวิญญาณในป่าระดับไม่สูงหรอก เพราะพวกที่ระดับสูงๆ โดนพวกวิหารเสวียนเทียนเอาไปหมดแล้ว"
กองกำลังของแต่ละเมืองเดินทางมาถึงจุดหมายแล้ว แต่เนื่องจากความแปลกประหลาดของเขตหลบภัยที่เจ็ดสิบเจ็ด พวกเขาจึงไม่กล้าผลีผลามเข้าไปใกล้
พวกเขาจึงทำได้เพียงหยุดพักชั่วคราวอยู่กับที่
พร้อมกับทำการชันสูตรศพสิ่งลี้ลับใต้เท้าอย่างคร่าวๆ ไปด้วย
หลังจากได้ผลลัพธ์ ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนก็ถึงกับช็อก
"เป็นไปได้ยังไง บาดแผลฉกรรจ์ของพวกมันเหมือนกันเป๊ะเลย!"
"พลังที่ฆ่าพวกมันมาจากโจมตีเพียงครั้งเดียว!"
หัวหน้าหน่วยเมืองหั่วเฟิ่งลูบหน้าตัวเอง
แล้วถามเจ้าหน้าที่ชันสูตรในทีมของตัวเองซ้ำอีกครั้ง
และเมื่อได้รับคำตอบเดิมอีกรอบ
เขาก็เริ่มนั่งไม่ติดแล้ว
"ถ้าอย่างนั้น ก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่กองทัพซากศพสิ่งลี้ลับพวกนี้ จะเป็นฝีมือของคนในเขตหลบภัยที่เจ็ดสิบเจ็ดน่ะสิ?"
"พวกเขารู้วิธีสร้างค่ายกล มีผู้ลิขิตสวรรค์ประจำการอยู่ด้วยเหรอ?"
"ไม่น่าจะใช่..."
หัวหน้าหน่วยเมืองหั่วเฟิ่งพูดแย้งตัวเอง
"ก็ไม่น่าใช่อีกนั่นแหละ ถ้าในเขตหลบภัยที่เจ็ดสิบเจ็ดมีผู้ลิขิตสวรรค์ประจำการอยู่ ตอนที่พวกเราเข้าใกล้ พวกเขาน่าจะส่งสัญญาณห้ามเข้ามาให้เห็นชัดเจนสิ"
"แต่พวกเราเดินทางมาตลอดทางอย่างราบรื่น ราบรื่นเหมือนเดินเล่นอยู่ในสวนหลังบ้านตัวเองเลย"
เสียงของหัวหน้าหน่วยเมืองหั่วเฟิ่งแหบแห้ง
"เขตหลบภัยที่เจ็ดสิบเจ็ด ไม่มีผู้ลิขิตสวรรค์อย่างแน่นอน!"
"แถมพวกนายก็น่าจะรู้ดีกว่าฉันนะ ว่าผู้ลิขิตสวรรค์น่ะไม่มีทางมาประจำการอยู่ในพื้นที่รกร้างแบบนี้หรอก"
บรรดาผู้ฝึกยุทธ์เห็นด้วยกับคำพูดของหัวหน้าหน่วย
ในขณะที่พวกเขากำลังลังเล ยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ยอมขยับไปไหน
กองกำลังย่อยห้าคนก็เดินฝ่าฝูงชน เหยียบย่ำลงบนพื้นทรายที่เต็มไปด้วยซากศพ มุ่งหน้าตรงไปยังเขตหลบภัยที่เจ็ดสิบเจ็ด
สายตาของผู้ฝึกยุทธ์จากเมืองต่างๆ จับจ้องไปที่คนทั้งห้า
"มากันแค่ห้าคนยังกล้าเข้าไปอีก ไม่กลัวตายกันเลยหรือไง?"
"วัยรุ่นก็แบบนี้แหละ ใจกล้าบ้าบิ่น ไม่รู้ว่าเมืองไหนส่งมา คนน้อยจริงๆ!"
"พวกเขาไม่ได้ห้อยป้ายคำสั่งไว้ที่เอว หรือว่าซ่อนเอาไว้?"
กลุ่มห้าคนรู้สึกราวกับมีหนามทิ่มแทงแผ่นหลัง เพราะโดนสายตาแปลกๆ จ้องมองมา
"นี่ ที่นี่คือเขตหลบภัยที่เจ็ดสิบเจ็ดที่นายบอกใช่ไหม?"
"ไม่น่าจะใช่มั้ง นายเคยบอกว่าเขตหลบภัยของพวกนายระดับต่ำมากๆ เป็นแค่หมู่บ้านเล็กๆ แถมบ้านก็เป็นบ้านมุงหลังคาหญ้าคาทั้งหมดเลยไม่ใช่เหรอ"
เสียงของผู้หญิงไม่ค่อยจะสู้ดีนัก "แต่บ้านพวกนั้นมันไม่ได้ใกล้เคียงกับบ้านมุงหลังคาหญ้าคาเลยนะ!"
"เยี่ยเส้าเทียน นี่นายไม่ได้หลอกพวกเราใช่ไหม?"
ผู้หญิงถามด้วยความสงบสัย
คิ้วเข้มของเด็กหนุ่มขมวดเข้าหากัน
เขาไม่อยากจะสนใจอีกฝ่ายนัก แต่พอนึกถึงว่าคนพวกนี้สัญญาว่าจะให้ดินวิญญาณห้าคันรถกับเขา
เขาจึงจำใจตอบ "ตอนที่ฉันจากมา เขตหลบภัยไม่ได้เป็นแบบนี้ ฉันไม่ได้หลอกพวกคุณหรอกนะ"
เขาเพิ่งจะไม่ได้เห็นแค่ไม่นาน ทำไมเขตหลบภัยถึงเปลี่ยนไปจนจำไม่ได้เลยล่ะ?!
ถ้าไม่ใช่เพราะต้นไม้ใหญ่ที่ไม่มีใบต้นนั้นยังคงยืนต้นอยู่หน้าบ้านทุกหลัง เขาคงจำไม่ได้แล้ว!
เยี่ยเส้าเทียนเดินมาถึงหน้าเขตหลบภัย
เขากำลังจะก้าวเท้าเข้าไป ผู้ฝึกยุทธ์ที่สวมเสื้อคลุมสีดำก็มาขวางทางเขาไว้
"ไอ้หนู ฉันไม่รู้หรอกนะว่าแกคิดจะทำอะไร แต่ถ้าไม่อยากตายล่ะก็ อย่าทำอะไรวู่วามดีกว่า!"
ผู้ฝึกยุทธ์ห้อยป้ายคำสั่งเมืองหลงไถไว้ที่เอว กฎเกณฑ์ที่สลักด้วยทองคำบนป้ายคำสั่งส่องประกายแวววาวภายใต้แสงแดด
ริมฝีปากที่เม้มแน่นของเยี่ยเส้าเทียนเปิดออก "ไม่กงการอะไรของคุณ ไม่ว่าฉันจะเป็นหรือตายก็ไม่เกี่ยวกับคุณ หลีกทางไปซะ"
ผู้ฝึกยุทธ์คนนั้นมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า
"ฉันเห็นว่าแกเป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์ขั้นต้นเท่านั้น..."
ยังไม่ทันพูดจบ คอของผู้ฝึกยุทธ์คนนั้นก็ถูกมือข้างหนึ่งบีบแล้วลากออกไป
"น้องเขย นายโง่หรือเปล่า ไม่เห็นเหรอว่าคนในเขตหลบภัยมองไอ้หนูนั่นด้วยสายตาแปลกๆ น่ะ?"
"พวกเขาต้องรู้จักไอ้หนูนั่นแน่ๆ ดีไม่ดีไอ้หนูนั่นอาจจะเป็นชาวบ้านของเขตหลบภัยที่เจ็ดสิบเจ็ดก็ได้"
ผู้ฝึกยุทธ์คนนั้นชะงัก
มองดูเด็กหนุ่มที แล้วมองดูชาวบ้านในเขตหลบภัยที
จากนั้นผู้ฝึกยุทธ์ก็ก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว แล้วพูดกับเด็กหนุ่มว่า "ขอโทษด้วย ฉันดูไม่ออกว่าแกเป็นคนข้างใน"
เยี่ยเส้าเทียนประหลาดใจเล็กน้อย
เดิมทีเขาเตรียมใจที่จะปะทะกับคนของหน่วยลาดตระเวนกลางคืนเมืองหลงไถแล้ว ไม่คิดเลยว่าหลังจากที่อีกฝ่ายรู้ว่าเขาเป็นชาวบ้านข้างใน
ท่าทีจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้!
แววตาของเยี่ยเส้าเทียนเป็นประกาย เขาแค่พูดคำว่า 'ไม่เป็นไร' แล้วพาคนทั้งสี่เดินตามหลังเข้าไปในหมู่บ้าน
คนตระกูลเยี่ยที่กำลังทำงานอยู่ จู่ๆ ก็เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยโผล่มาในหมู่บ้าน จึงตะโกนลั่นทันที
"เส้าเทียนนี่ เส้าเทียนกลับมาแล้ว รีบไปบอกผู้เฒ่าผู้นำตระกูลเร็วเข้า!"
"เส้าเทียนเอ๊ย ในที่สุดก็กลับมาแล้วเหรอ!"
"ต้าสือให้นายกลับมาใช่ไหม แล้วทำไมไม่เห็นต้าสือกลับมาด้วยล่ะ?"
"นั่นสิ ต้าสือก็ไปตั้งหลายวันแล้ว เด็กสิบขวบอย่างเขาอยู่ข้างนอกจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ ฉันเป็นห่วงจังเลย"
คนตระกูลเยี่ยหลายคนเข้ามาห้อมล้อม บ่นเยี่ยเส้าเทียนไปด้วย ร้องไห้สะอึกสะอื้นไปด้วย แล้วบอกว่าเขากลับมาก็ดีแล้ว
ทุกคนอารมณ์ดีอกดีใจกันใหญ่
เพื่อนสนิทของเยี่ยเส้าเทียนสองสามคนก็เบียดตัวเข้ามาหา ชกเขาไปทีหนึ่งแรงๆ ด้วยดวงตาแดงก่ำ
"ไอ้เวรนี่ ทำเอาพวกเราเป็นห่วงแทบแย่ นึกว่าแกไปตายอยู่ข้างนอกซะแล้ว!"
"ถึงจะเป็นการออกไปหาดินวิญญาณ ก็ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยนี่ ถ้าตายไปแล้วจะหาเจอไปทำไม?"
ผู้เฒ่าผู้นำตระกูลถูกคนตระกูลเยี่ยพาตัวมา
พอเยี่ยเส้าเทียนเห็นผมสีดำขลับที่สองข้างขมับของชายชรา และใบหน้าที่ดูเด็กลงอย่างเห็นได้ชัด
ก็ถึงกับอ้าปากค้าง
เขาพูดติดอ่าง "ผ-ผู้เฒ่าผู้นำตระกูล ท่าน...กินยาอายุวัฒนะอะไรเข้าไปหรือเปล่าครับ ทำไมถึงได้กลับมาเป็นหนุ่มได้ล่ะ ทำไมถึงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้?"
ผู้เฒ่าผู้นำตระกูลหัวเราะหึๆ "ก็คงงั้นมั้ง!" เขากลอกตาไปมา หัวเราะร่วนแล้วพูดต่อ "เส้าเทียน นายเห็นแค่ความเปลี่ยนแปลงของฉันเหรอ?"
"ลองมองคนอื่นๆ ดูสิ!"
พอโดนทักแบบนี้ ในที่สุดเยี่ยเส้าเทียนก็นึกขึ้นได้ว่าต้องมองเพื่อนๆ และชาวบ้านของเขาบ้าง
เขาจึงเงยหน้าขึ้นพินิจพิจารณาอย่างละเอียด
ไม่ดูยังดีกว่า พอดูแล้วเขาก็ตัวแข็งทื่ออยู่กับที่
"ท่านป้า ทำไมท่านถึงกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ไปได้ล่ะครับ?!" เยี่ยเส้าเทียนคุมอารมณ์ไม่อยู่ ตะโกนถามเสียงหลงด้วยสีหน้าตกตะลึง
"เดี๋ยวนะ อาฮ่าว พลังระดับศิษย์ขั้นสูงสุดของนายมาจากไหน ปราณเลือดของนายถึงได้แข็งแกร่งกว่าของฉันอีก!!"
"แล้วก็..."