เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 50 - เยี่ยเส้าเทียนอ้าปากค้าง!

บทที่ 50 - เยี่ยเส้าเทียนอ้าปากค้าง!

บทที่ 50 - เยี่ยเส้าเทียนอ้าปากค้าง!


บทที่ 50 - เยี่ยเส้าเทียนอ้าปากค้าง!

บนผืนทรายรกร้างอันกว้างใหญ่สุดลูกหูลูกตา

มีหมู่บ้านเล็กๆ อันน่าประหลาดใจ...ตั้งตระหง่านอยู่?

แวบแรกที่เห็น ผู้ฝึกยุทธ์จากเมืองต่างๆ ต่างก็คิดว่าหมู่บ้านเล็กๆ แห่งนั้น เป็นเพียงภาพลวงตาที่เกิดจากพืชวิญญาณ ไม่ใช่ภาพจริง

แต่เมื่อพวกเขาเห็นกลุ่มคนที่หนีตายมาจากเมืองตี้กวน กำลังจะเข้าไปหลบแดดในเขตหลบภัยอย่างน่าสงสาร ทว่าผู้ฝึกยุทธ์ที่ห้อยป้ายคำสั่งเมืองหลงไถกลับพยายามขัดขวางอย่างสุดกำลังไม่ให้เข้าใกล้

พวกเขาก็รู้สึกเหมือนโลกทัศน์พังทลายและถูกประกอบขึ้นใหม่ในเสี้ยววินาที

"นั่นใช่เขตหลบภัยที่เจ็ดสิบเจ็ดหรือเปล่า?"

"เลื่อนระดับจากเขตหลบภัยขนาดเล็กเป็นขนาดกลางตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉันไม่เห็นได้ข่าวเรื่องนี้เลย"

"แต่ฉันดูแล้ว สถาปัตยกรรมบ้านเรือนของพวกเขามันแปลกๆ นะ"

"ผนังบ้านขาวจั๊วะเลย เหมือนโดนหิมะเกาะ!"

"แล้วก็กระเบื้องสีดำบนหลังคานั่น สีมันสวยมาก ดูแล้วสบายตาจริงๆ"

"ลายฉลุหน้าต่างก็ประณีตมาก ดีกว่าบ้านที่เราอยู่ตั้งเยอะ!"

"จู่ๆ ฉันก็รู้สึกว่าบ้านที่ฉันอยู่ในเมืองหั่วเฟิ่ง กลายเป็นรังหมาไปเลย"

กองกำลังย่อยจากแต่ละเมืองมองดูเขตหลบภัยที่เจ็ดสิบเจ็ดและซุบซิบวิจารณ์กัน

แววตาของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง

"นี่ไม่ใช่ภาพลวงตาที่เกิดจากพืชวิญญาณผีสิงจริงๆ เหรอ?"

"โง่หรือเปล่า ถ้าเป็นพืชวิญญาณจริงๆ หัวหน้าหน่วยของแต่ละเมืองที่มากันตั้งเยอะตั้งแยะจะดูไม่ออก แยกแยะไม่ได้เลยหรือไง?"

"พืชวิญญาณในป่าระดับไม่สูงหรอก เพราะพวกที่ระดับสูงๆ โดนพวกวิหารเสวียนเทียนเอาไปหมดแล้ว"

กองกำลังของแต่ละเมืองเดินทางมาถึงจุดหมายแล้ว แต่เนื่องจากความแปลกประหลาดของเขตหลบภัยที่เจ็ดสิบเจ็ด พวกเขาจึงไม่กล้าผลีผลามเข้าไปใกล้

พวกเขาจึงทำได้เพียงหยุดพักชั่วคราวอยู่กับที่

พร้อมกับทำการชันสูตรศพสิ่งลี้ลับใต้เท้าอย่างคร่าวๆ ไปด้วย

หลังจากได้ผลลัพธ์ ผู้ฝึกยุทธ์ทุกคนก็ถึงกับช็อก

"เป็นไปได้ยังไง บาดแผลฉกรรจ์ของพวกมันเหมือนกันเป๊ะเลย!"

"พลังที่ฆ่าพวกมันมาจากโจมตีเพียงครั้งเดียว!"

หัวหน้าหน่วยเมืองหั่วเฟิ่งลูบหน้าตัวเอง

แล้วถามเจ้าหน้าที่ชันสูตรในทีมของตัวเองซ้ำอีกครั้ง

และเมื่อได้รับคำตอบเดิมอีกรอบ

เขาก็เริ่มนั่งไม่ติดแล้ว

"ถ้าอย่างนั้น ก็มีความเป็นไปได้สูงมากที่กองทัพซากศพสิ่งลี้ลับพวกนี้ จะเป็นฝีมือของคนในเขตหลบภัยที่เจ็ดสิบเจ็ดน่ะสิ?"

"พวกเขารู้วิธีสร้างค่ายกล มีผู้ลิขิตสวรรค์ประจำการอยู่ด้วยเหรอ?"

"ไม่น่าจะใช่..."

หัวหน้าหน่วยเมืองหั่วเฟิ่งพูดแย้งตัวเอง

"ก็ไม่น่าใช่อีกนั่นแหละ ถ้าในเขตหลบภัยที่เจ็ดสิบเจ็ดมีผู้ลิขิตสวรรค์ประจำการอยู่ ตอนที่พวกเราเข้าใกล้ พวกเขาน่าจะส่งสัญญาณห้ามเข้ามาให้เห็นชัดเจนสิ"

"แต่พวกเราเดินทางมาตลอดทางอย่างราบรื่น ราบรื่นเหมือนเดินเล่นอยู่ในสวนหลังบ้านตัวเองเลย"

เสียงของหัวหน้าหน่วยเมืองหั่วเฟิ่งแหบแห้ง

"เขตหลบภัยที่เจ็ดสิบเจ็ด ไม่มีผู้ลิขิตสวรรค์อย่างแน่นอน!"

"แถมพวกนายก็น่าจะรู้ดีกว่าฉันนะ ว่าผู้ลิขิตสวรรค์น่ะไม่มีทางมาประจำการอยู่ในพื้นที่รกร้างแบบนี้หรอก"

บรรดาผู้ฝึกยุทธ์เห็นด้วยกับคำพูดของหัวหน้าหน่วย

ในขณะที่พวกเขากำลังลังเล ยืนนิ่งอยู่กับที่ไม่ยอมขยับไปไหน

กองกำลังย่อยห้าคนก็เดินฝ่าฝูงชน เหยียบย่ำลงบนพื้นทรายที่เต็มไปด้วยซากศพ มุ่งหน้าตรงไปยังเขตหลบภัยที่เจ็ดสิบเจ็ด

สายตาของผู้ฝึกยุทธ์จากเมืองต่างๆ จับจ้องไปที่คนทั้งห้า

"มากันแค่ห้าคนยังกล้าเข้าไปอีก ไม่กลัวตายกันเลยหรือไง?"

"วัยรุ่นก็แบบนี้แหละ ใจกล้าบ้าบิ่น ไม่รู้ว่าเมืองไหนส่งมา คนน้อยจริงๆ!"

"พวกเขาไม่ได้ห้อยป้ายคำสั่งไว้ที่เอว หรือว่าซ่อนเอาไว้?"

กลุ่มห้าคนรู้สึกราวกับมีหนามทิ่มแทงแผ่นหลัง เพราะโดนสายตาแปลกๆ จ้องมองมา

"นี่ ที่นี่คือเขตหลบภัยที่เจ็ดสิบเจ็ดที่นายบอกใช่ไหม?"

"ไม่น่าจะใช่มั้ง นายเคยบอกว่าเขตหลบภัยของพวกนายระดับต่ำมากๆ เป็นแค่หมู่บ้านเล็กๆ แถมบ้านก็เป็นบ้านมุงหลังคาหญ้าคาทั้งหมดเลยไม่ใช่เหรอ"

เสียงของผู้หญิงไม่ค่อยจะสู้ดีนัก "แต่บ้านพวกนั้นมันไม่ได้ใกล้เคียงกับบ้านมุงหลังคาหญ้าคาเลยนะ!"

"เยี่ยเส้าเทียน นี่นายไม่ได้หลอกพวกเราใช่ไหม?"

ผู้หญิงถามด้วยความสงบสัย

คิ้วเข้มของเด็กหนุ่มขมวดเข้าหากัน

เขาไม่อยากจะสนใจอีกฝ่ายนัก แต่พอนึกถึงว่าคนพวกนี้สัญญาว่าจะให้ดินวิญญาณห้าคันรถกับเขา

เขาจึงจำใจตอบ "ตอนที่ฉันจากมา เขตหลบภัยไม่ได้เป็นแบบนี้ ฉันไม่ได้หลอกพวกคุณหรอกนะ"

เขาเพิ่งจะไม่ได้เห็นแค่ไม่นาน ทำไมเขตหลบภัยถึงเปลี่ยนไปจนจำไม่ได้เลยล่ะ?!

ถ้าไม่ใช่เพราะต้นไม้ใหญ่ที่ไม่มีใบต้นนั้นยังคงยืนต้นอยู่หน้าบ้านทุกหลัง เขาคงจำไม่ได้แล้ว!

เยี่ยเส้าเทียนเดินมาถึงหน้าเขตหลบภัย

เขากำลังจะก้าวเท้าเข้าไป ผู้ฝึกยุทธ์ที่สวมเสื้อคลุมสีดำก็มาขวางทางเขาไว้

"ไอ้หนู ฉันไม่รู้หรอกนะว่าแกคิดจะทำอะไร แต่ถ้าไม่อยากตายล่ะก็ อย่าทำอะไรวู่วามดีกว่า!"

ผู้ฝึกยุทธ์ห้อยป้ายคำสั่งเมืองหลงไถไว้ที่เอว กฎเกณฑ์ที่สลักด้วยทองคำบนป้ายคำสั่งส่องประกายแวววาวภายใต้แสงแดด

ริมฝีปากที่เม้มแน่นของเยี่ยเส้าเทียนเปิดออก "ไม่กงการอะไรของคุณ ไม่ว่าฉันจะเป็นหรือตายก็ไม่เกี่ยวกับคุณ หลีกทางไปซะ"

ผู้ฝึกยุทธ์คนนั้นมองเขาตั้งแต่หัวจรดเท้า

"ฉันเห็นว่าแกเป็นแค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับปรมาจารย์ขั้นต้นเท่านั้น..."

ยังไม่ทันพูดจบ คอของผู้ฝึกยุทธ์คนนั้นก็ถูกมือข้างหนึ่งบีบแล้วลากออกไป

"น้องเขย นายโง่หรือเปล่า ไม่เห็นเหรอว่าคนในเขตหลบภัยมองไอ้หนูนั่นด้วยสายตาแปลกๆ น่ะ?"

"พวกเขาต้องรู้จักไอ้หนูนั่นแน่ๆ ดีไม่ดีไอ้หนูนั่นอาจจะเป็นชาวบ้านของเขตหลบภัยที่เจ็ดสิบเจ็ดก็ได้"

ผู้ฝึกยุทธ์คนนั้นชะงัก

มองดูเด็กหนุ่มที แล้วมองดูชาวบ้านในเขตหลบภัยที

จากนั้นผู้ฝึกยุทธ์ก็ก้าวไปข้างหน้าสองสามก้าว แล้วพูดกับเด็กหนุ่มว่า "ขอโทษด้วย ฉันดูไม่ออกว่าแกเป็นคนข้างใน"

เยี่ยเส้าเทียนประหลาดใจเล็กน้อย

เดิมทีเขาเตรียมใจที่จะปะทะกับคนของหน่วยลาดตระเวนกลางคืนเมืองหลงไถแล้ว ไม่คิดเลยว่าหลังจากที่อีกฝ่ายรู้ว่าเขาเป็นชาวบ้านข้างใน

ท่าทีจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้!

แววตาของเยี่ยเส้าเทียนเป็นประกาย เขาแค่พูดคำว่า 'ไม่เป็นไร' แล้วพาคนทั้งสี่เดินตามหลังเข้าไปในหมู่บ้าน

คนตระกูลเยี่ยที่กำลังทำงานอยู่ จู่ๆ ก็เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยโผล่มาในหมู่บ้าน จึงตะโกนลั่นทันที

"เส้าเทียนนี่ เส้าเทียนกลับมาแล้ว รีบไปบอกผู้เฒ่าผู้นำตระกูลเร็วเข้า!"

"เส้าเทียนเอ๊ย ในที่สุดก็กลับมาแล้วเหรอ!"

"ต้าสือให้นายกลับมาใช่ไหม แล้วทำไมไม่เห็นต้าสือกลับมาด้วยล่ะ?"

"นั่นสิ ต้าสือก็ไปตั้งหลายวันแล้ว เด็กสิบขวบอย่างเขาอยู่ข้างนอกจะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้ ฉันเป็นห่วงจังเลย"

คนตระกูลเยี่ยหลายคนเข้ามาห้อมล้อม บ่นเยี่ยเส้าเทียนไปด้วย ร้องไห้สะอึกสะอื้นไปด้วย แล้วบอกว่าเขากลับมาก็ดีแล้ว

ทุกคนอารมณ์ดีอกดีใจกันใหญ่

เพื่อนสนิทของเยี่ยเส้าเทียนสองสามคนก็เบียดตัวเข้ามาหา ชกเขาไปทีหนึ่งแรงๆ ด้วยดวงตาแดงก่ำ

"ไอ้เวรนี่ ทำเอาพวกเราเป็นห่วงแทบแย่ นึกว่าแกไปตายอยู่ข้างนอกซะแล้ว!"

"ถึงจะเป็นการออกไปหาดินวิญญาณ ก็ไม่เห็นต้องทำถึงขนาดนี้เลยนี่ ถ้าตายไปแล้วจะหาเจอไปทำไม?"

ผู้เฒ่าผู้นำตระกูลถูกคนตระกูลเยี่ยพาตัวมา

พอเยี่ยเส้าเทียนเห็นผมสีดำขลับที่สองข้างขมับของชายชรา และใบหน้าที่ดูเด็กลงอย่างเห็นได้ชัด

ก็ถึงกับอ้าปากค้าง

เขาพูดติดอ่าง "ผ-ผู้เฒ่าผู้นำตระกูล ท่าน...กินยาอายุวัฒนะอะไรเข้าไปหรือเปล่าครับ ทำไมถึงได้กลับมาเป็นหนุ่มได้ล่ะ ทำไมถึงเปลี่ยนไปมากขนาดนี้?"

ผู้เฒ่าผู้นำตระกูลหัวเราะหึๆ "ก็คงงั้นมั้ง!" เขากลอกตาไปมา หัวเราะร่วนแล้วพูดต่อ "เส้าเทียน นายเห็นแค่ความเปลี่ยนแปลงของฉันเหรอ?"

"ลองมองคนอื่นๆ ดูสิ!"

พอโดนทักแบบนี้ ในที่สุดเยี่ยเส้าเทียนก็นึกขึ้นได้ว่าต้องมองเพื่อนๆ และชาวบ้านของเขาบ้าง

เขาจึงเงยหน้าขึ้นพินิจพิจารณาอย่างละเอียด

ไม่ดูยังดีกว่า พอดูแล้วเขาก็ตัวแข็งทื่ออยู่กับที่

"ท่านป้า ทำไมท่านถึงกลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ไปได้ล่ะครับ?!" เยี่ยเส้าเทียนคุมอารมณ์ไม่อยู่ ตะโกนถามเสียงหลงด้วยสีหน้าตกตะลึง

"เดี๋ยวนะ อาฮ่าว พลังระดับศิษย์ขั้นสูงสุดของนายมาจากไหน ปราณเลือดของนายถึงได้แข็งแกร่งกว่าของฉันอีก!!"

"แล้วก็..."

จบบทที่ บทที่ 50 - เยี่ยเส้าเทียนอ้าปากค้าง!

คัดลอกลิงก์แล้ว