- หน้าแรก
- อย่าเพิ่งหย่า ภารกิจเอาตัวรอดของนางร้ายคือกอดขาเจ้าพ่อให้แน่น
- บทที่ 16 : ที่รัก เป็นเด็กดีนะ
บทที่ 16 : ที่รัก เป็นเด็กดีนะ
บทที่ 16 : ที่รัก เป็นเด็กดีนะ
"โอเคค่ะ ในเมื่อเราเลิกทะเลาะกันแล้ว งั้นฉันลองเปลี่ยนเป็นชุดกระโปรงตัวนี้ให้คุณดูดีไหมคะ?"
เหวินฮวนมักจะตบหัวแล้วลูบหลังคนอื่นเสมอ เธอถือชุดกระโปรงทาบเข้ากับตัวอยู่หน้ากระจก พลางส่งยิ้มหวานให้เผยจิ่งอี้แล้วเอ่ยว่า "ถ้าไม่ใช่เพราะตอนนี้เราสองคนกำลังถังแตกอยู่ล่ะก็ ฉันคงคิดว่าคุณซื้อชุดนี้มาจากบูติกหรูๆ แน่เลยค่ะ เพราะคุณภาพมันดีมาก"
เผยจิ่งอี้เอ่ยอย่างราบเรียบ "งั้นเหรอ? ถ้าอย่างนั้นก็เปลี่ยนเลยสิ"
แน่นอนว่าเหวินฮวนต้องเปลี่ยนชุดอยู่แล้ว แต่เธอไม่มีทางยอมถอดเสื้อผ้าแล้วใส่ชุดใหม่ต่อหน้าเผยจิ่งอี้ตรงๆ หรอก
ถึงแม้พวกเขาจะแต่งงานกันมาสามปีและเหวินฮวนจะเคยเห็นทุกส่วนในร่างกายของเขาจนหมดเปลือกแล้ว แต่เธอก็ยังรู้สึกเขินอายอยู่ดี
ดังนั้นเธอจึงหยิบกระโปรงแล้วเดินตรงไปยังห้องน้ำ
ทว่าในวินาทีต่อมา มือใหญ่ของชายหนุ่มก็คว้ากระโปรงตัวนั้นไปเสียก่อน จากนั้นมู่ลี่ในห้องก็ถูกดึงปิดลง และกระดุมเสื้อตรงคอเสื้อของเหวินฮวนก็ถูกปลดออกทีละเม็ด
หลังจากผ่านไปนานเท่าไหร่ไม่ทราบได้ ในที่สุดน้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าของเผยจิ่งอี้ก็ดังทำลายความเงียบงันอันปั่นป่วนขึ้นมา พร้อมกับความหมายอันลึกซึ้ง "ชุดนี้เหมาะกับคุณจริงๆ"
เหวินฮวนรู้สึกเสียวซ่านไปทั้งตัว ดวงตาของเธอยังคงคลอเคล้าไปด้วยหยาดน้ำตาตามธรรมชาติที่เพิ่งถูกกระตุ้นมาเมื่อครู่
เธอรู้สึกนึกเสียใจขึ้นมาเลย
เธอเหมือนจะเป็นฝ่ายชนะในการโต้เถียงแท้ๆ แต่เพียงพริบตาเดียว ผู้ชายคนนี้กลับแย่งชิงความได้เปรียบทั้งหมดคืนไปด้วยการทำเรื่องอื่นแทน
เธอพึมพำอย่างโกรธเคืองด้วยเสียงแผ่วเบา "คุณตั้งใจแกล้งฉัน..."
ลูกกระเดือกของเผยจิ่งอี้ขยับไหวเล็กน้อยโดยที่เขาไม่ได้ปฏิเสธ "ใช่ เพราะผมคิดว่าคุณพูดถูก ความระแวงของผมมันทำร้ายคุณ เพราะฉะนั้นถ้ามีเรื่องทำนองนี้เกิดขึ้นอีก ผมจะใช้วิธีนี้ทำให้คุณไม่กล้าทำมันอีก"
ถ้าครั้งหนึ่งไม่ได้ผล ก็ลองครั้งที่สอง ถ้าครั้งที่สองไม่ได้ผล ก็ลองครั้งที่สาม... เขาเงินหนา แรงเยอะ และมีวิธีจัดการอีกสารพัด
เหวินฮวนตัวสั่นสะท้านพลางคิดในใจว่า เผยจิ่งอี้คือผู้ชายที่ใจดำและบ้าคลั่งที่สุดในโลกจริงๆ
ทำไมเราถึงไม่ใช้เหตุผลคุยกันดีๆ นะ?
"คุณคิดว่าผมเป็นคนไม่มีเหตุผลอย่างนั้นเหรอ?"
น้ำเสียงของเผยจิ่งอี้พลันแปรเปลี่ยนเป็นเย็นเยียบเยือกแข็ง เขาเอ่ยถามด้วยสีหน้าเคร่งขรึมชวนขนลุก "ถ้าอย่างนั้นคุณคิดว่าใครเป็นคนมีเหตุผลล่ะ?"
ใบหน้าของเหวินฮวนแดงก่ำ เธออ้าปากค้างอยู่หลายรอบ แต่สุดท้ายก็ตัดสินใจจบบทสนทนานี้ลง และเลือกที่จะไม่ยืดเยื้อเรื่องนี้ต่อไปอย่างชาญฉลาด
เผยจิ่งอี้จ้องมองเหวินฮวนที่ทำตัวเล่นใหญ่แต่ใจปลาซิวด้วยสายตาลึกล้ำ หลังจากผ่านไปครู่ใหญ่ สีหน้าของเขาก็อ่อนโยนลง เขาเอื้อมมือไปลูบหัวของเหวินฮวนเบาๆ พลางคิดในใจว่าเธอในตอนนี้น่ารักดีเหมือนกัน "ที่รัก เป็นเด็กดีนะ"
ดวงตากลมโตเป็นประกายของเหวินฮวนสั่นไหวเล็กน้อย เพราะเธอไม่เคยถูกเขาเรียกว่า "ที่รัก" มาก่อนเลย
เผยจิ่งอี้นี่มันยังไงกันนะ อยู่ๆ ก็มาเรียกที่รักอย่างนั้นที่รักอย่างนี้...
ทันใดนั้น เหวินฮวนก็สังเกตเห็นความผิดปกติบางอย่าง "เอ๊ะ เวลานี้เฉินเฉิน... " โรงเรียนอนุบาลเลิกเรียนหรือยังนะ?
เผยจิ่งอี้ชะงักไปทันที ก่อนจะละมือลงอย่างเก้อเขินเมื่อตระหนักได้ว่าเขาได้ลืมเรื่องสำคัญบางอย่างไปเสียสนิท
...
อีกด้านหนึ่ง ณ โรงเรียนอนุบาล
เวลาล่วงเลยผ่านไปหนึ่งชั่วโมงเต็มหลังจากโรงเรียนเลิก เด็กๆ ส่วนใหญ่ต่างพากันกลับบ้านไปหมดแล้ว เหลือเพียงเด็กชายตัวน้อยหน้าตาน่ารักคนหนึ่งที่ยังคงนั่งเล่นรูบิกอยู่ข้างแปลงดอกไม้ โดยมีเด็กชายตัวอ้วนกลมน้ำมูกไหลคนหนึ่งกำลังหัวเราะเยาะใส่เขาเสียงดัง
"ฮ่าๆ เผยเฉิน วันนี้ทั้งแม่และอาของนายไม่มีใครมารับนายเลย พวกเขาไม่ต้องการนายแล้วใช่ไหมล่ะ?"
"ต่อให้นายไม่บอกฉันก็รู้ ยายของฉันคือคุณป้าหวังที่อยู่ข้างบนห้องของนาย ยายบอกว่าแม่ของนายเป็นคนเหลวแหลก ไม่ใช่แม่ที่ดีหรอก!"
เด็กชายตัวอ้วนพูดพลางเอื้อมมือไปตบไหล่เผยเฉิน "เผยเฉิน นายนี่น่าสงสารจัง เอาอย่างนี้ไหมล่ะ พรุ่งนี้ถ้านายยอมให้เสี่ยวเหมยมานั่งข้างฉันอีก ฉันจะยอมให้นายไปกินข้าวเย็นที่บ้านฉันคืนนี้"
เผยเฉินเงยหน้าขึ้นมาทันที แววตาอันเย็นชาของเขาทำให้อากาศรอบตัวเงียบสงัดลง "แม่ของฉันเป็นแม่ที่ดี แต่ยายของนายไม่ใช่ยายที่ดีต่างหาก"
เด็กชายตัวอ้วนถึงกับอึ้งไปชั่วขณะเพราะแววตาของเผยเฉินนั้นน่ากลัวมากจนมือของเขาค้างอยู่กลางอากาศ แต่ด้วยความรู้สึกเสียหน้า เขาจึงเริ่มตะโกนขึ้นมาอีกครั้ง "นายยังกล้ามาเถียงฉันอีกเหรอ? แม่ของนายจะเป็นแม่ที่ดีได้ยังไง? เธอไม่เคยมาหานายเลยสักครั้ง แต่ยายของฉันยังแอบมาหาฉันบ่อยๆ เลย!"
ถึงแม้แม่ของเขาจะเคยบอกว่า ยายของเขาเป็นคนมีความคิดที่ไม่ดี และการที่ยายมาหาบ่อยๆ นั้นไม่ส่งผลดีต่อการอบรมสั่งสอนและการศึกษาของเขาก็ตาม
แต่เด็กชายตัวอ้วนเพิ่งจะอายุสามขวบเท่านั้น เขาคิดว่าตามปกติแล้วยายดีกับเขามาก ไม่เพียงแต่ชอบเอาของที่แม่ห้ามกินมาให้กิน แต่ยังไม่เคยปิดบังอะไรเขาเลยสักอย่าง
ยายจะกลายเป็นยายที่ไม่ดีไปได้ยังไงกัน?
ใบหน้าของเผยเฉินแสดงความรังเกียจออกมาอย่างชัดเจน "นายนี่มันโง่จริงๆ ฉันคร้านจะคุยกับนายแล้ว"
เด็กชายตัวอ้วนตอกกลับ "นายว่าใครโง่ฮะ? ฉันแค่อ้วนต่างหาก แต่นายต่างหากที่โง่! เอาแต่เล่นไอ้สิ่งของสี่เหลี่ยมมีสีสันพวกนี้อยู่ได้ สมองเพี้ยนไปแล้วหรือไง?"
"แม่ของนายไม่ใช่แม่ที่ดี ส่วนนายก็เป็นแค่เด็กปัญญาอ่อน!"
"ทำไมไม่พูดอะไรล่ะ? ยอมรับแล้วใช่ไหม? บอกมาสิ... โอ๊ย!"
ยังไม่ทันที่เด็กชายตัวอ้วนจะพูดจบ จู่ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนมีแรงกระแทกเข้าที่ก้นอย่างจัง ก่อนที่ร่างของเขาจะล้มคะมำหัวทิ่มลงไปในแปลงดอกไม้นุ่มๆ เสียงดัง "ดว๊ง"
เผยเฉินรู้สึกหงุดหงิดอยู่ก่อนแล้ว และตอนนี้เมื่อไม่รู้ว่าเด็กชายตัวอ้วนกำลังเล่นตลกอะไรอีก เขาจึงอดไม่ได้ที่จะเงยหน้าขึ้นมองด้วยความเคืองขุ่น
แต่ทว่าในวินาทีต่อมา ใบหน้าอันงดงามและคุ้นเคยก็ปรากฏสู่สายตา ทำเอาเขาถึงกับแข็งทื่อไปด้วยความตกตะลึง
เด็กชายตัวอ้วนล้มลงจนหน้าตาเปื้อนฝุ่น กำลังจะเริ่มร้องไห้โยเยโวยวาย แต่ก็ต้องอึ้งกิมกี่ไปทันทีหลังจากเห็นว่าใครเป็นคนชนก้นของเขา
"นางฟ้า พี่สาวนางฟ้า!"
เด็กชายตัวอ้วนไม่เคยเห็นใครสวยขนาดนี้มาก่อน สวยกว่าเสี่ยวเหมยตั้งเยอะ เขาจึงรีบปัดเนื้อปัดตัวหมายจะวิ่งเข้าไปหาพี่สาวนางฟ้า
ทว่านึกไม่ถึงเลยว่า ร่างสูงใหญ่และดูน่าเกรงขามจะก้าวเข้ามาขวางทางเขาไว้ ชายหนุ่มรูปงามทว่าน่ากลัวคนหนึ่งกำลังก้มมองลงมาที่เขาด้วยสีหน้าเย็นชา ดูไปดูมามีส่วนคล้ายกับไอ้คนซื่อบื้อเผยเฉินอยู่บ้าง
ในตอนนั้นเอง เผยเฉินก็พุ่งตัวเข้าไปในอ้อมกอดของพี่สาวนางฟ้าทันที "แม่ครับ ในที่สุดแม่ก็มา!"
เป็นไปไม่ได้ที่เผยเฉินจะบอกว่าเขาไม่กังวลเรื่องที่แม่จะไม่ต้องการเขาหลังจากที่ต้องนั่งรอมานานขนาดนี้ นั่นต้องเป็นคำโกหกแน่ๆ
แต่ตอนนี้เมื่อแม่ของเขามาถึงแล้ว ความรู้สึกอัดอั้นทั้งหมดของเผยเฉินก็มลายหายไปจนสิ้น
"เฉินเฉิน แม่ขอโทษนะคะ" เหวินฮวนโอบกอดลูกชายเอาไว้และรีบเอ่ยขอโทษทันที พร้อมกับโยนความผิดให้คนอื่นอย่างไม่รู้สึกผิดเลยสักนิด "วันนี้พ่อของลูกไปก่อเรื่องยุ่งมาน่ะค่ะก็เลยลืมมารับลูก ดีนะที่แม่นึกขึ้นมาได้ ทั้งหมดเป็นความผิดของพ่อเขาคนเดียวเลยค่ะ!"
เผยเฉินเหลือบมองเผยจิ่งอี้ด้วยสีหน้าราบเรียบ ก่อนจะซุกหัวลงกับอกของเหวินฮวนอย่างออดอ้อน "ผมรู้ครับ ทั้งหมดเป็นความผิดของพ่อ ขอบคุณครับแม่ที่นึกถึงผมเสมอ"
"คิกคิก ไม่เป็นไรเลยจ้า" เหวินฮวนยิ้มร่า แต่ก็ไม่อย่างทำลายความสัมพันธ์ระหว่างพ่อลูกให้แย่ลง "จริงๆ แล้วพ่อเขาก็รู้ตัวว่าผิดนะคะเฉินเฉิน ยกโทษให้คุณพ่อเขาหน่อยได้ไหมคะ?"
"ก็ได้ครับ ผมจะทำตามที่แม่บอกทุกอย่างเลย"
"อุ๊ย ขอบคุณนะจ๊ะเฉินเฉิน เฉินเฉินของแม่ต้องลำบากนั่งรอตั้งนานแต่ก็ยังน่ารักขนาดนี้ เฉินเฉินเป็นลูกเทวดาตัวน้อยของหม่ามี้จริงๆ เลยนะเนี่ย~"
เหวินฮวนเอ่ยปากชมด้วยน้ำเสียงหวานชื่นและเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจ คำชมแสนหวานนั้นทำให้เผยเฉินถึงกับหน้าแดงด้วยความขวยเขิน
ในขณะเดียวกัน เด็กชายตัวอ้วนก็เอาแต่วิ่งวนเวียนอยู่รอบๆ ด้วยความกระวนกระวายใจ
เพราะเขาคาดไม่ถึงเลยจริงๆ ว่าพี่สาวนางฟ้าแท้จริงแล้วคือแม่ของเผยเฉิน ไหนยายบอกว่าแม่ของเผยเฉินเป็นผู้หญิงไม่ดีไม่ใช่เหรอ? แต่คนทีทั้งสวยและพูดจาเอาใจเด็กเก่งขนาดนี้ จะเป็นผู้หญิงไม่ดีได้ยังไงกัน?
ดังนั้นเขาจึงพยายามจะเดินอ้อมคุณอาผู้น่ากลัวเพื่อเข้าไปมองดูแม่ของเฉินเฉินให้ชัดๆ แต่ไม่ว่าจะพยายามยังไงก็ไร้ผล คุณอาผู้น่ากลัวคนนั้นยังคงก้มมองลงมาที่เขา ราวกับเป็นภูเขาสูงใหญ่ที่เขาไม่มีวันปีนข้ามไปได้
"พ่อแม่ของนายอยู่ไหน?"