- หน้าแรก
- อย่าเพิ่งหย่า ภารกิจเอาตัวรอดของนางร้ายคือกอดขาเจ้าพ่อให้แน่น
- บทที่ 2 : สามีคะ ฉันหิวแล้ว
บทที่ 2 : สามีคะ ฉันหิวแล้ว
บทที่ 2 : สามีคะ ฉันหิวแล้ว
เผยจิ่งอี้ไม่เคยคาดคิดเลยว่าเหวินฮวนจะยอมเสี่ยงชีวิตกระโดดลงมาจากบันไดเพียงเพื่อต้องการหย่าร้าง
ถึงแม้ว่าตอนที่เขาพบเธอครั้งแรกที่ตระกูลเผย เขาจะรู้ดีว่าหญิงสาวคนนี้เจ้าเล่ห์ โลภมาก เอาแต่ใจ ชอบเรียกร้องความสนใจ และเต็มไปด้วยแผนการ
ก่อนหน้านี้ ด้วยสถานะทางสังคมของตระกูลเผยและข้อจำกัดของเขา เหวินฮวนจึงค่อนข้างเชื่อฟังและมีเหตุผลหลังจากแต่งงานกับเขา ทว่าในครั้งนี้ เมื่อเผชิญกับการล้มละลาย...
เหวินฮวนก็เลิกเสแสร้งแสดงละครโดยสิ้นเชิง
ตลอดสามวันเต็ม เธอไม่เพียงแต่ไม่ยอมดูแลลูก แต่ยังเอาแต่โวยวายจะขอหย่าร้างเพื่อให้ตัวเองได้ไปมีชีวิตที่ดีกว่า
ในตอนแรก เผยจิ่งอี้ยังพอทนได้ ไม่ใช่เพียงเพื่อเห็นแก่ลูกที่จะได้มีครอบครัวที่สมบูรณ์เท่านั้น แต่เป็นเพราะเขาไม่เคยคิดเรื่องหย่าเลยต่างหาก
แต่พอเห็นเหวินฮวนดิ้นรนเอาชีวิตรอดอย่างเอาเป็นเอาตายเพียงเพราะไม่อยากอยู่กับเขา จู่ๆ เขาก็ตัดสินใจที่จะปล่อยเธอไป
อย่างไรเสีย ระหว่างพวกเขาก็ไม่ได้มีความรู้สึกใดๆ เข้ามาเกี่ยวข้องอยู่แล้ว
เขาเป็นผู้ใหญ่และเป็นคนมีเหตุผล เขาไม่จำเป็นต้องมีเหวินฮวนก็ได้
ทว่าหลังจากได้ยินคำพูดของเผยจิ่งอี้ เหวินฮวนก็กลับกลายเป็นคนว่านอนสอนง่ายในทันที และไม่กล้า "กล่าวโทษ" ใครอีก
เพราะแม้ว่าเธอจะอยากหย่ากับเผยจิ่งอี้มากแค่ไหน แต่เมื่อนึกถึงจุดจบอันน่าสลดใจของตัวเอง และการถูกลดบทบาทให้เป็นเพียงตัวเปรียบเทียบของนางเอกหลังจากตายไป มันก็ทำให้เธอเศร้าใจเป็นอย่างมาก
แม้ว่าเธอจะยังไม่ได้สัมผัสประสบการณ์เหล่านั้นด้วยตัวเอง แต่เหวินฮวนก็รู้สึกราวกับว่าตัวเองถูกตอกตะปูตรึงไว้บนเสาแห่งความอัปยศ
ดังนั้น เธอจึงใช้มือยันหน้าอกของเผยจิ่งอี้ไว้เพื่อพยุงตัว พลางกะพริบตา ดวงตาที่เอ่อล้นไปด้วยหยาดน้ำตาของเธอดุจดั่งลูกแก้วใสกระจ่างสองดวง งดงามเสียจนไม่อาจละสายตาได้ "สามีคะ คุณกำลังพูดเรื่องอะไรกัน?"
เธอจ้องมองสันกรามที่แข็งกร้าวและเย็นชาของชายหนุ่ม ก่อนจะพูดโกหกหน้าตายออกไป "ฉันไม่ได้อยากหย่ากับคุณสักหน่อย แล้วก็ไม่ได้วางแผนจะไปไหนด้วย"
เหวินฮวนแม้จะดูเหมือนเป็นฝ่ายผิด แต่กลับเชิดใบหน้าเล็กๆ ขึ้นอย่างคนที่มีความชอบธรรม คำพูดของเธอหวานหูราวกับน้ำผึ้ง หวานหยดย้อยจนแทบเลี่ยน
"ฉันก็แค่ยังปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมใหม่ไม่ได้ก็เท่านั้น แต่ฉันจะทนทิ้งคุณกับลูกชายของเราไปได้ยังไงล่ะคะ?"
"..." เผยจิ่งอี้ขมวดคิ้วแน่นขึ้นกว่าเดิม แต่กลับเงียบไปหลายนาทีอย่างน่าประหลาดใจ
นั่นก็เพราะก่อนหน้านี้เหวินฮวนไม่ได้พูดแบบนี้น่ะสิ
'ผู้ชายไม่ได้เรื่องอย่างคุณ ธุรกิจที่มั่นคงขนาดนั้นยังบริหารจนล้มละลายได้ แล้วแบบนี้ในอนาคตฉันจะหวังพึ่งพาอะไรคุณได้อีก!'
'ฉันจะบอกอะไรให้นะ ถ้าฉันต้องมาทนใช้ชีวิตยากจนข้นแค้นอยู่กับคุณ ความสวย รูปร่าง หรือแม้แต่จิตวิญญาณของฉันจะต้องพังพินาศป่นปี้แน่ๆ!'
เผยจิ่งอี้รับฟังคำพูดโจมตีอันร้ายกาจของเหวินฮวนด้วยความเย็นชา เดิมทีเขาอยากจะพูดความจริงบางอย่างกับเธอ แต่สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะไม่พูดอะไรออกมา
แต่ตอนนี้ เขากลับหลุบตาลงเล็กน้อย "คุณทนทิ้งผมกับลูกชายของเราไปไม่ได้งั้นเหรอ?"
เผยจิ่งอี้เน้นย้ำคำว่า 'ลูกชาย' ซึ่งนั่นก็ทำให้เหวินฮวนถึงกับกระแอมไอออกมาด้วยความรู้สึกผิด
หากเผยจิ่งอี้เป็นก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่ที่เธออยากจะโยนทิ้งไป เผยเฉิน ลูกชายของพวกเขาก็คือเม็ดยามารร้ายที่เหวินฮวนไม่สามารถควบคุมได้
โดยเฉพาะอย่างยิ่งตั้งแต่เด็กคนนั้นไม่ได้ใช้เวลาอยู่กับเธอมากนักตั้งแต่ยังเล็ก สองแม่ลูกจึงไม่มีความผูกพันกันสักเท่าไรแม้ว่าเด็กชายจะอายุสามขวบแล้วก็ตาม และเขามักจะแสดงท่าทีต่อต้านเสมอเวลาที่ได้เจอกัน
"แต่นั่นก็เป็นลูกของเรานี่คะ" เหวินฮวนตวัดวงแขนเรียวขาวโอบรอบคอของเผยจิ่งอี้ ใบหน้าจิ้มลิ้มถูไถไปมาที่ปกเสื้อของเขา ก่อนจะพูดออดอ้อน "สามีคะ ถึงแม้ว่าชีวิตในวันข้างหน้าจะยากลำบาก แต่เราจะผ่านพ้นทุกอย่างไปด้วยกันแบบครอบครัว และใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันให้ดีนะคะ"
อีกอย่าง เผยจิ่งอี้ก็คือพระเอกในหนังสือเรื่องนี้
ถึงจะลำบาก แต่มันก็กินเวลาแค่หนึ่งปีเท่านั้น
ถ้าอีกหนึ่งปีให้หลัง พวกเขาสามารถกลายเป็นอดีตสามีและอดีตภรรยาที่ยังเป็นมิตรต่อกันได้ หนทางของเหวินฮวนจะไม่ราบรื่นขึ้นกว่าเดิมหรอกเหรอ?
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เผยจิ่งอี้ก็จ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของคนในอ้อมแขน ผิวของเธอบอบบางมาก และมันก็เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อเล็กน้อยหลังจากที่เสียดสีไปมาไม่กี่ครั้ง ทว่าสีสันบนใบหน้าที่งดงามไร้ที่ติของเธอ กลับช่วยปัดเป่าความเหนื่อยล้าที่แฝงอยู่ระหว่างคิ้วและดวงตาของเขาให้จางหายไป และเพิ่มเสน่ห์อันอ่อนโยนเย้ายวนใจขึ้นมาแทนที่
เธอเกิดมาพร้อมกับเสน่ห์ที่สามารถสะกดทุกสายตา
คำพูดนี้อธิบายความเป็นเหวินฮวนได้ดีที่สุด เพียงแค่เธอหายใจ มันก็ถือเป็นทักษะที่ยอดเยี่ยมมากแล้ว
"ผมเข้าใจแล้ว" เผยจิ่งอี้ค่อยๆ ละสายตาไปทางอื่นและตอบกลับด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ทว่าในความเป็นจริงเขาไม่ได้เชื่อเธอเลยสักนิด
เหวินฮวนเก่งเรื่องการเสแสร้งแสดงละคร และที่ถนัดที่สุดก็คือการพูดจาหว่านล้อมผู้คน
แม้ว่าเผยจิ่งอี้จะไม่รู้ว่าทำไมท่าทีของเหวินฮวนถึงเปลี่ยนไป แต่ในเมื่อเธอต้องการที่จะอยู่ต่อ เขาก็จะยอมตกลงเพื่อรอดูว่าแท้จริงแล้วจุดประสงค์ของเธอคืออะไรกันแน่
ดังนั้น เผยจิ่งอี้จึงอุ้มเหวินฮวนกลับไปที่ตึกเช่า
ที่นี่เป็นตึกเก่าแก่ที่มีอายุหลายสิบปี เมื่อมองไปรอบๆ จะเห็นรอยด่างดำของเชื้อราอยู่ทั่วไป ผนังมีรอยหลุดร่อนอย่างไม่เป็นระเบียบ นอกจากนี้ยังมีข้าวของเครื่องใช้ของเด็กวางระเกะระกะอยู่ตามโถงทางเดิน โชคดีที่เผยจิ่งอี้ดูแลห้องเช่าของพวกเขาให้สะอาดสะอ้านอยู่เสมอ แสงอาทิตย์ยามเย็นในฤดูใบไม้ผลิสาดส่องผ่านหน้าต่างที่ขึ้นสนิมเข้ามา ทำให้มองดูเป็นประกายสีทอง
ทว่าในเวลานี้ ผู้เช่าหลายคนในตึกกำลังยืนอยู่ตรงประตู พวกเขาชะโงกหน้าออกมามองเมื่อเห็นเหวินฮวนและเผยจิ่งอี้กลับมา "อ้าว ในที่สุดพวกเธอก็กลับมาแล้ว! เสี่ยวเหวิน เธอไม่เป็นไรใช่ไหม?"
ทุกคนก็แค่มามุงดูเรื่องสนุกเท่านั้น เพราะแม้ว่าเหวินฮวนและเผยจิ่งอี้จะเพิ่งย้ายมาอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน แต่ทุกคนก็รู้ดีว่าเหวินฮวนนั้นเย่อหยิ่งและมักจะมีความคิดเพ้อเจ้อเสมอ
อย่างไรก็ตาม ยิ่งผู้หญิงมีนิสัยอยู่ไม่สุขมากเท่าไร เธอก็มักจะยิ่งสวยมากขึ้นเท่านั้น
ใบหน้าของเหวินฮวนนั้นงดงามยิ่งกว่านางฟ้าในทีวีที่ใส่ฟิลเตอร์เสียอีก ต่อให้เธอจะกำลังอาละวาด มันก็ไม่ดูเหมือนการลงโทษ แต่เหมือนเป็นรางวัลเสียมากกว่า
ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าเธออาจจะเจ็บตัวจากการตกบันไดจริงๆ ตอนนี้เธอจึงซุกตัวอยู่ในอ้อมแขนของชายหนุ่มอย่างว่าง่ายและอ่อนปวกเปียก ดวงตาของเธอยังคงแดงก่ำ ทำให้ใครก็ตามที่ได้เห็นต่างก็ต้องใจอ่อนยวบ
มิน่าล่ะ เผยจิ่งอี้ถึงได้อดทนมานานขนาดนี้โดยที่ไม่ยอมหย่าร้างและปล่อยเธอไป
ท้ายที่สุดแล้ว บางครั้งผู้ชายก็ไม่จำเป็นต้องทุ่มเทความรักให้กับคนคนเดียวเสมอไป พวกเขาสามารถถูกดึงดูดโดยใครสักคนที่พวกเขาพบว่ามีเสน่ห์ได้เช่นกัน
แต่ละสายตามากมายที่พยายามชะเง้อมองเหวินฮวน เผยจิ่งอี้อุ้มเธอเดินตรงเข้าไปในบ้านและตอบกลับสั้นๆ พร้อมกับใช้เท้าเตะประตูปิดดังปัง "ไม่ต้องห่วงหรอกครับ"
เขาปิดบังเธอไว้มิดชิดตลอดเวลา และในบางจังหวะ ผู้ชายบางคนถึงกับรู้สึกราวกับว่าเผยจิ่งอี้เตะประตูอัดหน้าพวกเขา
แต่พวกเขาก็ทำได้แค่ลูบจมูกตัวเองปอยๆ และไม่กล้าพูดอะไรออกมา
ทว่าพวกป้าๆ ขาเมาท์กลับทนเก็บปากเก็บคำเอาไว้ไม่ได้
"สองคนนี้จะหย่ากันจริงๆ เหรอ?"
"ดูสิ นังหนูนั่นสงบลงแล้ว คงจะได้ในสิ่งที่ต้องการแล้วล่ะสิ พูดตามตรงนะ เด็กคนนั้นดูบอบบางซะขนาดนั้น ไม่น่าจะใช่คนประเภทที่ยอมลงหลักปักฐานและใช้ชีวิตอย่างคนทำมาหากินหรอก!"
"ใครจะไปเถียงได้ล่ะ? ต่อให้ธุรกิจของผู้ชายจะล้มเหลว ผู้หญิงก็ต้องอยู่เคียงข้างเขาถึงจะเรียกได้ว่าเป็นผู้หญิงที่ดี ยิ่งไปกว่านั้น ดูจากท่าทางที่หนักแน่นและซื่อตรงของเสี่ยวเผยแล้ว ใครจะไปรู้ว่าเมื่อไรเขาจะประสบความสำเร็จครั้งใหญ่อีกครั้ง!"
"ถึงตอนนั้น เสี่ยวเผยก็สามารถหาภรรยาที่อ่อนโยนและใจดีได้ อ้อ ว่าแต่... เมื่อไม่กี่วันก่อนไม่มีหญิงสาวคนหนึ่งมาที่ตึกเพื่อถามไถ่ถึงเสี่ยวเผยหรอกเหรอ? ฉันว่าแม่หนูคนนั้นนิสัยดีทีเดียวนะ"
เหวินฮวนไม่ได้ยินเสียงวิพากษ์วิจารณ์ของเพื่อนบ้านที่อยู่ข้างนอก
เธอนั่งอยู่บนโซฟา เฝ้ามองชายหนุ่มที่วางเธอลงแล้วเดินไปล้างมือ แต่รังสีอำมหิตรอบตัวเขากลับเย็นเยียบยิ่งกว่าน้ำ เธอถอนหายใจออกมาเงียบๆ
หลังจากความวุ่นวายทั้งหมด แม้ว่าเหวินฮวนจะเพิ่งออดอ้อนเผยจิ่งอี้ที่คลินิกและสัญญาว่าจะใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันต่อไป แต่เผยจิ่งอี้ก็ยิ่งรู้สึกไม่ชอบหน้าเธอมากขึ้นไปอีก
มิฉะนั้น เขาคงไม่หงุดหงิดขนาดนี้เพียงแค่ต้องอุ้มเธอขึ้นบันไดมาหรอก
แต่ตอนนี้ เพื่อที่จะเอาชีวิตรอด เหวินฮวนไม่อาจหย่าได้ อย่างน้อยก็จนกว่านางเอกจะปรากฏตัว และเผยจิ่งอี้เป็นฝ่ายริเริ่มขอหย่ากับเธอ เธอจำเป็นต้องรักษาสถานะความเป็นสามีภรรยากับเผยจิ่งอี้เอาไว้
ดังนั้นถ้าจะเกลียด ก็เกลียดไปเถอะ ถึงอย่างไรเผยจิ่งอี้ก็ไม่ได้ชอบเธออยู่แล้ว
แต่หลังจากลูบหน้าท้องของตัวเอง เหวินฮวนก็พยุงตัวลุกขึ้นยืน เดินโซเซไปที่ข้างกายของเผยจิ่งอี้ และกระซิบที่แขนของเขาว่า "สามีคะ ฉันหิวแล้ว"
เผยจิ่งอี้ชะงักมือที่กำลังล้างอยู่ เขารู้สึกว่าคนที่กำลังพิงแขนของเขานั้นอ่อนนุ่มยิ่งกว่าสายน้ำในฝ่ามือเสียอีก
ก่อนหน้าที่จะล้มละลาย เหวินฮวนจะไม่มีวันมาแสดงความรักใคร่เอาใจใส่เขาแบบนี้เด็ดขาด
โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตอนกลางคืน เมื่อถึงเวลาต้องกลับเข้าห้อง เธอมักจะพยายามไปนอนที่ห้องนอนเล็ก โดยอ้างว่าไม่อยากละเมิดเวลาพักผ่อนของเขา
เธอแค่ไม่อยากร่วมเตียงกับเขาก็เท่านั้น
เผยจิ่งอี้มองแผนการเล็กๆ น้อยๆ ของเหวินฮวนออกอย่างทะลุปรุโปร่ง แต่ก็ไม่ได้ตามใจเธอ เขาลากเธอกลับมาจากห้องนอนเล็กโดยตรง
ในเมื่อเขาแต่งงานกับเธอแล้ว
พวกเขาก็ต้องนอนด้วยกัน
ต่อให้เผยจิ่งอี้จะไม่ชอบเหวินฮวน แต่พวกเขาก็ยังคงเป็นสามีภรรยากัน ดังนั้นพวกเขาก็ควรมีชีวิตคู่ตามปกติในทุกๆ คืน