เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 127 โรคคิดถึง (2)

บทที่ 127 โรคคิดถึง (2)

บทที่ 127 โรคคิดถึง (2)


ทำท่าอยู่นานในที่สุดก็เข้าที่สักที เธอเดินเข็มไปเรื่อย ๆ เข็มแล้วเข็มเล่า ส่วนเซวียเหว่ยหลินก็ไม่ได้ว่าง เดินเข้าออกห้องครัวไม่หยุด

"คุณทำอะไรอยู่เหรอ" เธอเอ่ยถามด้วยความประหลาดใจ

"เตรียมงานแต่งไง! ลูกของพวกเราจะแต่งงาน ก็ต้องเตรียมเลี้ยงอาหารสิ" เขาพลางยุ่งพลางตอบ

หร่วนหลิวเจิงหัวเราะออกมา คน ๆ นี้น่าสนใจ เป็นคนที่สามารถทำให้ชีวิตข้ามผ่านไปด้วยความครื้นเครงขนาดนี้ได้ แถมยังมีความสุขอีกด้วย อย่างน้อยที่สุดชีวิตของเขาก็แสนจะเรียบง่ายมาก

แต่ว่า คุณชายอย่างเขาจะทำอาหารเป็นเหรอ เธอสงสัยอย่างมาก.......

"คุณอย่ามาสนใจผมเลย รีบเย็บชุดเถอะ พวกเราต่างคนต่างทำ อย่าทำให้ฤกษ์งานแต่งเคลื่อน!" เขาพูดเสียงดังออกมาจากในห้องครัว

"......" ยังมีฤกษ์ด้วย......เธอหัวเราะอย่างหยุดไม่ได้ "งั้นคุณเลือกวันไว้แล้วหรือยัง"

"แน่นอน!" เขาเดินออกมาพร้อมควงมีดทำครัว "ผมไปหาอาจารย์ดูฤกษ์ไว้เรียบร้อยแล้ว!"

"......" เทียบกันแล้ว เธอมีเพียงคำพูดเดียว นับถือ ๆ

"คุณรีบเก็บมีดไปเถอะ!" ทำไมเธอรู้สึกว่าท่าทางการถือมีดของเขา มันดูแปลก ๆ

"อืม คุณตั้งใจเย็บชุดแต่งงานนะ!" เขาพูดอย่างจริงจัง

ไม่อาจดูถูกชุดแต่งงานตัวน้อยสองตัวนี้ได้เลย แม้ว่าจะเป็นงานที่ยังไม่เสร็จชั้นหนึ่ง เพียงแค่นำมาเย็บประกอบเข้าด้วยกัน แต่ทำเสร็จจริง ๆ ก็ใช้เวลาชีวิตของเธอไปไม่น้อย หลังจากเย็บเสร็จ ก็นำไปลองใส่ให้ไซซี ใหญ่ไปหน่อย แต่ว่ายังถือว่าพอดีตัว แถมยังทำใส่หมวกคุมหน้าให้อีกด้วย ตอนนี้เรื่องเพียงแค่เข้าพิธีเท่านั้น!

เธอรีบกลับไปที่บ้านแล้วอุ้มฟ่านฟ่านมาที่นี่ โดยไม่ได้นึกถึงเรื่องไช่ไช่ของหนิงเสี่ยงเลย มัวแต่คิดเรื่องงานแต่งของไซซีซึ่งถูกกำหนดไว้แล้ว

หลังจากที่ฟ่านฟ่านแต่งหล่อแล้ว บนชุดแต่งงานยังมีผ้าผูกคอสีแดงอีกด้วย! ไม่รู้ว่าเขารับรู้หรือเปล่าว่าจะได้แต่งงาน วันนี้จึงดูร่าเริงเป็นพิเศษ

ตลอดทั้งงานแต่ง เซวียเหว่ยหลินรับบทเป็นพิธีกร ส่วนเธอรับหน้าที่เป็นตากล้อง

เซวียเหว่ยหลินนำฟ่านฟ่านวางไว้ที่หน้าประตู จากนั้นจึงเปิดดนตรี และทำการถ่ายทอดสดงานไว้ จูงไซซีจากด้านหน้าประตูเดินไปบนพรมดอกไม้อย่างกับเป็นเรื่องจริง เพื่อไปด้านหน้าของฟ่านฟ่าน

ฟ่านฟ่านรู้ความเสียที่ไหนกัน พอได้ยินเสียงดนตรีก็ดีใจไม่หยุด กระโดดไปกระโดดมา เซวียเหว่ยหลินไม่สบอารมณ์จนต้องสอนเขาไปยกหนึ่ง "ถ้ายังดื้ออีก ไซซีจะไม่แต่งด้วยนะ!"

เขาอุ้มฟ่านฟ่านไว้แล้ววางลง ใช้นิ้วชี้มันไว้ ไม่ให้ขยับ

ฟ่านฟ่านฉลาดมาก รับรู้ได้ว่าทำให้เขาไม่พอใจแล้ว ในที่สุดจึงนั่งลงอย่างเชื่อฟัง

เซวียเหว่ยหลินเอาไซซีไปวางไว้ข้าง ๆ ฟ่านฟ่าน "ฟ่านฟ่าน ลูกหัวแก้วหัวแหวนของฉันยกให้นายแล้ว ดูแลเธอให้ดีนะ"

จากนั้น บทบาทก็เปลี่ยนในทันที พ่อเจ้าสาวเปลี่ยนเป็นบาทหลวงในทันใด "ฟ่านหลี คุณจะยอมรับไซซีเป็นภรรยาของคุณหรือไม่ ไม่ว่าจะยากดีมีจน เจ็บป่วยแร้นแค้นก็จะไม่ทิ้งกันใช่หรือไม่"

ถามเสร็จก็ไปยืนข้างฟ่านฟ่านทันที หลังจากเสียงเห่าขานรับก็พูดว่า "ยอมรับครับ"

ฉากนี้ทำให้ตากล้องอย่างหร่วนหลิวเจิงขำจนต้องไปนั่งอยู่บนพื้น ไม่ง่ายเลย ที่จะแสดงแต่ละบทบาทแถมยังแสดงเป็นหมาอีก......

จากนั้นก็เปลี่ยนเป็นบาทหลวงอีกรอบ "คุณไซซี คุณจะยอมรับฟ่านหลีเป็นสามีของคุณหรือไม่ ไม่ว่าจะยากดีมีจน เจ็บป่วยแร้นแค้นก็จะไม่ทิ้งกันใช่หรือไม่"

พูดจบก็ไปยืนข้างไซซี บีบหน้าบีบเสียง พร้อมพูดอย่างเขินอาย "ยอมรับค่ะ"

"ตุ๊บ" ในที่สุดโทรศัพท์ที่อยู่ในมือของหลิวเจิงก็ร่วงลงที่พื้น เธอขำหนักมาก.......

เซวียเหว่ยหลินไม่ได้สนใจเธอ แล้วเปลี่ยนบทบาทมาเป็นบาทหลวงอีกครั้ง "ตอนนี้ขอประกาศว่าคุณฟ่านหลีกับคุณไซซีเป็นสามีภรรยากับอย่างถูกต้อง"

พิธีการเสร็จสิ้น ก็เป็นเวลาของงานเลี้ยงแล้ว!

เซวียเหว่ยหลินนำอาหารแสนอร่อยของน้องหมาใส่ไปให้คู่บ่าวสาว เขากับหร่วนหลิวเจิงก็เริ่มมื้อค่ำด้วยกัน

ตอนที่เซวียเหว่ยหลินหยิบมือถือของหร่วนหลิวเจิงมาดูภาพงานแต่ง หร่วนหลิวเจิงกลับมองจ้องไปที่อาหารที่อยู่บนโต๊ะ ที่พูดได้อย่างเต็มปากว่าดูละลานตาเต็มไปหมด แต่ว่าสีสันมันดู......

ไม่กล้าติชมเขาจริง ๆ

"คุณเซวีย คุณทำอาหารเป็นจริงเหรอ" เธอแสดงความสงสัยออกมาอีกครั้ง

"ทำไมจะไม่เป็นล่ะ ผมตั้งใจเรียนกับพ่อครัวมาสองวันเพื่ออาหารมื้อนี้เลยนะ!" เขามองไปที่อาหารที่วางอยู่บนโต๊ะ แถมยังรู้สึกประหม่าอยู่ไม่น้อย "แม้ว่าหน้าตาจะดูไม่ได้ แต่รสชาติได้รับการยอมรับจากพ่อครัวของบ้านผมเลยนะ ลองชิมดูสิ!"

เขาวางมือถือลง แล้วนำอาหารหลายอย่างให้เธอลองกิน

เธอชิมอาหารจานที่หนึ่ง สุดกล้ำกลืน! อาหารจานที่สอง ฝืนทนอีกครั้ง! อาหารจานที่สาม ในที่สุดก็ทนไม่ไหว แสดงสีหน้าบิดเบี้ยวอย่างควบคุมไม่ได้......

แม้ว่าจะไม่ได้วิจารณ์โดยตรง แต่เซวียเหว่ยหลินก็มองออก จึงเสียความรู้สึก "มันกินยากขนาดนั้นเลยเหรอ"

เขาชิมเองไปหนึ่งคำ ถึงกับสำลักไอไม่หยุด "กินไม่ได้แบบนี้ ทำไมคุณถึงไม่คายออกมาล่ะ"

จบบทที่ บทที่ 127 โรคคิดถึง (2)

คัดลอกลิงก์แล้ว