เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 92 หัวหน้าครูฝึกเซเฟอร์ (ออเดอร์แรก) (บทที่ 91 ความในใจจากนักเขียน)

บทที่ 92 หัวหน้าครูฝึกเซเฟอร์ (ออเดอร์แรก) (บทที่ 91 ความในใจจากนักเขียน)

บทที่ 92 หัวหน้าครูฝึกเซเฟอร์ (ออเดอร์แรก) (บทที่ 91 ความในใจจากนักเขียน)


เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว การฝึกฝนสุดโหดเข้าสู่เดือนสุดท้ายแล้ว ทหารฝึกหัดถูกแบ่งออกเป็นสามระดับอย่างชัดเจน

ระดับล่างสุดคือพวกที่มาเป็นแค่ไม้ประดับ ไม่สามารถฝึกสมรรถภาพทางกายให้เสร็จภายในครึ่งวันได้ ส่วนใหญ่เป็นพวกนายทหารจากทะเลทั้งสี่ที่มีขีดจำกัดด้านพรสวรรค์ เป้าหมายหลักคือมาหาประสบการณ์เท่านั้น

ระดับที่สองคือพวกที่ผ่านการฝึกสมรรถภาพ แต่ยังมีปัญหาในการทำความเข้าใจและใช้วิชาหกรูปแบบ ทหารฝึกหัดกลุ่มนี้มีจำนวนมากที่สุด หากพวกเขาได้รับการฝึกฝนอย่างต่อเนื่อง ก็มีโอกาสที่จะเชี่ยวชาญวิชาหกรูปแบบได้ และจะกลายเป็นกำลังหลักของกองทัพเรือต่อไป

ระดับที่สามคือพวกยอดฝีมือที่เปี่ยมไปด้วยพรสวรรค์ มีความเข้าใจในวิชาหกรูปแบบอย่างลึกซึ้ง และถึงขั้นเชี่ยวชาญไปแล้วบางรูปแบบ ทหารฝึกหัดกลุ่มนี้มีจำนวนน้อยที่สุด และถูกกำหนดให้เป็นขุมกำลังรบหลักของกองทัพเรือในอนาคต

และสำหรับพวกยอดฝีมือเหล่านี้ การฝึกฝนสุดโหดในเดือนสุดท้าย จะมีการจัดเตรียมรูปแบบใหม่รออยู่

ตกดึก ริวก็มาตีเนียนกินดื่มฟรีอยู่ในห้องพักของดอลล์อีกตามเคย

"พรุ่งนี้จะมีครูฝึกคนใหม่มางั้นเหรอครับ?"

"ใช่"

ดอลล์จิบไวน์ สีหน้าดูเศร้าหมองลงเล็กน้อย

แม้แต่พลเรือโทของศูนย์บัญชาการใหญ่ก็ใช่ว่าจะเชี่ยวชาญวิชาหกรูปแบบของกองทัพเรือกันทุกคน ส่วนใหญ่จะเชี่ยวชาญแค่บางกระบวนท่าเท่านั้น อย่างเช่น 'โซล' และ 'เดินชมจันทร์' ที่เป็นวิชาสนับสนุนการต่อสู้ ถือเป็นวิชาบังคับที่เกือบทุกคนต้องทำได้

ส่วนวิชาอื่นๆ ก็ดีไม่แพ้กัน แต่ความนิยมต่ำกว่ามาก ปกติแล้วพวกพลเรือโทจะมีสไตล์การต่อสู้ที่ถนัดเป็นของตัวเอง และแทบจะไม่พึ่งพาวิชาหกรูปแบบในการต่อสู้เลย

ดังนั้น ในเรื่องของการสอนวิชาหกรูปแบบและการชี้แนะทหารฝึกหัด พลเรือโทของศูนย์บัญชาการใหญ่พวกนี้ก็ไม่ได้มีความเป็นมืออาชีพนักหรอก การสอนทหารฝึกหัดธรรมดาๆ น่ะพอไหว แต่สำหรับพวกยอดฝีมือหัวกะทิ ย่อมต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของครูฝึกมืออาชีพ

"ริว ครูฝึกคนใหม่สุดยอดมากเลยนะ!"

"คงไม่ใช่ 'เซเฟอร์' หรอกใช่ไหมครับ?"

"..."

"..."

ทั้งสองจ้องหน้ากัน

ริวทำหน้าเลิ่กลั่กนิดหน่อย

"เซเฟอร์จริงๆ เหรอเนี่ย?"

"ใช่ยะ!"

ดอลล์ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเซ็งๆ เธออุตส่าห์กะจะเก็บไว้ให้ตื่นเต้นซะหน่อย แต่ไอ้เด็กนี่ดันเดาถูกเผงตั้งแต่ครั้งแรกเลย

ไอ้เด็กนี่มันก็ดีไปซะทุกอย่าง เสียอย่างเดียวคือหัวไวเกินไปหน่อย ฟังปุ๊บก็เข้าใจปั๊บจนบางทีมันก็ดูขัดมู้ดเกินไป

ดอลล์จ้องหน้าริว "ริว นายรู้ไหมว่านี่มันหมายความว่าไง?"

"อืมมม..."

ริวลูบคาง เดาสุ่มไปว่า "แปลว่าผมได้ถูกรับเลือกให้เข้าค่ายทหารใหม่ของศูนย์บัญชาการใหญ่แล้ว และหลังจากเรียนจบจากค่ายนั้น ผมก็จะได้ติดปีกบินทะยานขึ้นสู่จุดสูงสุดเลยใช่ไหมครับ?"

"ถูกต้อง!"

ดอลล์กัดฟันกรอดด้วยความหงุดหงิด แววตาเริ่มเปลี่ยนเป็นดุดัน

น่าจะเย็บปากไอ้เด็กนี่ให้ติดกันซะเลย!

"ค่ายทหารใหม่ใช้เวลาเรียนสามปี นอกจากแกจะได้รับการชี้แนะแบบตัวต่อตัวจากครูฝึกเซเฟอร์แล้ว หลังจากเรียนจบ แกก็จะได้เข้าประจำการที่ศูนย์บัญชาการใหญ่โดยตรงเลย ด้วยพรสวรรค์ของแก อย่างช้าที่สุดก็สิบปี แกก้าวขึ้นเป็นพลเรือโทของศูนย์บัญชาการใหญ่ได้แน่!"

"ฟังดูเข้าท่าดีนี่ครับ"

ริวยิ้มพลางส่ายหน้าเบาๆ

"แต่ว่า... ผมขอปฏิเสธ!"

"ปฏิเสธงั้นเหรอ?"

ดอลล์ถึงกับอึ้งไปเลย

เมื่อกี้เธอฟังผิดไปรึเปล่าเนี่ย?

เสียงของเธอแหลมปรี๊ดขึ้นมาทันที!

"แกปฏิเสธเนี่ยนะ? แกรู้ไหมว่าการได้เข้าค่ายทหารใหม่มันมีประโยชน์มหาศาลแค่ไหน? ริว นี่มันไม่ใช่แค่การได้เป็นลูกศิษย์ของครูฝึกเซเฟอร์นะเว้ย!"

"ผมรู้ แต่เวลามันนานเกินไป"

ริวย่อมเข้าใจดีอยู่แล้ว

เรื่องพัฒนาความแข็งแกร่งน่ะมันเรื่องรอง การเข้าค่ายทหารใหม่ก็เท่ากับการได้เข้าไปอยู่ในระบบของศูนย์บัญชาการใหญ่และเส้นสายของครูฝึกเซเฟอร์ ซึ่งมันจะช่วยลดความยุ่งยากในการเลื่อนขั้นในอนาคตไปได้เยอะมาก

พูดง่ายๆ ก็คือการได้เป็นทหารสายตรงของศูนย์บัญชาการใหญ่นั่นแหละ

แต่เวลาสามปีมันนานเกินไปจริงๆ!

อีกสามปีข้างหน้า ลูฟี่ก็จะออกทะเล ระเบียบโลกจะเกิดความเปลี่ยนแปลงครั้งมโหฬาร และกองทัพเรือก็จะต้องเผชิญกับความวุ่นวายครั้งใหญ่

ถ้าเขาได้รับโอกาสนี้เมื่อสองปีก่อน เขาคงจะนอนฝันหวานหัวเราะร่าไปแล้ว แต่ตอนนี้ ถ้าให้เขาเดินตามสเต็ปเดิม ไปนั่งเรียนอีกตั้งสามปี กว่าจะเรียนจบมาเป็นแค่นาวาเอกของศูนย์บัญชาการใหญ่...

มันสายเกินไปแล้วเว้ย!

แค่นาวาเอกของศูนย์บัญชาการใหญ่ จะไปมีสิทธิ์มีเสียงอะไรได้วะ?

ปีถัดจากสงครามมารีนฟอร์ด คือช่วงเวลาทองในการเล็งตำแหน่ง 'พลเรือเอก' หลังจากฟูจิโทระกับเรียวคุเกียวขึ้นรับตำแหน่งแล้ว มันจะเหลืออะไรให้เขาอีกล่ะ?

ไม่เพียงแค่นั้น การปะทะกันของยุคเก่าและยุคใหม่ใน 'นิวเวิลด์' รวมถึงการลุกฮือของกองทัพปฏิวัติ ล้วนแต่จะปะทุขึ้นภายในเวลาสองสามปีนี้ทั้งสิ้น

รัฐบาลโลกจะต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุด

ถ้าไม่มีสถานะและอำนาจที่มากพอ เขาก็ทำได้แค่นั่งดูคนอื่นสร้างความยิ่งใหญ่ หลังจากทุกอย่างจบลง ไม่ว่าใครจะแพ้หรือชนะ มันก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกันเขาเลย

แล้วความฝันที่อยากจะเป็นราชาหรือขุนพลของเขาก็คงจะพังทลายลง

แต่เรื่องพวกนี้ ดอลล์ไม่มีทางเข้าใจหรอก

"ริว แกยังเด็กอยู่นะ ไม่เห็นต้องรีบร้อนขนาดนี้เลย"

"ขอบคุณครับ พี่ดอลล์ ผมรู้ตัวดีว่ากำลังทำอะไรอยู่"

ริวรู้สึกอบอุ่นในใจ เขาสัมผัสได้ถึงความห่วงใยที่ดอลล์มีให้ จากมุมมองของดอลล์ การเข้าค่ายทหารใหม่มันมีแต่ข้อดีไม่มีข้อเสียจริงๆ

เพียงแต่เขามองไกลกว่านั้นก็เท่านั้นเอง

"เอาล่ะ เลิกพูดเรื่องนี้กันเถอะ"

ริววางแก้วไวน์ลงแล้วลุกขึ้นยืน เขายิ้มพร้อมกับยื่นมือออกไปเชิญชวน "ครูฝึกดอลล์ ให้เกียรติเต้นรำกับผมสักเพลงได้ไหมครับ?"

"แกเต้นรำเป็นด้วยเหรอเนี่ย?"

ดอลล์ยื่นมือไปจับมือริวด้วยความประหลาดใจ

"แน่นอนสิครับ ผมมันระดับปรมาจารย์นักเต้นเชียวนะ!"

ริวดึงหญิงสาวเข้ามาใกล้ แขนขวาโอบกอดเอวคอดกิ่วของเธอไว้

เมื่อสัมผัสได้ถึงความนุ่มนวลที่ปลายนิ้ว ริวก็แอบยกนิ้วโป้งให้ 'ดิเอโก้' คนที่สอนเขาเต้นรำอยู่ในใจ

เวลาออกท่องโลกกว้าง มีสกิลเท่ๆ ติดตัวไว้บ้างมันก็ดีแบบนี้นี่เอง

หมุนตัว~~ กระโดด~~

เช้าตรู่วันรุ่งขึ้น ณ ลานฝึกซ้อมใจกลางป่าลึกของเกาะ

ทหารฝึกหัดที่ติดอันดับหนึ่งในร้อยมารวมตัวกันครบทุกคน

เมื่อริวปรากฏตัว สายตาของทหารฝึกหัดทุกคนก็พุ่งเป้าไปที่เขาทันที

"นั่นไอ้ผมดำเหรอ?"

สายตาเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น ความสงสัย และการท้าทาย

"เป็นหนุ่มหล่อซะด้วย น่ารักจังเลยน้า~"

คุจาคุแอบส่องริวอยู่ห่างๆ หมอนี่หล่อกว่าที่เธอคิดไว้ซะอีก นอกจากหน้าตาที่ดูดุดันไปนิดแล้ว รูปร่างหน้าตาของเขาก็ถือว่าไร้ที่ติเลยทีเดียว

ลู่หยุนยืนอยู่ข้างๆ คุจาคุ เอ่ยเตือนด้วยความหวังดี "พี่คุจาคุ ระวังอย่าตกเป็นเหยื่อของเขานะคะ!"

"งั้นเหรอ? น่าตื่นเต้นจังเลยนะ!"

คุจาคุเลียริมฝีปาก ความอยากรู้อยากเห็นที่จะ 'ฝึกสอน' เขามันพลุ่งพล่านขึ้นมาเลย ถ้าไม่ติดว่าครูฝึกเซเฟอร์กำลังจะมาถึง เธอคงอยากจะทดสอบฝีมือไอ้ผมดำซะเดี๋ยวนี้เลย

"มากันแล้ว!"

ชายร่างใหญ่สูงประมาณสามเมตร ไว้ผมสั้นสีม่วง เดินอาดๆ เข้ามา โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารเรืออีกสองคนเดินตามหลังมาติดๆ

เหล่าทหารฝึกหัดรีบยืดอกตั้งตรง กลั้นหายใจ และอดไม่ได้ที่จะมองเซเฟอร์ด้วยความชื่นชมและเคารพเทิดทูน

อดีตพลเรือเอก... เซเฟอร์!

ริวเกร็งตัวขึ้นมาทันที สายตาของเขาเผลอจ้องมองไปที่แขนขวาของเซเฟอร์โดยอัตโนมัติ แขนเสื้อข้างนั้นว่างเปล่า ยังไม่ได้ติดตั้ง 'แบทเทิลสแมชเชอร์' แขนกลเหล็กสุดหนักอึ้งนั่น

ไม่มีใครกล้าปริปากพูดอะไร

เซเฟอร์เดินตรวจแถวด้านหน้า สายตาอันเฉียบคมกวาดมองพิจารณาทหารฝึกหัดทีละคน ก่อนจะพยักหน้าเบาๆ แทบจะมองไม่เห็น

"ดีมาก"

ไม่ผิดจากที่คาดไว้ ลูกศิษย์กลุ่มนี้คงเป็นรุ่นสุดท้ายที่เขาจะได้ลงมือชี้แนะด้วยตัวเองแล้ว

เขายื่นเรื่องต่อเซนโงคุไปเรียบร้อย เตรียมจัดตั้ง “หน่วยล่าโจรสลัดเคลื่อนที่” ขึ้นมา เพื่อมุ่งไล่ล่าโจรสลัดโดยเฉพาะ

เซเฟอร์เดินมาหยุดอยู่หน้าแถว รังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมาทำเอาพวกทหารฝึกหัดเกร็งจนเหงื่อตก "ชั้นคือ เซเฟอร์ หัวหน้าครูฝึกของพวกนาย"

"ครูฝึกเซเฟอร์!"

ทหารฝึกหัดตะโกนตอบรับเสียงดังลั่น ความตื่นเต้นปิดไม่มิด การได้เป็นลูกศิษย์ของเซเฟอร์คือความใฝ่ฝันของทหารเรือนับไม่ถ้วน

เซเฟอร์ยิ้มบางๆ "ไม่ต้องเกร็งไป วันนี้ชั้นแค่อยากมาเจอหน้าพวกนายเท่านั้น หลังจากนี้ปล่อยให้ฝึกกันตามอัธยาศัย ทำตามที่พวกนายเคยทำมาก็พอ"

ในช่วงเดือนสุดท้ายของการฝึกฝนสุดโหด เขาจะไม่เข้าไปก้าวก่ายทหารฝึกหัดมากนัก จุดประสงค์หลักของเขาคือการสังเกตการณ์สภาพของทหารฝึกหัดแต่ละคน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการฝึกฝนตลอดสามปีหลังจากนี้

พรสวรรค์ทางร่างกายและความสามารถในการเรียนรู้ของแต่ละคนนั้นแตกต่างกันไป การสอนให้เหมาะกับความสามารถของแต่ละบุคคลคือสิ่งที่ผู้เป็นครูสมควรทำ

เหล่าทหารฝึกหัดเริ่มมีอาการฮือฮา และไม่นานก็เริ่มแยกย้ายกันไป

คุจาคุเป็นคนแรกที่ก้าวออกมาจากแถว แต่เธอไม่ได้เดินไปหาริว เธอกลับพุ่งตรงไปหาเจ้าหน้าที่ทหารเรือหญิงที่เดินตามหลังเซเฟอร์มาแทน

คุจาคุเผยรอยยิ้มซุกซน ดาบในมือของเธอเปลี่ยนสภาพกลายเป็นแส้ยาว "รุ่นพี่ไอน์ อยากประลองฝีมือกับฉันสักตั้งไหมคะ?"

"ไปหาที่ที่คนน้อยกว่านี้เถอะ"

ไอน์พยักหน้ารับด้วยสีหน้าเรียบเฉย ก่อนจะหันหลังเดินลึกเข้าไปในป่า

ตัดภาพมาอีกฝั่ง ทหารฝึกหัดหลายคนที่สวมหมวกบักเก็ตและดูมีพฤติกรรมแปลกๆ เดินเข้ามารุมล้อมริว

"เฮ้ย แกว่าไอ้ผมดำนั่นใช่ไหมวะ!"

"มาซัดกันหน่อยเว้ย!"

"มาดูกันซิว่าแกจะเก่งกาจสมคำร่ำลือหรือเปล่า!"

ริวมองดูตราสัญลักษณ์สาขา G-5 บนตัวพวกมัน รอยยิ้มเถื่อนๆ ก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้า

ได้เวลาวอร์มอัปแล้วสิฟะ!

จบบทที่ บทที่ 92 หัวหน้าครูฝึกเซเฟอร์ (ออเดอร์แรก) (บทที่ 91 ความในใจจากนักเขียน)

คัดลอกลิงก์แล้ว