- หน้าแรก
- ร่างแยกทั้งห้าของข้า คือสุดยอดตำนานแห่งหงฮวง
- บทที่ 229 - เคล็ดวิชาโชคชะตาพิฆาต
บทที่ 229 - เคล็ดวิชาโชคชะตาพิฆาต
บทที่ 229 - เคล็ดวิชาโชคชะตาพิฆาต
บทที่ 229 - เคล็ดวิชาโชคชะตาพิฆาต
ทหารที่หยิ่งยโสและแม่ทัพที่ดุดันเท่านั้นถึงจะไม่เกรงกลัวสิ่งใด
เมื่อมองดูผู้คนที่ส่งเสียงร้องตะโกนอยู่เบื้องล่าง ไท่หยวนซ่างเหรินก็ไม่ได้รู้สึกไม่พอใจแต่อย่างใด เขากลับรู้สึกว่าผู้คนเหล่านี้ยังพอใช้การได้
สำหรับศึกตัดสินครั้งสุดท้าย ไท่หยวนซ่างเหรินไม่คิดว่าจะมีเหตุไม่คาดฝันอันใดเกิดขึ้น แม้ว่ายอดฝีมือของพันธมิตรผู้บำเพ็ญเพียรอิสระจะมารวมตัวกันที่เกาะเมฆา แต่โดยรวมแล้วพันธมิตรทะเลตะวันออกก็ยังคงได้เปรียบกว่าอยู่ดี
สำหรับพันธมิตรทะเลตะวันออกแล้ว ท้ายที่สุดพันธมิตรผู้บำเพ็ญเพียรอิสระจะต้องพ่ายแพ้และล่มสลายไปอย่างแน่นอน ทว่าหลังจากที่กำจัดพันธมิตรผู้บำเพ็ญเพียรอิสระไปได้แล้ว พันธมิตรทะเลตะวันออกถึงจะต้องเผชิญกับบททดสอบที่แท้จริง
เผ่ามังกรย่อมไม่มีทางปล่อยให้พวกเขาเติบโตขึ้นอย่างแน่นอน แต่เมื่อนึกถึงคำสัญญาของมหาจักรพรรดิจื่อเวย ในใจของไท่หยวนซ่างเหรินก็พลันร้อนรุ่มขึ้นมา พวกเขาใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเสียทีเดียว
"เกาะเมฆาแห่งนี้คือสถานที่รวมตัวของยอดฝีมือกลุ่มสุดท้ายของพันธมิตรผู้บำเพ็ญเพียรอิสระ ทุกท่านจงอย่าได้ประมาทเป็นอันขาด หากมีอิทธิฤทธิ์หรือวิชาไม้ตายอันใดก็จงอย่าได้ปิดบังเอาไว้อีกเลย มิเช่นนั้นหากพลาดพลั้งบาดเจ็บหรือร่วงหล่นลงมาก็คงได้ไม่คุ้มเสียแน่"
ไท่หยวนซ่างเหรินเอ่ยปากกำชับกับทุกคน การที่มหาจักรพรรดิจื่อเวยจะลงมือหรือไม่นั้น ย่อมขึ้นอยู่กับว่าพวกเขาจะคว้าชัยชนะครั้งใหญ่มาได้หรือไม่
หากท้ายที่สุดแล้วต้องบาดเจ็บล้มตายกันทั้งสองฝ่ายเมื่อปะทะกับพันธมิตรผู้บำเพ็ญเพียรอิสระ มหาจักรพรรดิจื่อเวยก็จะไม่ลงมือขัดขวางชิงหลงให้ และจุดจบของพันธมิตรทะเลตะวันออกของพวกเขาก็จะมีเพียงทางเดียวเท่านั้น
"พันธมิตรผู้บำเพ็ญเพียรอิสระล้วนเป็นพวกนอกรีต พันธมิตรทะเลตะวันออกของเราต่างหากที่เป็นฝ่ายธรรมะที่แท้จริง พันธมิตรผู้บำเพ็ญเพียรอิสระเล็กๆ เพียงเท่านี้ไม่เห็นจำเป็นต้องเก็บมาใส่ใจเลย"
มหาเซียนทองคำผู้หนึ่งเอ่ยตะโกนเสียงดัง
คนอื่นๆ เองก็พากันส่งเสียงโห่ร้องตะโกนว่าจะสั่งสอนพันธมิตรผู้บำเพ็ญเพียรอิสระให้หลาบจำ มหาจักรพรรดิจื่อเวยจึงเอ่ยขัดจังหวะขึ้นมา
"ในเมื่อทุกท่านมีความมั่นใจเช่นนี้ ก็ไปเตรียมตัวกันเถิด พรุ่งนี้คงต้องรอดูทุกท่านแสดงอิทธิฤทธิ์กันแล้ว"
ไท่หยวนซ่างเหรินเคาะโต๊ะตัดสินใจ ทุกคนต่างมุ่งมั่นตั้งใจว่าพรุ่งนี้จะต้องทำผลงานให้ดีที่สุด
วันต่อมา ไท่หยวนซ่างเหรินได้นำกองกำลังพันธมิตรทะเลตะวันออกเดินทางมาถึงเกาะเมฆา เซวี่ยหมัวต้าจุนเองก็ผละออกจากอ้อมอกหญิงงาม นำพายอดฝีมือระดับปฐมเซียนทองคำหลายสิบคนมาเปิดใช้งานค่ายกล
ภายนอกเกาะเมฆาเปล่งประกายแสงสีสันตระการตา ทว่ากลับแฝงไปด้วยอันตรายที่กำลังพลุ่งพล่าน ลวดลายค่ายกลแต่ละสายครอบคลุมทั่วทั้งเกาะเมฆาเอาไว้
เซวี่ยหมัวต้าจุนมองดูกองกำลังพันธมิตรทะเลตะวันออกและไท่หยวนซ่างเหรินที่อยู่ด้านนอกค่ายกล ในดวงตาของเขาฉายแววดุร้ายอำมหิตออกมาสายหนึ่ง
เผ่ามังกรกำลังจ้องมองตาเป็นมันอยู่ภายนอก การรักษาสถานการณ์เอาไว้แบบเดิมมันไม่ดีตรงไหน ตั๊กแตนจับจักจั่น นกขมิ้นอยู่เบื้องหลัง
ต่อให้พันธมิตรทะเลตะวันออกจะกวาดล้างพวกเขาได้แล้วจะอย่างไร หรือว่าคนพวกนั้นจะสามารถเอาชนะเผ่ามังกรได้งั้นหรือ
เผ่ามังกรครอบครองทะเลทั้งสี่ อีกทั้งยังมีดินแดนอันกว้างใหญ่ในหงฮวง ความแข็งแกร่งของเผ่ามังกรนั้นเป็นสิ่งที่ไม่อาจต้านทานได้เลย
เซวี่ยหมัวต้าจุนมองเห็นความจริงข้อนี้ทะลุปรุโปร่ง ดังนั้นเขาจึงหมดสิ้นความทะเยอทะยาน ยิ่งไปกว่านั้นเพื่อหลีกเลี่ยงการปะทะกับพันธมิตรทะเลตะวันออก เขายังยอมแบกรับความกดดันและจัดการกวาดล้างยักษ์ลาดตระเวนทะเลจนหมดสิ้น
เมื่อนึกถึงยักษ์ลาดตระเวนทะเล เซวี่ยหมัวต้าจุนก็อดไม่ได้ที่จะแค่นเสียงเยาะเย้ยเผ่ามังกร จะเลือกสายลับทั้งทีก็ไม่รู้จักเลือกให้ดีเสียหน่อย ความคิดดูเหมือนจะดี แต่การลงมือทำกลับห่วยแตกสิ้นดี
ยักษ์ลาดตระเวนทะเลพวกนั้นมีกลิ่นอายของทหารมากเกินไป พวกเขาไม่เข้ากับสภาพแวดล้อมของพันธมิตรผู้บำเพ็ญเพียรอิสระเลยแม้แต่น้อย
การส่งทหารที่ไม่เคยได้รับการฝึกฝนเป็นสายลับเข้ามาปะปนในหมู่พวกอันธพาล คนตาดีมองแวบเดียวก็รู้แล้วว่ามีอะไรผิดปกติ อันธพาลบ้านไหนเขาพับผ้าห่มเป็นก้อนเต้าหู้กัน
ไท่หยวนซ่างเหรินมองไปที่เซวี่ยหมัวต้าจุนบนเกาะเมฆา เขายืนตระหง่านอยู่กลางอากาศอย่างหยิ่งยโสพลางตะโกนเสียงดัง
"เซวี่ยหมัวยอมจำนนเสียเถอะ อย่าได้ดิ้นรนต่อต้านอีกเลย"
เมื่อเห็นไท่หยวนซ่างเหรินแสดงท่าทางวางอำนาจประดุจผู้อยู่เหนือกว่า เซวี่ยหมัวต้าจุนก็พลันโกรธจัดจนหัวเราะออกมา
"ไท่หยวน เจ้าคิดว่าพวกเจ้าชนะแน่แล้วงั้นหรือ"
เซวี่ยหมัวต้าจุนตวาดลั่น "ข้าจะบอกอะไรให้ ข้าไม่มีทางยอมจำนนเด็ดขาด พวกเราจะสู้จนถึงที่สุด จะให้พวกเจ้าได้เห็นถึงรากฐานอันแท้จริงของพันธมิตรผู้บำเพ็ญเพียรอิสระ"
เซวี่ยหมัวต้าจุนไม่มีทางยอมแพ้ ไม่ใช่แค่เขาเท่านั้น แต่รวมถึงทุกคนในพันธมิตรผู้บำเพ็ญเพียรอิสระก็ไม่มีทางยอมแพ้เช่นกัน
หลายปีมานี้ผู้คนในพันธมิตรผู้บำเพ็ญเพียรอิสระก่อกรรมทำเข็ญเอาไว้มากเกินไป หากไม่ใช่เพราะมีกระแสโชคชะตาของพันธมิตรคอยสะกดเอาไว้ พวกเขาคงถูกอสนีบาตสวรรค์ฟาดฟันจนแหลกเป็นผุยผงไปตั้งนานแล้ว
เซวี่ยหมัวต้าจุนชี้มือข้างหนึ่งขึ้นฟ้า อีกข้างหนึ่งชี้ลงพื้นดิน เขาสร้างผนึกอาคมอันลึกล้ำขึ้นมา พลังปราณชักนำค่ายกลบนเกาะเมฆาให้ทำงาน
"วิชาโชคชะตาพิฆาต เคียวไร้ขอบเขต"
ครู่ต่อมาเซวี่ยหมัวต้าจุนก็ตวาดเสียงดังก้อง ท้องฟ้าพลันสาดส่องแสงวิเศษระยิบระยับ ภาพเงาของเคียวเล่มหนึ่งปรากฏขึ้นกลางอากาศ พร้อมทั้งแผ่กลิ่นอายอันน่าสะพรึงกลัวออกมา
"เคล็ดวิชาโชคชะตาพิฆาต"
เมื่อเห็นภาพเงาของเคียวบนท้องฟ้า สีหน้าของมหาจักรพรรดิจื่อเวยก็เปลี่ยนไป เขามองไปยังเซวี่ยหมัวต้าจุนด้วยความประหลาดใจเล็กน้อย
เคล็ดวิชาโชคชะตาพิฆาตคือวิชาต้องห้ามจากมหากัปครั้งก่อน มันคืออิทธิฤทธิ์ที่ประยุกต์ใช้พลังแห่งกระแสโชคชะตา ในมหากัปครั้งก่อนมีเพียงราชวงศ์ระดับแนวหน้าเท่านั้นที่สามารถใช้ได้
หากฝึกฝนเคล็ดวิชาโชคชะตาพิฆาตจนถึงขั้นสูงสุด ก็จะสามารถอัญเชิญจิตวิญญาณแห่งโชคชะตาออกมาช่วยต่อสู้ได้
การที่เซวี่ยหมัวต้าจุนเรียนรู้เคล็ดวิชาโชคชะตาพิฆาตได้นั้น มหาจักรพรรดิจื่อเวยคาดเดาว่าย่อมต้องมีคนถ่ายทอดให้เขาอย่างแน่นอน
คนผู้นี้ไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป มีความเป็นไปได้สูงว่าจะเป็นผู้ปกครองราชวงศ์ที่รอดชีวิตมาจากมหากัปครั้งก่อน
ในฐานะอิทธิฤทธิ์ต้องห้ามจากมหากัปครั้งก่อน โดยทั่วไปแล้วเคล็ดวิชาโชคชะตาพิฆาตจะมีเพียงผู้ปกครองราชวงศ์เท่านั้นที่สามารถฝึกฝนได้
"ใครกันล่ะ บรรพจารย์อินหยาง หรือบรรพจารย์เฉียนคุน"
มหาจักรพรรดิจื่อเวยพึมพำกับตนเอง พวกเฒ่าประหลาดจากมหากัปครั้งก่อนก็เหลือเพียงแค่หงจวิน หลัวโหว อินหยาง เฉียนคุน และหยางเหมย รวมห้าคนเท่านั้น ซึ่งในบรรดาคนเหล่านี้มีเพียงบรรพจารย์อินหยางและบรรพจารย์เฉียนคุนที่เคยก่อตั้งราชวงศ์และครอบครองวิชาต้องห้ามนี้
"เซวี่ยหมัวต้าจุน เผ่ามารงั้นหรือ หลัวโหวนี่เอง"
จากนั้นมหาจักรพรรดิจื่อเวยก็นึกถึงคนอีกคนหนึ่งขึ้นมาได้ ในฐานะผู้นำเผ่ามาร หลัวโหวเองก็อาจจะสามารถใช้วิชานี้ได้เช่นกัน
เผ่ามารและเซวี่ยหมัวต้าจุนล้วนมีคำว่ามารอยู่ด้วยกันทั้งคู่ มหาจักรพรรดิจื่อเวยคาดเดาว่าเซวี่ยหมัวต้าจุนน่าจะเป็นหมากของหลัวโหว โดยมีจุดประสงค์เพื่อทำให้สถานการณ์ในหงฮวงวุ่นวายมากยิ่งขึ้น
เซวี่ยหมัวต้าจุนสวมชุดคลุมยาวสีเลือด ในยามนี้ทั่วทั้งร่างของเขาเปล่งประกายแสงสีแดงเจิดจ้า ภายใต้การสนับสนุนของเคียวโชคชะตา ท่าทีของเขาช่างดูดุดันและน่าเกรงขาม กองกำลังพันธมิตรผู้บำเพ็ญเพียรอิสระที่ปกป้องเกาะเมฆาต่างมีขวัญกำลังใจเพิ่มขึ้นอย่างล้นหลาม ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างพากันส่งเสียงร้องตะโกนสรรเสริญอิทธิฤทธิ์ของเซวี่ยหมัวต้าจุน
ในทางตรงกันข้าม เมื่อต้องเผชิญหน้ากับการกดดันจากกระแสโชคชะตาของพันธมิตรผู้บำเพ็ญเพียรอิสระ ขวัญกำลังใจของกองทัพพันธมิตรทะเลตะวันออกย่อมต้องถูกบั่นทอนลงอย่างหนัก
เมื่อฝ่ายหนึ่งอ่อนกำลังลงและอีกฝ่ายหนึ่งแข็งแกร่งขึ้น พลังต่อสู้ระหว่างพันธมิตรทะเลตะวันออกและพันธมิตรผู้บำเพ็ญเพียรอิสระจึงกลับมาอยู่ในระดับที่ทัดเทียมกัน
เว้นเสียแต่ว่าไท่หยวนซ่างเหรินจะใช้เคล็ดวิชาโชคชะตาพิฆาตด้วยเช่นกัน มิเช่นนั้นก็ย่อมไม่สามารถขจัดพลังกดดันจากกระแสโชคชะตาไปได้เลย
เซวี่ยหมัวต้าจุนมองดูกองกำลังพันธมิตรทะเลตะวันออกที่อยู่ด้านนอกเกาะเมฆาพลางหัวเราะลั่น
"ไท่หยวน ลงมือได้แล้ว พวกเจ้ามีวิธีการอันใดก็งัดออกมาโจมตีได้เลย"
เมื่อสัมผัสได้ถึงพลังกดดันจากกระแสโชคชะตาที่ถาโถมเข้ามา สีหน้าของไท่หยวนซ่างเหรินก็ตึงเครียดขึ้นมาทันที เขาพบว่าฐานพลังของตนเองถูกกดทับลงไปหนึ่งระดับย่อย ทำให้สามารถแสดงพลังออกมาได้เพียงแค่ระดับมหาเซียนทองคำขั้นปลายเท่านั้น
เมื่อตระหนักได้ถึงจุดนี้ ไท่หยวนซ่างเหรินก็รู้สึกร้อนรนขึ้นมาทันที แม้แต่เขายังถูกกดทับฐานพลัง แล้วคนอื่นๆ เล่าจะเป็นเช่นไร
ในตอนนั้นเอง น้ำเสียงของมหาจักรพรรดิจื่อเวยก็ดังก้องขึ้นในหัวของไท่หยวนซ่างเหริน
"อย่าได้ร้อนรนไป จงใช้ยันต์ที่ข้ามอบให้เจ้า มันจะสามารถทำลายพลังกดดันจากกระแสโชคชะตานี้ได้"
หลังจากได้รับการยืนยันจากมหาจักรพรรดิจื่อเวย ไท่หยวนซ่างเหรินก็ถอนหายใจด้วยความโล่งอก มีวิธีแก้ไขก็ดีแล้ว
"เซวี่ยหมัวต้าจุน เจ้าอย่าได้กำเริบเสิบสานไปนัก คอยดูข้าทำลายอิทธิฤทธิ์ของเจ้าให้ดี" ไท่หยวนซ่างเหรินตวาดลั่น
ทันใดนั้น บนมือของไท่หยวนซ่างเหรินก็ปรากฏยันต์ที่ทอประกายสีทองอร่ามขึ้นมาแผ่นหนึ่ง มันพุ่งตรงเข้าใส่เคียวโชคชะตาอย่างรวดเร็ว
ยันต์พุ่งเข้าปะทะกับภาพเงาของเคียวโชคชะตา จากนั้นเคียวโชคชะตาและแผ่นยันต์ก็พลันสลายหายไปพร้อมกัน
ค่ายกลคุ้มครองเกาะเมฆาเองก็ถูกทำลายลงเช่นกัน
เมื่อเห็นภาพนี้ ทุกคนต่างก็ตกตะลึง พวกเขาตกใจที่ไท่หยวนซ่างเหรินมีของวิเศษเช่นนี้อยู่ในครอบครอง
เมื่อเห็นว่าเคล็ดวิชาโชคชะตาพิฆาตถูกทำลาย เซวี่ยหมัวต้าจุนเองก็เริ่มตื่นตระหนกขึ้นมาบ้างแล้ว คราวนี้จะทำเช่นไรดี
ทว่าไม่นานเซวี่ยหมัวต้าจุนก็ตั้งสติได้ ดวงตาของเขาเปล่งประกายแสงสีแดงวาบ เขามองไปยังไท่หยวนซ่างเหรินด้วยสายตาดุดันอำมหิต
เซวี่ยหมัวต้าจุนตวาดลั่น
"ไท่หยวน ช่างมีวิธีการที่ร้ายกาจนัก วันนี้ระหว่างเจ้ากับข้าจะมีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่รอดชีวิตไปได้"
สิ้นเสียงคำราม เซวี่ยหมัวต้าจุนก็ออกคำสั่ง กองกำลังพันธมิตรผู้บำเพ็ญเพียรอิสระบนเกาะเมฆาก็พุ่งทะยานเข้าห้ำหั่นกับพันธมิตรทะเลตะวันออกทันที
พันธมิตรผู้บำเพ็ญเพียรอิสระยังคงมียอดฝีมืออยู่อีกหลายหมื่นคน แต่ละคนล้วนมีฐานพลังอย่างน้อยก็ในระดับเซียนทองคำ ส่วนบรรดาแกนนำนั้นยิ่งอยู่ในระดับปฐมเซียนทองคำทั้งสิ้น
[จบแล้ว]