เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 ความรับผิดชอบ

บทที่ 6 ความรับผิดชอบ

บทที่ 6 ความรับผิดชอบ


เมื่อฟังถึงตรงนี้หร่วนหลิวเจิงอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้ว ไม่เพียงแต่เพราะน้องชายจะทำให้ต้องปวดหัวแบบนี้ แต่ยังเป็นเพราะนิสัยเสียที่พอมีเรื่องก็ไปหาเขา

เผยซู่เฟินรู้ว่าเธอคิดอะไรจึงรีบพูดขึ้น “ลูกก็รู้ หร่วนหลางสนิทกับจื้อเชียน หลายปีมานี้แม้แต่ประชุมผู้ปกครองก็เรียกให้จื้อเชียนไป ทำเรื่องฝ่าฝืนกฎระเบียบโรงเรียนก็ให้จื้อเชียนไปตลอด...”

หร่วนหลิวเจิงลูบคิ้วด้วยความปวดหัว “ช่างเถอะค่ะ อย่าพูดถึงเรื่องพวกนี้เลย คุยเรื่องงานเถอะค่ะ”

กลับมายังไม่ทันไรก็ได้ยินแต่ชื่อจื้อเชียนเต็มไปหมด เกินพอแล้วจริงๆ...

“จื้อเชียนปิดพวกเราแล้วแอบไปจัดการเรื่องของหร่วนหลาง ค่ารักษาก็จ่ายไป...ตั้งหลายหมื่น...” เผยซู่เฟินมองหร่วนหลิวเจิงด้วยความรู้สึกผิด เมื่อเห็นเธอไม่มีปฏิกิริยาจึงได้พูดต่อ “เดิมทีเราเองก็ไม่รู้ ต่อมาทางโรงเรียนแจ้งเราโดยตรง จากนั้นพ่อของลูกก็โกรธจนอาการกำเริบ...”

ที่แท้พ่อก็อาการกำเริบเพราะเรื่องนี้เอง! เธอสงสัยมาตลอดว่าทำไมจู่ๆ ถึงอาการกำเริบ!?

“เงินเขาก็เป็นคนออกเหรอคะ?” หร่วนหลิวเจิงถามด้วยใบหน้าบึ้งตึง

“ใช่...” เผยซู่เฟินไร้ซึ่งความมั่นใจต่อหน้าลูกสาวและรีบพูดต่อ “ต่อมาพ่อของลูกก็ป่วยไม่ใช่เหรอ? ก็เลยไม่สามารถดูแลเรื่องนี้ได้...”

หร่วนหลิวเจิงไม่ได้คิดจะกล่าวโทษพ่อของเธอ เพียงถามให้กระจ่าง เธอเองก็คิดมาอย่างถี่ถ้วน และรู้ว่าควรทำอย่างไร

“แล้วเรื่องงานล่ะเกิดอะไรขึ้น?” เธอถามขึ้นอีก

“น้องชายลูกเรียนดนตรีใช่ไหมล่ะ? เขาอยากจะร้องเพลง อยากเป็นนักร้อง นักแสดง ต่อมาจื้อเชียนก็เลยแนะนำให้เขาเข้าไปทำงานบริษัทของเพื่อน...”

“หนูเข้าใจแล้ว” เธอรู้ว่าบริษัทของเพื่อนเขาก็คือบริษัทจี้ซย่ามีเดียนั่นแหละ หกปีก่อนก็เป็นบริษัทชั้นนำแล้ว หึ จั่วเฉินอันเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายกับเขา การแนะนำให้เขาเข้าบริษัทเรียกว่าอาศัยบารมีกันชัดๆ

เธอไม่รู้ว่าควรจะพูดอะไร รู้เพียงว่าไร้เรี่ยวแรงราวกับการหลบหนีเมื่อหกปีก่อนนั้นไร้ประโยชน์โดยสิ้นเชิง ทั้งหมดย้อนกลับไปที่จุดเดิม เธอทำทุกอย่างที่ทำได้เพื่อขีดเส้นแบ่งกับเขาให้ชัดเจน ไม่ว่าจะด้วยความสัมพันธ์ใด ครอบครัวของเธอก็สนิทสนมกับเขามากขึ้นไปอีก...

ความรู้สึกนี้ช่างน่าอึดอัด เหมือนมีภูเขาลูกใหญ่กดทับหน้าอก ไม่อาจทนรับไหวและหายใจไม่ทั่วท้อง

สิ่งที่ยากที่สุดบนโลกนี้คือหนี้บุญคุณคน แล้วเธอในตอนนี้จะทดแทนได้อย่างไร? คงจะไม่สามารถยัดเยียดตัวเองเข้าไปอีก?

เธอไม่พูดอะไร เผยซู่เฟินก็รู้สึกกดดันมาก เธอรู้ว่าลูกสาวไม่ชอบที่จะต้องเกี่ยวข้องกับจื้อเชียนมากไปอีก แต่ทั้งหมดก็ไม่ได้เป็นไปอย่างที่เธอคาดไว้

“เจิงเอ๋อร์” หร่วนเจี้ยนจงที่นอนอยู่บนเตียงพูดขึ้น “เงินนั่น ยังไงเราก็ต้องคืนจื้อเชียน เรื่องงานเป็นน้องชายของลูกเองที่ขอร้องจื้อเชียน ถ้าหากลูกไม่ชอบใจก็ไม่ต้องให้เขาไปก็พอ ความสัมพันธ์ในตอนนี้ จะเพิ่มภาระให้จื้อเชียนอีกแล้วไม่ได้จริงๆ”

“พ่อคะ แน่นอนค่ะ เงินหนูจะคืน เรื่องของหร่วนหลาง เอาไว้เขากลับมาค่อยคุย พ่อไม่ต้องเป็นห่วงเรื่องพวกนี้ ยังไงซะ ตอนนี้หนูกลับมาแล้ว มีหนูอยู่” เธอนั่งลงข้างหร่วนเจี้ยนจงและปลอบใจอย่างนุ่มนวล

เธอไม่สามารถเอาแต่กล่าวโทษครอบครัวโดยเฉพาะพ่อและแม่ การแต่งงานที่ล้มเหลวเป็นเธอที่ผิดพลาดเอง เพราะเธอ พ่อแม่จึงต้องเจ็บปวดใจ ห่างหายไปหกปี ไม่ได้ดูแลพ่อแม่ยิ่งทำให้เธอรู้สึกผิด ดังนั้นในเมื่อมันคือความรับผิดชอบของเธอ เธอก็ควรจะรับหน้าที่นี้เอง

ทันใดนั้นก็สังเกตเห็นกระเป๋าที่เธอวางไว้ที่หัวเตียงตั้งแต่มาถึง เห็นชัดๆ ว่าเป็นกระเป๋าวัยรุ่น ถ้าเช่นนั้นเมื่อสักครู่ที่เขามาก็เห็นแล้วใช่ไหม? คนที่ละเอียดรอบคอบเช่นเขาจะไม่สังเกตเห็นเลยเหรอ? จะเดาได้ไหมว่าเธอกลับมาแล้ว?

จบบทที่ บทที่ 6 ความรับผิดชอบ

คัดลอกลิงก์แล้ว